Vitalmax ไวทอลแม็กซ์ การอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวได้อย่างเพียงพอ

Vitalmax ไวทอลแม็กซ์ การอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวได้อย่างเพียงพอ  บางคนอาจจะไม่แข็งตัว บางคนแข็งตัวไม่นานพอ บางคนอาจจะหลั่งเร็ว หลั่งไว สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่เพียงพอ Vitalmax ไวทอลแม็กซ์.

Vitalmax ไวทอลแม็กซ์

Vitalmax ไวทอลแม็กซ์ โรคกามตายด้านมี 3 แบบ คือ

1.) แบบฐมภูมิ คือ การที่องคชาตไม่เคยแข็งตัวเต็มที่ หรือไม่แข็งพอที่จะทำให้ร่วมเพศสำเร็จเลยสักครั้งVitalmax ไวทอลแม็กซ์
2.) แบบทุติยภูมิ คือ การที่องคชาตเคยแข็งตัวและร่วมเพศได้มาก่อน แต่ต่อมาเกิดความผิดปกติขึ้น ทำให้ไม่แข็งตัวเหมือนเดิม
3.) แบบชั่วคราว คือ การที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเป็นครั้งคราวผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ในกรณีนี้ หากพบปัญหาแและรีบรักษาแต่เนิ่นๆ จะหายเป็นปกติได้Vitalmax ไวทอลแม็กซ์

ผู้ชายส่วนใหญ่เมื่อถึงวัยกลางคนจะเริ่มมีปัญหากามตายด้านเกิดขึ้น ร้อยละ 37 ผู้ชายอายุ 40-70 ปีเป็นโรคนี้ โดยมีอาการดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด ยิ่งชราจะยิ่งพบผู้ป่วยมากขึ้นไปตามวัย เพราะฮอร์โมนเพศลดลงและความเสื่อมของร่างกาย
การจัดระดับความรุนแรง คือ
– ระดับความรุนแรงน้อย คือ สังเกตได้จากหากมีเพศสัมพันธ์สามารถสำเร็จได้เกือบทุกครั้ง
– ระดับความรุนแรงปานกลาง คือ ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์จะสำเร็จได้ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งการร่วมเพศVitalmax ไวทอลแม็กซ์
– ระดับความมรุนแรงมาก คือ ล้มเหลวทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ Vitalmax ไวทอลแม็กซ์.

อวัยวะเพศไม่แข็งตัว สาเหตุของการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

อวัยวะเพศไม่แข็งตัว สาเหตุของการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ส่วนมากของผู้ที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เชื่อว่าเกิดจากการลดระดับของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน การเสื่อมสังขารตามธรรมชาติหรือสาเหตุทางจิตใจ แต่ความจริงพบว่าโรคนี้สัมพันธ์กับโรคบางโรค การบาดเจ็บ หรือจากการรักษาทั้งทางยา และการผ่าตัด อวัยวะเพศไม่แข็งตัว.

อวัยวะเพศไม่แข็งตัว

อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศอวัยวะเพศไม่แข็งตัว

ประกอบด้วยโรคต่าง ๆ จำนวนมาก ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และโรคมัลติเปิลสเคลอโรซิส (multiple sclerosis) โรคเหล่านี้ทำให้เกิดความผิดปกติต่อหลอดเลือด เส้นประสาทของอวัยวะที่จะมีผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ยาหลายชนิดก็มีผลด้วยเช่นกัน การลดลงของการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน ก็อาจทำให้ความสนใจในทางเพศลดลง และหรือทำให้การแข็งตัวลดลงด้วย นอกจากนั้นกระบวนการการบำบัดทางจิต อาจรบกวนการกระตุ้นทางด้านจิตใจ หรือลดความตื่นตัวในการรับความรู้สึก

สภาพร่างกายที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แบ่งออกเป็นห้ากลุ่มหลัก ดังนี้ (ตรงนี้ผมว่าสำคัญมาก)อวัยวะเพศไม่แข็งตัว

โรคเกี่ยวกับเส้นเลือด ปัญหาการไหลเวียนของกระแสเลือด ซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังอัณฑะ รวมถึงการแข็งตัวของเส้นเลือดแดง (atherosclerosis) โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูงอวัยวะเพศไม่แข็งตัว
การดำรงชีวิต การสูบบุหรี่ (จะยิ่งส่งผลร้ายต่อปัญหาโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง) การดื่มสุราจัด และการใช้สารเสพติด (ลดบ้างก็น่าจะช่วยได้เยอะครับ)
ความผิดปกติของระบบประสาท และบาดแผล อันเป็นผลจากการได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และกระดูกเชิงกราน
การผ่าตัด ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดต่อมลูกหมาก และการรักษาด้วยการฉายรังสี
การรักษาด้วยยาบางประเภท ยกตัวอย่างเช่นที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง อาการซึมเศร้า และยาบางตัวสำหรับการรักษาโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร (gastric ulcers) และโรคมะเร็ง อวัยวะเพศไม่แข็งตัว.

ฮอร์โมนเพศชาย โรคหย่อนสมรรถภาพ

ฮอร์โมนเพศชาย โรคหย่อนสมรรถภาพ หรือที่หลายๆคนเรียกว่านกเขาไม่ขัน น้องชายไม่แข็งแรง เสื่อมสมรรถภาพ ลองอ่านบทความดูนะครับว่าท่านเข้าข่ายหรือไม่ จะได้แก้ไขได้ทันเวลา ฮอร์โมนเพศชาย.

ฮอร์โมนเพศชาย

ฮอร์โมนเพศชาย อาการอย่างไรถึงเข้าข่ายเรียกว่าเป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction : ED) หมายถึง การที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้ หรือแข็งได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้สำเร็จเป็นที่พึงพอใจอยู่เป็นประจำ หรือย่างต่อเนื่อง (ผู้ชายอย่างเราไม่มีใครอยากเป็นหรอก จริงไหมครับ)

ระดับความรุนแรงของโรค

หย่อนสมรรถภาพอย่างอ่อน : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวพอดี สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เกือบทุกครั้ง
หย่อนสมรรถภาพปานกลาง : ผู้ป่วยสามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดี สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้บ้างเป็นบางครั้ง
หย่อนสมรรถภาพโดยสิ้นเชิง : ผู้ป่วยไม่สามารถมีอวัยวะเพศแข็งตัวดีพอ สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้เลยฮอร์โมนเพศชาย
หย่อนสมรรถภาพไม่ใช่ไร้สมรรถภาพไม่ใช่ไร้สมรรถภาพนะครับ

คำว่า “หย่อนสมรรถภาพทางเพศ” (ED) ในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้มากกว่าศัพท์เดิม คือ ไร้สมรรถภาพทางเพศ (Impotence) คำว่าไร้สมรรถภาพทางเพศมีความหมายในทางอับอาย เป็นเหตุให้ผู้ป่วยในอดีตน้อยรายที่จะไปพบแพทย์ ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ (เริ่มใจชื้นขึ้นมาแล้วใช่ไหมครับ)

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นรูปแบบหนึ่งของความบกพร่องทางเพศ ได้แก่

อาการหลั่งเร็ว (premature ejaculation) อันนี้ก็พอมีทางแก้ครับ ไว้จะเอาบทความเรื่องนี้มาฝากนะครับฮอร์โมนเพศชาย
อาการหลั่งช้า (delay ejaculation) แหม่…หลั่งช้าเกินไปก็เข้าข่ายนะครับ
อาการเฉื่อยชาทางเพศ (deficits in desire)
การไม่ถึงจุดสุดยอด (orgasmic disabilities)
อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction)
หย่อนสมรรถภาพ-ปู่เซิน

การแข็งตัวของอวัยวะเพศ แบ่งการแข็งตัวออกได้เป็น 3 ชนิดใหญ่

1. เกิดจากจิตใจ ส่วนใหญ่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลาง

2. เกิดจากปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ส่วนใหญ่เกิดจากการกระตุ้นที่อวัยวะเพศ

3. เกิดในยามวิกาล เกิดขึ้นในช่วงของการหลับที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว

การแข็งตัวส่วนใหญ่เป็นผลร่วมกันของการกระตุ้นทางจิตใจ และปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ฮอร์โมนเพศชาย.

อารมณ์ทางเพศ การไม่ยอมแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากถึง 30 % ในหนุ่มไทย ชายที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวโดยมีถึงสองในสาม ที่มีปัญหาในระดับปานกลางถึงรุนแรง มีผู้กำลังเผชิญกับโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มากกว่า 3 ล้านคน นพ.ไพโรจน์ อภัยบัณฑิตกุล ศัลยแพทย์ทั่วไป อารมณ์ทางเพศ.

อารมณ์ทางเพศ

อารมณ์ทางเพศ กล่าวว่าการที่อวัยวะเพศชายจะแข็งตัวขึ้นได้นั้น ต้องมีหลายระบบทำงานร่วมประสานกัน เริ่มจากการมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางเพศก่อน แล้วสมองก็จะส่งสัญญานไปยังอวัยวะเพศผ่านทางระบบประสาททำให้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อควบคุมการไหลเวียนของเลือดเข้าอวัยวะเพศชาย ในขณะเดียวกันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศจะขยายตัวขึ้นเป็นสองเท่า ทำให้เลือดไหลมาคั่งอยู่ภายในอวัยวะเพศและเลือดก็ถูกกักไว้โดยเนื้อเยื่อรอบ ๆ เป็นผลให้มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ถ้ามีอะไรก็ตามที่มาขัดขวางขบวนการเหล่านี้ จะส่งผลให้เกิด การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้งสิ้น อารมณ์ทางเพศ
ผลจากการสำรวจชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไปที่มีปัญหา(ED) การไม่แข็งตัว ของอวัยวะเพศเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ ได้แก่อารมณ์ทางเพศ
โรคเบาหวาน-Diabetes มีโอกาสเกิด ( ED) 70-75%
โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง Hypertension มีโอกาสเกิด ( ED) 80-85%
โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ Cardiovascular disease มีโอกาสเกิด ( ED) 95-100% ตั้งแต่โรคของร่างกาย โรคของจิตใจ หรือแม้แต่ผลจากยาบางชนิด หมอจึงต้องถามประวัติทางการแพทย์อย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์คำถามจะเจาะลึกมากอาจจะต้องพาภรรยามาด้วยเพื่อช่วยตอบเพื่อให้ได้รายละเอียดมาก และแม่นยำที่สุด พ้นจากการซักถามประวัติ หมอจะตรวจร่างกาย โดยจะมีการตรวจอวัยวะเพศ และตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก มีการเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ และอุจจาระหรืออาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติมอย่างอื่นเพื่อค้นหาสาเหตุเป็นพิเศษเฉพาะรายไปถ้าหากตรวจพบว่าถ้าป่วยเป็นโรคทางกาย หมอจะรักษาโรคที่นั้นก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี การดื่มเหล้ามากเกินไป การกินยาลดความดันบางชนิด ซึ่งเมื่อหมอได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว ปัญหาเรื่องการแข็งตัวน่าจะหมดไป แต่ถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จในการรักษาก็ต้องเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปแล้วการดำเนินการขั้นต่อไปจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์อารมณ์ทางเพศ ว่าวิธีใดเหมาะสม จะใช้ยาหรือวิธีการบำบัดต่างๆ การใช้ยา อาจจะจำเป็นในบางราย และไม่ควรจะวินิจฉัยตัวเอง และซื้อยามาใช้เอง ฮอร์โมน มีการใช้ฮอร์โมนเพศเสริมในผู้ที่พบว่าปัญหา นี้เกิดจากระดับฮอร์โมนเพศชายที่ต่ำเกินไป หรืออาจใช้อุปกรณ์สูญญากาศ เป็นท่อพลาสติกสำหรับใช้สวมอวัยวะเพศที่อ่อนตัว แล้วค่อยๆ ดูดลมออกทำให้ภายในท่อเป็นสูญญากาศ ส่งผลให้มีเลือดไหลมายังอวัยวะเพศมากขึ้น จนอวัยวะเพศแข็งตัว เมื่อแข็งได้ที่แล้วก็ใช้ห่วงยางรัดไว้ที่โคนของอวัยวะเพศไม่ให้เลือดไหลออก แล้วถอดท่อพลาสติกออกก็เป็นอันพร้อมใช้การได้ทันทีอวัยวะเพศแบบฝัง ถ้าวิธีข้างต้นไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ การฝังอวัยวะเพศเทียมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งแก้ปัญหาได้ แต่รายละเอียดเจาะลึกคงต้องไปคุยกับศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะศัลยกรรมหลอดเลือด การผ่าตัดแก้ไขปัญหาของหลอดเลือดดำ และหลอดเลือดแดงที่มาเลี้ยงอวัยวะเพศ อย่างน้อยก็จะได้ผ่อนคลายความกังวล หรืออาจเป็นการแนะนำให้ผู้ป่วยฝึกอะไรบางอย่างซึ่งจะช่วยให้ร่วมรักได้นานขึ้นปัญหาสุขภาพทั่วไป โรคทุกชนิด ไม่ว่าเฉียบพลัน หรือเรื้อรังจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลงได้ ไม่ว่าจะเป็นเพียงไข้หวัดเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการป่วยหนักๆ เช่น เป็นโรคหัวใจหรือมะเร็ง ในทางกลับกัน ถ้าร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการออกกำลังและกินอาหารอย่างเหมาะสม ตลอดจนกินยา อย่างถูกต้องตามเวลา (ในกรณีที่มีโรคประจำตัว) ย่อมจะมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น ฤทธิ์ของยา ไม่ว่าจะเป็นยาลดความดัน ยาคลายเครียด ยารักษาภาวะซึมเศร้า ล้วนแต่ลดความต้องการ ความเครียด ไม่ว่าจะมาจากเรื่องใด เรื่องแฟน เรื่องงาน เรื่องครอบครัว หรือเรื่องเศรษฐกิจ ก็ล้วนแต่ ลดความต้องการทางเพศลงได้ทั้งสิ้นและเมื่อสามารถแก้ปัญหาที่มากวนใจเหล่านี้ได้ ความต้องการทางเพศก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม อารมณ์ทางเพศ.

คอลลาเจนเม็ด กลุ่มผู้บริโภคคอลลาเจนนั้น

คอลลาเจนเม็ด กลุ่มผู้บริโภคคอลลาเจนนั้น เชื่อกันว่าหากปริมาณมิลลิกรัมของคอลลาเจน ที่กินเข้าไปนั้น ยิ่งมีปริมาณสูงมากประสิทธิภาพของผลลัพธ์ที่ส่งออกมานั้น ก็จะยิ่งมากไปด้วย นั่นคือ ผิวพรรณขาวใส เต่งตึง ดูมีน้ำมีนวล อย่างเห็นได้ชัด คอลลาเจนเม็ด.

คอลลาเจนเม็ด

คอลลาเจนเม็ด ที่ได้รับความนิยมนั้น ก็มี 2 แบบ คือ คอลลาเจนแบบรับประทาน มีทั้ง คอลลาเจนแบบผง แบบเม็ด แบบน้ำ และคอลลาเจนแบบฉีดคอลลาเจนเม็ด

ซึ่งผลลัพธ์ เมื่อได้รับในปริมาณที่เท่านั้น ก็จะส่งผลใกล้เคียงกัน โดยแบบฉีดรวดเร็วกว่าแน่นอน

แต่คอลลาเจนแบบฉีด ก็ยังมีราคาแพง หลายคนจึงนิยมเลือกใช้ แบบรับประทาน ซึ่งทั้งเป็นคอลลาเจนเช่นเดียวกัน โดยมีทั้งแบบเม็ดและแบบน้ำ แล้วแต่สะดวก

ไม่ต้องเจ็บตัว กินไปเรื่อยๆ สวยไปเรื่อยๆ เพียงวันละ 4000-6000 มิลลิกรัม ตามความต้องการของเรา และร่างกายเป็นหลักคอลลาเจนเม็ด

ใครชอบแบบน้ำ ก็กินแบบน้ำ ก็มีแบบน้ำดื่มได้เลย และแบบผงชงดื่ม ใครชอบแบบเม็ดก็กินแบบเม็ด พกพาไปทานที่ไหนก็ได้

คอลลาเจน ไม่ว่ายี่ห้อไหน หรือกินตอนไหน ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน

ประโยชน์ของการกินคอลลาเจนนั้น

จะเป็นสารที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว จะช่วยให้ร่างกายไปเสริมยึด สร้างความยืดหยุ่นแก่ร่างกาย ให้ผิวพรรณที่เหี่ยวย่น กลับมาเต่งตึงได้อีกครั้ง

และกระตุ้นเสริมให้มีความยืดหยุ่น น่าสัมผัส ผิวเนียนละเอียด เหมือนในผิวของเด็กที่ยังมีคอลลาเจนอยู่มากคอลลาเจนเม็ด

นอกจากนั้นแล้ว เมื่อผิวเต่งตึง นุ่มเนียนน่าสัมผัสแล้ว สิ่งที่ตามมา นั่นก็คือ ผิวจะอมชมพูขึ้น และดูกระจ่างใส ขาวใสขึ้นได้ด้วย

พอทราบแบบนี้ ว่า คอลลาเจน ช่วยอะไร การเติมเต็มผิวที่ขาดหายไป ให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง

นับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง อย่าพลาดเรื่องราวดีๆ กับการมาเติมคอลลาเจนสู่ผิวกันดีกว่า คอลลาเจนเม็ด.

คอลลาเจน เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายชนิดในสัตว์

คอลลาเจน เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายชนิดในสัตว์ คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ฉะนั้นจึงเป็นโปรตีนที่พบมากที่สุดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วย[1] โดยคิดเป็น 25% ถึง 35% ของปริมาณโปรตีนทั้งร่างกาย ส่วนใหญ่พบคอลลาเจนในรูปเส้นใยฝอยยืดในเนื้อเยื่อเส้นใย (fibrous tissue) เช่น เอ็นกล้ามเนื้อ (tendon) เอ็น (ligament) และผิวหนัง ทั้งพบมากในกระจกตา กระดูกอ่อน กระดูก หลอดเลือด ทางเดินอาหารและหมอนกระดูกสันหลัง เซลล์สร้างเส้นใย (fibroblast) เป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนมากที่สุด คอลลาเจน.

คอลลาเจน

คอลลาเจน ในเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มใยกล้ามเนื้อ (endomysium) คอลลาเจนประกอบเป็น 1% ถึง 2% ของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ และเป็น 6% ของน้ำหนักกล้ามเนื้อมีเอ็นที่แข็งแรง[2] เจลาติน ซึ่งใช้ในอาหารและอุตสาหกรรม เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการสลายด้วยน้ำ (hydrolysis) แบบย้อนกลับไม่ได้

คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่ว ๆ ไปเช่นแดียวกับเอนไซม์ เส้นใยคอลลาเจนมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย โดยปกติทั่วไปผิวหนังมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มาก จึงมีแรงสปริงและยืดหยุ่นดีตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกาย ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน, เอ็น, เอ็นกล้ามเนื้อและกระดูก คอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน

เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอย (wringkle) บนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย

เมื่อคอลลาเจนผ่านการสลายด้วยน้ำ คอลลาเจนจะแตกตัวออกเป็นสารเชิงซ้อนของคอลลาเจนเปปไทด์แบบ Polyproline II (PPII) หรือเจลาติน นอกจากการใช้เป็นอาหารแล้ว คอลลาเจนยังใช้เป็นส่วนประกอบของยา เครื่องสำอาง และฟีล์มถ่ายภาพเมื่อพิจารณาในแง่ของอุตสาหกรรมอาหารแล้ว สารคอลลาเจนไม่ได้ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีการประชาสัมพันธ์เชิงการค้าว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมคอลลาเจนต่างแสดงคุณสมบัติของสินค้าว่าสามารถยับยั้งการเกิดริ้วรอยและมีผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งยังไม่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ออกมาสนับสนุนการโฆษณาในลักษณะนี้

คำว่า Collagen (คอลลาเจน) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกจากคำว่า “Kolla” ที่แปลว่า กาว โดยเมื่อก่อนได้มีการทำกาวโดยการนำหนังและเอ็นม้ามาเคี่ยวจนกลายเป็นกาว ตามหลักฐานที่พบมีการใช้งานกาวลักษณะนี้มากว่า 8000 ปีแล้ว โดยใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตเชือกและตะกร้าสานเพื่อให้มีความแข็งแรง และมีการใช้งานภายในครัวเรือนทั่วไป กาวชนิดนี้เมื่อแห้งแล้วสามารถทำให้อ่อนนิ่มได้อีกโดยการให้ความร้อน เพราะกาวจากสิ่งมีชีวิตเป็นเทอร์โมพลาสติก ชนิดหนึ่งจึงมีการใช้งานได้หลากหลายโดยเฉพาะการผลิกเครื่องดนตรีเช่น ไวโอลีน กีตาร์ แม้กระทั่งเมื่อมนุษย์สามารถผลิตพลาสติกสังเคราะห์ได้แล้ว แต่ก็ยังมีการใช้งานกาวเจลาตินอยู่ทั่วไป คอลลาเจน.

คอร์สลดน้ำหนัก คุณเป็นสาวอ็อฟฟิศอีกคนหนึ่งที่มีงานประจำยุ่งแสนยุ่ง

คอร์สลดน้ำหนัก คุณเป็นสาวอ็อฟฟิศอีกคนหนึ่งที่มีงานประจำยุ่งแสนยุ่ง และต้องประสบกับปัญหาที่น่าปวดหัวอย่างเช่นเรื่องของน้ำหนักส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นทุกวันๆ หรือเปล่าคะ ประมาณว่าอยากจะลดน้ำหนักส่วนเกินใจจะขาด แต่ก็อ้างว่าไม่มีเวลา ทั้งการออกกำลังกายและการเตรียมเมนูสำหรับลดความอ้วนไปรับประทานที่ออฟฟิศ แถมในระหว่างวันทำงานขนมนมเนยก็วางเรียงรายบนโต๊ะเต็มไปหมด แต่ถ้าคุณยังไม่เลิกล้มความตั้งใจในการลดน้ำหนักส่วนเกิน วันนี้เรามีสูตรลดน้ำหนักที่ไม่ยุ่งยากในการหาซื้อรับประทานและรับรองว่าได้ผลดี เพราะหลายคนได้ทดลองมาแล้ว มาฝากคุณสาวๆ กัน คอร์สลดน้ำหนัก.

คอร์สลดน้ำหนัก

คอร์สลดน้ำหนัก ซึ่งสูตรนี้ เหมาะสำหรับสาวออฟฟิศที่ไม่ค่อยมีเวลาในการจัดเตรียมอาหาร เพราะเป็นเมนูที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่การลดน้ำหนักส่วนเกินด้วยการรับประทานเมนูนี้นั้น ต้องแบ่งการรับประทานออกเป็น 2 ช่วง คือ

ช่วงแรก จะเป็นเมนูสูตรสำหรับล้างท้อง 3 วัน และเมื่อรับประทานครบแล้ว ก็ให้พักท้อง 2 วัน โดยที่ในระหว่างพักนี้ วัลภา บอกว่า สามารถรับประทานได้ทุกอย่าง แต่ส่วนใหญ่เมื่อเข้าคอร์สนี้แล้วมักจะรับประทานอะไรไม่ค่อยได้ เพราะกระเพาะจะเริ่มชินกับเมนูลดน้ำหนักแล้ว

ต่อจากนั้นจึงเริ่มสูตรลดน้ำหนัก 5 วัน โดยในระหว่างวันห้ามรับประทานอาหารนอกเหนือไปจากเมนูนอกจากผลไม้ที่ไม่หวาน ชา กาแฟ ที่ไม่ใส่น้ำตาล เป็นต้น ซึ่งในระหว่างมื้ออาหารนั้นก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเมนูที่มีความใกล้เคียงกันได้ เช่น ถ้าไม่ชอบรับประทานสลัด ก็อาจจะเปลี่ยนเมนูเป็นส้มตำแทนก็ได้ ทราบรายละเอียดคร่าวๆ แล้ว มาเริ่มดูเมนูกันดีกว่าค่ะ

สูตรล้างท้อง 3 วัน

สูตรล้างท้อง 3 วัน ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 2 กิโลกรัม

วันที่ 1คอร์สลดน้ำหนัก

เช้า ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น ใส่น้ำผึ้ง / ชา หรือ กาแฟ ใส่น้ำตาลทรายแดง
กลางวัน ถั่วฝักยาวต้ม 1 ถ้วย / ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำแร่ 1 กระป๋อง / สลัดน้ำใส / ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น / น้ำแครอทไม่ใส่น้ำตาล
เย็น อกไก่ย่าง / ข้าวกล้อง 1 ถ้วย / สลัดผักรวม ใส่สลัดน้ำใส / ชาเขียว 1 ซอง

วันที่ 2

เช้า เกรฟฟรุท (น้ำส้มโอ) (ส้มคล้ายซันควิท) / ขนมปังโฮลวีท ใส่เนยถั่ว
กลางวัน ยำผลไม้รวม / ข้าวกล้อง / น้ำส้มไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
เย็น เนื้อปลากระพง 1 ชิ้น / มันฝรั่งต้ม 1 หัว / น้ำมะเขือเทศ 1 กระป๋อง / ชาสมุนไพร 1 ซอง ชนิดไม่มีน้ำตาล

วันที่ 3

เช้า ซีเรียลคอร์นเฟรก 1 ถ้วย / โยเกิร์ตผลไม้รวม / กล้อยหอม / ชา หรือ กาแฟ
กลางวัน แซนวิสไก่ทำจากขนมปังโฮลวีท / สลัดผักเขียวน้ำใส ใส่ไข่ต้ม 1 ฟอง / แตงโม 2 ชิ้น / ชาสมุนไพรชนิดไม่
มีน้ำตาล
เย็น เนื้อหมูสันในย่าง 1 ชิ้น + น้ำจิ้มแจ่ว / ข้าวกล้อง / น้ำมะเขือเทศ 1 กระป๋องเล็ก / น้ำฝรั่งไม่ใส่น้ำตาล / ชาเขียวคอร์สลดน้ำหนัก

สูตรอาหารลดน้ำหนัก 5 วัน

อาหารสำหรับลดน้ำหนักสำหรับ 5 วัน จะลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 3 กิโลกรัม

วันจันทร์
เช้า เกาเหลาหมู
กลางวัน ลาบหมู+ผัก
เย็น สุกี้ยากี้ (ไม่ใส่เส้น)

วันอังคาร
เช้า ไข่ดาว+แฮม 2 ชิ้น
กลางวัน ซุปหน่อไม้ / ส้มตำ + ไก่ย่าง (ไม่ติดหนัง)
เย็น ปลาย่าง + น้ำพริกปลา + ผักสด

วันพุธ
เช้า ต้มจืดตำลึงหมูบะช่อ
กลางวัน สลัดผักน้ำใส + ทูน่าในน้ำเกลือ
เย็น แกงส้มกุ้งใส่ผักรวม

วันพฤหัส
เช้า เกาเหลาเนื้อตุ๋น
กลางวัน สลัดปู + ลูกชิ้นปิ้ง 4 ลูก
เย็น ปลาช่อนแป๊ะซะ + ผักรวม

วันศุกร์
เช้า แกงเลียงกุ้งสด
กลางวัน ปลาผัดเต้าซี่ + ผักสด + ผักลอก
เย็น ยำมะเขือยาว + ผักสด

หลังจากครบทั้ง 3 วันแล้วให้พักท้อง 2 วัน แล้วจึงเริ่มเมนู 5 วันต่อไป

การออกกำลังกายสำหรับสาวอ็อฟฟิศ คอร์สลดน้ำหนัก.

 

โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน อาจเป็นวิธีการที่เป็นไปได้อย่าง

โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน อาจเป็นวิธีการที่เป็นไปได้อย่าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เดียว สำหรับโปรแกรมการลดน้ำหนัก ภายใน 1 เดือน เราจะลดแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะไม่ฝืนธรรมชาติมากนัก และไม่ใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักแต่อย่างใด เพื่อนจะสามารถลดน้ำหนักประมาณ 3-4 ภายใน 1 เดือน ตามโปรแกรมที่เราแนะนำ แต่ทั้่งนี้ ผู้ฝึกจะต้องมีวินัย และมีระเบียบในการเข้าโปรแกรมพอสมควร สำหรับโปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 1 เดือน จะมีกิจกรรมที่ต้องทำ ดังต่อไปนี้ โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน.

โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน
โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน ตารางการออกกำลังกาย สำหรับโปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 1 เดือน โดยการออกกำลังกายแต่ละวันจะใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงโดยประมาณ

สัปดาห์ที่ 1
วันจันทร์ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 50 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันอังคาร – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 55 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันพุธ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 60 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันพฤหัสฯ – พัก
วันศุกร์ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 70 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันเสาร์ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 75 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันอาทิตย์ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 80 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,

โปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 1 เดือน

สัปดาห์ที่ 2 โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน
วันจันทร์ – พัก
วันอังคาร – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 100 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพุธ – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 105 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพฤหัสฯ – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 110 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันศุกร์ – พัก
วันเสาร์ – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 130 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอาทิตย์ – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 135 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง

สัปดาห์ที่ 3
วันจันทร์ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 140 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอังคาร – พัก
วันพุธ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 150 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพฤหัสฯ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 155 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันศุกร์ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 155 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันเสาร์ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 160 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอาทิตย์ – พัก

สัปดาห์ที่ 4
วันจันทร์ – วิ่ง 60 นาที, Squats 180 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอังคาร – วิ่ง 60 นาที, Squats 185 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพุธ – วิ่ง 60 นาที, Squats 190 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพฤหัสฯ – พัก
วันศุกร์ – วิ่ง 60 นาที, Squats 220 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันเสาร์ – วิ่ง 60 นาที, Squats 225 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอาทิตย์ – วิ่ง 60 นาที, Squats 230 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง

สัปดาห์ที่ 5
วันจันทร์ – พักโปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน
วันอังคาร – วิ่ง 60 นาที, Squats 240 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพุธ – วิ่ง 60 นาที, Squats 250 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพฤหัสฯ – ครบ 30 วัน จบโปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 30 วัน

* การเดินวิ่ง ควรทำระยะทางให้มากขึ้น โดยใช้เวลาเท่าเดิม
* การวิ่ง สำหรับแต่ละบุคคล ควรดูที่น้ำหนักของตัวเองประกอบ หากน้ำหนักมากแนะนำให้เดินช้า เร็ว สลับกันไปก่อน
* การทำ squats ดูได้ที่ ท่า Squats ช่วยบริหารเรียวขา และก้น ให้สวย เซ็กซี่ http://smartbody.in.th/?p=190
* ควรเลือกใช้ดัมเบลที่มีน้ำหนักไม่หนัก กะประมาณโดยการลองยก 12-15 ครั้ง แล้วรู้สึกหนัก ๆ เป็นอันใช้ได้ แต่หากยกเกิน 15 ครั้งแล้วยังรู้สึกสบาย แสดงว่าเบาเกินไป
* ท่า Plank , Lunge , Jumping Lunge , Dumbell Plank Row , Tricep Difs , Fly Dumbell สามารถค้นได้ใน youtube
* โปรแกรมดังกล่าวข้างต้น จะเข้มข้นพอสมควร หากผ่านไปได้ เชื่อว่าการเล่นโปรแกรมสำหรับเดือนถัดไป จะเป็นเรื่องง่ายมาก ๆ
* การลดน้ำหนักสำหรับโปรแกรมนี้ ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเช่นกัน หากมีน้ำหนักมาก แนะนำให้เล่นแบบเบา ๆ อาจจะใช้โปรแกรมนี้ สำหรับ 2 เดือนเพื่อให้เห็นผล
* การจัดโปรแกรมข้างต้น จะมีความหลากหลาย และแต่ละสัปดาห์ จะมีวันพักไม่ซ้ำกัน เพื่อให้ร่างกายมีการตื่นตัว และไม่เกิดความเคยชินมากเกินไป

คุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก สำหรับโปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 30 วัน
การคุมอาหารมีความจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่เข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้เข้าโปรแกรม ก็สามารถที่จะทานอาหารเพื่อการลดน้ำหนักนี้ได้ โดยอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก นี้ มีหลักการอยู่ว่า จะต้องบริโภคไขมัน หรืออาหารขยะให้น้อยลง และบริโภคอาหารจำพวกที่มีกากใย
เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยในระบบขับถ่าย และนอกจากนั้น การปรุงแต่ของอาหารแต่ละอย่าง ก็ให้พลังกายที่ไม่เท่ากัน อันเนื่องมากจากการใช้เครื่องปรุงชนิดต่าง ๆ ดังนั้น การคุมอาหารสำหรับโปรแกรมนี้ จะแนะนำให้ทานคลีนเพื่อสุขภาพ โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน.

สูตรลดน้ำหนัก ทั้ง 4 แบบนี้มีดีกันคนละอย่าง

สูตรลดน้ำหนัก ทั้ง 4 แบบนี้มีดีกันคนละอย่าง เราก็เลยจับมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ไปเลยว่าสูตรไหนน่าจะเหมาะกับสาวๆ มากที่สุด สูตรลดน้ำหนัก.

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรที่ 1 อดอาหารทุกชนิด วิธีนี้โหดที่สุดแล้วในบรรดากรรมวิธีทรมานคนเพื่อหุ่นสวยทั้งหมด เพราะมันคือการไม่กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า วีนี้ถ้าสาวที่น้ำหนักเกินมากๆ ลองทำดู จะพบว่าน้ำหนักหายไปเร็วจี๋ยิ่งกว่าถูกขโมยขึ้นบ้าน เพราะร่างกายจะสูญเสียไขมัน กล้ามเนื้อ เกลือแร่ และวิตามินไปอย่างรวดเร็ว แต่คนที่ทำแบบนี้ต้องอย่าลืมปะทังชีวิตด้วยการดื่มนม น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้บ่อยๆ ไม่อย่างนั้นนอกจากน้ำหนักจะหายแล้ว ชีวิตก็อาจจะหายไปพร้อมกันด้วย
ข้อเสีย เตรียมรับมือกับโรคกระเพาะ โรคเลือดเป็นกรด เครียดอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อฝ่อ และกล้ามเนื้อหัวใจลีบได้เลยสูตรลดน้ำหนัก

สูตรที่ 2 กินแต่ผักและผลไม้ งดอาหารที่เป็นแป้ง ไขมัน และเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่ก็ต้องเลือกด้วยว่าจะทานผลไม้ชนิดไหน เพราะบางอย่างก็มีน้ำตาลสูงปรี๊ดเกินคาด แต่รับรองว่ายังไงๆ น้ำหนักก็ลดแน่ๆสูตรลดน้ำหนัก
ข้อเสีย ถึงจะไม่อันตรายเท่าวิธีแรกแต่ก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะการอดเนื้อสัตว์จะทำให้ขาดโปรตีน ทำให้หมดแรง มึนซึม คิดอะไรไม่ออก จึงต้องทานเต้าหู้เสริมมากๆ เพื่อชดเชยโปรตีนให้ตัวเองด้วยสูตรลดน้ำหนัก

สูตรที่ 3 กินอาหารให้พลังงานต่ำ คนที่จะทำวิธีนี้ได้ต้องเป็นนักจดเพราะต้องจดทุกมื้อที่กินเข้าไป เอาไปคำนวณไม่ให้แต่ละมื้อมากกว่า 1,000 แคลอรี แต่เป็นวิธีที่ไม่
ทรมานและไม่เสียสุขภาพ

สูตรที่ 4 กินแต่เนื้อสัตว์อย่างเดียว แต่ต้องเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และต้องไม่กินหนังด้วย
ข้อเสีย การเลือกกินแต่เนื้อสัตว์จะทำให้ร่างกายได้รับแต่โปรตีน ขาดวิตามินและเกลือแร่ในแต่ละมื้อจึงควรทานผลไม้ร่วมด้วย 1 จานเล็กๆ สูตรลดน้ำหนัก.

ลดต้นขา เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ

ลดต้นขา เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา “ขาใหญ่” ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง 3 ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัวลดต้นขา

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ

การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคนเลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย~

แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)

พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะ

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือลดต้นขา

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ลดต้นขา.