คอลลาเจน เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายชนิดในสัตว์

คอลลาเจน เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหลายชนิดในสัตว์ คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ฉะนั้นจึงเป็นโปรตีนที่พบมากที่สุดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมด้วย[1] โดยคิดเป็น 25% ถึง 35% ของปริมาณโปรตีนทั้งร่างกาย ส่วนใหญ่พบคอลลาเจนในรูปเส้นใยฝอยยืดในเนื้อเยื่อเส้นใย (fibrous tissue) เช่น เอ็นกล้ามเนื้อ (tendon) เอ็น (ligament) และผิวหนัง ทั้งพบมากในกระจกตา กระดูกอ่อน กระดูก หลอดเลือด ทางเดินอาหารและหมอนกระดูกสันหลัง เซลล์สร้างเส้นใย (fibroblast) เป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนมากที่สุด คอลลาเจน.

คอลลาเจน

คอลลาเจน ในเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มใยกล้ามเนื้อ (endomysium) คอลลาเจนประกอบเป็น 1% ถึง 2% ของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ และเป็น 6% ของน้ำหนักกล้ามเนื้อมีเอ็นที่แข็งแรง[2] เจลาติน ซึ่งใช้ในอาหารและอุตสาหกรรม เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการสลายด้วยน้ำ (hydrolysis) แบบย้อนกลับไม่ได้

คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่ว ๆ ไปเช่นแดียวกับเอนไซม์ เส้นใยคอลลาเจนมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย โดยปกติทั่วไปผิวหนังมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มาก จึงมีแรงสปริงและยืดหยุ่นดีตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกาย ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน, เอ็น, เอ็นกล้ามเนื้อและกระดูก คอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน

เคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง จึงเกิดริ้วรอย (wringkle) บนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาด้วย

เมื่อคอลลาเจนผ่านการสลายด้วยน้ำ คอลลาเจนจะแตกตัวออกเป็นสารเชิงซ้อนของคอลลาเจนเปปไทด์แบบ Polyproline II (PPII) หรือเจลาติน นอกจากการใช้เป็นอาหารแล้ว คอลลาเจนยังใช้เป็นส่วนประกอบของยา เครื่องสำอาง และฟีล์มถ่ายภาพเมื่อพิจารณาในแง่ของอุตสาหกรรมอาหารแล้ว สารคอลลาเจนไม่ได้ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีการประชาสัมพันธ์เชิงการค้าว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมคอลลาเจนต่างแสดงคุณสมบัติของสินค้าว่าสามารถยับยั้งการเกิดริ้วรอยและมีผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งยังไม่มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ออกมาสนับสนุนการโฆษณาในลักษณะนี้

คำว่า Collagen (คอลลาเจน) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกจากคำว่า “Kolla” ที่แปลว่า กาว โดยเมื่อก่อนได้มีการทำกาวโดยการนำหนังและเอ็นม้ามาเคี่ยวจนกลายเป็นกาว ตามหลักฐานที่พบมีการใช้งานกาวลักษณะนี้มากว่า 8000 ปีแล้ว โดยใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตเชือกและตะกร้าสานเพื่อให้มีความแข็งแรง และมีการใช้งานภายในครัวเรือนทั่วไป กาวชนิดนี้เมื่อแห้งแล้วสามารถทำให้อ่อนนิ่มได้อีกโดยการให้ความร้อน เพราะกาวจากสิ่งมีชีวิตเป็นเทอร์โมพลาสติก ชนิดหนึ่งจึงมีการใช้งานได้หลากหลายโดยเฉพาะการผลิกเครื่องดนตรีเช่น ไวโอลีน กีตาร์ แม้กระทั่งเมื่อมนุษย์สามารถผลิตพลาสติกสังเคราะห์ได้แล้ว แต่ก็ยังมีการใช้งานกาวเจลาตินอยู่ทั่วไป คอลลาเจน.

คอร์สลดน้ำหนัก คุณเป็นสาวอ็อฟฟิศอีกคนหนึ่งที่มีงานประจำยุ่งแสนยุ่ง

คอร์สลดน้ำหนัก คุณเป็นสาวอ็อฟฟิศอีกคนหนึ่งที่มีงานประจำยุ่งแสนยุ่ง และต้องประสบกับปัญหาที่น่าปวดหัวอย่างเช่นเรื่องของน้ำหนักส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นทุกวันๆ หรือเปล่าคะ ประมาณว่าอยากจะลดน้ำหนักส่วนเกินใจจะขาด แต่ก็อ้างว่าไม่มีเวลา ทั้งการออกกำลังกายและการเตรียมเมนูสำหรับลดความอ้วนไปรับประทานที่ออฟฟิศ แถมในระหว่างวันทำงานขนมนมเนยก็วางเรียงรายบนโต๊ะเต็มไปหมด แต่ถ้าคุณยังไม่เลิกล้มความตั้งใจในการลดน้ำหนักส่วนเกิน วันนี้เรามีสูตรลดน้ำหนักที่ไม่ยุ่งยากในการหาซื้อรับประทานและรับรองว่าได้ผลดี เพราะหลายคนได้ทดลองมาแล้ว มาฝากคุณสาวๆ กัน คอร์สลดน้ำหนัก.

คอร์สลดน้ำหนัก

คอร์สลดน้ำหนัก ซึ่งสูตรนี้ เหมาะสำหรับสาวออฟฟิศที่ไม่ค่อยมีเวลาในการจัดเตรียมอาหาร เพราะเป็นเมนูที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่การลดน้ำหนักส่วนเกินด้วยการรับประทานเมนูนี้นั้น ต้องแบ่งการรับประทานออกเป็น 2 ช่วง คือ

ช่วงแรก จะเป็นเมนูสูตรสำหรับล้างท้อง 3 วัน และเมื่อรับประทานครบแล้ว ก็ให้พักท้อง 2 วัน โดยที่ในระหว่างพักนี้ วัลภา บอกว่า สามารถรับประทานได้ทุกอย่าง แต่ส่วนใหญ่เมื่อเข้าคอร์สนี้แล้วมักจะรับประทานอะไรไม่ค่อยได้ เพราะกระเพาะจะเริ่มชินกับเมนูลดน้ำหนักแล้ว

ต่อจากนั้นจึงเริ่มสูตรลดน้ำหนัก 5 วัน โดยในระหว่างวันห้ามรับประทานอาหารนอกเหนือไปจากเมนูนอกจากผลไม้ที่ไม่หวาน ชา กาแฟ ที่ไม่ใส่น้ำตาล เป็นต้น ซึ่งในระหว่างมื้ออาหารนั้นก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเมนูที่มีความใกล้เคียงกันได้ เช่น ถ้าไม่ชอบรับประทานสลัด ก็อาจจะเปลี่ยนเมนูเป็นส้มตำแทนก็ได้ ทราบรายละเอียดคร่าวๆ แล้ว มาเริ่มดูเมนูกันดีกว่าค่ะ

สูตรล้างท้อง 3 วัน

สูตรล้างท้อง 3 วัน ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 2 กิโลกรัม

วันที่ 1คอร์สลดน้ำหนัก

เช้า ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น ใส่น้ำผึ้ง / ชา หรือ กาแฟ ใส่น้ำตาลทรายแดง
กลางวัน ถั่วฝักยาวต้ม 1 ถ้วย / ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำแร่ 1 กระป๋อง / สลัดน้ำใส / ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น / น้ำแครอทไม่ใส่น้ำตาล
เย็น อกไก่ย่าง / ข้าวกล้อง 1 ถ้วย / สลัดผักรวม ใส่สลัดน้ำใส / ชาเขียว 1 ซอง

วันที่ 2

เช้า เกรฟฟรุท (น้ำส้มโอ) (ส้มคล้ายซันควิท) / ขนมปังโฮลวีท ใส่เนยถั่ว
กลางวัน ยำผลไม้รวม / ข้าวกล้อง / น้ำส้มไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
เย็น เนื้อปลากระพง 1 ชิ้น / มันฝรั่งต้ม 1 หัว / น้ำมะเขือเทศ 1 กระป๋อง / ชาสมุนไพร 1 ซอง ชนิดไม่มีน้ำตาล

วันที่ 3

เช้า ซีเรียลคอร์นเฟรก 1 ถ้วย / โยเกิร์ตผลไม้รวม / กล้อยหอม / ชา หรือ กาแฟ
กลางวัน แซนวิสไก่ทำจากขนมปังโฮลวีท / สลัดผักเขียวน้ำใส ใส่ไข่ต้ม 1 ฟอง / แตงโม 2 ชิ้น / ชาสมุนไพรชนิดไม่
มีน้ำตาล
เย็น เนื้อหมูสันในย่าง 1 ชิ้น + น้ำจิ้มแจ่ว / ข้าวกล้อง / น้ำมะเขือเทศ 1 กระป๋องเล็ก / น้ำฝรั่งไม่ใส่น้ำตาล / ชาเขียวคอร์สลดน้ำหนัก

สูตรอาหารลดน้ำหนัก 5 วัน

อาหารสำหรับลดน้ำหนักสำหรับ 5 วัน จะลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 3 กิโลกรัม

วันจันทร์
เช้า เกาเหลาหมู
กลางวัน ลาบหมู+ผัก
เย็น สุกี้ยากี้ (ไม่ใส่เส้น)

วันอังคาร
เช้า ไข่ดาว+แฮม 2 ชิ้น
กลางวัน ซุปหน่อไม้ / ส้มตำ + ไก่ย่าง (ไม่ติดหนัง)
เย็น ปลาย่าง + น้ำพริกปลา + ผักสด

วันพุธ
เช้า ต้มจืดตำลึงหมูบะช่อ
กลางวัน สลัดผักน้ำใส + ทูน่าในน้ำเกลือ
เย็น แกงส้มกุ้งใส่ผักรวม

วันพฤหัส
เช้า เกาเหลาเนื้อตุ๋น
กลางวัน สลัดปู + ลูกชิ้นปิ้ง 4 ลูก
เย็น ปลาช่อนแป๊ะซะ + ผักรวม

วันศุกร์
เช้า แกงเลียงกุ้งสด
กลางวัน ปลาผัดเต้าซี่ + ผักสด + ผักลอก
เย็น ยำมะเขือยาว + ผักสด

หลังจากครบทั้ง 3 วันแล้วให้พักท้อง 2 วัน แล้วจึงเริ่มเมนู 5 วันต่อไป

การออกกำลังกายสำหรับสาวอ็อฟฟิศ คอร์สลดน้ำหนัก.

 

โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน อาจเป็นวิธีการที่เป็นไปได้อย่าง

โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน อาจเป็นวิธีการที่เป็นไปได้อย่าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เดียว สำหรับโปรแกรมการลดน้ำหนัก ภายใน 1 เดือน เราจะลดแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะไม่ฝืนธรรมชาติมากนัก และไม่ใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักแต่อย่างใด เพื่อนจะสามารถลดน้ำหนักประมาณ 3-4 ภายใน 1 เดือน ตามโปรแกรมที่เราแนะนำ แต่ทั้่งนี้ ผู้ฝึกจะต้องมีวินัย และมีระเบียบในการเข้าโปรแกรมพอสมควร สำหรับโปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 1 เดือน จะมีกิจกรรมที่ต้องทำ ดังต่อไปนี้ โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน.

โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน
โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน ตารางการออกกำลังกาย สำหรับโปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 1 เดือน โดยการออกกำลังกายแต่ละวันจะใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงโดยประมาณ

สัปดาห์ที่ 1
วันจันทร์ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 50 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันอังคาร – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 55 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันพุธ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 60 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันพฤหัสฯ – พัก
วันศุกร์ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 70 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันเสาร์ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 75 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,
วันอาทิตย์ – เดินช้า-เร็ว สลับกัน 45 นาที, Squats 80 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 12 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 30 วินาที,

โปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 1 เดือน

สัปดาห์ที่ 2 โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน
วันจันทร์ – พัก
วันอังคาร – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 100 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพุธ – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 105 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพฤหัสฯ – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 110 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันศุกร์ – พัก
วันเสาร์ – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 130 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอาทิตย์ – เดิน-วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 135 ครั้ง,วิดพื้น 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 45 วินาที,Lunge 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง

สัปดาห์ที่ 3
วันจันทร์ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 140 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอังคาร – พัก
วันพุธ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 150 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพฤหัสฯ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 155 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันศุกร์ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 155 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันเสาร์ – วิ่งจ็อกกิ้ง 60 นาที, Squats 160 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอาทิตย์ – พัก

สัปดาห์ที่ 4
วันจันทร์ – วิ่ง 60 นาที, Squats 180 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอังคาร – วิ่ง 60 นาที, Squats 185 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพุธ – วิ่ง 60 นาที, Squats 190 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพฤหัสฯ – พัก
วันศุกร์ – วิ่ง 60 นาที, Squats 220 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันเสาร์ – วิ่ง 60 นาที, Squats 225 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันอาทิตย์ – วิ่ง 60 นาที, Squats 230 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง

สัปดาห์ที่ 5
วันจันทร์ – พักโปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน
วันอังคาร – วิ่ง 60 นาที, Squats 240 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Chess Press 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Fly Dumbell 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพุธ – วิ่ง 60 นาที, Squats 250 ครั้ง,วิดพื้น 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง,ซิทอัพ 6 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง, Plank 5 ยก ๆ ละ 60 วินาที, Jumping Lunge 5 ยก ๆ ละ 20 ครั้ง, เวทเทรนนิ่ง Dumbell Plank Row 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง ซ้าย/ขวา,Tricep Difs 5 ยก ๆ ละ 15 ครั้ง
วันพฤหัสฯ – ครบ 30 วัน จบโปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 30 วัน

* การเดินวิ่ง ควรทำระยะทางให้มากขึ้น โดยใช้เวลาเท่าเดิม
* การวิ่ง สำหรับแต่ละบุคคล ควรดูที่น้ำหนักของตัวเองประกอบ หากน้ำหนักมากแนะนำให้เดินช้า เร็ว สลับกันไปก่อน
* การทำ squats ดูได้ที่ ท่า Squats ช่วยบริหารเรียวขา และก้น ให้สวย เซ็กซี่ http://smartbody.in.th/?p=190
* ควรเลือกใช้ดัมเบลที่มีน้ำหนักไม่หนัก กะประมาณโดยการลองยก 12-15 ครั้ง แล้วรู้สึกหนัก ๆ เป็นอันใช้ได้ แต่หากยกเกิน 15 ครั้งแล้วยังรู้สึกสบาย แสดงว่าเบาเกินไป
* ท่า Plank , Lunge , Jumping Lunge , Dumbell Plank Row , Tricep Difs , Fly Dumbell สามารถค้นได้ใน youtube
* โปรแกรมดังกล่าวข้างต้น จะเข้มข้นพอสมควร หากผ่านไปได้ เชื่อว่าการเล่นโปรแกรมสำหรับเดือนถัดไป จะเป็นเรื่องง่ายมาก ๆ
* การลดน้ำหนักสำหรับโปรแกรมนี้ ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเช่นกัน หากมีน้ำหนักมาก แนะนำให้เล่นแบบเบา ๆ อาจจะใช้โปรแกรมนี้ สำหรับ 2 เดือนเพื่อให้เห็นผล
* การจัดโปรแกรมข้างต้น จะมีความหลากหลาย และแต่ละสัปดาห์ จะมีวันพักไม่ซ้ำกัน เพื่อให้ร่างกายมีการตื่นตัว และไม่เกิดความเคยชินมากเกินไป

คุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก สำหรับโปรแกรมลดน้ำหนัก ภายใน 30 วัน
การคุมอาหารมีความจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่เข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้เข้าโปรแกรม ก็สามารถที่จะทานอาหารเพื่อการลดน้ำหนักนี้ได้ โดยอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก นี้ มีหลักการอยู่ว่า จะต้องบริโภคไขมัน หรืออาหารขยะให้น้อยลง และบริโภคอาหารจำพวกที่มีกากใย
เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยในระบบขับถ่าย และนอกจากนั้น การปรุงแต่ของอาหารแต่ละอย่าง ก็ให้พลังกายที่ไม่เท่ากัน อันเนื่องมากจากการใช้เครื่องปรุงชนิดต่าง ๆ ดังนั้น การคุมอาหารสำหรับโปรแกรมนี้ จะแนะนำให้ทานคลีนเพื่อสุขภาพ โปรแกรมลดน้ำหนัก 7 วัน.

สูตรลดน้ำหนัก ทั้ง 4 แบบนี้มีดีกันคนละอย่าง

สูตรลดน้ำหนัก ทั้ง 4 แบบนี้มีดีกันคนละอย่าง เราก็เลยจับมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ไปเลยว่าสูตรไหนน่าจะเหมาะกับสาวๆ มากที่สุด สูตรลดน้ำหนัก.

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรที่ 1 อดอาหารทุกชนิด วิธีนี้โหดที่สุดแล้วในบรรดากรรมวิธีทรมานคนเพื่อหุ่นสวยทั้งหมด เพราะมันคือการไม่กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า วีนี้ถ้าสาวที่น้ำหนักเกินมากๆ ลองทำดู จะพบว่าน้ำหนักหายไปเร็วจี๋ยิ่งกว่าถูกขโมยขึ้นบ้าน เพราะร่างกายจะสูญเสียไขมัน กล้ามเนื้อ เกลือแร่ และวิตามินไปอย่างรวดเร็ว แต่คนที่ทำแบบนี้ต้องอย่าลืมปะทังชีวิตด้วยการดื่มนม น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้บ่อยๆ ไม่อย่างนั้นนอกจากน้ำหนักจะหายแล้ว ชีวิตก็อาจจะหายไปพร้อมกันด้วย
ข้อเสีย เตรียมรับมือกับโรคกระเพาะ โรคเลือดเป็นกรด เครียดอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อฝ่อ และกล้ามเนื้อหัวใจลีบได้เลยสูตรลดน้ำหนัก

สูตรที่ 2 กินแต่ผักและผลไม้ งดอาหารที่เป็นแป้ง ไขมัน และเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่ก็ต้องเลือกด้วยว่าจะทานผลไม้ชนิดไหน เพราะบางอย่างก็มีน้ำตาลสูงปรี๊ดเกินคาด แต่รับรองว่ายังไงๆ น้ำหนักก็ลดแน่ๆสูตรลดน้ำหนัก
ข้อเสีย ถึงจะไม่อันตรายเท่าวิธีแรกแต่ก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะการอดเนื้อสัตว์จะทำให้ขาดโปรตีน ทำให้หมดแรง มึนซึม คิดอะไรไม่ออก จึงต้องทานเต้าหู้เสริมมากๆ เพื่อชดเชยโปรตีนให้ตัวเองด้วยสูตรลดน้ำหนัก

สูตรที่ 3 กินอาหารให้พลังงานต่ำ คนที่จะทำวิธีนี้ได้ต้องเป็นนักจดเพราะต้องจดทุกมื้อที่กินเข้าไป เอาไปคำนวณไม่ให้แต่ละมื้อมากกว่า 1,000 แคลอรี แต่เป็นวิธีที่ไม่
ทรมานและไม่เสียสุขภาพ

สูตรที่ 4 กินแต่เนื้อสัตว์อย่างเดียว แต่ต้องเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และต้องไม่กินหนังด้วย
ข้อเสีย การเลือกกินแต่เนื้อสัตว์จะทำให้ร่างกายได้รับแต่โปรตีน ขาดวิตามินและเกลือแร่ในแต่ละมื้อจึงควรทานผลไม้ร่วมด้วย 1 จานเล็กๆ สูตรลดน้ำหนัก.

ลดต้นขา เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ

ลดต้นขา เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา “ขาใหญ่” ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า ลดต้นขา.

ลดต้นขา

ลดต้นขา ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง 3 ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัวลดต้นขา

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ

การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคนเลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย~

แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)

พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะ

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือลดต้นขา

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ลดต้นขา.

ลดพุง วิธีลดพุงแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องออกกำลังกายหนัก

ลดพุง วิธีลดพุงแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องออกกำลังกายหนัก แค่ทำตาม 3 ท่าออกกำลังลดหน้าท้อง ต่อไปนี้ รับรองทำทุกวันพุงย้อย ๆ ที่ชอบห้อยชอบปลิ้นออกมาทำให้ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูไม่ดี ยุบหายกลายเป็นหน้าท้องเฟิร์ม ๆ แน่นอน ลดพุง.

ลดพุง

ลดพุง พูดถึงเรื่องหน้าท้อง ก็คงเป็นเรื่องที่หนักอกหนักใจสำหรับใครหลาย ๆ คนเลยใช่ไหมล่ะ ก็เผลอรับประทานเข้าไปซะเยอะจนมีไขมันรอบเอวเป็นห่วงยาง กลายเป็นพุงปลิ้น ๆ จะสวมใส่เสื้อผ้าชุดไหนเจ้าพุงย้อย ๆ ก็ออกมาทักทายตลอด แต่จะให้ไปลุกขึ้นมาฟิตออกกำลังกายหนัก ๆ ก็คงไม่ไหว เอ้า…เลิกกังวลไปได้เลยเพราะยังมีวิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ช่วยสลายพุงได้แค่เพียงทำเป็นประจำทุกวัน อย่างเช่น 3 ท่าออกกำลังกายที่เว็บไซต์ Popsugar นำมาฝาก ง่ายขนาดนี้เลิกเกี่ยงไม่ยอมออกกำลังกายได้แล้ว เดี๋ยวพุงที่ห้อย ๆ อยู่ไม่ยุบไม่รู้ด้วยนะ
1. ไซด์เบนด์ (Side Bends)

เริ่มต้นกันด้วยท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ทั้งที่มีอุปกรณ์หรือไม่มีก็ได้ เป็นท่าออกกำลังที่เน้นบริเวณกล้ามเนื้อท้อง ใครที่อยากลดหน้าท้อง ท่านี้ถือว่าเหมาะมากเลยเชียวล่ะ แถมยังสามารถทำที่ใดก็ได้ไม่ต้องใช้พื้นที่มากมาย

วิธีฝึกลดพุง

1. ยืนกางขาออกโดยให้ความกว้างระหว่างเท้าเท่ากับช่วงไหล่ มือข้างหนึ่งเท้าเอว มืออีกข้างปล่อยว่าง หรือจะถือดัมเบลก็ได้
2. เอียงตัวลงไปยังข้างที่ไม่ได้เท้าเอวไว้ให้ได้มากที่สุด โดยต้องให้ตั้งแต่ส่วนเอวลงไปอยู่กับที่
3. ทำสลับไปมาทั้งสองข้างจนครบ 100 ครั้ง

2. สแตนดิ้งทวิสต์ (Standing Twist)

ท่านี้เป็นท่าออกกำลังกายที่เรียกว่าง่าย ๆ สุด ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเป็นท่าบิดเอวเท่านั้นเอง แต่ขอบอกว่าถ้าทำเป็นประจำหน้าท้องที่มีห่วงยางก็ยุบไปได้เหมือ????นกันนะจ๊ะ ท่านี้สามารถทำได้ทั้งแบบที่มีอุปกรณ์หรือไม่มีอุปกรณ์ค่ะ

วิธีฝึกลดพุง
1. ยืนกางขาออกโดยให้ความกว้างระหว่างเท้าเท่ากับช่วงไหล่ มือข้างหนึ่งแตะที่ศีรษะ อีกข้างปล่อยว่าง หรือจะถือลูกบอลออกกำลังกายด้วยมือทั้ง 2 ข้างก็ได้
2. เริ่มต้นบิดเอวไปทางซ้าย และบิดมาทางขวา สลับกันไปจนครบ 100 ครั้ง
3. ท่าแจ็คไนฟ์ (Jack Knife)ลดพุง

ปิดท้ายกันด้วยท่าที่อาจจะดูยากขึ้นมาอีกนิด แต่รับรองว่าให้ผลดีกับการลดหน้าท้องสุด ๆ ท่านี้ก็คล้าย ๆ กับการออกกำลังกายแบบซิทอัพเพียงแต่เปลี่ยนจากในแนวราบเป็นแนวต?ั้งนั่นเอง ถ้าทำเป็นประจำหน้าท้องยุบเฟิร์มแน่นอนจ้า

วิธีฝึก

1. นอนราบกับพื้น หรือบนม้านั่งยาว ยืดขาตรง ยื่นแขนตรงขึ้นไปเหนือศีรษะ
2. ยกแขนและขาขึ้นพร้อมกัน โดยต้องให้แขนขายืดตรง เป็นมุม 45 หรือ 90 องศากับพื้น และต้องให้ไหล่ยกขึ้นจากพื้น ค้างไว้ 2 – 3 วินาทีแล้ววางลง
3. ทำซ้ำจนครบ 40 ครั้ง

เห็นหรือเปล่าว่าท่าออกกำลังกายสลายพุงไม่จำเป็นต้องเป็นท่ายาก????เลยเนอะ แค่เพียงหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมอาหารควบคู่กันไปด้วย การออกกำลังกายก็จะได้ผลดีแน่นอน วินัยที่เคร่งครัดเท่านั้นที่สามารถเนรมิตรูปร่างที่สวยงามได้น????ะจะบอกให้ ลดพุง.

ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนักทั้ง 4 แบบนี้มีดีกันคนละอย่าง

ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนักทั้ง 4 แบบนี้มีดีกันคนละอย่าง เราก็เลยจับมาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ไปเลยว่าสูตรไหนน่าจะเหมาะกับสาวๆ มากที่สุด ลดน้ำหนัก.

ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก

สูตรที่ 1 อดอาหารทุกชนิด วิธีนี้โหดที่สุดแล้วในบรรดากรรมวิธีทรมานคนเพื่อหุ่นสวยทั้งหมด เพราะมันคือการไม่กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า วีนี้ถ้าสาวที่น้ำหนักเกินมากๆ ลองทำดู จะพบว่าน้ำหนักหายไปเร็วจี๋ยิ่งกว่าถูกขโมยขึ้นบ้าน เพราะร่างกายจะสูญเสียไขมัน กล้ามเนื้อ เกลือแร่ และวิตามินไปอย่างรวดเร็ว แต่คนที่ทำแบบนี้ต้องอย่าลืมปะทังชีวิตด้วยการดื่มนม น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้บ่อยๆ ไม่อย่างนั้นนอกจากน้ำหนักจะหายแล้ว ชีวิตก็อาจจะหายไปพร้อมกันด้วย
ข้อเสีย เตรียมรับมือกับโรคกระเพาะ โรคเลือดเป็นกรด เครียดอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อฝ่อ และกล้ามเนื้อหัวใจลีบได้เลยลดน้ำหนัก

สูตรที่ 2 กินแต่ผักและผลไม้ งดอาหารที่เป็นแป้ง ไขมัน และเนื้อสัตว์ทั้งหมด แต่ก็ต้องเลือกด้วยว่าจะทานผลไม้ชนิดไหน เพราะบางอย่างก็มีน้ำตาลสูงปรี๊ดเกินคาด แต่รับรองว่ายังไงๆ น้ำหนักก็ลดแน่ๆลดน้ำหนัก
ข้อเสีย ถึงจะไม่อันตรายเท่าวิธีแรกแต่ก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะการอดเนื้อสัตว์จะทำให้ขาดโปรตีน ทำให้หมดแรง มึนซึม คิดอะไรไม่ออก จึงต้องทานเต้าหู้เสริมมากๆ เพื่อชดเชยโปรตีนให้ตัวเองด้วย

สูตรที่ 3 กินอาหารให้พลังงานต่ำ คนที่จะทำวิธีนี้ได้ต้องเป็นนักจดเพราะต้องจดทุกมื้อที่กินเข้าไป เอาไปคำนวณไม่ให้แต่ละมื้อมากกว่า 1,000 แคลอรี แต่เป็นวิธีที่ไม่
ทรมานและไม่เสียสุขภาพ

สูตรที่ 4 กินแต่เนื้อสัตว์อย่างเดียว แต่ต้องเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และต้องไม่กินหนังด้วย
ข้อเสีย การเลือกกินแต่เนื้อสัตว์จะทำให้ร่างกายได้รับแต่โปรตีน ขาดวิตามินและเกลือแร่ในแต่ละมื้อจึงควรทานผลไม้ร่วมด้วย 1 จานเล็กๆ ลดน้ำหนัก.

ลดหน้าท้อง วันนี้มีวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนมาให้สาว ๆ

ลดหน้าท้อง วันนี้มีวิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วนมาให้สาว ๆ ได้ลองปฏิบัติกันดูค่ะ สาว ๆ คนไหนที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ อย่ารอช้า รีบมาฟิตพุงด้วยวิธีต่อไปนี้กันเลย ลดหน้าท้อง.

ลดหน้าท้องลดหน้าท้อง

1. ควบคุมอาหาร

เริ่มต้นจากการงดรับประทานพวกขนมขบเคี้ยว อาหารที่มีไขมัน อาหารทอด ๆ มัน ๆ และอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมาก ๆ โดยเด็ดขาด พร้อม ๆ กับควบคุมปริมาณอาหารด้วย โดยให้ลดปริมาณและมื้ออาหารให้น้อยลง ซึ่งปกติอาจจะรับประทาน 3-4 มื้อ ให้ลดเหลือเพียง 2 มื้อ และลดปริมาณข้าวให้น้อยลงครึ่งหนึ่ง และนอกจากนี้ควรจะเลือกรับประทานอาหารที่มีผลช่วยในการควบคุมน้ำหนักควบคู่กันไปด้วย เช่น ผัก ผลไม้ พริกไทย และนมเปรี้ยว เป็นต้น ซึ่งอาหารพวกนี้จะช่วยย่อยอาหาร และเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอลดหน้าท้อง

การควบคุมอาหารควรทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อลดหน้าท้องก็มีอยู่หลายวิธี แต่ที่ได้รับความนิยม และสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ก็คือ การออกกำลังกายโดยการซิทอัพ ถึงแม้จะเป็นวิธีการออกกำลังกายแบบเบสิก แต่รับรองว่าได้ผลชัวร์ โดยให้เริ่มจากการซิทอัพ 20 ครั้งต่อวัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนให้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยให้ทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ทั้งนี้อาจจะออกกำลังกายอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วย อย่าง จ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน อย่างน้อย 20-30 นาที จะช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันออกไปได้ดียิ่งขึ้น
ลดหน้าท้อง
3. นอกพักผ่อนให้เพียงพอ

ใครที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ สิ่งสำคัญคือต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ คือ ก่อน 4 ทุ่ม (นอนพักผ่อนให้ได้อย่างต่ำ 6-8 ชั่วโมง) เพราะจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แถมยังจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่จะช่วยในการเผาผลาญพลังงานออกมา ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการกำจัดไขมันส่วนเกินได้ด้วย

4. ฝึกการหายใจเข้าออก

การหายใจมีส่วนอย่างมากในระบบไหลเวียนโลหิตและระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย แถมยังจะช่วยให้รู้สึกอิ่มจากอาหารแต่ละมื้อนานขึ้นและลดอาการอยากอาหารให้น้อยลงได้ด้วย โดยการหายใจที่ถูกต้องคือ จะต้องหายใจอย่างช้า ๆ และลึก ๆ และทุกครั้งที่หายใจเข้าหน้าท้องจะป่องออกเพื่อรับลมเข้าและแบนลงเมื่อหายใจออก โดยฝึกให้เป็นนิสัย เช่น เวลาว่าง ๆ ให้ลองนั่งหรือยืนตัวตรงในท่าสบายแล้วค่อย ๆ เริ่มหายใจเข้าออกช้า ๆ เป็นจังหวะ ทำวันละ 10 นาที รับรองระบบเผาผลาญจะดีขึ้นอย่างแน่นอนจ้า

5. ดีท็อกซ์ลำไส้ลดหน้าท้อง

การดีท็อกซ์ลำไส้ทำได้โดยการรับประทานโยเกิร์ตบ่อย ๆ จะถือเป็นการทำความสะอาดไขมันที่เกาะอยู่ที่ลำไส้ ซึ่งไขมันเหล่านี้จะทำให้กระเพาะอาหาร ตับ และม้าม เกิดการดูดซึมได้น้อยมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในส่วนของม้ามที่ชื้นจะยิ่งทำให้อาหารที่กินเข้าไปแปรสภาพเป็นไขมันเป็นผลทำให้อ้วนง่ายขึ้น เมื่อทำการขจัดไขมันเหล่านี้ออกไปด้วยการดีท็อกซ์จะช่วยทำให้หน้าท้องเล็กลงตามไปด้วย  ลดหน้าท้อง.

ลดความอ้วน การไปหาซื้อยาชุดหรือยาลดความอ้วนมาใช้เอง

ลดความอ้วน การไปหาซื้อยาชุดหรือยาลดความอ้วนมาใช้เอง ทั้งจากคลินิกและสถานเสริมความงามที่ไม่มีแพทย์ที่มักไม่มีการตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียด รวมถึงจากร้านขายยาที่ลักลอบนำมาขาย อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ลดความอ้วน.

ลดความอ้วน

ลดความอ้วน การใช้ยา phentermine ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ?
1. ไม่มีการไปแสวงหายานี้มาใช้โดยไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง
2. แพทย์ต้องเป็นผู้ที่สั่งจ่ายเท่านั้น และยานี้ห้ามจำหน่ายในร้านยา
3. แพทย์ควรประเมินว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นจะต้องได้รับยาลดความอ้วนหรือไม่
โดยอ้างอิงตามเกณฑ์ข้อบ่งใช้ของยาลดความอ้วน คือ
– BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 30 กก/ม2ลดความอ้วน
– BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 27 กก/ม2 ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยงเช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงผิดปกติลดความอ้วน
4. ถ้าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการใช้ยาลดความอ้วน ผู้ป่วยต้องไม่มีข้อห้าม
ของการใช้ยา phentermine
5. ควรเริ่มด้วยขนาดยาต่ำๆ ก่อน เช่น 7.5 mg ในตอนเช้า ไม่เกิน 9.00 น. เพราะถ้าใช้
ยาในช่วงกลางวันอาจทำให้นอนไม่หลับได้ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้นเป็น 15
mg อย่างช้าๆ
6. มีการติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
7. ไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน เพราะมีโอกาสทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้
8. ต้องระวังปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้นได้กับ phentermine
ข้อมูลจากการศึกษาและคำแนะนำจากองค์กรต่างๆ เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) หรือ องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (USFDA) แนะนำให้ใช้ phentermine ในระยะสั้นเท่านั้น (ไม่เกิน 3เดือน) และต้องมีความระมัดระวังในการรับประทานอาหารหรือยาอื่นๆ ร่วมกับ phentermine เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา หรือที่เรียกว่า “ยาตีกัน” และส่งผลให้ผู้ที่รับประทานได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงหรือความเป็นพิษของยาได้ในที่สุด
การรักษาโรคอ้วนที่ดี ประหยัด และปลอดภัยที่สุด คือ การลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารอย่างถูกวิธี การออกกำลังกาย และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ปัจจัยหลายประการ เช่น การตามใจปาก ความเกียจคร้าน ภาระงานที่รัดตัว การขาดความมั่นใจในรูปร่าง ทำให้ผู้ที่มีปัญหาโรคอ้วนไม่มีเวลา หรือไม่กล้าที่จะปฏิบัติตามวิธีการรักษาดังกล่าว ทำให้การใช้ยาลดความอ้วนเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับบุคคลเหล่านั้น อย่างไรก็ดีแม้ว่าการใช้ยาลดความอ้วนจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพดีและเห็นผลเร็ว แต่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจรับประทานยาลดความอ้วนหรือยาใดๆ ตาม ควรศึกษาวิธีการใช้ยาที่ถูกต้องและข้อมูลความปลอดภัยของยาจากเภสัชกร หรือเข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับการรักษาที่เหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ทางด้านอายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อ หรือโภชนวิทยา จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยจากการใช้ยาได้มากที่สุด ลดความอ้วน.

ยาลดความอ้วน โรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา

ยาลดความอ้วน โรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนในระยะยาวได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง หรือโรคเบาหวาน ยาลดความอ้วน.

ยาลดความอ้วน
ยาลดความอ้วน การรักษาโรคอ้วนสามารถทำได้โดยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การรับประทานยา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการผ่าตัด ปัจจุบันพบว่าการรักษาด้วยวิธีการรับประทานยานั้นเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในวัยรุ่นหรือผู้หญิงที่มีค่านิยมในการอยากผอม การใช้ยาลดความอ้วนอย่างถูกต้องเป็นวิธีที่เห็นผลเร็วและมีประสิทธิภาพดี แต่ในปัจจุบันมีการใช้ยาลดความอ้วนอย่างผิดๆ ทั้งจากบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในกลไกการออกฤทธิ์ อาการข้างเคียง และวิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง รวมถึงประชาชนบางกลุ่มที่ไปแสวงหายาลดความอ้วนมาใช้โดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลหรือตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองจากการใช้ยาซึ่งก่อให้เกิดยาลดความอ้วน
ปัญหาต่อสุขภาพตามมาเป็นอย่างมาก
ยาชุดลดความอ้วน : ใช้ผิดมีสิทธิ์ตาย
จากการสำรวจของกองควบคุมวัตถุเสพติดพบว่ายาชุด “ยาลดน้ำหนัก” หรือ “ยาลดความอ้วน” มักจะประกอบไปด้วยยาหลายชนิดเพื่อช่วยเสริมผลในการลดน้ำหนัก เช่น ยาลดความอยากอาหาร ชื่อ เฟนเทอร์มีน (phentermine) ยาธัยรอยด์ฮอร์โมน ยาขับปัสสาวะ และยาระบาย ซึ่งยาเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้หากมีการใช้ผิดวิธี เช่น
– การใช้ยาขับปัสสาวะเป็นการลดน้ำหนักโดยทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายลดลงเท่านั้น ซึ่งผลเสียคือ ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุที่จำเป็นในการทำงานของร่างกายออกไปกับปัสสาวะด้วย ทำให้มีอาการผิดปกติของหัวใจ-สมองซึ่งทำให้หัวใจวายหรือหมดสติได้ยาลดความอ้วน
– การใช้ยาธัยรอยด์ฮอร์โมนเพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย มีผลทำให้เพิ่มการทำลายโปรตีนของกล้ามเนื้อ ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นต้น
– ยาลดความอยากอาหาร “เฟนเทอร์มีน”(phentermine) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางและมีผลทำให้เกิดอาการติดยาได้ ดังนั้นจึงถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 ซึ่งต้องมีการควบคุมการซื้อขายไว้สำหรับโรงพยาบาลหรือคลินิกเพื่อจ่ายให้กับผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสมแล้วเท่านั้นซึ่ง phentermine มีข้อบ่งชี้ในการรักษาโรคอ้วนโดยตรงแต่ให้ใช้ในระยะสั้นเท่านั้น เช่น ไม่ควรเกิน 3-6 เดือน ข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตจากการรับประทานยา phentermine ยังคงมีให้เห็นอยู่เป็นระยะและไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป
Phentermine เป็นยาลดความอ้วนที่ใช้เสริมกับวิธีการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดย phentermine จะทำหน้าที่ลดการทำงานของศูนย์ควบคุมความหิวบริเวณด้านข้างของสมองส่วนไฮโปธาลามัส ทำให้มีการเพิ่มปริมาณสารสื่อประสาท 2 ชนิด คือ นอร์อีพิเนฟริน (norepinephrine; NE) และ โดปามีน (dopamine; DA)ถที่สมอง จึงมีผลทำให้ลดความอยากอาหารลงอย่างมาก อย่างไรก็ดีสารสื่อประสาทเหล่านี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อความอยากอาหารแล้วยังส่งผลกระทบอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพชีวิตได้ เช่น ทำให้นอนไม่หลับ กระวนกระวาย มีอาการเคลิ้มฝัน ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ปากแห้ง เหงื่อออก คลื่นไส้ ท้องผูก มองเห็นภาพไม่ชัด มองเห็นสีผิดปกติไปจากเดิม และผลจากการเพิ่มสารสื่อประสาทโดปามีนอาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อจิตประสาท เช่น หงุดหงิด หวาดระแวง หูแว่ว เห็นภาพหลอน และเกิดอาการติดยาได้
เมื่อรับประทานยา phentermine ติดต่อกันไประยะหนึ่ง อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการซึมเศร้าได้ และอาจรับประทานยามากกว่าเดิม เนื่องจากยาไปมีผลทำให้ระดับ NE และ DA ลดน้อยลงอย่างมาก ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะเบื่ออาหารอย่างมาก (anorexia)จนทำให้ภูมิต้านทานลดลงจากการขาดสารอาหาร ซึ่งอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
นอกจากนี้ ในกรณีที่หยุดรับประทานยาผิดวิธีก็อาจทำให้เกิดภาวะถอนยาได้อีกเช่นกัน ซึ่งอาการถอนยาที่เกิดขึ้น ได้แก่ มีอาการอ่อนเพลีย ง่วงซึม ไม่มีแรง ซึมเศร้า และหลับเป็นเวลานาน จะเห็นได้ว่าการใช้ phentermine ผิดวิธีสามารถก่อให้เกิดปัญหาได้มากและมีมอันตรายสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว เช่น
– ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
– ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ
– ผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดอุดตัน
– ผู้ป่วยโรคต้อหิน (glaucoma)
– ผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมธัยรอยด์ทำงานมากเกิน
– ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติการใช้ยาในทางที่ผิด
– ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคจิต หรือโรคทางจิตเวชอื่นๆ
– ผู้ป่วยขณะที่กำลังได้รับยากลุ่ม monoamine oxidase inhibitors (MAOI)รวมทั้งที่ เคยได้รับ MAOI มาก่อนหน้านี้ไม่เกิน 14 วัน
ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ถือเป็นข้อห้ามใช้ของยา phentermineเนื่องจากผลข้างเคียงจากยาจะมีผลทำให้โรคประจำตัวของผู้ป่วยมีสภาวะเลวลง ยาลดความอ้วน.