วิธีลดรอยดําจากสิว สิวอาจเป็นสภาพของผิวที่ทำให้คุณเจ็บปวดและอับอายได้

วิธีลดรอยดําจากสิว สิวอาจเป็นสภาพของผิวที่ทำให้คุณเจ็บปวดและอับอายได้ นอกจากนี้แผลเป็นที่มันได้ทิ้งไว้ให้ ก็เป็นสิ่งย้ำเตือนความทรงจำสิวๆ ที่คุณไม่ได้ยินดีต้อนรับเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่รอยแผลเป็นจากสิวจะเลือนหายไปเองหลังเวลาผ่านไปได้หลายเดือนก็ตาม แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่คุณสามารถทำได้ เพื่อช่วยเร่งกระบวนการนั้น และเพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดการสร้างเม็ดสีของแผลเป็นมากเกินไปกว่าที่เป็นอยู่ จริงอยู่ที่คุณไม่สามารถทำให้รอยสิวหายวับไปได้ภายในคืนเดียว แต่เคล็ดลับข้อแนะนำเกี่ยวกับการรักษา ผลิตภัณฑ์ ทรีทเมนต์ และสกินแคร์ต่างๆ ที่มีบอกไว้ด้านล่างนี้ จะทำให้เกิดความแตกต่างที่สังเกตเห็นได้เมื่อเวลาผ่านไปได้สักระยะหนึ่งแน่นอน สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ แค่มองหาวิธีการที่ใช่สำหรับประเภทผิวของคุณเองเท่านั้น วิธีลดรอยดําจากสิว.

วิธีลดรอยดําจากสิว
วิธีลดรอยดําจากสิว ใช้วิธีรักษาแบบธรรมชาติ
ทาน้ำมะนาวสด. น้ำมะนาวมีคุณสมบัติขัดฟอกผิวตามธรรมชาติ และสามารถช่วยให้สีของแผลเป็นจากสิวอ่อนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณผสมน้ำมะนาวกับน้ำในอัตราส่วนที่เท่ากัน แล้วนำมาทาบนรอยแผลเป็นทั้งหลาย และหลีกเลี่ยงบริเวณผิวหนังโดยรอบ จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 15-20 นาที ให้ล้างออก หรือคุณอาจจะปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนแบบมาส์กก็ได้ แต่การทิ้งไว้ข้ามคืนไม่ใช่วิธีที่แนะนำเพื่อทำให้รอยสิวสีจางลง เนื่องจากน้ำมะนาวมีค่าความเป็นกรดด่าง (pH) คือ 2 แต่ของผิวหนังคือ 4.0-7.0 ดังนั้นหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปหรือไม่ได้ทำให้เจือจางก่อน จะสามารถก่อให้เกิดภาวะผิวไหม้จากเคมีได้ น้ำผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ ประกอบไปด้วยสารเคมีที่เรียกว่า เบอร์แกพเทน (Bergapten) ซึ่งจะไปผูกติดกับ DNA และทำให้ผิวหนังถูกทำลายโดยรังสี UV ได้ง่ายกว่าเดิมวิธีลดรอยดําจากสิว
จำไว้ว่าให้เติมความชุ่มชื้นแก่ผิวทันทีหลังจากล้างน้ำมะนาวออกแล้ว เนื่องจากกรดซิตริกในมะนาวสามารถทำให้ผิวแห้งได้อย่างมาก
น้ำมะนาวพันธุ์ลูกสีเขียวที่มีขนาดเล็กกว่า (lime ซึ่งมีกรดซิตริกเช่นกัน) ในปริมาณเพียงเล็กน้อย สามารถนำมาใช้แทนน้ำมะนาวพันธุ์ลูกสีเหลืองที่มีขนาดใหญ่กว่า (lemon) ได้เลย

ขัดผิวหน้าด้วยผงฟู. ผงฟูสามารถนำมาใช้ขัดผิวและลดขนาดรอยแผลเป็นจากสิวได้ ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือ ผสมผงฟู 1 ช้อนชาเข้ากับน้ำ 2 ช้อนชา นำมาทาทั่วทั้งใบหน้าแล้วนวดวนๆ ให้ผงฟูเข้ากับผิวหน้า โดยเน้นบริเวณที่มีรอยแผลเป็นสัก 2 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นแล้วซับผิวให้แห้ง ไม่แนะนำวิธีนี้สำหรับรักษาหรือทำให้รอยสิวหรือสิวที่ยังอักเสบอยู่หายไป เนื่องจากค่า pH ของผงฟูคือ 7.0 ซึ่งนับว่าเป็นกลางกับค่า pH ของผิวหนังเกินไป ทั้งนี้ค่า pH ของผิวหนังที่ดีที่สุดอยู่ที่ระหว่าง 4.7-5.5 ซึ่งไม่เอื้อต่อการเกิดสิวประเภท p. acne (สิวส่วนใหญ่ที่มีแบคทีเรียเป็นต้นเหตุ) ฉะนั้นการเพิ่มค่า pH ให้เป็นกลางมากขึ้น สิวประเภทดังกล่าวก็จะสามารถอยู่รอดบนหน้าของคุณได้นานขึ้น รวมถึงเกิดการติดเชื้อและอักเสบได้มากขึ้นอีกด้วย[1]
คุณอาจใช้ส่วนผสมของผงฟูกับน้ำ เพื่อรักษาแบบเฉพาะจุดได้เช่นกัน โดยทาบนบริเวณรอยแผลเป็นโดยตรง แล้วปล่อยทิ้งไว้ 10-15 นาทีก่อนจะล้างออก

ใช้น้ำผึ้ง. น้ำผึ้งคือยารักษาจากธรรมชาติสำหรับขจัดสิวและลดรอยแดงที่สิวทิ้งไว้ ที่น้ำผึ้งทำเช่นนี้ได้ก็เพราะในน้ำผึ้งมีสารต้านแบคทีเรีย ซึ่งจะช่วยปลอบประโลมผิวและลดการอักเสบ น้ำผึ้งสดไม่ผ่านกระบวนการหรือน้ำผึ้งมานูกาเป็นน้ำผึ้งที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด สามารถนำมาแต้มได้โดยตรงที่บริเวณแผลเป็นโดยใช้คอตตอนบัด
น้ำผึ้งเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากน้ำผึ้งไม่มีสารก่อความระคายเคือง และยังต่างไปจากยารักษาอื่นๆ ที่จะทำให้ผิวแห้ง เพราะน้ำผึ้งจะมอบความชุ่มชื้นแก่ผิว
หากคุณหาซื้อผงไข่มุกได้ (ซึ่งสามารถพบได้ตามร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพหรือตามอินเทอร์เน็ต) ก็สามารถนำผงไข่มุกปริมาณเพียงเล็กน้อยมาผสมกับน้ำผึ้ง เพื่อให้ได้ทรีทเมนต์ที่มีฤทธิ์ในการรักษามากขึ้น เพราะผงไข่มุกน่าจะช่วยลดการอักเสบและทำให้รอยสิวจางลงได้

ทดลองใช้ว่านหางจระเข้. วุ้นของว่านหางจระเข้คือสิ่งที่มีฤทธิ์ปลอบประโลมผิวตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำมาใช้บรรเทารักษาได้หลายอย่าง ตั้งแต่แผลไฟไหม้ แผลสด ไปจนถึงแผลเป็นจากสิว ว่านหางจระเข้จะช่วยฟื้นฟู ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และเร่งให้รอยสิวจางหายไป ผลิตภัณฑ์จากว่านหางจระเข้หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป แต่ถ้าให้ดีที่สุด ควรซื้อต้นว่านหางจระเข้แล้วใช้วุ้นจากใบที่หักแล้ว เจ้าวุ้นที่มีลักษณะเหมือนเจลนี้สามารถนำมาทาที่แผลเป็นได้โดยตรงและไม่จำเป็นต้องล้างออกวิธีลดรอยดําจากสิว
เพื่อให้ได้ฤทธิ์การรักษาที่เข้มข้นขึ้น คุณสามารถผสมน้ำมันทีทรี (ซึ่งช่วยให้ผิวกระจ่างใส) ลงไปในวุ้นว่านหางจระเข้ก่อนนำไปทาผิว

ใช้น้ำแข็งก้อน. การใช้น้ำแข็งเป็นวิธีรักษาที่ทำได้ที่บ้าน แถมยังง่ายสุดๆ ซึ่งสามารถช่วยให้รอยสิวจางลงด้วยการปลอบโยนผิวที่อักเสบและลดรอยแดง เวลาจะใช้ ให้คุณห่อน้ำแข้งก้อนด้วยผ้าสะอาดหรือทิชชูอย่างหนาแผ่นหนึ่ง แล้วประคบบริเวณที่มีแผลเป็นสัก 1 หรือ 2 นาที จนกว่าผิวบริเวณดังกล่าวจะรู้สึกชา
แทนที่จะทำน้ำแข็งจากน้ำธรรมดา คุณสามารถนำน้ำชาเขียวเข้มข้นมาใส่ถาดทำน้ำแข็งแล้วนำน้ำแข็งชาที่ได้มาประคบบริเวณรอยสิว ในชาเขียวมีสารต้านการอักเสบ ซึ่งไปเสริมฤทธิ์กับความเย็นของน้ำแข็ง

ทำยาพอกจากไม้แก่นจันทน์. เป็นที่รู้กันดีว่าไม้แก่นจันทน์มีสรรพคุณในการรักษาผิว อีกทั้งยังสามารถจัดเตรียมไว้ใช้ได้ง่ายๆ ที่บ้าน เพียงคุณผสมผงไม้แก่นจันทน์ 1 ช้อนโต๊ะเข้ากับน้ำดอกกุหลาบหรือนมสัก 2-3 หยดเพื่อทำเป็นยาพอก จากนั้นนำมาทาบริเวณแผลเป็นแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนล้างออก ทำเช่นนี้ซ้ำกันทุกวันจนกว่าแผลเป็นจะหายไป
อีกทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถผสมผงไม้แก่นจันทน์กับน้ำผึ้งปริมาณเล็กน้อย แล้วใช้ยาพอกที่ได้ในการลดรอยแผลเป็นเฉพาะจุดก็ได้

ลองใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล. เมื่อใช้ไปได้สักระยะหนึ่ง น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลจะช่วยจัดสมดุลค่า pH ของผิวคุณ ปรับปรุงสภาพผิว แล้วยังช่วยลดรอยแดงและรอยแผลเป็นต่างๆ อีกด้วย เวลาจะใช้ให้คุณเจือจางน้ำส้มสายชูนี้ด้วยน้ำ โดยให้น้ำมีปริมาณมากกว่าน้ำส้มสายชูสองเท่า แล้วนำมาทาบริเวณแผลเป็นโดยใช้สำลีก้อนทุกวัน จนกว่าแผลเป็นจะเริ่มหายไป วิธีลดรอยดําจากสิว.

วิธีลดรอยดําจากสิว ก่อนจะลงมือทำทุกวิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้

วิธีลดรอยดําจากสิว ก่อนจะลงมือทำทุกวิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้ ควรเริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาดก่อน ล้างครีม และเครื่องสำอางต่างๆ บนหน้าออกให้หมด จากนั้น จึงนำผ้าขนหนูสะอาดๆ มาซับหน้าเบาๆ ให้แห้งวิธีลดรอยดําจากสิวนั้น มีดังต่อไปนี้ วิธีลดรอยดําจากสิว.

วิธีลดรอยดําจากสิว

วิธีลดรอยดําจากสิว

1.หอมแดง เป็นวิธีลดรอยดําจากสิวที่น่าสนใจ ด้วยการใช้สมุนไพรไทย ที่เป็นของที่มีอยู่ในครัวอยู่แล้วแทบทุกบ้าน เพื่อใช้นำมาทำอาหาร แต่สรรพคุณอีกอย่างหนึ่งของหอมแดงที่น่าสนใจ นั่นคือ สารในหอมแดงสามารถช่วยในการลดรอยดำจากสิวได้ด้วย เพราะในหอมแดง จะมีสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว และนอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วยวิธีลดรอยดําจากสิว

วิธีการใช้ นำหอมแดงมาปอกเปลือก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นบางๆ เอาที่เป็นน้ำมาแตะเบาๆ บริเวณที่เป็นแผลสิว แต่อาจจะต้องทนแสบตานิดหน่อย ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน รอยดำจากสิวก็จะค่อยๆจางลงไปเอง

2.มะเขือเทศ ไม่เพียงแต่เป็นผักที่ทรงคุณค่า ในเรื่องสารอาหารเท่านั้น เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีสูงมาก จึงไม่แค่ให้ประโยชน์ เมื่อนำมารับประทานเท่านั้น แต่ก็ยังมีประโยชน์ในการช่วยลดแผลสิวได้อีกด้วยวิธีลดรอยดําจากสิว

วิธีการใช้ นำมะเขือเทศสด ฝานเป็นชิ้นบางๆ แล้วเอามาวางบริเวณที่เป็นรอยสิว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงล้างออก หรืออาจจะนำผลอะโวคาโด้ มาปั่นรวมกับมะเขือเทศ ให้ละเอียดเข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้า ก็จะช่วยให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความสดชื่นกับผิวหน้า สมานรอยแผล ลดรอยแผลเป็นจากสิว ให้ค่อยๆ ดีขึ้นได้

3.แอปเปิ้ล ผลไม้รสชาติอร่อย มีวิตามินหลายชนิด เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณในการลดแผลสิวได้ แถมยังช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น สดใสด้วย

วิธีการใช้ นำแอปเปิ้ล (อาจจะใช้แอปเปิ้ลเขียวก็ได้) ผ่าเป็นซีก ผสมกับน้ำผึ้งแท้ 1-2 ช้อนโต๊ะ นำมาใส่เครื่องปั่น จนรวมกันเป็นเนื้อเดียว จากนั้น ทาแอปเปิ้ลให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงล้างออก วิตามินในแอปเปิ้ล และสรรพคุณของน้ำผึ้งนั้น มีคุณสมบัติช่วยสมานแผลได้ดี

4.มะละกอ ผลไม้ที่ให้ประโยชน์มากมาย ไม่ใช่แค่เอามารับประทานแบบสดๆ หรือนำมาทำอาหารอย่างส้มตำ หรือแกงส้ม ได้เพียงเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหาร และแร่ธาตุหลายชนิด

วิธีการใช้ นำมะละกอ (เลือกเอาลูกที่สุกแล้ว) มาปอกเปลือก และล้างยางออกให้สะอาด แล้วนำมะละกอมาบด จนกระทั่งละเอียด จึงนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

5.มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยว ที่ปกติเรานำมาทำเป็นเครื่องปรุงรสอาหาร หรือเอามาทำเครื่องดื่ม มะนาวมีวิตามินซีสูง และยังมีความเป็นกรดอ่อนๆ หากแต้มเป็นประจำ จะช่วยทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอก ช่วยลดรอยดําจากสิวให้จางเร็วขึ้นวิธีลดรอยดําจากสิว.