ผิวแตกลาย อยากรักษาผิวแตกลายให้หายต้องทําไง?

ผิวแตกลาย อยากรักษาผิวแตกลายให้หายต้องทําไง? แม้ว่าการดูแลรักษาปัญหาผิวแตกลายอาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ค่อนข้างสูง แต่วันนี้เรามีวิธีรักษาผิวแตกลายง่ายๆจากสมุนไพรใกล้ตัว ที่รับรองว่าได้ผลดี และไร้สารเคมีอันตรายอีกด้วยค่ะ ผิวแตกลาย.

 

ผิวแตกลาย

ผิวแตกลาย สำหรับสาวๆที่อยากแก้ไขปัญหาผิวพรรณ แต่ไม่อยากเปลืองตัง สามารถทำได้ตามวิธีดังต่อไปนี้ค่ะผิวแตกลาย

1. มันฝรั่ง อันดับแรกนำมันฝรั่งสดมา 1 หัว จากนั้นนำไปปอกเปลือก แล้วล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำมันฝรั่งที่ได้ไปบดให้ละเอียด แล้วนำมาทาบลงบริเวณผิวหนังที่แตกลาย ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด วิธีนี้ขอบอกเลยว่าได้ผลเฉพาะคนที่ผิวเริ่มแตกลายนะคะ และอาจต้องใช้เวลาในการทำนานพอสมควร แต่ก็เป้นวิธีที่ปลอดภัย และสามารถทำได้เองจากที่บ้านค่ะ

2. น้ำตาล บางครั้งของในครัวก็ช่วยเรื่องความสวยความงามได้มากจริงๆค่ะ สำหรับวิธีใช้น้ำตาลลดปัญหาผิวแตกลายนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำน้ำตาลไปผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว โดยผสมในสัดส่วนที่พอเหมาะ คืออย่าให้เหลวหรือแห้งจนเกินไป เมื่อได้สครับตามสูตรลดผิวแตกลายแล้ว ก็นำเอาส่วนผสมที่ได้มาขัดเบาๆบริเวณผิวที่แตกลาย พยายามทำให้ได้สักอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ทำไปเรื่อยๆจนกว่ารอยแตกจะค่อยๆจางลงไป แนะนำว่าควรทำควบคู่กับการทาครีมรักษาผิวแตกลายจะได้ผลดีมากๆค่ะผิวแตกลาย

3. น้ำมะนาว ใครจะไปรู้ว่าปัญหาผิวแตกลายสามารถรักษาให้ค่อยๆจางหายได้ด้วยน้ำมะนาวเปรี้ยวๆ เพียงแค่คุณใช้สำลีชุบน้ำมะนาวแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นผิวแตกลายทุกวัน กรดธรรมชาติในน้ำมะนาวจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แลยังช่วยให้บริเวณผิวหนังที่แตกลายค่อยๆจางลงอย่างช้าๆ สำหรับคนใจร้อนอยากหายเร็วแนะนำว่าควรใช้ครีมทารักษาควบคู่กับการทาด้วยน้ำมะนาวจะได้ผลลัพท์ที่ดีและเห็นผลเร็วขึ้นค่ะผิวแตกลาย

4. น้ำมันละหุ่ง อีกหนึ่งเคล็ดลับการรักษาผิวแตกลายด้วยวิธีจากธรรมชาติที่น่าลองไม่แพ้วิธีอื่นๆเลยค่ะ เพียงแค่คุณนำมันละหุ่งมาทาบริเวณผิวที่มีการแตกลาย จากนั้นก็ค่อยๆนวดเบาๆไปสักประมาณ 5-10 นาที หลังจากนั้นก็ใช้แผ่นความร้อน หรือผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆนำมาวางทาบในบริเวณที่นวดดังกล่าว แล้วปล่อยทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที เมื่อครบก็เช็ดทำความสะอาดก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

สำหรับวิธีแก้ปัญหาผิวแตกลายด้วยน้ำมันละหุ่งนั้น ขอแนะนำว่าคุณควรทำซ้ำได้ทุกวัน จนกว่ารอยผิวแตกลายจะค่อยๆลดเลือน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน จึงจะสามารถเห็นผลที่ชัดเจน ฉะนั่นอย่าเพิ่งท้อไปก่อนนะคะ

5. ว่านหางจระเข้ อีกหนึ่งสมุนไพรใกล้ตัวที่ช่วยรักษาผิวแตกลายได้ดีนักแล เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพนั่นเอง สำหรับวิธีทำก็เพียงแค่นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นก็ล้างจนเหลือแต่วุ้นขาวๆ แล้วนำมาทาลงไปบริเวณที่มีปัญหาผิวแตกลาย แนะนำว่าควรทำเป็นประจำทุกเช้าเย็น แล้วผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลงไปในที่สุดค่ะ ผิวแตกลาย.

ผิวแตกลาย ปัญหาผิวหนังที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆกันมากพอสมควร

ผิวแตกลาย ปัญหาผิวหนังที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆกันมากพอสมควร โดยเฉพาะสาวๆที่เคยอ้วนมาก่อนแล้วจู่ๆก็ผอมลงแบบรวดเร็ว แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาก็คงหนีไม่พ้นผิวแตกลายตามแขน ขา น่อง หน้าท้อง รวมไปถึงส่วนอื่นๆของร่างกาย วันนี้เรามีเคล็ดลับสำหรับการลดรอยแตกลายตามผิวหนังมาฝากทุกคนกันค่ะ ผิวแตกลาย.

ผิวแตกลาย

ผิวแตกลาย อยากรักษาผิวแตกลายให้หายต้องทําไง? แม้ว่าการดูแลรักษาปัญหาผิวแตกลายอาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ค่อนข้างสูง แต่วันนี้เรามีวิธีรักษาผิวแตกลายง่ายๆจากสมุนไพรใกล้ตัว ที่รับรองว่าได้ผลดี และไร้สารเคมีอันตรายอีกด้วยค่ะ สำหรับสาวๆที่อยากแก้ไขปัญหาผิวพรรณ แต่ไม่อยากเปลืองตัง สามารถทำได้ตามวิธีดังต่อไปนี้ค่ะ

1. มันฝรั่ง อันดับแรกนำมันฝรั่งสดมา 1 หัว จากนั้นนำไปปอกเปลือก แล้วล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำมันฝรั่งที่ได้ไปบดให้ละเอียด แล้วนำมาทาบลงบริเวณผิวหนังที่แตกลาย ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด วิธีนี้ขอบอกเลยว่าได้ผลเฉพาะคนที่ผิวเริ่มแตกลายนะคะ และอาจต้องใช้เวลาในการทำนานพอสมควร แต่ก็เป้นวิธีที่ปลอดภัย และสามารถทำได้เองจากที่บ้านค่ะผิวแตกลาย

2. น้ำตาล บางครั้งของในครัวก็ช่วยเรื่องความสวยความงามได้มากจริงๆค่ะ สำหรับวิธีใช้น้ำตาลลดปัญหาผิวแตกลายนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ ผิวแตกลายเพียงแค่นำน้ำตาลไปผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว โดยผสมในสัดส่วนที่พอเหมาะ คืออย่าให้เหลวหรือแห้งจนเกินไป เมื่อได้สครับตามสูตรลดผิวแตกลายแล้ว ก็นำเอาส่วนผสมที่ได้มาขัดเบาๆบริเวณผิวที่แตกลาย พยายามทำให้ได้สักอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ทำไปเรื่อยๆจนกว่ารอยแตกจะค่อยๆจางลงไป แนะนำว่าควรทำควบคู่กับการทาครีมรักษาผิวแตกลายจะได้ผลดีมากๆค่ะ

3. น้ำมะนาว ใครจะไปรู้ว่าปัญหาผิวแตกลายสามารถรักษาให้ค่อยๆจางหายได้ด้วยน้ำมะนาวเปรี้ยวๆ เพียงแค่คุณใช้สำลีชุบน้ำมะนาวแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นผิวแตกลายทุกวัน กรดธรรมชาติในน้ำมะนาวจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แลยังช่วยให้บริเวณผิวหนังที่แตกลายค่อยๆจางลงอย่างช้าๆ สำหรับคนใจร้อนอยากหายเร็วแนะนำว่าควรใช้ครีมทารักษาควบคู่กับการทาด้วยน้ำมะนาวจะได้ผลลัพท์ที่ดีและเห็นผลเร็วขึ้นค่ะผิวแตกลาย

4. น้ำมันละหุ่ง อีกหนึ่งเคล็ดลับการรักษาผิวแตกลายด้วยวิธีจากธรรมชาติที่น่าลองไม่แพ้วิธีอื่นๆเลยค่ะ เพียงแค่คุณนำมันละหุ่งมาทาบริเวณผิวที่มีการแตกลาย จากนั้นก็ค่อยๆนวดเบาๆไปสักประมาณ 5-10 นาที หลังจากนั้นก็ใช้แผ่นความร้อน หรือผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆนำมาวางทาบในบริเวณที่นวดดังกล่าว แล้วปล่อยทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที เมื่อครบก็เช็ดทำความสะอาดก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

สำหรับวิธีแก้ปัญหาผิวแตกลายด้วยน้ำมันละหุ่งนั้น ขอแนะนำว่าคุณควรทำซ้ำได้ทุกวัน จนกว่ารอยผิวแตกลายจะค่อยๆลดเลือน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน จึงจะสามารถเห็นผลที่ชัดเจน ฉะนั่นอย่าเพิ่งท้อไปก่อนนะคะ

5. ว่านหางจระเข้ อีกหนึ่งสมุนไพรใกล้ตัวที่ช่วยรักษาผิวแตกลายได้ดีนักแล เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพนั่นเอง สำหรับวิธีทำก็เพียงแค่นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นก็ล้างจนเหลือแต่วุ้นขาวๆ แล้วนำมาทาลงไปบริเวณที่มีปัญหาผิวแตกลาย แนะนำว่าควรทำเป็นประจำทุกเช้าเย็น แล้วผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลงไปในที่สุดค่ะ  ผิวแตกลาย.

ผิวแตกลาย สำหรับวิธีอาการน่องลาย

ผิวแตกลาย สำหรับวิธีอาการน่องลาย สามารถแบ่งออกได้อีกหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าคุณสาวๆจะเลือกนำวิธีใดไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับอาการของตัวเอง ดังต่อไปนี้ ผิวแตกลาย.

ผิวแตกลาย

ผิวแตกลาย

1. การรักษาโดยใช้วิธีการทางเคมี เป็นการช่วยรักษาอาการน่องลายโดยใช้ผลิตภัณฑ์ และสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการทางเคมีแล้ว ซึ่งวิธีนี้จะช่วยในการบำรุงรักษาอาการน่องลายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องรู้จักการใช้สารบำรุงที่ถูกต้องเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาที่เหมาะสม สำหรับสารเคมีที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย เช่น

Hyaluronic acid เป็นสารทางเคมีที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง จึงสามารถนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลายได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่ว่าจะเป็นครีมหรือเจล ที่มักมีการโฆษณาว่าช่วยในการต่อต้านริ้วรอยนั้น โดยส่วนใหญ่ก็มักที่จะมีส่วนผสมของสารตัวนี้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจึงสามารถนำมาทาเพื่อรักษาน่องลายได้เช่นกันผิวแตกลาย
2. การผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ เป็นการผลัดผิวส่วนบนที่แตกลายออกไป เมื่อผิวหนังชั้นใหม่ขึ้นมาแทนที่รอยเหล่านั้นก็จะลดลง และหายไปในที่สุด โดยการใช้กรดผลไม้ประเภท Glaycolic Acid ที่มีความเข้มขน 20%ผิวแตกลาย

3. การทากรดวิตามินเอ เป็นการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลาย จะช่วยทำให้รอยแตกลายสั้นและแคบลงได้ถึง 15-20% เมื่อทาต่อเนื่องนานประมาณ 6 เดือน สำหรับกรดวิตามินเอที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาอาการน่องลาย คือ Tretinoin 0.050-0.1% การรักษาโดยวิธีนี้ อาจจะช่วยทำในการรักษารอยแตกลายใหม่ที่ยังคงมีสีแดง ให้จางลงได้บ้าง
4. การรักษาโดยใช้พืชสมุนไพร การแก้ปัญหาน่องลายโดยการใช้พืชสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาที่ได้ผลแล้ว ยังสามารถทำได้ง่าย และประหยัดในราคาที่ถูก นอกจากนี้พืชสมุนไพรบางชนิดยังไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินซื้อ เพราะสามารถหาได้จากในครัวเรือนของเราเอง สำหรับพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้รักษาอาการน่องลายได้นั้น มีดังต่อไปนี้

ว่านหางจระเข้ นำวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ทำความสะอาดดีแล้ว มาทำการทาลงในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลง เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟู และซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง
ใบบัวบก นำใบบัวบกมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำไปทาในบริเวณที่เกิดปัญหาน่องลายเป็นประจำทุกเช้าเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อยๆจางลงผิวแตกลาย
มะนาว+เบบี้ออย นำน้ำมะนาวกับเบบี้ออยมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปทาแล้วนวดเบาๆในบริเวณที่มีปัญหาน่องลายทุกครั้งหลังจากการอาบน้ำ ผิวที่แตกลายจะค่อยๆจางลง

5.การใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว นอกจากวิธีการรักษาปัญหาขาแตกลายที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนต้น การใช้ครีมบำรุงผิวกายในการช่วยแก้ไขปัญหาขาแตกลาย ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่าย ได้ผลลัพธ์ที่ดี และยังได้รับความนิยใอย่างแพร่หลายจากทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งครีมบำรุงผิวที่ดีนั้น ควรเลือกครีมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง พร้อมกับมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟู บำรุง และซ่อมแซมผิวอย่างอ่อนโยน ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้ผิวที่เคยแตกลายของคุณเลือนหายกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง ผิวแตกลาย.

ทาท้องลาย ผิวแตกลาย ( striae gravidarum) ท้องลาย

ทาท้องลาย ผิวแตกลาย ( striae gravidarum) ท้องลาย พบได้บ่อยประมาณครึ่งหนึ่งของ หญิงตั้งครรภ์ มีลักษณะเป็นเส้นบางๆ ฉีกขาดเป็นเส้นยาว ขนาดแตกต่างกัน มีสีน้ำตาล แดง หรือ ม่วง เกิดบริเวณ หน้าท้อง โดยเริ่มจาก ท้องน้อย บริเวณ สะโพก หรือ ต้นขา บางคนจะพบบริเวณ เต้านม ด้วย ส่วนใหญ่ในคนไทยมักพบบริเวณ หน้าท้อง เท่านั้น พบครึ่งหนึ่งของหญิงตั้งครรภ์ เชื่อว่าเป็นผลของ สเตียรอยด์ จาก ต่อมหมวกไต ที่เพิ่มขึ้นระหว่าง ตั้งครรภ์ ร่วมด้วยการยืดและขยายของ ผิวหนัง หน้าท้อง เพื่อการเจริญเติบโตของเด็ก และมีการเปลี่ยนแปลงของระดับ ฮอร์โมน บางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย ภายหลังคลอดจะไม่หายไปเลยเสียทีเดียว แต่สีจะจางลงเป็นเส้นสีเงินคล้ายรอย แผลเป็น ทำให้ดูเป็น ทาท้องลาย.

ทาท้องลาย
ทาท้องลาย ภาวะ ท้องลาย ตามความเป็นจริงแล้วไม่สามารถรักษาได้ หรือ ห้ามไม่ให้ ท้องลาย เกิดขึ้นเลย ขึ้นอยู่กับ ผิว ของแต่ละคน การทาครีมเป็นประจำ จะทำให้ รอย ค่อยๆ จางหายไป เมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจจะช่วยไม่ให้เกิด ท้องลาย มากขึ้น เพื่อช่วยให้ผิว ยืดหยุ่นดีขึ้น อาจใช้น้ำมันมะกอก ครีม หรือ โลชั่นบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ หรือ เบบี้โลชั่น ทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือ เมื่อรู้สึกคัน ถ้าเป็น คุณแม่ตั้งครรภ์ หลังคลอดบุตรแล้วอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่อาจป้องกันด้วยการทา โลชั่นบำรุงผิว เป็นประจำ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน จะช่วยลด รอยแตกลาย ได้ แต่ต้องเลือก ครีม ที่ไม่แพ้ ดูดซึมได้ดี และไม่จำเป็นต้องเป็น ครีม เฉพาะที่บอกสรรพคุณว่าป้องกัน ท้องลาย หรือเป็น ครีม ราคาแพง ข้อสำคัญต้องทาให้ทั่วท้อง เช้าและเย็นหลังอาบน้ำทุกวัน ควรระวังไม่ให้มีการเพิ่ม หรือ ลดลง ของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป นอกจากนี้แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพการทั่วไปและ สุขภาพผิว ด้วย ทำให้เลือดไหลเวียนดี ผิวหนัง ได้รับสารอาหารทั่วถึง จึงดูเปล่งปลั่งสดใส สำหรับเรื่อง หน้าท้อง ส่วนใหญ่มักจะลดลงหลังจากเดือนที่ 3 ไปแล้ว วิธีบริหาร หน้าท้อง ที่ดีที่สุดก็คือการทำซิตอัพ ซิตดาวน์ ทำบ่อยๆ ทุกวัน หน้าท้อง ก็จะค่อยๆ ลดลง นอกจากนี้แนะนำให้ว่ายน้ำหรือเต้นแอโรบิกร่วมด้วย จะยิ่งช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการควบคุมอาหารจำพวกพวกแป้งและไขมันทาท้องลาย
สาเหตุของการเกิด รอยแตกลาย ?
ผิวแตกลาย เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของ ผิวหนัง และเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็วไม่กี่เดือน ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้าง คอลลาเจน พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังสูงอย่างรวดเร็ว โดยพบผิวแตกลายได้ที่ ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร คนที่กินยาสเตียรอยด์นาน ๆ มักมีรอยแตกลายใหญ่และเป็นหลายที่รวมถึงบนใบหน้าหรือการทาครีมที่มี สเตียรอยด์ ความเข้มข้นสูง นานเกินไปก็ทำให้เกิดรอยแตกลายได้ ถ้าสาเหตุดังกล่าวหายไป เช่น หลังคลอด, ลดน้ำหนักลงจากที่เคยอ้วนมาก่อน หรือ เมื่อพ้นช่วงวัยรุ่นแล้ว รอยแตกลายที่เป็นน้อย ๆ อาจค่อย ๆ จางลงได้ทาท้องลาย
การรักษา รอยแตกลาย หรือ Stretch marks ที่ให้ผลดี ?
ควรรักษาแต่เนิ่น ๆ ในระยะแรกที่เริ่มเป็น หากทิ้งไว้นาน รอยแตกลาย กลายเป็นสีขาวและบุ๋มลงมามากจนคล้ายแผลเป็นจะรักษาได้ยากขึ้น โดยวิธีที่ได้ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน ได้ผลประมาณ 60-90%
การป้องกันและรักษา รอยแตกลาย ?
การรักษาด้วย ครีมบำรุง ต่าง ๆ ช่วยได้เพียงเล็กน้อยมาก ในระยะแรก รอยแตกลาย จะเป็นเส้นแบนหรือนูนเล็กน้อย สีแดงปนชมพูรักษาได้โดยทาท้องลาย
1. ทายาอนุพันธ์กรด วิตามินเอ เช่น Tretinoin 0.05-0.1%
2. กรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion ) หรือผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ ( Chemical Peel ) ก็ช่วยทำให้ผิวดูเรียบขึ้นโดยการกำจัดเซลล์ชั้นบน ๆ ออกไป ได้ผล 10-30%
3. เลเซอร์ทำลายรอยแดง เช่น Pulsed dye laser , แสงความเข้มข้นสูง ( FPL,IPL ) กระตุ้น Collagen และปรับสีรอยแตกให้ใกล้เคียงกับผิวปกติ ได้ผล 30-60%
จะเกิดอะไรถ้าไม่รักษา รอยแตกลาย ?
หากปล่อยไว้นานขึ้นโดยไม่ได้รักษา รอยแตกลาย จะมีสีซีดลงจนเป็นสีขาว ผิวบางและบุ๋มลงเหมือนแผลเป็น การรักษาในระยะนี้ ทำได้ยากขึ้นและต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น เหมือนการรักษาแผลเป็นที่เป็นมานานนั่นเอง
1. แสงความเข้มข้นสูง ( FPL,IPL ) ได้ผลน้อยมาก
2. เลเซอร์ Nd : YAG ช่วยกระตุ้น Collagen ให้รอยแตกตื้นขึ้นได้บ้าง 10-30%
3. Carboxytherapy โดยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าบริเวณที่ต้องการรักษาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด และออกซิเจนบริเวณดังกล่าว ช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน เป็นวิธีที่เจ็บมากหากไม่ทาหรือฉีดยาชาก่อน ให้ผลการรักษา 30-60%
4. Fraxel laser เป็นวิธีการรักษาล่าสุด ด้วนเลเซอร์สร้างผิวใหม่ ( fractional resurfacing ) คล้ายการรักษา หลุมสิว เป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดในเวลานี้ ได้ผล 60-90 % ขึ้นไปนับเป็นวิธีที่ให้ผลการรักษาที่ดีที่สุดในเวลานี้ ทาท้องลาย.

แก้ท้องลาย ผิวแตกลาย ( striae gravidarum) ท้องลาย

แก้ท้องลาย ผิวแตกลาย ( striae gravidarum) ท้องลาย พบได้บ่อยประมาณครึ่งหนึ่งของ หญิงตั้งครรภ์ มีลักษณะเป็นเส้นบางๆ ฉีกขาดเป็นเส้นยาว ขนาดแตกต่างกัน มีสีน้ำตาล แดง หรือ ม่วง เกิดบริเวณ หน้าท้อง โดยเริ่มจาก ท้องน้อย บริเวณ สะโพก หรือ ต้นขา บางคนจะพบบริเวณ เต้านม ด้วย ส่วนใหญ่ในคนไทยมักพบบริเวณ หน้าท้อง เท่านั้น พบครึ่งหนึ่งของหญิงตั้งครรภ์ เชื่อว่าเป็นผลของ สเตียรอยด์ จาก ต่อมหมวกไต ที่เพิ่มขึ้นระหว่าง ตั้งครรภ์ ร่วมด้วยการยืดและขยายของ ผิวหนัง หน้าท้อง เพื่อการเจริญเติบโตของเด็ก และมีการเปลี่ยนแปลงของระดับ ฮอร์โมน บางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย ภายหลังคลอดจะไม่หายไปเลยเสียทีเดียว แต่สีจะจางลงเป็นเส้นสีเงินคล้ายรอย แผลเป็น ทำให้ดูเป็น หน้าท้องลายแก้ท้องลาย.

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2
แก้ท้องลาย ภาวะ ท้องลาย ตามความเป็นจริงแล้วไม่สามารถรักษาได้ หรือ ห้ามไม่ให้ ท้องลาย เกิดขึ้นเลย ขึ้นอยู่กับ ผิว ของแต่ละคน การทาครีมเป็นประจำ จะทำให้ รอย ค่อยๆ จางหายไป เมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจจะช่วยไม่ให้เกิด ท้องลาย มากขึ้น เพื่อช่วยให้ผิว ยืดหยุ่นดีขึ้น อาจใช้น้ำมันมะกอก ครีม หรือ โลชั่นบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ หรือ เบบี้โลชั่น ทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือ เมื่อรู้สึกคัน ถ้าเป็น คุณแม่ตั้งครรภ์ หลังคลอดบุตรแล้วอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่อาจป้องกันด้วยการทา โลชั่นบำรุงผิว เป็นประจำ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน จะช่วยลด รอยแตกลาย ได้ แต่ต้องเลือก ครีม ที่ไม่แพ้ ดูดซึมได้ดี และไม่จำเป็นต้องเป็น ครีม เฉพาะที่บอกสรรพคุณว่าป้องกัน ท้องลาย หรือเป็น ครีม ราคาแพง ข้อสำคัญต้องทาให้ทั่วท้อง เช้าและเย็นหลังอาบน้ำทุกวัน ควรระวังไม่ให้มีการเพิ่ม หรือ ลดลง ของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป นอกจากนี้แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพการทั่วไปและ สุขภาพผิว ด้วย ทำให้เลือดไหลเวียนดี ผิวหนัง ได้รับสารอาหารทั่วถึง จึงดูเปล่งปลั่งสดใส สำหรับเรื่อง หน้าท้อง ส่วนใหญ่มักจะลดลงหลังจากเดือนที่ 3 ไปแล้ว วิธีบริหาร หน้าท้อง ที่ดีที่สุดก็คือการทำซิตอัพ ซิตดาวน์ ทำบ่อยๆ ทุกวัน หน้าท้อง ก็จะค่อยๆ ลดลง นอกจากนี้แนะนำให้ว่ายน้ำหรือเต้นแอโรบิกร่วมด้วย จะยิ่งช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการควบคุมอาหารจำพวกพวกแป้งและไขมันแก้ท้องลาย
สาเหตุของการเกิด รอยแตกลาย ?
ผิวแตกลาย เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของ ผิวหนัง และเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็วไม่กี่เดือน ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้าง คอลลาเจน พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังสูงอย่างรวดเร็ว โดยพบผิวแตกลายได้ที่ ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร คนที่กินยาสเตียรอยด์นาน ๆ มักมีรอยแตกลายใหญ่และเป็นหลายที่รวมถึงบนใบหน้าหรือการทาครีมที่มี สเตียรอยด์ ความเข้มข้นสูง นานเกินไปก็ทำให้เกิดรอยแตกลายได้ ถ้าสาเหตุดังกล่าวหายไป เช่น หลังคลอด, ลดน้ำหนักลงจากที่เคยอ้วนมาก่อน หรือ เมื่อพ้นช่วงวัยรุ่นแล้ว รอยแตกลายที่เป็นน้อย ๆ อาจค่อย ๆ จางลงได้แก้ท้องลาย
การรักษา รอยแตกลาย หรือ Stretch marks ที่ให้ผลดี ?
ควรรักษาแต่เนิ่น ๆ ในระยะแรกที่เริ่มเป็น หากทิ้งไว้นาน รอยแตกลาย กลายเป็นสีขาวและบุ๋มลงมามากจนคล้ายแผลเป็นจะรักษาได้ยากขึ้น โดยวิธีที่ได้ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน ได้ผลประมาณ 60-90%
การป้องกันและรักษา รอยแตกลาย ?
การรักษาด้วย ครีมบำรุง ต่าง ๆ ช่วยได้เพียงเล็กน้อยมาก ในระยะแรก รอยแตกลาย จะเป็นเส้นแบนหรือนูนเล็กน้อย สีแดงปนชมพูรักษาได้โดย
1. ทายาอนุพันธ์กรด วิตามินเอ เช่น Tretinoin 0.05-0.1%
2. กรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion ) หรือผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ ( Chemical Peel ) ก็ช่วยทำให้ผิวดูเรียบขึ้นโดยการกำจัดเซลล์ชั้นบน ๆ ออกไป ได้ผล 10-30%
3. เลเซอร์ทำลายรอยแดง เช่น Pulsed dye laser , แสงความเข้มข้นสูง ( FPL,IPL ) กระตุ้น Collagen และปรับสีรอยแตกให้ใกล้เคียงกับผิวปกติ ได้ผล 30-60%
จะเกิดอะไรถ้าไม่รักษา รอยแตกลาย ?
หากปล่อยไว้นานขึ้นโดยไม่ได้รักษา รอยแตกลาย จะมีสีซีดลงจนเป็นสีขาว ผิวบางและบุ๋มลงเหมือนแผลเป็น การรักษาในระยะนี้ ทำได้ยากขึ้นและต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น เหมือนการรักษาแผลเป็นที่เป็นมานานนั่นเอง
1. แสงความเข้มข้นสูง ( FPL,IPL ) ได้ผลน้อยมาก
2. เลเซอร์ Nd : YAG ช่วยกระตุ้น Collagen ให้รอยแตกตื้นขึ้นได้บ้าง 10-30%
3. Carboxytherapy โดยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าบริเวณที่ต้องการรักษาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด และออกซิเจนบริเวณดังกล่าว ช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน เป็นวิธีที่เจ็บมากหากไม่ทาหรือฉีดยาชาก่อน ให้ผลการรักษา 30-60%
4. Fraxel laser เป็นวิธีการรักษาล่าสุด ด้วนเลเซอร์สร้างผิวใหม่ ( fractional resurfacing ) คล้ายการรักษา หลุมสิว เป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดในเวลานี้ ได้ผล 60-90 % ขึ้นไปนับเป็นวิธีที่ให้ผลการรักษาที่ดีที่สุดในเวลานี้แก้ท้องลาย.