หน้าท้องลาย เรามีวิธีดูแลตัวเองให้ท้องลายน้อยลง

หน้าท้องลาย เรามีวิธีดูแลตัวเองให้ท้องลายน้อยลง ปกติท้องจะเริ่มลายเมื่ออายุครรภ์ได้ประมาณ 28 สัปดาห์ โดยจะลายมากขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วก็หยุดตอนประมาณ 32 สัปดาห์ หลัง 32 สัปดาห์ ถ้าหายและไม่ลายก็จะไม่ลายอีก หากลายไปแล้วก็จะไม่ค่อยลายมากขึ้น ดังนั้นช่วงนี้แหละครับที่ต้องสนใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ควรดูแลอาหารการกินให้น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ ถ้าน้ำหนักขึ้นเยอะ หน้าท้องจะขยายตัวมากตามไปด้วย ท้องก็จะลายง่าย หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย พยายามหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน เพราะจะทำให้ผิวแห้งมาก ยิ่งทาแป้งก็ยิ่งทำให้ผิวแห้งไปกันใหญ่ ให้ทาครีมบำรุงผิวเป็นดีที่สุด ผิวที่นุ่มชุ่มชื้นย่อมยืดหยุ่นได้ดีกว่าผิวแห้ง ๆ หลังอาบน้ำก่อนนอนก็ให้คุณสามีนี่แหละช่วยทาครีมที่หน้าท้องให้ เรื่องท้องลายนี้ก็ต้องยึดหลักกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะหากปล่อยให้ท้องลายไปแล้ว ไม่ว่าจะทำศัลยกรรมตกแต่งยังไงมันก็ยังลายไม่หายอยู่ดี

3 เดือนหลังคลอด โอกาสทองของความงามหน้าท้องลาย

ในช่วงหลังคลอดน้ำหนักจะลด หุ่นจะลดชัดเจนในสามเดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่ค่อยลดแล้วครับ พอคลอดเสร็จปั๊บก็เริ่มลดน้ำหนักกันได้เลย อันดับแรกคุณแม่ต้องพยายามเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ กินนมแม่อย่างเดียวนี่แหละ เพราะในระหว่างการตั้งครรภ์ อาหารส่วนเกินจะไปสะสมที่ไขมันหน้าท้อง ไขมันต้นขาของคุณแม่เยอะ ตอนให้นมลูกร่างกายจะใช้ไขมันที่สะสมเหล่านี้ไปสร้างน้ำนมด้วย ดังนั้นยิ่งลูกกินนมแม่ไปเท่าไหร่ ก็มีผลพลอยได้ทำให้ไขมันของแม่ลดลงไปด้วยเท่านั้นหน้าท้องลาย

เรื่องอาหารการกินสำคัญ จริง ๆ แล้วน้ำนมจะเยอะหรือน้อยไม่ได้ขึ้นกับอาหารการกินสักเท่าไหร่ กินตั้งเยอะแต่น้ำนมไม่ไหลเลยก็มี น้ำนมเยอะขึ้นอยู่กับการที่ลูกได้ดูดนมอย่างสม่ำเสมอมากกว่า หลังคลอดมีไขมันสะสมตกค้างอยู่ที่หน้าท้องเยอะอยู่แล้ว ยิ่งกินมากยิ่งไปสะสมเพิ่มขึ้น เลยยิ่งอ้วนไปกันใหญ่ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย โดยทั่วไปสาเหตุที่ผิวหนังหน้าท้องมีการปริแตกลาย

หน้าท้องลาย โดยทั่วไปสาเหตุที่ผิวหนังหน้าท้องมีการปริแตกลาย ก็เพราะมีการยืดขยายของผิวหนัง จากการดันของมดลูกที่กำลังขยายตัวโตขึ้น นั่นหมายถึงว่ายิ่งลูกน้อยในครรภ์โตมากขึ้นเท่าไร ผิวพรรณที่ไม่เคยถูกยืดมาก่อน ก็ต้องยืดขยายอย่างมากและเร็วในช่วง 9 เดือน จนอาจปรับตัวไม่ทันจึงอาจเกิดรอยแตกลายขึ้นได้ แต่ว่าไม่ใช่คุณแม่ทุกคนนะคะที่จะพบกับปัญหานี้ การที่จะมีหน้าท้องลายหรือไม่ และปริมาณมากน้อยแค่ไหน จะขึ้นอยู่กับผิวพรรณ อัตราการโต และขนาดครรภ์ของคุณแม่แต่ละคนค่ะ รวมถึงการดูแลผิวพรรณในขณะตั้งครรภ์ด้วย ส่วนคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในครั้งต่อๆมา จะพบกับปัญหานี้น้อยลง เนื่องจากผิวหน้าท้องได้เคยถูกยืดขยายมาแล้วจากการตั้งครรภ์ในครั้งแรก หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย
หน้าท้องลาย วันนี้เรามาคุยกับคุณผู้หญิง ที่กำลังจะเป็นคุณแม่กันนะคะ ยิ่งวันที่คุณผู้หญิงหรือว่าที่คุณแม่ ใกล้จะเป็นคุณแม่เข้ามามากเท่าไร คุณผู้หญิงก็จะพบกับปัญหาต่างๆมากขึ้นนะคะ แม้เรื่องการแพ้ท้องจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่เรื่องความสวยความงาม ของผิวพรรณบริเวณหน้าท้องสิคะ ที่เป็นปัญหารบกวนใจจนถึงหลังคลอดและตลอดไปอีก หน้าท้องลาย จริงๆแล้วว่าที่คุณแม่หลายท่าน ไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาหรือไม่ได้สังเกต ในตอนที่ลูกน้อยยังอยู่ในครรภ์ เพราะร่องรอยแตกลายต่างๆยังมองเห็นได้ไม่ชัดเจน แต่ยิ่งพอใกล้คลอดและหลังคลอด เมื่อคุณได้ผ่านพ้นความวุ่นวาย ในการดูแลลูกน้อยของคุณในช่วงแรก และมีเวลาให้กับตัวเอง ก็จะพบว่าผิวพรรณบริเวณหน้าท้องของคุณเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและไม่น่ามอง เนื่องจากมีรอยแตกลายและมีสีคล้ำขึ้น จะทำอย่างไรให้ผิวพรรณบริเวณหน้าท้อง กลับคืนสู่สภาพเดิมหน้าท้องลาย

เป็นการยากทีเดียวนะคะ ที่จะให้ผิวพรรณที่แตกลายกลับคืนสู่สภาพผิวปรกติ แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่มีวิธีการใดที่ใช้รักษาได้ผลดีอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาทาหรือรักษาด้วยแสงเลเซอร์ ดังนั้นว่าที่คุณแม่จะต้องพยายามดูแลและป้องกัน ไม่ให้ผิวพรรณบริเวณหน้าท้องของคุณ แตกลายตั้งแต่ขณะลูกน้อยอยู่ในครรภ์ในช่วงแรกๆ จะดีกว่ามาแก้ไขกันภายหลังนะคะ

การทาโลชั่นหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรทาหลังอาบน้ำทันทีนะคะ เมื่อคุณแม่เช็ดตัวหมาดๆแล้ว ให้ทาโลชั่นหรือครีมในทันที เพื่อเก็บความชุ่มชื่นของ ผิวได้มากขึ้น เนื่องจากยังมีน้ำตกค้างบนผิวหนังหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆค่ะ นอกจากหลังอาบน้ำแล้ว ว่าที่คุณแม่ควรทาโลชั่นหรือครีม ให้ความชุ่มชื้นอีกบ่อยๆในระหว่างวันนะคะ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง ของคุณตลอดเวลา โอกาสผิวหนังแตกลายก็จะน้อยลงค่ะ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย ท้องลาย เรื่องใหญ่ของหน้าท้อง90 เปอร์เซ็นต์ของคุณแม่จะท้องลาย

หน้าท้องลาย ท้องลาย เรื่องใหญ่ของหน้าท้อง90 เปอร์เซ็นต์ของคุณแม่จะท้องลาย เรื่องท้องลายก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราก็มีวิธีดูแลตัวเองให้ท้องลายน้อยลง ปกติท้องจะเริ่มลายเมื่ออายุครรภ์ได้ประมาณ 28 สัปดาห์ โดยจะลายมากขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วก็หยุดตอนประมาณ 32 สัปดาห์ หลัง 32 สัปดาห์ ถ้าหายและไม่ลายก็จะไม่ลายอีก หากลายไปแล้วก็จะไม่ค่อยลายมากขึ้น ดังนั้นช่วงนี้แหละครับที่ต้องสนใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ควรดูแลอาหารการกินให้น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ ถ้าน้ำหนักขึ้นเยอะ หน้าท้องจะขยายตัวมากตามไปด้วย ท้องก็จะลายง่าย หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย พยายามหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน เพราะจะทำให้ผิวแห้งมาก ยิ่งทาแป้งก็ยิ่งทำให้ผิวแห้งไปกันใหญ่ ให้ทาครีมบำรุงผิวเป็นดีที่สุด ผิวที่นุ่มชุ่มชื้นย่อมยืดหยุ่นได้ดีกว่าผิวแห้ง ๆ หลังอาบน้ำก่อนนอนก็ให้คุณสามีนี่แหละช่วยทาครีมที่หน้าท้องให้ เรื่องท้องลายนี้ก็ต้องยึดหลักกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะหากปล่อยให้ท้องลายไปแล้ว ไม่ว่าจะทำศัลยกรรมตกแต่งยังไงมันก็ยังลายไม่หายอยู่ดี

3 เดือนหลังคลอด โอกาสทองของความงาม

ในช่วงหลังคลอดน้ำหนักจะลด หุ่นจะลดชัดเจนในสามเดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่ค่อยลดแล้วครับ พอคลอดเสร็จปั๊บก็เริ่มลดน้ำหนักกันได้เลย อันดับแรกคุณแม่ต้องพยายามเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ กินนมแม่อย่างเดียวนี่แหละ เพราะในระหว่างการตั้งครรภ์ อาหารส่วนเกินจะไปสะสมที่ไขมันหน้าท้อง ไขมันต้นขาของคุณแม่เยอะ ตอนให้นมลูกร่างกายจะใช้ไขมันที่สะสมเหล่านี้ไปสร้างน้ำนมด้วย ดังนั้นยิ่งลูกกินนมแม่ไปเท่าไหร่ ก็มีผลพลอยได้ทำให้ไขมันของแม่ลดลงไปด้วยเท่านั้นหน้าท้องลาย

เรื่องอาหารการกินสำคัญ จริง ๆ แล้วน้ำนมจะเยอะหรือน้อยไม่ได้ขึ้นกับอาหารการกินสักเท่าไหร่ กินตั้งเยอะแต่น้ำนมไม่ไหลเลยก็มี น้ำนมเยอะขึ้นอยู่กับการที่ลูกได้ดูดนมอย่างสม่ำเสมอมากกว่า หลังคลอดมีไขมันสะสมตกค้างอยู่ที่หน้าท้องเยอะอยู่แล้ว ยิ่งกินมากยิ่งไปสะสมเพิ่มขึ้น เลยยิ่งอ้วนไปกันใหญ่

หลักสำคัญของการกินอาหารในช่วงหลังคลอดก็แค่ “กินดี แต่ไม่ต้องกินเยอะ” เลือกกินอาหารประเภท โปรตีน ผักสดผลไม้ นมสดพร่องมันเนย และหลีกเลี่ยงอาหารประเภท แป้ง ไขมัน และน้ำตาล กินข้าวน้อยหน่อย กินกับข้าวเยอะหน่อย ไม่กินขนม ของหวาน ของมัน ๆ ทั้งหลาย แค่นี้ก็ช่วยได้พอสมควร

อันสุดท้ายคือ ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากให้ลูกกินนมแม่ดี คุมอาหารดีด้วย น้ำหนักลดลงเท่าตอนที่ยังไม่ท้อง แต่หน้าท้องมันยังไม่สวยเหมือนเดิมอยู่ดี เพราะหนังหน้าท้องมันจะหย่อน แบบนี้เขาเรียกว่า “ผอมแบบสีเทา” ผอมแต่พุงจะโป่งห้อยอยู่ข้างล่าง ถ้าจะให้สวยก็ต้องออกกำลังกายโดยการซิทอัพทุกวัน วันละอย่างน้อย 30 ครั้งครับหน้าท้องลาย

ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็เกร็งหน้าท้องเอาเข่ายกขึ้นมาชนหัวเกร็งไว้สักแป๊บหนึ่ง ทำประมาณ 10 ครั้ง พอตอนเที่ยงและตอนเย็นก็ทำอีกรอบละ 10 ที ถ้าขยันหน่อยก่อนนอนก็อีกสักรอบ เท่ากับวันหนึ่งคุณแม่จะบริหารหน้าท้องได้เยอะพอสมควร ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ กล้ามเนื้อหน้าท้องที่ถูกมดลูกขยายดันออกมาจนหย่อนจะค่อย ๆ ตึงตัวแข็งแรงขึ้นเรื่อ ยๆ หน้าท้องก็จะแบนราบลงเรื่อย ๆ จนแบนแต๊ดแต๋ แบบนี้เขาเรียกว่า “ผอมแบบสิเรียม” และสิ่งสำคัญที่สุดของการออกกำลังกายก็คือ ความตั้งใจตัวเดียวนั่นเองล่ะครับ ส่วนมากที่เห็นห้อย ๆ กันอยู่ทุกวันนี้เพราะทำแค่วันสองวันก็ขี้เกียจทำแล้ว ไปหาสเตย์มาใส่ดีกว่า

ที่จริงผมก็ไม่ชอบให้ใส่สเตย์นะครับ มันเหมือนเป็นการหลอกตัวเอง ที่สำคัญการใส่สเตย์ยังทำให้คนเราไม่กระตือรือร้นที่จะออกกำลังกาย เห็นภายนอกหุ่นดีเป็นที่พอใจก็เลยเลิกบริหารซะเลย ไม่ต้องไปใส่สเตย์มันหรอกครับ ให้เห็นหุ่นตัวเอง ทรมานใจตัวเองดี สุดท้ายก็ทนตัวเองไม่ได้ จำยอมต้องบริหารจนพุงยุบไปเองจนได้ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย สาเหตุของท้องลายโดยสาเหตุของท้องลายส่วนใหญ่

หน้าท้องลาย สาเหตุของท้องลายโดยสาเหตุของท้องลายส่วนใหญ่ นั้นมักจะมีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์ เนื่องจากผิวหนังที่มีการขยายตัวเต็มที่อย่างต่อเนื่องในขณะตั้งครรภ์ เมื่อคลอดแล้วส่งผลให้ผิวหนังยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เกิดรอยแตกลายได้ หรืออาจเกิดขึ้นกับคนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป แล้วมีการลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผิวหนังปรับตัวไม่ทัน จึงเกิดรอยแตกลายที่ท้องได้ หน้าท้องลาย.
หน้าท้องลาย
หน้าท้องลาย วิธีแก้ท้องลายและวิธีรักษาท้องลายแบบแจ่มๆ
1. ครีมบำรุงผิว
เป็นสิ่งจำเป็นในการรักษารอยแตกลายได้เป็นอย่างดี โดยเลือกครีมบำรุงผิวที่มีวิตามินอี รวมทั้งให้ความชุ่มชื่นกับผิวสูง และหมั่นทาบริเวณหน้าท้องเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ วันละหลายๆ รอบ จะช่วยลดเลือนรอยแตกได้เป็นอย่างดี
2. ขัดผิวบ่อยๆหน้าท้องลาย
การขัดผิวเป็นประจำจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเผยเซลล์ผิวใหม่ โดยควรหมั่นขัดผิวเป็นประจำอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จะช่วยให้รอยแตกลายค่อยๆ จางลงได้
3. รับประทานทานวิตามินเสริม
เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถลดเลือนรอยแตกลายได้อย่างเห็นผล โดยการทานวิตามินอีเสริม จะช่วยซ่อมแซมรวมทั้งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนัง แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีควรทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
4. ดื่มน้ำมากๆ หน้าท้องลาย
เนื่องจากน้ำเปล่าจะช่วยคืนความชุ่มชื่นให้กับผิวหนังได้เป็นอย่างดี ดังนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 7 แก้วขึ้นไป
สำหรับคุณแม่หรือสาวๆคนไหนที่มีปัญหาท้องลาย ลองนำวิธีแก้ท้องลายและวิธีรักษาท้องลายทั้ง 4 ข้อไปปฏิบัติดู จะช่วยให้รอยแตกลายค่อยๆจางลง เผยผิวใหม่ที่สวยเนียนใส ไร้ริ้วรอยได้อย่างแน่นอน หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษาไม่ให้ท้องลายนั้น

หน้าท้องลาย สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษาไม่ให้ท้องลายนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองช่วง ซึ่งหากคุณแม่ยังสาวมีการปฏิบัติตัวตามขั้นตอนต่อไปนี้ ก็จะสามารถช่วยลดและรักษาปัญหาท้องลายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย การดูแลรักษาตัวเองก่อนคลอดหน้าท้องลาย

1. เริ่มต้นจากการดูแลผิวหนังบริเวณหน้าท้องของตัวเองให้ดีตั้งแต่ก่อนคลอด ถึงจะบอกว่าบทความชิ้นนี้จะกล่าวถึงวิธีการรักษาอาการท้องลายหลังการคลอดก็ตาม แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษานั้น

ควรเริ่มต้นจากวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดหรือลดความรุนแรงของปัญหาขึ้นมาก่อนจึงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงแรกๆของการตั้งครรภ์ ให้เริ่มทำการทาครีมบำรุงในบริเวณหน้าท้อง โดยต้องไม่ใช่ครีมที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ อาจจะเป็นน้ำมันมะกอก หรือเบบี้โลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง

2. การอาบน้ำในระดับอุณหภูมิห้องช่วยป้องกันการเกิดท้องลายได้ เพราะการอาบน้ำอุ่นมากๆจะยิ่งทำให้ผิวหนังกลายเป็นขุย และทำให้เกิดอาการท้องแตกลายมากยิ่งขึ้นในช่วงท้ายๆก่อนการคลอดบุตร

3. ควรออกกำลังกายในขณะที่อุ้มท้องบ้าง เช่น การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณท้องด้วยการเล่นโยคะ หรือพิลาทิส แต่ควรออกกำลังกายโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ หรือการออกกำลังกายโดยการเกร็งกล้ามเนื้อท้อง หรือแขม่วท้องโดยนับ 1-5 แล้วผ่อนออก วิธีการออกกำลังกายเหล่านี้จะช่วยพยุงมดลูกไม่ให้ไปดันที่ผิวหนังมากนักในขณะตั้งครรภ์ หรืออาจจะใช้วิธีออกกำลังง่ายๆ โดยการเดินวันละประมาณ 5 นาที เป็นต้น

4. ถ้าหากรู้สึกคันบริเวณหน้าท้องโปรดหลีกเลี่ยงการเกา เพราะจะเป็นการทำร้ายผิว ถ้าหากเกิดอาการระคายเคืองควรไปรับยาทาเพื่อแก้อาการคันจากแพทย์จะดีกว่า แต่ถ้ากลัวอดใจให้เกาไม่ได้ก็ให้ทำการตัดเล็บเอาไว้สั้นเสียตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยลดการทำร้ายผิวที่เกิดขึ้นจากการเกาได้หน้าท้องลาย

5. การนองตะแคงในขณะตั้งครรภ์ทำให้เกิดท้องลายได้ง่าย โดยปกติแล้วการนอนตะแคงถือว่าเป็นท่าที่นอนสบายที่สุดของผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่การนอนตะแคงนั้นทำให้ผิวหนังเกิดการดึงรั้งไปในทิศทางเดียวกันมาก แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้หมอนมารรองรับหน้าท้องเอาไว้ ซึ่งจะช่วยทำให้ปัญหาท้องลายลดลง

6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นพื้นฐานของสุขภาพและผิวหนังที่ดี โดยการรับประทานผลไม้ ผักสด ธัญพืช เมล็ดพืชเปลือกแข็ง และถั่วชนิดต่างๆ

7. ค่อยๆเพิ่มน้ำหนักตัวในขณะที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากการเพิ่มน้ำหนักตัวที่รวดเร็วจนเกินไปจะทำให้ผิวหนังมีการยืดหดอย่างรวดเร็วจนเกินพอดี ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ท้องลาย แต่คุณแม่ยังสาวจำเป็นที่จะต้องเพิ่มปริมาณน้ำหนักตัวเพื่อเตรียมพร้อมในการอุ้มท้อง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามการเพิ่มน้ำหนักตัวควรค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉลี่ยแล้วควรเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นอย่างช้าๆ ประมาณ 2 กก. ต่อเดือน หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษาไม่ให้ท้องลาย

 

หน้าท้องลาย สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษาไม่ให้ท้องลาย สามารถแบ่งออกได้เป็นสองช่วง ซึ่งหากคุณแม่ยังสาวมีการปฏิบัติตัวตามขั้นตอนต่อไปนี้ ก็จะสามารถช่วยลดและรักษาปัญหาท้องลายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย การดูแลรักษาตัวเองก่อนคลอด

1. เริ่มต้นจากการดูแลผิวหนังบริเวณหน้าท้องของตัวเองให้ดีตั้งแต่ก่อนคลอด ถึงจะบอกว่าบทความชิ้นนี้จะกล่าวถึงวิธีการรักษาอาการท้องลายหลังการคลอดก็ตาม แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษานั้น

ควรเริ่มต้นจากวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดหรือลดความรุนแรงของปัญหาขึ้นมาก่อนจึงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงแรกๆของการตั้งครรภ์ ให้เริ่มทำการทาครีมบำรุงในบริเวณหน้าท้อง โดยต้องไม่ใช่ครีมที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ อาจจะเป็นน้ำมันมะกอก หรือเบบี้โลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง

2. การอาบน้ำในระดับอุณหภูมิห้องช่วยป้องกันการเกิดท้องลายได้ เพราะการอาบน้ำอุ่นมากๆจะยิ่งทำให้ผิวหนังกลายเป็นขุย และทำให้เกิดอาการท้องแตกลายมากยิ่งขึ้นในช่วงท้ายๆก่อนการคลอดบุตรหน้าท้องลาย

3. ควรออกกำลังกายในขณะที่อุ้มท้องบ้าง เช่น การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณท้องด้วยการเล่นโยคะ หรือพิลาทิส แต่ควรออกกำลังกายโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ หรือการออกกำลังกายโดยการเกร็งกล้ามเนื้อท้อง หรือแขม่วท้องโดยนับ 1-5 แล้วผ่อนออก วิธีการออกกำลังกายเหล่านี้จะช่วยพยุงมดลูกไม่ให้ไปดันที่ผิวหนังมากนักในขณะตั้งครรภ์ หรืออาจจะใช้วิธีออกกำลังง่ายๆ โดยการเดินวันละประมาณ 5 นาที เป็นต้น

4. ถ้าหากรู้สึกคันบริเวณหน้าท้องโปรดหลีกเลี่ยงการเกา เพราะจะเป็นการทำร้ายผิว ถ้าหากเกิดอาการระคายเคืองควรไปรับยาทาเพื่อแก้อาการคันจากแพทย์จะดีกว่า แต่ถ้ากลัวอดใจให้เกาไม่ได้ก็ให้ทำการตัดเล็บเอาไว้สั้นเสียตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยลดการทำร้ายผิวที่เกิดขึ้นจากการเกาได้

5. การนองตะแคงในขณะตั้งครรภ์ทำให้เกิดท้องลายได้ง่าย โดยปกติแล้วการนอนตะแคงถือว่าเป็นท่าที่นอนสบายที่สุดของผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่การนอนตะแคงนั้นทำให้ผิวหนังเกิดการดึงรั้งไปในทิศทางเดียวกันมาก แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้หมอนมารรองรับหน้าท้องเอาไว้ ซึ่งจะช่วยทำให้ปัญหาท้องลายลดลง

6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นพื้นฐานของสุขภาพและผิวหนังที่ดี โดยการรับประทานผลไม้ ผักสด ธัญพืช เมล็ดพืชเปลือกแข็ง และถั่วชนิดต่างๆ

7. ค่อยๆเพิ่มน้ำหนักตัวในขณะที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากการเพิ่มน้ำหนักตัวที่รวดเร็วจนเกินไปจะทำให้ผิวหนังมีการยืดหดอย่างรวดเร็วจนเกินพอดี ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ท้องลาย แต่คุณแม่ยังสาวจำเป็นที่จะต้องเพิ่มปริมาณน้ำหนักตัวเพื่อเตรียมพร้อมในการอุ้มท้อง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามการเพิ่มน้ำหนักตัวควรค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉลี่ยแล้วควรเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นอย่างช้าๆ ประมาณ 2 กก. ต่อเดือน

การดูแลรักษาตัวเองหลังคลอด
1. การใช้ครีมทาผิวหลังการคลอด หน้าท้องลาย มีผลวิจัยว่า ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากโกโตโคลา วิตามินอี และคอลาเจนไฮโดราไลเสท มีคุณสมบัติในการช่วยลดการแตกลายของหน้าท้องได้ ในกรณีที่มีอาการท้องลายไม่มากนัก สามารถใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ทาเพื่อช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้

2. เสริมสร้างคอลลาเจนด้วยวิตามินอี ซึ่งจะช่วยทำการซ่อมแซมเซลล์ผิว ทำให้ริ้วรอยที่หน้าท้องจางลง โดยการรับประทานวิตามินอีวันละ 1 เม็ด หรือทำการนวดบริเวณหน้าท้องด้วยน้ำมันที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เช่น น้ำมันจมูกข้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอัลมอนด์ ไขมันจากเมล็ดโกโก้ หรือที่เรียกกันว่าเนยโกโก้ เป็นต้น

3. ดื่มน้ำในระหว่างวันมากๆ นอกจากน้ำสะอาดแล้ว ยังควรดื่มชาเขียว ชาสมุนไพร น้ำผักและน้ำผลไม้ เพื่อเป็นการช่วยคืนความชุ่มชื้น ป้องกันรอยแตกของผิวได้เป็นอย่างดี

การเลือกผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ทีสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องลายหลังคลอด
อย่างที่ได้นำเสนอไปแล้วในตอนต้นว่า การแก้ไขปัญหาท้องลายหลังการคลอดนั้นเป็นสิ่งที่ยาก และจำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างจะยาวนานให้ร่างกายของคนเราเกิดกระบวนการเยียวยาตัวเองตามธรรมชาติ แต่คุณก็สามารถที่จะเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองเหล่านั้นให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นได้ ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวที่มีความเหมาะสมกับปัญหาโดยเฉพาะ อย่างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระชับผิวหนัง เสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน รวมไปถึงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ผิวที่แตกลายหลังคลอดเกิดการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเหมาะสมมากที่สุด นอกจากนี้ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ควรที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก เพื่อให้ผิวที่บอบางหลังคลอดที่กำลังอยู่ในช่วงการฟื้นฟูตัวเองนั้น ไม่ได้รับผลกระทบที่มากจนเกินไปนัก หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษาไม่ให้ท้องลายนั้น

หน้าท้องลาย สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษาไม่ให้ท้องลายนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองช่วง ซึ่งหากคุณแม่ยังสาวมีการปฏิบัติตัวตามขั้นตอนต่อไปนี้ ก็จะสามารถช่วยลดและรักษาปัญหาท้องลายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย การดูแลรักษาตัวเองก่อนคลอดหน้าท้องลาย

1. เริ่มต้นจากการดูแลผิวหนังบริเวณหน้าท้องของตัวเองให้ดีตั้งแต่ก่อนคลอด ถึงจะบอกว่าบทความชิ้นนี้จะกล่าวถึงวิธีการรักษาอาการท้องลายหลังการคลอดก็ตาม แต่วิธีที่ดีที่สุดในการรักษานั้น

ควรเริ่มต้นจากวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดหรือลดความรุนแรงของปัญหาขึ้นมาก่อนจึงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงแรกๆของการตั้งครรภ์ ให้เริ่มทำการทาครีมบำรุงในบริเวณหน้าท้อง โดยต้องไม่ใช่ครีมที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ อาจจะเป็นน้ำมันมะกอก หรือเบบี้โลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง

2. การอาบน้ำในระดับอุณหภูมิห้องช่วยป้องกันการเกิดท้องลายได้ เพราะการอาบน้ำอุ่นมากๆจะยิ่งทำให้ผิวหนังกลายเป็นขุย และทำให้เกิดอาการท้องแตกลายมากยิ่งขึ้นในช่วงท้ายๆก่อนการคลอดบุตร

3. ควรออกกำลังกายในขณะที่อุ้มท้องบ้าง เช่น การบริหารกล้ามเนื้อบริเวณท้องด้วยการเล่นโยคะ หรือพิลาทิส แต่ควรออกกำลังกายโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ หรือการออกกำลังกายโดยการเกร็งกล้ามเนื้อท้อง หรือแขม่วท้องโดยนับ 1-5 แล้วผ่อนออก วิธีการออกกำลังกายเหล่านี้จะช่วยพยุงมดลูกไม่ให้ไปดันที่ผิวหนังมากนักในขณะตั้งครรภ์ หรืออาจจะใช้วิธีออกกำลังง่ายๆ โดยการเดินวันละประมาณ 5 นาที เป็นต้นหน้าท้องลาย

4. ถ้าหากรู้สึกคันบริเวณหน้าท้องโปรดหลีกเลี่ยงการเกา เพราะจะเป็นการทำร้ายผิว ถ้าหากเกิดอาการระคายเคืองควรไปรับยาทาเพื่อแก้อาการคันจากแพทย์จะดีกว่า แต่ถ้ากลัวอดใจให้เกาไม่ได้ก็ให้ทำการตัดเล็บเอาไว้สั้นเสียตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยลดการทำร้ายผิวที่เกิดขึ้นจากการเกาได้

5. การนองตะแคงในขณะตั้งครรภ์ทำให้เกิดท้องลายได้ง่าย โดยปกติแล้วการนอนตะแคงถือว่าเป็นท่าที่นอนสบายที่สุดของผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่การนอนตะแคงนั้นทำให้ผิวหนังเกิดการดึงรั้งไปในทิศทางเดียวกันมาก แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้หมอนมารรองรับหน้าท้องเอาไว้ ซึ่งจะช่วยทำให้ปัญหาท้องลายลดลงหน้าท้องลาย

6. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นพื้นฐานของสุขภาพและผิวหนังที่ดี โดยการรับประทานผลไม้ ผักสด ธัญพืช เมล็ดพืชเปลือกแข็ง และถั่วชนิดต่างๆ

7. ค่อยๆเพิ่มน้ำหนักตัวในขณะที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากการเพิ่มน้ำหนักตัวที่รวดเร็วจนเกินไปจะทำให้ผิวหนังมีการยืดหดอย่างรวดเร็วจนเกินพอดี ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ท้องลาย แต่คุณแม่ยังสาวจำเป็นที่จะต้องเพิ่มปริมาณน้ำหนักตัวเพื่อเตรียมพร้อมในการอุ้มท้อง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามการเพิ่มน้ำหนักตัวควรค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉลี่ยแล้วควรเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นอย่างช้าๆ ประมาณ 2 กก. ต่อเดือน หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย เชื่อว่าคงไม่มีใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดีตลอดจนไม่เคยมีปัญหาผิวหรอกค่ะ

หน้าท้องลาย เชื่อว่าคงไม่มีใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดีตลอดจนไม่เคยมีปัญหาผิวหรอกค่ะ อย่างน้อยก็ต้องมีผดผื่นหรือริ้วรอยอื่น ๆ ที่คอยทำให้รำคาญใจบ้างแหละ ยิ่งสาว ๆ คนไหนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและไม่ค่อยดูแลเรื่องการกินอาหารให้ดี จนเกิดการอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจเกิดรอยแตกลายปรากฏขึ้นบนผิวหนังได้ หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมได้นำ 10 วิธีรักษาผิวแตกลายแบบง่าย ๆ มาฝากค่ะ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย

ออกกำลังกาย

แน่นอนอยู่แล้ว ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้

ควบคุมอาหาร

หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง อาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้ ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย

ผิวแตกลาย

กินไข่ขาว

ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วย

ขัดด้วยสครับน้ำตาล

สาว ๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วแหละว่าคุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลายด้วยนะคะ แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุด ๆ เลยเนอะ

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์

สำหรับคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ที่กลัวผิวแตกลายหลังคลอด ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟา ไฮดรอกซี่ (AHA) และวิตามินเอมาทาและนวด ๆ ตรงบริเวณท้องวันละ 2 ครั้งทุกวัน จะช่วยไม่ให้เกิดการแตกลายบนหนังท้องได้

ผิวแตกลายหน้าท้องลาย

ดื่มน้ำเยอะ ๆ

หากต้องการให้ผิวนุ่มยืดหยุ่นและไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ มากวนใจ ให้คุณฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วหรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียดหน้าท้องลาย

ใช้ครีมบำรุงที่จ่ายโดยแพทย์

ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าครีมบำรุงที่ใช้อยู่จะเหมาะกับผิวหรือจะได้ผลจริงหรือไม่ ให้ลองปรึกษาแพทย์ผิวหนังดูก็ได้นะคะ แต่ครีมที่แพทย์จ่ายมาควรจะมีส่วนผสมของวิตามินเอ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและความยืดหยุ่นในผิวด้วย

ใช้น้ำมันจากธรรมชาติหน้าท้องลาย

รู้หรือไม่ว่า พวกน้ำมันจากธรรมชาตินี่แหละที่เป็นไอเทมบำรุงผิวที่ดีมาก ๆ เพราะมันสามารถช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันผิวแตกลายได้ น้ำมันธรรมชาติที่สาว ๆ หลายคนนิยมเลือกมาบำรุงผิวแตกลาย ก็คงจะเป็นน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวใช่ไหมล่ะคะ แต่นอกจากนี้คุณสามารถเลือกน้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันอัลมอนด์, น้ำมันอะโวคาโด และน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์มาบำรุงผิวแตกลายได้ด้วย

ผิวแตกลาย

น้ำมะนาว

น้ำมะนาวเป็นกรดธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้ดีเท่ากับการรักษาสิวและรอยแผลเป็น มันจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้อาการแตกลายบนผิวหายไปได้อย่างรวดเร็ว

เลเซอร์รักษารอยแตกลาย

สำหรับสาว ๆ ที่ใจร้อนอยากให้ปัญหาผิวแตกลายหายไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะเลือกทำ Fraxel Laser เพื่อแก้ปัญหาผิวแตกลายก็ได้นะคะ แต่การทำครั้งเดียวก็คงไม่เห็นผล ควรจะทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งจนกว่ารอยแตกลายจะค่อย ๆ หายไป ซึ่งวิธีนี้อาจจะเหมาะกับผู้ที่มีงบทำสวยมากหน่อย เพราะราคาการทำเลเซอร์ก็แพงใช่เล่นเลยนะ หน้าท้องลาย.