ผิวลาย วันนี้เราจะคุยกันเรื่องรอยแตกลาย

ผิวลาย วันนี้เราจะคุยกันเรื่องรอยแตกลาย ที่หลายคนสนใจและถามมาเยอะเลยนะคะ รอยแตกลายนี้ จะเรียกว่าเป็นความเสียสละของคนเป็นแม่เลยนะคะ เพราะหลังคลอดมักเจอปัญหานี้กันมาก (กดที่ภาพเพื่อดูขนาดเต็มๆ และอ่านคำอธิบายที่คอมเมนต์แรกค่ะ) ผิวลาย.

ผิวลาย
ผิวลาย รอยแตกลาย บางคนเรียกรอยแส้เฆี่ยน (striae, stretch marks) เรื่องนี้เป็นปัญหาทางผิวหนัง ที่มีผู้อ่านขอให้เขียนมากๆ ตอนแรกหมอก็ไม่ได้จะเขียนหรอกค่ะ เพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร ไม่ว่าจะบริษัทครีม หรือคลินิคไหนๆ ดังนั้นก่อนจะอ่าน ขอทำความเข้าใจดังนี้นะคะ
1. ที่คลินิคหมอเองไม่ได้รักษาเรื่องรอยแตกลาย ไม่มีคลินิคที่จะแนะนำ และไม่ทราบว่าเค้าคิดค่ารักษาอย่างไรค่ะ
2. หมอจะพูดตรงๆตามเนื้อหาวิชาการค่ะ ไม่ได้เอาใจใครเลย แต่ก็จะไม่ได้เขียนยี่ห้อของครีม หรือเลเซอร์ต่างๆนะคะผิวลาย
3. ไม่ต้องสอบถามหมอว่าครีมนั่นนี่ดีมั้ย หรือส่งรูปหลอดครีมมาใน inbox ให้หมอดูนะคะ 40 คน 40 ยี่ห้อ หมอไม่ได้ตอบค่ะ หมอได้เขียนเหตุผลต่างๆในเนื้อหาแล้ว ต้องช่วยตัวเองอ่านแล้ววิเคราะห์เหตุผลดูเองบ้างค่ะ ถ้าใครลองใช้ครีมนั่นนี่ก็ไม่ถือว่าอันตรายร้ายแรงอะไรก็จะลองดูก็ได้ ถ้าใช้แล้วเห็นผล เวลาผ่านไป 6 เดือนก็ควรจะเห็นผลบ้างค่ะ ถ้าได้ผลแล้วหยุดนิ่งไม่ดีขึ้นนานๆ ก็อาจได้ผลแค่ประมาณนั้นค่ะ ส่วนสีจากสีเข้มแล้วจางลง จริงๆแล้วไม่ต้องทาอะไรก็จางลงเองอยู่แล้วค่ะ
4. เช่นเดียวกันค่ะ อย่าถามว่าเลเซอร์ตัวไหนดี ไม่ดี ทำที่ไหนดี ไม่ทราบเลยค่ะ รบกวนอ่านในเนื้อหานะคะผิวลาย
ถ้าเขียนมาถามสิ่งเหล่านี้ หมอจะไม่ได้ตอบคำถาม แต่จะบอกให้ไปอ่านในเนื้อหาค่ะ เข้าใจตรงกันก็เริ่มเลยนะคะ
“รอยแตกลาย” stretch marks หรือ striae นี้ หมอขอใช้ภาษาไทยง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพพจน์ว่า “รอยปริ” นะคะ เป็นการฉีกขาดในชั้นหนังแท้ค่ะ
ลักษณะ ระยะแรก ก็จะเป็นแถบๆเส้นๆสีแดงๆก่อน (striae rubra) อาจจะนูนนิดนึงก่อน บางทีก็คันๆ พอผ่านไปหลักหลายเดือนเก่าหน่อย บางคนก็กลายเป็นแถบสีน้ำตาลเข้มกว่าผิวจริง (โดยเฉพาะคนผิวสีเข้ม) และที่เจอบ่อยคือดูเป็นแถบขาวๆ (ขาวกว่าผิว ที่เรียกว่า striae albicans )
ถ้ามองกันใกล้ๆจริงๆ (ตามรูป 4) จะพบว่าในแต่ละรอยแตกลายมีสิ่งที่ทำให้ต่างจากผิวปกติหลายเรื่อง เช่นสี , ความลึกลงกว่าผิวปกติในตอนจบ (striae atrophica) , เนื้อผิวที่นิ่มๆย่นๆ กว่าผิวปกติ เมื่อบีบผิวรอบๆจะเห็นรอยแตกชัดเจนขึ้น ไม่มีรูขุมขน ไม่มีโครงสร้างหลายอย่างแบบผิวปกติ ผิวลาย.

ผิวลาย เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหาหนักอกหนักใจ

ผิวลาย เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงเคยประสบปัญหาหนักอกหนักใจ กันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะสตรีหลังคลอดบัตร บางคนเครียดจนถึงกับไม่กล้าสวมชุดว่ายน้ำที่เคยใส่ เพราะไม่อยากเปิดโชว์ส่วนของผิวที่แตกลาย และต้องไปเสียเงินเพื่อซื้อชุดใหม่ที่ปกปิดผิวมิดชิดมากขึ้นกว่าเดิม ผิวลาย.

ผิวลาย

ผิวลาย การรักษาด้วยครีมแก้ผิวแตกลายนั้นอาจช่วยทำให้ดูจางลงได้บาง แต่จะไม่หายไปอย่างถาวร ถ้าต้องการให้รอยแตกลายหายอย่างถาวรจะต้องเสียเงินจำนวนมากไปกับการรักษาด้วยวิทยาการสมัยใหม่โดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นการยิงเลเซอร์และการทำคาร์บ็อกซี่ก็ทำให้รอยแตกลายดูจางลงได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทำแล้วก็ต้องทาครีมต่อไปจนเป็นนิสัยอยู่ดี

สาเหตุของผิวแตกลาย
ผิวแตกลาย หรือ รอยแตกลาย เป็นรอยที่สังเกตได้ง่าย หรือที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า “Stretch marks” หรือ “Striae” ซึ่งเป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังและมีสีที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับผิวหนังส่วนอื่น โดยสาเหตุนั้นเกิดจากการฉีกขาดของหนังแท้ ผิวหนังเกิดการยืดขยายตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ซึ่งผิวแตกลายนั้นจะเกิดขึ้นที่ผิวหนังชั้นกลาง และมักจะเกิดในบริเวณที่มีไขมันสะสมอยู่มาก เช่น บริเวณหน้าท้อง หน้าอก เต้านม สะดือ ต้นแขน ต้นขา สะโพกและน่อง คนส่วนใหญ่จึงมักเจอปัญหานี้ในตอนเด็กที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่น เพราะเป็นวัยกำลังกินกำลังโต หรือเกิดจากการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็วจนผิวหนังขยายตามไม่ทัน อย่างในวัยรุ่นที่โตเร็วหรืออ้วนมากเกินไป หรือในกลุ่มนักกีฬาเพาะกายที่มวลกล้ามเนื้อโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงกลุ่มคนที่ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาผิวแตกลายในสตรีตั้งครรภ์มากถึง 90% เพราะครรภ์โตจนทำให้หน้าท้องและขาอ่อนแตกลาย ส่วนสาเหตุอื่น ๆ นั้นก็อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง โรค Marfan Syndrome เป็นต้น และเกิดจากการใช้ยาทาหรือยารับประทานในกลุ่มของสเตียรอยด์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นยาหม้อ ยาลูกกลอน ซึ่งชาวบ้านชอบกินกันมาก เพราะเข้าใจว่าเป็นสมุนไพรไม่มีพิษมีภัยอะไรผิวลาย

อาการเริ่มแรกของผิวแตกลาย คือ ผิวหนังจะเกิดรอยเป็นเส้นสีแดงหรือม่วง (ระยะแรก) และจะมีสีอ่อนลงเรื่อย ๆ จนเป็นสีขาวขุ่น (ระยะหลัง) การรักษาในระยะแรกถ้าทาครีมเป็นประจำลายแตกก็อาจจะหายได้ทัน ดังนั้นคุณจึงต้องหมั่นสังเกตผิวกายของตัวเองอย่างสม่ำเสมอด้วย คราวนี้มาดูกันเลยดีกว่าว่าเราจะมีวิธีรักษารอยแตกลายบนผิวนี้ได้อย่างไร…

วิธีลดรอยแตกลาย
ดูแลตัวเองให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการ หันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยทำให้รูปร่างของเราดูดีและผิวมีความยืดหยุ่นแล้ว ยังช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดความสมดุลและช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินเอ, แร่สังกะสี (แครอท, ฟักทอง, ตำลึง, มะละกอ, กวางตุ้ง, ผักบุ้ง), วิตามินซี, วิตามินดี (นม, เนย, ตับ, ปลาแซลมอน), โปรตีน (เนื้อสัตว์ต่าง ๆ) เป็นต้น และพยายามควบคุมอาหารให้ได้ ไม่ตามใจปาก แต่ถ้าอยากเห็นผลไว้ขึ้นก็แนะนำให้หาวิตามินเสริมมากินครับ อย่างวิตามินซีวันละ 500-1,000 มิลลิกรัม เพื่อช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน, ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว (แต่สำหรับบางคนที่มีผิวหนังแห้งและผนังชั้นขี้ไคลเสื่อม การดื่มน้ำมาก ๆ ก็ไม่ด้วยช่วยเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ได้) และพยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกชาและกาแฟ, ไม่อบน้ำอุ่นและไม่เกาผิวเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ผิวแห้งและแตกลายมากยิ่งขึ้น, พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอย่างวัยรุ่น ผู้ออกกำลัง และหญิงตั้งครรภ์ (ยิ่งผู้หญิงที่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ ก็ควรจะหาครีมทาไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะถ้ารอให้ผิวแตกลายเมื่อไหร่ จะหาครีมมาโบกเท่าไหร่มันก็ยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม) เป็นต้น
ทาครีมบำรุงเป็นประจำ เป็นวิธีรักษารอยแตกลายวิธีแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึง โดยให้เน้นการทาครีมบำรุงที่มีความเข้มข้นสูงในบริเวณผิวแตกลายทุกวันเป็นประจำก่อนนอนและในตอนเช้า หรือทาทุกครั้งหลังอาบน้ำ เพื่อช่วยลดและป้องกันการเกิดรอยแตกลายที่ผิวหนัง และอย่าปล่อยให้บริเวณที่ผิวแตกลายแห้งเป็นขาด !! มิฉะนั้นมันอาจจะลุกลามกว้างขึ้นมากกว่าเดิมก็ได้ และทุก ๆ ครั้งที่ทาให้พยายามทาครีมและนวดผิวย้อนรอยขึ้นไปด้วย
การรักษารอยแตกลาย
ครีมลดรอยแตกลาย ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นการหันมาใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับลดรอยแตกของผิวหนังโดยเฉพาะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แม้การใช้ครีมรักษารอยแตกลายจะไม่ทำให้รอยแตกลายหายไปได้อย่างถาวร แต่มันก็สามารถช่วยป้องกันและทำให้รอยแตกลายดูจางลงได้อย่างน่าพอใจ ส่วนผลิตภัณฑ์ตัวไหนจะได้ผลดีที่สุดนั้นต้องลองถามเภสัชกรประจำร้านขายยาดูได้เลยครับ หรือถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าครีมที่ใช้จะเหมาะกับเราและได้ผลจริงหรือไม่ คุณอาจจะปรึกษาแพทย์ผิวหนังดูก็ได้ โดยยาที่แพทย์มักจะจ่ายมามักจะมีส่วนผสมของวิตามินเอเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและความยืดหยุ่นในผิว และครีมที่มีส่วนผสมของกรดเอเอชเอ (AHA)
advertisements
สูตรน้ำมันจากธรรมชาติ ที่แนะนำเป็นอันดับแรกคือ “น้ำมันงา” ให้คุณใช้น้ำมันงานำมาทาผิวบริเวณที่เป็นรอยแตกเป็นประจำ โดยให้ชโลมทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพราะน้ำมันงานั้นมีชื่อเสียงมากในด้านการบำรุงผิว ที่สามารถช่วยทำให้ผิวที่เคยแห้งกร้านกลับมาดูสดใสมีน้ำมีนวลได้อีกครั้ง หรือถ้ามีน้ำมันมะกอกก็ให้นำไปอุ่นจนเกือบร้อนแล้วนำมานวดวนบริเวณผิวที่แตกลาย ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออก ส่วนน้ำมันอื่น ๆ ที่สามารถช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและป้องกันผิวแตกลายได้ก็มีอีกหลายชนิด เช่น น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันละหุ่ง, น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันอะโวคาโด, น้ำมันอัลมอนด์, น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ เป็นต้น
สูตรสมุนไพรลดรอยแตกลาย อย่างสูตรแรกที่แนะนำก็คือ “ว่านหางจระเข้” ให้คุณใช้วุ้นสีขาวจากว่านหางจระเข้ที่ล้างยางออกแล้ว นำมาทาบริเวณผิวแตกลายเป็นประจำทุกเช้าและเย็น ซึ่งจะช่วยทำให้รอยแตกลายนั้นค่อย ๆ ดูจางลงได้ ส่วนอีกวิธีนั้นให้คุณใช้เฉพาะน้ำเมือกจากใบสดว่านหางจระเข้ 1 ส่วน นำมาผสมกับครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของเราอีก 5 ส่วน จากนั้นก็นำมาใช้ทาผิว โดยผสมพอใช้ในแต่ละครั้ง ถ้าจะใช้อีกครั้งก็ให้ผสมใหม่ทุกครั้ง หรือถ้าไม่มีว่านหางจระเข้ เราอาจใช้ใบบัวบกแทนก็ได้ ด้วยการนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำมาทาบริเวณรอยแตกลายเป็นประจำทุกเช้าและเย็น ผิวที่แตกลายก็จะค่อย ๆ จางลงได้เช่นกัน ส่วนอีกวิธีนั้นให้ใช้มันฝรั่งสด 1 หัว นำมาปอกเปลือกออกแล้วบดให้ละเอียด ใช้ทาบริเวณที่ผิวแตกลาย ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่จะใช้ได้ผลเฉพาะผิวกับที่เริ่มแตกลายเท่านั้น นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาส์กผิวบริเวณที่เป็นรอยแตกลายได้อีกด้วย
วิธีรักษาผิวแตกลายแบบธรรมชาติ
การขัดหรือสครับผิว เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปและกระตุ้นเซลล์ผิวหนังใหม่ให้ขึ้นมาทดแทนผิวเดิมได้ ในระหว่างอาบน้ำก็ให้ใช้ใยบวบขัดผิวไปด้วย ถ้าจะให้ดีก็ลองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีสารสกัดมาจากธรรมชาติและมีประสิทธิภาพในการซึมซาบสู่ผิวได้ดี นำมาใช้ขัดหรือสครับผิวบริเวณที่มีปัญหา โดยแนะนำให้ทำเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือถ้าจะให้ง่ายกว่านั้นก็จะอาจใช้สูตรสครับผิวทำเองจากธรรมชาติก็ได้ เช่น
สูตรมะนาว หลายคนใช้สูตรนี้แล้วได้ผล คือการใช้น้ำมะนาวและดินสอพองมาผสมกันแล้วใช้ทาบริเวณผิวแตกลาย ซึ่งน้ำมะนาวจะมีฤทธิ์เป็นกรดแบบธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้ และยังช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้อาการแตกลายบนผิวหายจางลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย
สูตรขมิ้นผสมมะขาม ให้นำขมิ้นและมะขามมาผสมกันแล้วใช้ขัดนวดผิว ขมิ้นนั้นมีเคอคูมินที่ทำให้ผิวขาว ส่วนมะขามนั้นมีกรดเอเอชเอที่ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว
สครับน้ำตาล อีกวิธีที่ทำได้ง่ายและสะดวกสุด ๆ เพียงแค่คุณหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำอัลมอนด์และน้ำมะนาว จากนั้นก็นำส่วนผสมที่มาขัดผิวที่แตกลาย ก็จะช่วยแก้ปัญหาผิวแตกลายได้แล้วล่ะ
ยาทาแก้ผิวแตกลาย ซึ่งเป็นยาทาในกลุ่มอนุพันธ์กรดวิตามิเอ ที่แนะนำให้ใช้คือ เรตินเอ (Retin A) ให้เลือกใช้ความเข้มข้น 0.025% หรือ 0.05% (ถ้าเข้มข้นมากกว่านี้เดี๋ยวแสบ) หลังจากอาบน้ำเสร็จให้ขัดหรือสครับผิวก่อน แล้วเช็ดตัวให้แห้ง รอให้แห้งสนิทซักประมาณ 10 นาที บีบเรตินเอใส่นิ้วมือแล้วนำมาทาบริเวณผิวที่เป็นรอยแตก แบบไม่ต้องลงครีมบำรุงหรือโลชั่น โดยให้ทำเฉพาะก่อนเข้านอนและทำวันเว้นวัน (สตรีมีครรภ์ห้ามใช้เป็นอันขาด) ส่วนวันที่ไม่ได้ใช้ก็ให้ทาด้วยครีมบำรุงไปตามปกติ ให้พยายามทำดูนะครับสักประมาณ 1 เดือน มั่นใจได้เลยว่าผิวจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน แม้ในช่วงแรกที่ทามันอาจจะทำให้เกิดรอยแดงเป็นวง เป็นรอยดำไหม้ หรืออาจถลอกไปบ้าง เดี๋ยวสักพักมันก็จะค่อย ๆ หายไปเอง
ยาทาผิวแตกลาย
การรักษาด้วยทรีทเม้นท์ต่าง ๆ เช่น การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี (Microdermabrasion) เพื่อช่วยทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นโดยการกำจัดเซลล์ชั้นบนออกไป หรือทำการผลัดเซลล์ด้วยกรดผลไม้ (Chemical Peel) เพื่อช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป (ให้ผลการรักษาประมาณ 10-20%) รวมไปถึงการรักษาโดยใช้คลื่นวิทยุเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (ให้ผลการรักษาประมาณ 20-40%) เป็นต้น (ภาพก่อนและหลังการรักษาด้วย Microdermabrasion จากข้อมูลไม่ได้ระบุจำนวนครั้งและระยะเวลาในการรักษา)
แก้ผิวแตกลาย
เมโสรักษารอยแตกลาย? (Mesotherapy) เป็นวิธีการใช้เข็มส่งตัวยาที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสมานรอยแตกลายของผิว จึงทำให้รอยแตกลายลดจางลง โดยใช้กลุ่มยาหลาย ๆ ตัว เช่น กรดอะมิโนไกลซีน (Glycine), วาลีน (Valine), โปรลีน (Proline), ไฮดรอกซิโปรลีน (Hydroxyproline) และสารอาหารผิวอื่น ๆ โดยปริมาณที่ฉีดก็แล้วแต่บริเวณที่ต้องการแก้ปัญหา ราคาทำต่อครั้งประมาณ 1,000-2,000 บาท สตรีมีครรภ์ไม่ควรทำ (ภาพก่อนและหลังการรักษาด้วยเทคนิคการฉีดเมโส ตามข้อมูลไม่ได้ระบุตัวยาที่ใช้ จำนวนครั้ง และระยะเวลาในการรักษา)
วิธีรักษาผิวแตกลาย
เดอร์มาโรลเลอร์ (Dermaroller) อีกหนึ่งเครื่องมือทางการแพทย์ที่ถูกนำมาใช้กลิ้งในบริเวณผิวที่ต้องการ เพื่อช่วยทำลายพังผืดที่หลุมบนผิวหรือรอยที่เป็นปัญหา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง จึงช่วยรักษารอยแตกลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำเกิดผลข้างเคียงใด ๆ และโดยมากแล้วจะนำมาใช้ควบคู่ไปกับตัวยาหรือเซรั่มบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิว จึงช่วยทำให้ตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้ดีขึ้น แต่ต้องทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ 2 สัปดาห์ ติดต่อกันประมาณ 5-6 ครั้ง จึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น (ภาพก่อนและหลังการรักษาด้วยเดอร์มาโรลเลอร์ ตามข้อมูลไม่ได้ระบุจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ใช้รักษา)
วิธีลดผิวแตกลายผิวลาย
เลเซอร์รอยแตกลาย การรักษาผิวแตกลายด้วยเลเซอร์นี้จะเหมาะกับสาว ๆ ใจร้อนที่อยากให้ปัญหานี้หายไปอย่างรวดเร็ว มีทั้งเลเซอร์แบบช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับสีรอยแตกลายให้ใกล้เคียงกับสีผิวปกติ เลเซอร์สร้างผิวใหม่ และเลเซอร์แบบรักษารอยแดงหรือรักษาความผิดปกติของเส้นเลือด ที่แนะนำคือ Fraxel Laser (ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับรอยแตกลายที่เป็นมานานแล้ว) และ V-Beam Laser (ช่วยทำลายเส้นเลือดในคนที่มีรอยแตกแดง เหมาะกับรอยแตกลายที่เพิ่งเกิดใหม่หรือมีสีชมพู) แต่การทำครั้งเดียวจะไม่เห็นผลอย่างชัดเจน แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง (ห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์) จนกว่ารอยแตกลายจะค่อย ๆ จางหายไป สามารถรักษาได้ทั้งรอยแตกลายในระยะแรกและระยะหลัง จากการศึกษาพบว่าการรักษาด้วยวิธีนี้จะได้ผลประมาณ 40-60% แต่จะเหมาะกับผู้ที่มีงบทำสวยมากหน่อย เพราะราคาการทำเลเซอร์ก็ค่อนข้างแพงใช่เล่นเลยล่ะ (ภาพก่อนและหลังการรักษาด้วย Fraxel Laser)
เลเซอร์ลบรอยแตกลายผิวลาย
การทำไอพีแอล (Intensed Pulsed Light – IPL) เป็นเทคนิคการใช้แสงความเข้มสูง นำมายิงบริเวณผิวที่เป็นรอยแตก ในขณะยิงจะรู้สึกเจ็บคล้าย ๆ กับโดนหนังสติ๊กดีดผิว แต่วิธีนี้จะได้ผลดีกับรอยแตกในระยะแรกที่มีสีแดง หากเป็นรอยแตกในระยะหลัง ๆ (รอยแตกสีขาวซีด) มักจะไม่ได้ผล และต้องอย่างน้อย 5 ครั้ง (ห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์) ค่าบริการครั้งละ 1,500-2,500 บาท ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่าวิธีนี้สามารถทำให้รอยแตกจางลงได้ประมาณ 30-50% โดยขึ้นอยู่กับระยะของรอยแตกที่เป็น (ภาพก่อนและหลังการรักษาจำนวน 5 ครั้ง)
วิธีแก้ผิวแตกลาย
ฉีดคาร์บ็อกซี่ (Carboxytherapy) เป็นวิธีแก้รอยแตกลายด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น และยังช่วยสลายเซลล์ไขมันส่วนเกินในบริเวณที่ต้องการได้อีกด้วย มันจึงถูกนำมาใช้เพื่อสลายไขมันส่วนเกินตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่ก็ยังสามารถนำมาใช้รักษาผิวแตกลายได้ด้วย โดยอาศัยเทคนิคการฉีดก๊าซที่แตกต่างกันซึ่งจะเป็นการฉีดตื้น ๆ เข้าไปเพียงชั้นหนังแท้ตามแนวร่องแตกลายผิวหนัง ไม่ได้ฉีดลึกเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวเหมือนการฉีดสลายไขมัน แต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะต้องทำอย่างน้อย 3-5 ครั้ง ติดต่อกันทุก ๆ 1 สัปดาห์ ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลประมาณ 30-60% หรือไม่ได้ผลเลย มีค่าบริการครั้งละ 1,500-2,000 บาท (ภาพก่อนและหลังการรักษาจำนวน 8 ครั้ง รวมระยะเวลา 5 เดือน) ผิวลาย.