รักษาท้องลาย เชื่อว่าคุณแม่ยังสาวส่วนใหญ่

รักษาท้องลาย เชื่อว่าคุณแม่ยังสาวส่วนใหญ่ แม้จะอุ้มท้องบุตรด้วยความรักและเอ็นดูมากเพียงใด แต่ลึกๆแล้วภายในใจก็คงจะยังอดมีความกังวลไม่ได้ว่า เมื่อคลอดลูกแสนรักแล้ว น้ำหนักตัว รวมไปถึงผิวสวยๆ จะสามารถกลับมาเนียนใสได้เหมือนเดิมหรือเปล่ารักษาท้องลาย.

%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

รักษาท้องลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนังบริเวณหน้าท้องที่มีการขยายตัวขึ้นจากการอุ้มท้อง ที่หลังจากคลอดก็มักที่จะหลงเหลือร่องรอยจากการหดตัวของผิวหนังอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งทำให้เกิดปัญหาท้องลายขึ้นรักษาท้องลาย

สำหรับในวันนี้จะขอพาเหล่าคุณแม่ยังสาว ไปรู้จักกับ วิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเพื่อรักษาอาการท้องลาย เพื่อให้ผิวหน้าท้องกลับมาเนียนใสดังเดิม

ขั้นตอนการดูแลรักษาตัวเอง ให้หน้าท้องปราศจากริ้วรอย

 

การดูแลรักษาตัวเองหลังคลอดรักษาท้องลาย
1. การใช้ครีมทาผิวหลังการคลอด มีผลวิจัยว่า ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากโกโตโคลา วิตามินอี และคอลาเจนไฮโดราไลเสท มีคุณสมบัติในการช่วยลดการแตกลายของหน้าท้องได้ ในกรณีที่มีอาการท้องลายไม่มากนัก สามารถใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ทาเพื่อช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้

2. เสริมสร้างคอลลาเจนด้วยวิตามินอี ซึ่งจะช่วยทำการซ่อมแซมเซลล์ผิว ทำให้ริ้วรอยที่หน้าท้องจางลง โดยการรับประทานวิตามินอีวันละ 1 เม็ด หรือทำการนวดบริเวณหน้าท้องด้วยน้ำมันที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เช่น น้ำมันจมูกข้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอัลมอนด์ ไขมันจากเมล็ดโกโก้ หรือที่เรียกกันว่าเนยโกโก้ เป็นต้น

3. ดื่มน้ำในระหว่างวันมากๆ นอกจากน้ำสะอาดแล้ว ยังควรดื่มชาเขียว ชาสมุนไพร น้ำผักและน้ำผลไม้ เพื่อเป็นการช่วยคืนความชุ่มชื้น ป้องกันรอยแตกของผิวได้เป็นอย่างดี

การเลือกผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ทีสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องลายหลังคลอด
อย่างที่ได้นำเสนอไปแล้วในตอนต้นว่า การแก้ไขปัญหาท้องลายหลังการคลอดนั้นเป็นสิ่งที่ยาก และจำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างจะยาวนานให้ร่างกายของคนเราเกิดกระบวนการเยียวยาตัวเองตามธรรมชาติ แต่คุณก็สามารถที่จะเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองเหล่านั้นให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นได้ ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวที่มีความเหมาะสมกับปัญหาโดยเฉพาะ อย่างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระชับผิวหนัง เสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน รวมไปถึงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ผิวที่แตกลายหลังคลอดเกิดการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเหมาะสมมากที่สุด นอกจากนี้ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ควรที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก เพื่อให้ผิวที่บอบางหลังคลอดที่กำลังอยู่ในช่วงการฟื้นฟูตัวเองนั้น ไม่ได้รับผลกระทบที่มากจนเกินไปนักรักษาท้องลาย.

ยาแผลเป็น แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผลที่เกิดจากการฉีดขาดของเนื้อเยื่อ

ยาแผลเป็น แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผลที่เกิดจากการฉีดขาดของเนื้อเยื่อ และมีการสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นคอลลาเจนมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ซึ่งเป็นกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติ เมื่อแผลหายดีแล้วก็จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ โดยแผลที่มักทำให้เกิดแผลรอยแผลเป็นก็ได้แก่ แผลจากอุบัติเหตุ ถูกของมีคมบาด แผลผ่าตัด แผลปลูกฝี ฉีดวัคซีน แผลไฟไหม้น้ำร้อยลวก แผลสิว แผลจากโรคอีสุกอีใส แผลจากรอยสัก เป็นต้น และรอยแผลนอกจากจะเป็นรอยแผลที่ผิวหนังภายนอกแล้ว ยังเกิดขึ้นได้กับอวัยวะภายในอีกด้วย ยาแผลเป็น.

%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ยาแผลเป็น ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดแผลเป็นจะเกิดได้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยความรุนแรงของแผลหรือการฉีดขาดของเนื้อเยื่อตื้นลึกเพียงใด และปัจจัยการรักษาแผลของเราว่ารักษาแผลดีแค่ไหน ถ้ามีการดูแลรักษาที่ดีและทำให้แผลหายเร็ว รอยแผลเป็นก็จะลดน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับการดูแลรักษาที่ไม่ดี

เมื่อหายเป็นปกติแล้วก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นที่มีลักษณะเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลและนูนเอาไว้ แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติประมาณ 1-2 ปีเป็นต้นไป รอยแผลเป็นก็จะจางลงพร้อมทั้งแบนราบลงได้เอง และยังพบว่าในเด็กจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้น้อยกว่าในผู้ใหญ่, ในเพศหญิงจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าเพศชาย, ในวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์จะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้บ่อยกว่าวัยอื่น ๆ, ในคนผิวคล้ำจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าคนผิวขาว และผู้มีประวัติเคยเกิดแผลเป็นและมีประวัติของครอบครัวเกิดแผลเป็นจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าผู้ที่ไม่เคยมีประวัติดังกล่าว

ชนิดของแผลเป็นยาแผลเป็น
แผลเป็นนูน จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ซึ่งทั้งสองแบบจะคล้ายคลึงกันทั้งสาเหตุที่เกิด ปัจจัยเสี่ยง อาการ และวิธีการรักษา แต่จะต่างกันเพียงแค่ลักษณะของแผล คือ

แผลเป็นนูนหนาธรรมดา หรือ แผลเป็นนูนชนิดเกิดเฉพาะบนตัวแผล (Hypertrophic) คือ แผลเป็นที่เป็นสีแดงและนูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติ แต่ยังอยู่ในขอบเขตของรอยแผลเดิม แผลเป็นชนิดนี้เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปและมักไม่ขยายกว้างขึ้นจากรอยเดิม โดยมักจะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือน หลังแผลหาย และมักจะค่อย ๆ ยุบตัวแบนราบลงเมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปี
Hypertrophic
แผลเป็นนูนชนิดลุกลามออกนอกตัวแผล หรือ แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) คือ แผลเป็นที่มีอาการนูนและแดงคล้ายกับรอยแผลเป็นนูนหนาชนิดแรก ตัวแผลมักนูนเหนือผิวหนังตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป และมักเกิดตามหลังแผลหายแล้วอย่างน้อย 3 เดือนไปแล้ว โดยจะมีความผิดปกติที่ทำให้เกิดการขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เข้าสู่เนื้อเยื่อโดยรอบของแผลแรกเริ่ม ไม่ยุบหายไปเอง โดยมักจะเกิดขึ้นบริเวณหัวไหล่ ต้นแขน ผนังหน้าอก และบริเวณหู (คีลอยด์จัดเป็นเนื้องอกธรรมดา ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด)
Keloidยาแผลเป็น
วิธีรักษาแผลเป็น
การป้องกันแผลเป็น เป็นสิ่งสำคัญอย่างแรกที่ควรใส่ใจ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรลดสาเหตุและระดับความรุนแรงของการเกิดแผลให้ได้ แต่ถ้าเกิดแผลขึ้นแล้ว คุณควรดูแลรักษาความสะอาดของแผลอย่างเหมาะสมเพื่อให้แผลหายเร็วที่สุด เพราะยิ่งแผลหายเร็วเท่าใดโอกาสการเกิดแผลเป็นก็จะน้อยลงหรือเบาบางลงด้วย ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการหายของแผลก็ได้แก่ อายุ การขาดอาหาร การสูบบุหรี่ อุณหภูมิ ความชื้น ความเป็นกรดด่าง ออกซิเจน และยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแผลจะหายได้เร็วขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิอบอุ่นได้ดีกว่าอากาศเย็น ส่วนความชื้น ความเป็นกรดด่าง และออกซิเจนก็ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้นเช่นกัน
รักษาแผลให้หายเร็วที่สุด จากที่กล่าวมาว่าการรักษาแผลให้หายเร็ว คุณควรรักษาสภาวะแวดล้อมและความสะอาดของแผลอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การขาดวิตามินซี และธาตุสังกะสี สำหรับการดูแลแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เบื้องต้น ก็เริ่มจากการล้างหรือเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด แล้วตามด้วยการปิดทำแผลโดยปราศจากเชื้อ ส่วนถ้าเป็นแผลใหญ่คุณควรรีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้การเกิดแผลเป็นอาจลดลงได้ ถ้าปากแผลแนบสนิทกันพร้อมทั้งลดแรงตึงต่อแผลให้น้อยลง
ปล่อยให้แผลเป็นจางลงเองตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปแผลเป็นอาจหดและจางลงได้เองในระดับหนึ่ง ดังนั้นศัลยแพทย์ตกแต่งส่วนมากจึงแนะนำให้ทิ้งไว้เฉย ๆ สัก 1 ปี เพื่อให้แผลจางลงเต็มที่ก่อนเข้ารับการรักษายาแผลเป็น
ใช้วิธีแบบธรรมชาติ สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหามีรอยแผลเป็นที่เกิดจากการหกล้มหรือรอยขีดข่วนต่าง ๆ ที่พยายามลบเท่าไหร่แต่ก็ไม่หายหรือจางลงสักที วันนี้จึงอยากจะขอแนะนำวิธีดี ๆ จากสมุนไพรธรรมชาติจากต้นมะลิ โดยการนำเอาใบจากต้นมะลิลาหรือมะลิซ้อน นำมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณรอยแผลเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เมื่อแผลเป็นเริ่มจางลงแล้วก็ค่อยเอาใบมะลิมาถูเบา ๆ ได้เลย วันละ 3-4 ครั้ง เช่นกัน ส่วนสมุนไพรอื่น ๆ ที่สามารถทำให้รอยแผลเป็นจางลงก็ได้ ก็เช่น หัวหอม ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ แตงกวา มะขามเปียก มะเขือเทศ มะนาว มะละกอสุก เป็นต้น

เลเซอร์แผลเป็น (Laser therapy) เพื่อไปทำลายเนื้อเยื่อผิวที่นูนออกให้เรียบขึ้น แต่การใช้เลเซอร์รักษาแผลเป็นก็ได้ผลปานกลาง โดยแพทย์อาจทำการรักษาควบคู่ไปกับการรักษาอื่น ๆ ด้วย เช่น การกรอผิวเพื่อปรับสภาพผิว ในกรณีที่คุณมีแผลเป็นตื้น (ภาพก่อนและหลังทำการรักษาคีลอยด์ ด้วยเครื่อง Fraxel Restore Laser)
เลเซอร์แผลเป็น
การทำไอพีแอล (Intense pulse light – IPL) โดยเชื่อว่าพลังงานของแสงระดับหนึ่งสามารถทำให้เนื้อเยื่อที่เป็นพังผืดเกิดการเรียงตัวได้อย่างเป็นระเบียบ เป็นผลทำให้แผลเป็นมีขนาดเล็กลง แต่จะต้องทำการรักษาเป็นเวลานานและต่อเนื่อง
การฉายรังสี (Radio therapy) เพื่อป้องกันไม่ให้แผลเป็นนูนมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดในการรักษาก็ไม่ทำให้แผลเป็นนั้นหายไปได้ 100% เพียงแต่จะดีขึ้นในระดับหนึ่ง จนไม่เป็นที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นในส่วนนี้ต้องทำใจไว้ด้วย และควรระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น อย่าให้มีแผลเกิดขึ้นอีกจะเป็นดีที่สุด
การใช้ความเย็นหรือไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy) เป็นการใช้เครื่องทำความเย็นจี้บริเวณแผลให้เกิดภาวะถุงน้ำและเกิดการแตกสลายไป เทคนิคนี้พบว่าสามารถช่วยลดขนาดขอแผลเป็นลงได้บ้าง เหมาะใช้กับแผลเป็นนูน
การใช้แรงกด (Pressure therapy) ที่เป็นวิธีการรักษาเก่าแก่ เป็นการใช้แรงกดให้แผลมีขนาดแบนลง แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายเดือน และรักษาร่วมกับวิธีอื่น
ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาใดที่จะรักษารอยแผลเป็นให้หายได้แบบ 100% แต่ถ้าคุณได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอย่างเหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รอยแผลเป็นก็สามารถราบเรียบหรือจางลงได้อย่างแน่นอน ซึ่งการจะรักษาแผลเป็นด้วยวิธีการใดเป็นหลักนั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดของแผล ตำแหน่งของแผล การรักษาวิธีที่ผ่านมา ความต้องการของผู้ป่วย และดุลยพินิจของแพทย์ แต่โดยมากแล้วแพทย์มักจะใช้วิธีการรักษาหลักร่วมกับวิธีอื่น ๆ อยู่เสมอยาแผลเป็น.

แก้แขนลาย หากใครที่กำลังเกิดปัญหาแขนลายขึ้นแล้วก็อย่าพึ่งเป็นกังวลมากจนเกินไป

แก้แขนลาย หากใครที่กำลังเกิดปัญหาแขนลายขึ้นแล้วก็อย่าพึ่งเป็นกังวลมากจนเกินไป นัก เนื่องจากปัญหาผิวลายนั้น คุณก็สามารถที่จะลด ความรุนแรงของปัญหาให้น้อยลงได้ ด้วยการทาครีมบำรุง รักษาผิว ที่มีประสิทธิภาพดีๆสักชิ้นคงไม่มีใครปฎิเสธว่า แขนลาย ศัตรูอันดับหนึ่งของผิวพรรณในประเทศไทย เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากแสงแดดแรงกล้าในตอนกลางวัน ที่แผ่รังสีความร้อนเสียดผิวอย่างที่ยากจะหลบเลี่ยงได้ โดยเฉพาะกับคนที่ชอบอาบแดด หรือจำเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอก แล้วอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะยิ่งทำให้ผิวเกิดความหยาบกร้าน สูญเสียความชุ่มชื้น จนนำไปสู่การเกิดปัญหา แขนลาย เป็นจุด ขึ้นในที่สุดแก้แขนลาย.

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

แก้แขนลาย ซึ่ง แขนลาย เป็นจุด นั้น นอกจากจะทำให้เรียวแขนของคุณดูไม่เรียบเนียนสวยงามอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว ยความแห้งกร้านที่เกิดขึ้นกับ แขนลาย เป็นจุด จากแสงแดด มักทำให้เกิดอาการคัน เมื่อเกาบ่อยๆอาจจะทำให้เกิดแผลติดเชื้อ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาของผิวพรรณในระยะยาวมากยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นเพื่อให้สุขภาพผิวของคุณยังคงแข็งแรง ดูดี และห่างไกลจากปัญหา แขนลาย เป็นจุด ขอแนะนำให้คุณทำการดูแล ป้องกันผิวของตัวเองเสียตั้งแต่เนิ่นๆ แก้แขนลายแขนลาย ทุกคนต่างอยากมีผิวเรียวแขนที่งดงาม เรียบเนียน ขาว แลดูอ่อนเยาว์ แต่ถึงอย่างนั้น โลกแห่งความเป็นจริงก็มักที่จะโหดร้ายเสมอ ทำให้ผิวพรรณบนแขนมักเกิดปัญหารอยแตกลายขึ้นจากมากมายหลายสาเหตุไม่ว่าจะจากแสงแดด มลภาวะรอบตัว ผิวหนังที่เสื่อมสภาพ หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจนกระทั่งทำให้เกิดแผลสดขึ้น แล้วกลายเป็นรอยแตกลายเมื่อเวลาผ่านไปในที่สุด จนมักทำให้เกิดคำถามว่า แขนลาย ทําไงดี ขึ้นกันอย่างมากมายเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังกังวลใจว่า แขนลาย ทําไงดี อยู่ล่ะก็ บทความชิ้นนี้ก็มีวิธีป้องกัน ให้คุณสามารถรู้เท่าทัน และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะนำไปสู่การเกิดปัญหารอยแตกลายขึ้นกับตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการรับมือกับปัญหาแขนลายรอยแตกลายในระยะยาวแก้แขนลาย

ขนลาย ทําไงดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้แผลเป็นหรือจุดด่างดำที่เกิดขึ้นบนเรียวแขน แขนลาย ของคุณสาว ๆ นั้น จะสามารถลบเลือนจางหายไปได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะใช้เวลานานสักหน่อย แต่ก็มีสาว ๆ หลายคนไม่สามารถทนเห็น หรือยอมให้ขาของตัวเองกลายเป็น “ลายจุด” แบบนี้ไปได้นาน ๆ (จริงมั้ย) วันนี้ขอแนะนำเคล็ดลับรักษาอาการขาลาย ด้วยวิธีแบบธรรมชาติ แถมยังทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเสียเวลาออกไปกว้านหาซื้อครีมราคาแพง ๆ ให้วุ่นวาย
เพียงแค่เพื่อน ๆ นำน้ำมะนาวมาผสมกับดินสอพอง คนให้มันเข้ากันพอหมาด ๆ แล้วนำมาทาพอกขาบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ หรือรอยยุงกัด ทาทุกคืนก่อนนอน ไม่นานรอยด่างดำนั้นจะค่อย ๆ จางหายไปเองค่ะ โอ้วว้าว… ง่ายมาก ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อน ๆ ต้องจำไว้อย่างนึงว่า อาการขาลายเนี่ยมันเกิดขึ้นง่าย แต่จะให้มันหายไปแบบทันใจนั้นยาก ฉะนั้น อย่าไปรีบร้อน เพราะอาจต้องใช้เวลากับมันสักหน่อย ค่อย ๆ รักษาไปเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเองค่ะ
สารพัดสูตรพอกหน้า นอกจากการขัดผิวแล้ว สาว ๆ ที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีควรพอกหน้า รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย แขนลาย รอยแผลเป็น รอยด่างดำ และรอยแขนลายนั้น โดยปกติจะค่อยๆจางลงตามธรรมชาติ แต่จะใช้เวลามากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาเหล่านั้นมีความมากน้อยเพียงใด ถ้าหากเกิดขึ้นในวัยเด็กที่มีการเสริมสร้างซ่อมเซลล์ผิวหนังอย่างสมบูรณ์ก็ยังไม่เป็นปัญหาเท่าใด แก้แขนลาย.

ครีมทาแผลเป็น ปัญหาเรื่องผิวพรรณนั้นมีมากมาย

ครีมทาแผลเป็น ปัญหาเรื่องผิวพรรณนั้นมีมากมาย ที่พบเจอกันมากก็อย่างเช่น ปัญหาสิว ผดผื่นคัน ริ้วรอยแห่งวัย รอยแตกลาย เป็นต้น และอีกหนึ่งปัญหาที่มักเจอบ่อยไม่แพ้กันก็คือ “รอยแผลเป็น” เนื่องจากมันเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งรอยแผลเป็นจากสิว อีสุกอีใส อุบัติเหตุต่างๆที่ทำให้เป็นแผล หรืออาจเกิดจากการที่เคยเย็บแผลมาก่อน ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้เกิดรอยแผลเป็นบนผิวหนังได้ทั้งสิ้น แล้วเมื่อเกิดปัญหาผิวนี้เราจะสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ อย่างไร รวมถึงรอยแผลเป็นมีกี่ประเภท วันนี้เรามาหาคำตอบกัน ครีมทาแผลเป็น.
%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99
ครีมทาแผลเป็น ประเภทของรอยแผลเป็น และการรักษา
1.รอยดำ บางคนจะเหมารวมว่ารอยดำที่เกิดขึ้นหลังสิวหายหรือแผลหาย แล้วทิ้งรอยดำๆเอาไว้ว่าเป็นรอยแผลเป็น จริงๆแล้วมันเป็นแค่รอยดำ ที่เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากเกินไป เนื้อเยื่อผิวหนังไม่ได้เสียหาย จึงไม่ใช่รอยแผลเป็นที่รุนแรง รอยดำพวกนี้ส่วนใหญ่ถ้าไม่รักษา มักจะจางหายไปได้เองภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาทา ทำทรีทเมนต์ผลักตัวยาลดเม็ดสี และใช้เลเซอร์กลุ่ม Q switched ND YAG (RM Laser) รวมทั้งการทารีมกันแดดสม่ำเสมอก็จะทำให้รอยดำจางเร็วขึ้น
2.รอยแผลเป็นแท้ๆ เกิดจากการบาดเจ็บที่รุนแรงในชั้นหนังแท้ ทำให้คอลลาเจนเสียหาย เมื่อร่างกายซ่อมแซม ก็จะเกิดรอยแผลเป็น ซึ่งบางคนอาจต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต แบ่งเป็น

2.1 แผลเป็นปกติ เมื่อแผลหายจะยังคงเห็นเป็นรอย ซึ่งอาจจะมีสีซีด หรือเข้มกว่าผิวหนังปกติรอบๆรอยก็ได้ครีมทาแผลเป็น
2.2 แผลเป็นนูน เกิดจากร่างกายสร้างเนื้อเยื่อออกมาซ่อมแซมบาดแผลมากเกินไป โดยจะทั้งรอยแผลเป็นแบบ Hypertrophic scar หรือเนื้อเยื่อที่ถูกสร้างขึ้นมานูนใหญ่กว่าปกติ แต่ไม่ขยายออกนอกรอยแผลเดิม และรอยแผลเป็นแบบ Keloid ที่นอกจากจะนูนใหญ่มากกว่าปกติแล้วยังขยายลุกลามออกจากรอยแผลเดิมด้วย และอาจเกิดการดึงรั้ง ส่วนใหญ่มักจะเกิดบริเวณใบหู คาง หน้าอก หัวไหล่ มักจะเกิดในผู้ที่ประวัติครอบครัวมีภาวะนี้
การรักษารอยแผลเป็นดังกล่าวนี้ อาจใช้วิธีการฉีดยาเพื่อรักษาคีลอยด์ หรือการใช้นวัตกรรมอื่นๆที่สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามคลินิคผิวหนัง หลังจากรักษาแล้วจะทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แต่บางรายก็อาจช่วยได้ไม่มาก ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความรุนแรงของรอยแผลเป็น
3.รอยแผลเป็นหลุม หรือรอยแผลเป็น depressed เกิดจากการที่เนื้อเยื่อผิวหนังถูกทำลายเสียหาย และไม่เกิดการซ่อมแซมที่เพียงพอ หรืออาจเกิดพังผืดในชั้นผิวดึงรั้งใหเกิดการยุบตัวลงมา ทำให้สุดท้ายเกิดเป็นรอยแผลเป็นหลุมขึ้น ส่วนใหญ่มักเกิดที่ใบหน้า ที่พบมากสุดเลยก็คือรอยแผลจากสิวนั่นเองครีมทาแผลเป็น
การรักษารอยแผลเป็นหลุมนิยมใช้ laser ยิงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ โดยทำให้เกิดความร้อนที่ใต้ชั้นผิวหนังชั้นลึก เรียกว่า Photothermolysis ส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวหนังเรียบเนียนกระชับมากขึ้น แผลเป็นและหลุมสิวตื้นขึ้น ริ้วรอยและจุดด่างดำแลดูจางลง ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับเครื่องไม้เครื่องมือของแต่ละที่ด้วย บางครั้งอาจทำให้เกิดแผลตกสะเก็ดได้ครีมทาแผลเป็น.

ทำนมวิธีการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก

ทำนมความสมดุลของสรีระตัวเรา ประสบการณ์และผลงานของแพทย์แต่ละท่านต้องมีความเชี่ยวชาญสูงเฉพาะด้าน
ชื่อเสียง และคุณภาพ ของโรงพยาบาลที่จะเข้ารับการผ่าตัด
เทคโนโนยี อุปกรณ์ การผ่าตัดที่ดี มีประสิทธิภาพสูง และ ทันสมัย
ระยะเวลาการผ่าตัด และ การพักฟื้นที่ใช้เวลาน้อย
การดูแลตัวเอง ก่อนและหลังผ่าตัด ตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
* คำเตือน การใส่เต้านมที่ใหญ่เกินกว่าสรีระจะรับไหว
ทำให้ผิวหนังบางและดูใส ถ้าหนักมาก อาจทำให้ผิวหนังเราทนไม่ไหว จนกลายเป็นซิลิโคนทะลักออกมาได้ ถ้าไม่เช่นนั้นโอกาสเกิดการปวดกล้ามเนื้อหลัง ไหล่ คอ เรื้อรัง หรือ กระดูกหลังงอได้ทำนม.

ทำนม
การวินิจฉัยร่างกายก่อนการทำศัลยกรรมหน้าอก
ตรวจเลือด
ตรวจความดัน
ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ
ตรวจกระดูกทรวงอก และ ฉายรังสีเพื่อดูโครงสร้างกระดูกภายในบริเวณหน้าอก
สภาพร่างกายคนไข้
สภาพผิว ลักษณะ และ ขนาดของหน้าอก
เพราะการทำหน้าอกเปรียบเสมือนการตัดเสื้อผ้า เราจำเป็นต้องตัดเสื้อผ้าตามที่คนไข้ต้องการ เพียงแต่ต้องดูสมดุล สวยงาม เหมาะสม และ คิดถึงความคงทน หรือ ความปลอดภัยระยะยาว

การผลิตเจลก็อาจจะมีลักษณะแตกต่างกันแต่ละบริษัท โดยจะแบ่งเป็น 3 แบบ
1 เจลธรรมดา [ Silicone Gel]
2 เจลที่มีความหนาแน่นสูง [ Cohesive Gel ]
3 เจลที่มีความหนาแน่นสูงมาก [ High Cohesive Gel ] ทำนม
ข้อดี
การพัฒนาซิลิโคนรุ่นใหม่ๆทำให้มีความปลอดภัยในการไม่ไหลออกของเจลหากรั่วซึม
รูปทรงคงสภาพรูปร่างเดิมได้ยาวนานขึ้นมาก
เวลายืน นั่ง นอน รูปทรงจะไม่ไหลตามแรงโน้มถ่วงของโลกมากนัก
การหดรัดตัวของพังผืดที่หนาชั้นค่อนข้างเกิดได้น้อยถ้าเทียบกับถุงน้ำเกลือ
ไม่ต้องนวดเพราะหน้าอกจะค่อยๆนิ่มลงตามธรรมชาติ
การคลำเจอขอบถุง หรือ รอยพับขอบถุงมักไม่ค่อยพบ
ข้อด้อย
การสัมผัสความนิ่ม นุ่ม จะสู้ถุงน้ำเกลือไม่ได้ และ มีอยู่ในรูปแบบถุงซิลิโคนที่พื้นผิวทรายหรือ TEXTURE เท่านั้น
ในทรงหยดน้ำ จะมีสัมผัสที่นิ่มน้อยกว่าทรงกลม
เนื่องจากเจลถูกบรรจุมาตั้งแต่กระบวนการผลิต แผลผ่าตัดที่เปิดจึงอาจมีความยาวของแผลมากเฉลี่ย 4 เซนติเมตร
ทรงหยดน้ำถ้าการผ่าตัด และ ดูแลไม่ดีอาจทำให้เกิดการหมุนตัวของถุงซิลิโคน ต้องแก้ไขผ่าตัดกันใหม่
เมื่อนวดไม่ได้ อาจจะต้องรอซิลิโคนเข้าที่ และ อยู่ตัวประมาณ 5-6 เดือนถึงเริ่มนิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

3. ถุงเบคเกอร์ [ ถุงเจลบรรจุด้วยน้ำเกลือและเจลในอัตราส่วนที่ชัดเจน ]
อาจจะไม่ค่อยได้ยินกัน ขอพูดไว้เป็นให้เก็บเป็นข้อมูลนะคะ ถุงเบคเกอร์ คือเปลือกถุงเป็นเจลที่มีสายต่อพร้อมใส่บรรจุน้ำเกลือลงไปภายในให้ได้ปริมาณตามที่ต้องการ จะใช้สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม หรือ ผู้ป่วยผ่าตัดโรค เนื้อจากเนื้อผู้ป่วยจะมีน้อยมาก จึงไม่สามารถเปิดแผลใหญ่ได้

การนวดหน้าอกหลังทำ
* คุณหมอต่างประเทศหลายท่าน ทั้งจากตะวันตก และ ตะวันออก เคยเกริ่นเรื่องการนวด ว่าสำหรับผิวทราย หรือ ผิวขรุขระ [ TEXTURE TYPE ] อาจทำให้เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ของซิลิโคนผิวทรายอย่างเต็มที่ เนื่องจากการนวดอาจทำให้รูปทรงซิลิโคนเปลี่ยนได้ในระยะยาว โดยเฉพาะทรงหยดน้ำอาจทำให้เกิดการหมุนตัวของซิลิโคน เพราะยังไม่มีงานวิจัยไหนยืนยันว่าการนวดทำให้ลดการเกิดพังผืดได้ ส่วนใหญ่สำหรับการนวดของซิลิโคนผิวเรียบเพราะว่า ต้องการให้เกิดช่องว่าง ทำให้ซิลิโคนขยับไปได้รอบๆ นิ่มลงอย่างเป็นธรรมชาติ และ ไม่ทำให้พังผืดหนาตัวมากจนหดรัดซิลิโคนกลายเป็นทำให้นมแข็งและซิลิโคนเสียรูปทรง หมอบางท่านก็บอกว่าการใช้ชีวิตประจำวันของเราปกติเนี่ยแหละ คือ การออกกำลังกายสำหรับหน้าอกของเราแล้ว

วิธีการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก
นอกจากจะดูสภาพหน้าอก ความยืดหยุ่นของผิวหนัง ความหย่อนคล้อยของหน้าอกเดิม การมาแก้ไขหน้าอกที่เคยทำไป ปริมาณไขมันหน้าอก เป็นต้น เราจะมาเลือกความต้องการของเรากัน โดยส่วนใหญ่จะเลือกจากหัวข้อดังต่อไปนี้
กำหนดขนาดความใหญ่ที่ต้องการ CUP A B C D E F
ทรงความนูน เนินอก ระดับสูง กลาง ต่ำ
ขนาดน้ำหนักซิลิโคน กี่ CC
รูปทรง ทรงกลม หรือ ทรงหยดน้ำ
ตำแหน่งหัวนม
ระยะห่างระหว่างหัวนมถึงต้นคอ

วิธีการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก
นอกจากจะดูสภาพหน้าอก ความยืดหยุ่นของผิวหนัง ความหย่อนคล้อยของหน้าอกเดิม การมาแก้ไขหน้าอกที่เคยทำไป ปริมาณไขมันหน้าอก เป็นต้น เราจะมาเลือกความต้องการของเรากัน โดยส่วนใหญ่จะเลือกจากหัวข้อดังต่อไปนี้
กำหนดขนาดความใหญ่ที่ต้องการ CUP A B C D E F
ทรงความนูน เนินอก ระดับสูง กลาง ต่ำ
ขนาดน้ำหนักซิลิโคน กี่ CC
รูปทรง ทรงกลม หรือ ทรงหยดน้ำ
ตำแหน่งหัวนม
ระยะห่างระหว่างหัวนมถึงต้นคอทำนม.

ครีมรักษาฝ้า นอกจากเรื่องสิวๆแล้วอีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน

ครีมรักษาฝ้า นอกจากเรื่องสิวๆแล้วอีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน ได้แก่ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ อันเนื่องจากมาจากสภาพอากาศ รวมทั้งมลภาวะรอบๆตัว ที่ทำให้ผิวสะสมสารพิษไว้มากๆ แล้วเกิดเป็นปัญหาผิวขึ้นในที่สุด แม้ว่าปัญหาฝ้า กระ จะป้องกันได้ด้วยการใช้กันแดดปกป้องผิว แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยใส่ใจในการป้องกัน เมื่อเกิดเป็นปัญหาแล้วจึงค่อยมาให้วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำเอาทีหลัง ครีมรักษาฝ้า.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2
ครีมรักษาฝ้า แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกันครีมรักษาฝ้า

การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลงครีมรักษาฝ้า
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัด
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัด
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที
กระนั้นก็ตาม วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำแบบธรรมชาติ ท่านผู้อ่านต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีผิวที่แพ้ง่าย ดังนั้น อีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยสุขภาพดีอีกครั้ง ก็คือการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว แม้จะเป็นผิวแพ้ง่าย ครีมรักษาฝ้า.

ครีมลดริ้วรอย สูตรพอกหน้าใส ที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้

ครีมลดริ้วรอย สูตรพอกหน้าใส ที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นส่วนผสมที่เรียบง่าย แต่การที่จะพอกหน้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คุณสาวๆ ก็ควรที่จะทำตามเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และอย่าพึ่งใจร้อน เพราะอยากสวยก็ต้องใช้เวลาและความอดทน เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง คุณสาวๆ จะสามารถสัมผัสได้ว่า ผิวของตัวเองใบหน้ามีความขาวเนียนใสมากขึ้น อีกทั้งส่วนผสมเหล่านี้ยังมาจากธรรมชาติ เพราะฉะนั้นจึงหมดห่วงในเรื่องผลกระทบจากสารเคมี หรืออันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน ครีมลดริ้วรอย.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2

ครีมลดริ้วรอย สำหรับสูตรพอกหน้าใสที่ได้รับความนิยม ซึ่งได้ทำการรวบรวมมา มีดังต่อไปนี้ครีมลดริ้วรอย

1. สูตรน้ำผึ้ง+โยเกิร์ต นำน้ำผึ้งและโยเกิร์ตมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาพอกลงบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
2. สูตรมะละกอสุก+นมสด นำมะละกอสุกและนมสดมาทำการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
3. สูตรน้ำมะพร้าว นำน้ำมะพร้าวมาทาบนใบหน้า เนื่องจากน้ำมะพร้าวสามารถช่วยทำให้ผิวนุ่มเนียน และชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น
4. สูตรกล้วยหอม+นมสด นำกล้วยหอมและนมสดมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
5. สูตรโยเกิร์ต นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาพอกหน้า แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
6. สูตรดินสอพอง เป็นสูตรที่เหมาะกับคนหน้ามัน นำดินสอพองมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
7. สูตรไข่ขาว นำไข่ขาวมาพอกที่หน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดครีมลดริ้วรอย
8. สูตรขมิ้น นำขมิ้นมาบดให้ละเอียดผสมน้ำเล็กน้อย แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกลงบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
9. สูตรแอปเปิ้ล นำแอปเปิ้ลประมาณครึ่งผล ปั่นให้ละเอียดโดยที่ไม่ต้องปอกเปลือก แล้วนำมาพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
10. สูตรแอปเปิ้ล+น้ำมะนาว นำแอปเปิ้ลประมาณครึ่งผล ปั่นให้ละเอียดโดยที่ไม่ต้องปอกเปลือกแล้วนำแอปเปิ้ลที่ปั่นละเอียดแล้วผสมเข้ากับน้ำมะนาวประมาณ 2
ช้อนชาให้เข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ครีมลดริ้วรอย.

ครีมกระชับรูขุมขน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนเป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทย

ครีมกระชับรูขุมขน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนเป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทย ที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ จมูก และหน้าผาก ทำให้เกิดความมันที่บริเวณทีโซน สร้างความยากให้กับการแต่งหน้าสวยๆ เสียเหลือเกิน อีกทั้งยังเกิดการอุดตันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวอีกด้วย ครีมกระชับรูขุมขน.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%99

ครีมกระชับรูขุมขน วันนี้ จึงนำ 5 วิธีสุดเด็ด ที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้างบนใบหน้าไปได้เสียที หมั่นทำเป็นประจำรับรองช่วยได้และเห็นผลจริงๆค่ะ

1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน
แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป กางล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้ครีมกระชับรูขุมขน

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า
โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ

3.เบคกิ้งโซดาครีมกระชับรูขุมขน
เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต
โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปไบโอติก ซึ่งมีคุณสมับติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้ว ครีมกระชับรูขุมขน.

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ การลดความอ้วน

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ การลดความอ้วน ตามสูตรของคนรักสุขภาพเป็นสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลสำหรับการให้บริการเกี่ยวกับ การแนะนำผลิตภัณฑ์สำหรับการลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเป็นสาหร่าย ทะเลที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะแบนบางและยาว เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ขายดี วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a
วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ การลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในวันสองวัน การลดน้ำหนักที่ดีนั้นจะต้องมีการระบุวิธีที่เราจะใช้เพื่อลดไขมันในร่างกายออกไปให้ได้มากที่สุด เปลี่ยนจากไขมันเป็นกล้ามเนื้อให้ได้ มาดูวิธีลดน้ำหนักอย่างได้ผลที่ผมได้เตรียมไว้ให้กันดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจกันบ้าง
วางแผนการลดน้ำหนักที่ดีวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

วิธีการลดน้ำหนักที่ดีนั้น เราควรมีการวางแผนการลดด้วย ว่าเราจะลดด้วยวิธีไหน เป็นเวลากี่วัน จะทำอะไรวันไหนบ้าง จะกินหรือไม่กินอะไรบ้าง เขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรเลย เพื่อให้เราจดจำได้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เป็นการเพิ่มความตั้งใจในการลดน้ำหนักของเราได้เป็นอย่างดี

ตั้งเป้าหมาย และสร้างแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก

กำหนดเป้าหมายเลยว่าเราจะลดให้ได้ภายในกี่สัปดาห์ กี่เดือน กี่ปี กำหนดเป็นวันที่ได้เลยยิ่งดี และเราควรสร้างแรงจูงใจด้วยว่าเราจะลดน้ำหนักไปเพื่ออะไร เพื่อตอนรับปริญญาจะได้ถ่ายรูปสวย เพื่อแต่งงาน เพื่อหาแฟน การตั้งเป้าหมายและสร้างแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก จะทำให้เราเดินไปตามแผนที่เราวางไว้ได้อย่างมั่นคง ไม่วอกแวก ไม่หลุดฟอร์มได้ง่าย

ควบคุมอาหาร ลดแป้ง เพิ่มเนื้อแทน

การควบคุมการกินอาหารเป็นเบสิคของการลดน้ำหนักอยู่แล้ว การลดอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลเยอะๆ แล้วกินอาหารพวกเนื้อให้มากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าให้กินเนื้อมันๆนะครับ เนื้อที่ว่าก็ควรเป็นเนื้อที่ย่อยง่าย ไขมันน้อย เช่น เนื้อปลา เนื้อที่ไม่ติดมัน เพราะการกินอาหารพวกโปรตีนจะช่วยให้เราอิ่มท้อง และช่วยในเรื่องการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้ดีขึ้นได้ ที่สำคัญอย่าลืมกินผักและผลไม้ควบคู่กันไปด้วยนะครับ จะได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดน้ำหนักให้ดีขึ้น
กินอาหารให้ตรงเวลา อย่ากินจุกกินจิกวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

การกินอาหารให้ตรงเวลาสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีมาก คือเรากินเวลาไหนก็ให้กินเวลานั้นเป็นประจำ และการกินแต่ละครั้งให้กินให้อิ่มไปเลย เพื่อจะได้ไม่ต้องหิวก่อนเวลากินอาหารครั้งต่อไป แล้วก็อดกินขนมโน่นนี่นั่นไม่ได้ สุดท้ายน้ำหนักก็ไม่ลดลงสักที

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าช่วยลดน้ำหนักได้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ค่อยจะทำกัน แล้วก็ไปสรรหาพวกอาหาร diet อาหารเสริม มากินกันซึ่งไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลดได้จริงหรอกครับ ออกกำลังกายกันเถอะครับดีที่สุด ออกยังไงก็ได้ที่ทำให้เราได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสัก 30-60 นาที ซึ่งสามารถช่วยเผาผลาญไขมันที่พุงของเราได้ดีที่สุด

จดอาหารที่กินไว้ในสมุดบันทึกประจำวัน วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

 

ลดต้นขาใหญ่ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย

ลดต้นขาใหญ่ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา “ขาใหญ่” ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า ลดต้นขาใหญ่.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88

ลดต้นขาใหญ่ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง 3 ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัวลดต้นขาใหญ่

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ

การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคนเลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย~

แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)

พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะ

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)ลดต้นขาใหญ่

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือ

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ลดต้นขาใหญ่.