ลดรอยแดง เราทุกคนล้วนมีสิวที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและรอยแดง

ลดรอยแดง เราทุกคนล้วนมีสิวที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและรอยแดง รอยแดงจากสิวคือผลของการอักเสบ ไม่ใช่รอยแผลเป็น ในความเป็นจริงแล้ว อาการอักเสบช่วยให้เนื้อเยื่อของเราสร้างตัวขึ้นใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งของผลของการที่ร่างกายของเราพยายามรักษาตัวเองและไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด แต่การที่ใบหน้าของเรามีอาการอักเสบเกิดขึ้นเต็มไปหมดให้ชาวโลกได้รับรู้นั้นก็เป็นเรื่องชวนหงุดหงิดไม่ใช่น้อย โชคดีที่ว่า เรายังพอมีวิธีบ้านๆ ที่สามารถช่วยลดหรือซ่อนรอยแดงที่เกิดจากการอักเสบได้จนกว่าผิวของคุณจะหายดี ลดรอยแดง.

ลดรอยแดง
ลดรอยแดง ส่วนการรักษารอยแดงจากสิวด้วยวิธีที่ทำได้ภายในบ้าน

ประคบน้ำแข็งบนสิวเพื่อลดการอักเสบ. ใช้ผ้าสะอาดผืนบางๆ ห่อน้ำแข็งสักสองสามก้อนแล้วแนบลงไปบนสิวตรงๆ ควรระวังไม่ให้ใช้แรงกดลงบนใบหน้ามากเกินไป เนื่องจากการกดแรงๆ อาจทำให้สิวแตกได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดรอยแดงมากขึ้นและทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายเข้าไปอีก
อุณหภูมิเย็นจะควบคุมการไหลเวียนเลือดในร่างกายให้ช้าลง ช่วยลดอาการบวมและรอยแดงในเนื้อเยื่อได้รับการบาดเจ็บ นักกีฬาหลายๆ คนใช้วิธีการรักษาอาการอักเสบของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการบาดเจ็บด้วยวิธีการบำบัดด้วยน้ำแข็ง (เช่น การแช่อ่างน้ำแข็ง หรือการประคบด้วยน้ำแข็ง เป็นต้น)

ใช้ยาหยอดตา. ยาหยอดตามีจุดประสงค์เพื่อลดรอยแดง ตัวยาประกอบด้วยเตตราไฮโดรโซลีน ไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งช่วยในการรักษาอาการแดง (ปกติแล้วจะใช้สำหรับรอยแดงที่เกิดขึ้นในตา)
หยดยาหยอดตาลงบนคอตตอนบัด แล้วใช้ทาบนสิวอย่างเบามือ
อีกวิธีหนึ่งคือ จุ่มคอตตอนบัดในยาหยอดตา แล้วแช่ไว้ในช่องฟรีซหนึ่งคืน จากนั้นนำมาทาบนสิวอย่างเบามือ ความเย็นจะช่วยลดอาการอักเสบ ส่วนตัวยาไฮโดรโซลีน ไฮโดรคลอไรด์ ในยาหยอดตาจะช่วยรักษาอาการแดงลดรอยแดง
การทายาหยอดตาทั่วใบหน้าอาจทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้นได้ ควรทาเฉพาะบริเวณที่มีรอยแดง และไม่ควรใช้เทคนิคนี้บ่อยเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดผลร้ายแรงได้

มาส์กหน้าด้วยแอสไพริน. ยาแอสไพรินประกอบด้วยกรดซาลิซิลิก ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนผสมหลักของครีมขัดผิวและยาทาที่ใช้ในการรักษาสิว กรดชนิดนี้จะมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วยการไประงับเอนไซม์ที่ทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้นมา
บดยาแอสไพรินแล้วผสมกับน้ำในปริมาณเล็กน้อยให้กลายเป็นยาพอก จากนั้นใช้คอตตอนบัดค่อยๆ ทายาในบริเวณที่อักเสบ ปล่อยให้แห้งแล้วล้างออก แม้วิธีนี้อาจแก้ปัญหาไม่ได้ในทันที แต่ก็พอมีส่วนช่วยลดอาการแดงลงได้บ้าง
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 44
แต้มยาสีฟันในปริมาณเล็กน้อยลงบนสิว. ยาสีฟันส่วนใหญ่จะมีสารซิลิกาที่ช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น ซิลิกาเป็นสารเดียวกันกับที่พบในซองสีขาวเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ลดความชื้นในอาหารว่างอย่างเนื้ออบแห้ง ซึ่งช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้
ทายาสีฟันบางๆ ลงบนสิวก่อนนอน และปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งในตอนกลางคืน จากนั้นล้างออกในตอนเช้า
ห้าม ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของเมนทอลหรือฟลูออไรด์ ส่วนผสมพวกนี้อาจทำให้รอยแดงแย่ลงและเกิดสิวมากขึ้นกว่าเดิม

ทาน้ำมะนาว. น้ำมะนาวจะมีกรดซิตริกซึ่งมีส่วนช่วยในการกำจัดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ระบุว่า กรดซิตริกมีส่วนประกอบที่เป็นธรรมชาติในการทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น[1]ซึ่งช่วยให้รอยแดงจากสิวลดลงได้อีกด้วย ให้บีบน้ำมะนาวออกมาเล็กน้อย จุ่มด้วยสำลี แล้วทาลงบนสิวในตอนกลางคืน
น้ำมะนาวจะทำให้ ผิวกระจ่างใสขึ้น วิธีนี้จะต้องใช้เวลานานสักหน่อยและปฏิบัติเป็นประจำจึงจะเห็นผล แต่เม็ดสีผิวของคุณจะสว่างขึ้นได้จริง อย่างไรก็ตาม หากคุณทาน้ำมะนาวเท่าที่จำเป็นและทาลงบนผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอกัน รอยแดงจากสิวก็อาจลดลงจนมองไม่เห็น
หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดหลังจากทาน้ำมะนาว เนื่องจากน้ำมะนาวมักจะทำให้ผิวแห้ง ผิวของเราจึงเสียหายได้ง่ายเมื่อเจอแสงแดด ให้ทาน้ำมะนาวในตอนกลางคืนเท่านั้น แล้วล้างหน้าในตอนเช้า และทาครีมกันแดดที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนเป็นประจำ
น้ำมะนาวอาจขัดขวางการทำงานของยารักษาสิวชนิดอื่นได้ เช่นเดียวกับการรักษาด้วยของที่หาได้ภายในบ้านทุกชนิด ประสิทธิภาพในการใช้น้ำมะนาวรักษาสิวนั้นไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และควรปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง ควรปรึกษาหมอหรือแพทย์ผิวหนังของคุณเกี่ยวกับการใช้น้ำมะนาวร่วมกับผลิตภัณฑ์ทาผิวอื่นๆ

ประคบสิวด้วยผ้าขนหนูร้อนๆ หรือถุงชาอุ่นๆ. กล่าวง่ายๆ ก็คือ การประคบสิวด้วยอุณหภูมิอุ่นจะเปิดรูขุมขนออก ซึ่งจะเป็นการดึงแบคทีเรียหรือหนองให้ออกมาข้างนอกชั้นผิว และทำให้คุณสามารถทำความสะอาดน้ำมัน สิ่งสกปรก และเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปได้
เตรียมน้ำไว้ที่อุณหภูมิร้อนจัด เวลาที่คุณประคบอุณหภูมิร้อนๆ ลงบนใบหน้านั้น ช่วงแรกๆ คุณอาจรู้สึกไม่ค่อยดีนัก แต่หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกดีขึ้น ให้จุ่มผ้าขนหนูลงในน้ำร้อน หรือใช้ถุงชาร้อนๆ แล้วค่อยๆ แนบลงบนสิวประมาณ 30-60 วินาที
หลังจากประคบร้อนแล้ว ให้ตามด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่ใช้กันทั่วไป ผลิตภัณฑ์ขัดผิวหน้าหรือทำความสะอาดใบหน้าจะช่วยกำจัดน้ำมันและแบคทีเรียที่ถูกดึงออกมาจากการประคบร้อนได้

หาซื้อผลิตภัณฑ์ลดรอยแดงตามร้านขายยาตามห้างเพื่อเอามาทาสิว. ให้หาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ ‘เห็นผลทันที’ เภสัชกรอาจช่วยคุณได้

ใช้คอนซีลเลอร์เพื่อซ่อนรอยแดงทันที. คอนซีลเลอร์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิกที่ช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้นเมื่อทาลงไปแล้วนั้นก็มีขายเช่นกัน
คอนซีลเลอร์สีเขียวจะช่วยปิดบังรอยแดงบนผิวของคุณ รองพื้นชนิดน้ำที่ตรงกับผิวของคุณ หรือแป้งฝุ่นที่ใช้ทาในขั้นสุดท้าย
ส่วน
การปฏิบัติตนเพื่อรักษาผิวไม่ให้มีสิวมากล้ำกราย

ล้างหน้าเป็นประจำทุกวันด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่มีคุณภาพ. ล้างหน้าหนึ่งครั้งในช่วงเช้าและอีกครั้งในตอนกลางคืน บำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นทุกครั้งหลังจากล้างหน้า เสร็จแล้วก็ทายาทุกครั้ง
อย่าขัดหน้าแรงเกินไปหรือใช้อุปกรณ์ที่มีผิวหยาบ เช่น ใยบวบ หรือผ้าขนหนู ในการทำความสะอาดใบหน้า แค่ใช้มือของคุณก็เพียงพอแล้ว เวลาที่เช็ดหน้าให้แห้ง ให้ค่อยๆ ใช้ผ้าขนหนูซับจนแห้ง (หรือปล่อยให้แห้งเอง) อย่าใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าแรงเกินไป
หากคุณใช้ยารักษาสิวที่หาซื้อเองทั่วไปและใช้วิธีรักษาด้วยสิ่งของใกล้ตัวภายในบ้านมานานถึง 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่เห็นถึงความความก้าวหน้าใดๆ กับสิวบนใบหน้าของคุณ ให้ไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 102
ดื่มน้ำเยอะๆ. แพทย์หลายคนแนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 3 ลิตร (13 ถ้วย) ต่อวันสำหรับผู้ชาย และ 2.2 ลิตร (9 ถ้วย) ต่อวันสำหรับผู้หญิง เนื่องจากวิธีนี้ค่อนข้างจะจำง่าย เราแนะนำให้ใช้กฎ “8 คูณ 8” ซึ่งก็คือ ดื่มน้ำ 8 ออนซ์ 8 แก้วต่อวัน
เมื่อร่างกายขาดน้ำ คุณจะสูญเสียความชุ่มชื้นในผิวของคุณไปด้วย หมายความว่า บริเวณผิวหนังของคุณจะมีการไหลเวียนน้อยเกินกว่าที่จะผลิตสารอาหารที่จำเป็นได้ เมื่อใดที่ร่างกายของคุณไม่ได้รับน้ำอย่างเหมาะสม ผิวหนังของคุณเป็นที่แรกบนร่างกายที่จะรู้สึกถึงการขาดน้ำ
การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ตับและไตของคุณสามารถล้างสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การดื่มน้ำยังช่วยให้ลำไส้ใหญ่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 113
ทำให้มั่นใจว่าร่างกายของคุณได้รับวิตามินอย่างเหมาะสม. งานวิจัยชี้ว่าวิตามินบางชนิดสามารถช่วยยับยั้งการอักเสบและเสริมสร้างให้ผิวมีสุขภาพดี ต่อไปนี้คือวิตามินทั้ง 3 ชนิดที่คุณสามารถใช้ในการต่อสู้กับสิวโดยทั่วไปและรอยแดงโดยเฉพาะ
วิตามินเอ การขาดวิตามินเอในร่างกายนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอักเสบในลำไส้ ปอด และผิวหนัง[4] วิตามินเอเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นั่นคือเป็นสารที่ช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์ที่เรียกว่า สารอนุมูลอิสระ ซึ่งทำลายเซลล์ผิวและเร่งการเกิดริ้วรอย อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ได้แก่ ตับบด (ปาเต), แครอท, มันเทศ, ผักโขม, ฟักทอง, แอปริคอท และแคนตาลูป
วิตามินบี 6 วิตามินบี 6 เป็นสารที่ละลายในน้ำ หมายความว่าคุณจะสูญเสียสารอาหารตัวนี้ไปเมื่อน้ำในร่างกายของคุณระเหยหรือถูกใช้งาน ซึ่งหมายความว่า คุณควรบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 6 เข้าไปในร่างกายเป็นประจำทุกวันแทนการทานอาหารเสริม โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 6 มีดังนี้ เนื้อวัว, ไก่งวง, ถั่ว, เมล็ดธัญพืช, พืชตระกูลถั่ว และปลา
วิตามินซี วิตามินซีเป็นต้นตอในการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของผิว วิตามินซียังช่วยป้องกันสารพิษที่ทำให้เกิดโรคและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย งานวิจัยชี้ว่าวิตามินชนิดนี้มีประโยชน์ในการต้านการอักเสบ[4] อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ พริกขี้หนู, ฝรั่ง, ผลไม้ตระกูลส้ม (มะนาว, ส้ม, เกรปฟรุต), คะน้า, บรอกโคลี่, กีวี่ และสตรอว์เบอร์รี่
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 124
ขัดผิวทุกอาทิตย์. การขัดผิว (Exfoliating) หมายถึง การใช้สครับหรือมาส์กในการกำจัดชั้นผิวที่ตายแล้วที่สะสมระหว่างวันหรือสะสมมาหลายวันออกไป ให้ขัดผิวสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเพื่อให้ผิวใสขึ้น สุขภาพดีขึ้น และสะอาดขึ้น
คุณสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวได้ง่ายๆ ตามร้านขายยาใกล้บ้าน หรือจะทำขึ้นเองที่บ้านก็ได้เช่นกันลดรอยแดง
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 135
หาช่องทางการระบายความเครียดที่ดีต่อสุขภาพ. นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วความเครียดทำให้เกิดสิวได้อย่างไร แต่พวกเขาทราบว่าทั้งสองสิ่งมีความเชื่อมโยงกัน นั่นคือ เซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตไขมันจะมีตัวรับฮอร์โมนความเครียด ซึ่งหมายความว่า เมื่อใดที่คุณเกิดเครียดขึ้นมา เซลล์ไขมันพวกนั้นก็จะทำงานผิดปกติไปด้วยไขมันเป็นสารมันๆ ที่จะอุดตันรูขุมขนและก่อให้เกิดสิว
ออกกำลังกาย แม้แต่การเดินวันละ 20 นาทีก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพ เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ อาสาเป็นคนพาสุนัขไปเดิน การออกกำลังกายจะช่วยลดระดับความเครียดของคุณได้ ซึ่งจะมอบโอกาสให้คุณมีผิวที่ดีขึ้นลดรอยแดง
หันมาเล่นกีฬา กีฬาไม่ได้มีไว้สำหรับพวกบ้าพลังเท่านั้น ความจริงแล้วผู้คนแต่ละประเภทล้วนมีกีฬาที่เหมาะกับลักษณะของเขา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือคุณได้มีความสุข ได้เผาผลาญพลังงาน และได้หาทางออกสนุกๆ ให้กับความเครียดของคุณ
เคล็ดลับ
ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขน จากนั้นล้างสบู่ออกด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขนบนใบหน้า
หลีกเลี่ยงการบีบสิว หากทำได้
สบู่แบบธรรมดาก็ใช้ได้ แต่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าโดยเฉพาะ หากมี
ทาครีมกันแดดแบบปราศจากน้ำมันที่ SPF 15 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน รอยแดงบางชนิดก็เกิดจากผิวที่แห้งเกินไป
เปลี่ยนสบู่ทุกๆ สองถึงสามเดือน เนื่องจากผิวของคุณอาจเคยชินกับสบู่ที่ใช้อยู่
ปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่สามารถแนะนำยาให้คุณได้ หากรอยแดงบนใบหน้าเป็นปัญหาที่แก้ไม่หายสักที
สบู่ “โดฟ” ช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากสิวได้ดี แต่จริงๆ แล้วสบู่ยี่ห้ออื่นๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน
หากจำเป็นต้องบีบสิวจริงๆ ควรล้างมือให้สะอาด แล้วใช้กระดาษทิชชู่ในการบีบสิว หลังจากนั้น ให้แต้มครีมฆ่าเชื้อบนรอยสิวเพื่อกำจัดแบคทีเรีย
ก่อนที่จะใช้วิธีการอบไอน้ำ ควรแน่ใจว่าใบหน้าของคุณนั้นปราศจากสิ่งสกปรก ผิวที่ตายแล้ว ฯลฯ เนื่องจากสิ่งตกค้างบนใบหน้าอาจทำให้รูขุมขนอุดตันและทำให้เกิดสิวมากขึ้นได้
การที่คุณเป็นคนผิวมันไม่ได้หมายความว่าผิวหน้าของคุณไม่ต้องการการบำรุงผิว! ควรใช้ครีมบำรุงผิวแบบปราศจากน้ำมัน
หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าระหว่างวัน การสัมผัสใบหน้าจะทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายไปบนใบหน้าของคุณ
อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป ไม่อย่างนั้นน้ำมันที่สร้างขึ้นตามธรรมชาติบนผิวหน้าของคุณอาจถูกล้างออกไปด้วย
คำเตือน
การบีบสิวอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้
หากคุณจะบีบสิว ให้พยายามทำอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ลดรอยแดง.

กำจัดสิว วิธีรักษาสิวอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนด้วยตนเอง

กำจัดสิว วิธีรักษาสิวอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนด้วยตนเอง  สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่นด้วยแล้ว สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทั้งสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวหัวช้าง หรือสิวเรื้อรังที่อาจขยายลุกลามกลายเป็นรอยแผลหรือหลุมสิวได้หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษา อย่างไรก็ตาม อย่าได้กังวลใจไป เพราะมีหลายวิธีดีๆ และสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองเพื่อกำจัดสิว วันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการรักษาสิวได้อย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนมาฝาก เป็นเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้คุณรักษาสิวแบบเร่งด่วน ให้สิวหายได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ สิวยุบหายในเร็ววัน นอกจากนี้เรายังได้นำเคล็ดวิธีการรักษาสิวด้วยตนเองและการดูแลผิวเบื้องต้นที่คุณควรปฏิบัติทุกวันมาฝากด้วยค่ะ กำจัดสิว.

กำจัดสิว

กำจัดสิว วิธีการกำจัดสิวแบบเร่งด่วน
แต่เมื่อมีความจำเป็นที่คุณต้องการกำจัดสิวให้หายไปในเพียงชั่วข้ามคืน ลองใช้วิธีการต่อไปนี้เพื่อการกำจัดสิวได้อย่างรวดเร็ว

1 ครีมแต้มสิวกำจัดสิว
หากท่านเป็นสิวอักเสบ สิวบวมแดง สิวหัวหนอง ต้องใช้ตัวช่วยนี้เลย “ครีมแต้มสิว” ซึ่งมีตัวยาช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่หัวสิว ทำให้สิวแห้งและยุบเร็ว โดยครีมแต้มสิวที่มีหลายยี่ห้อให้เลือกด้วยกัน แถมราคาไม่แพง เช่น ครีม TOMEI, ครีม Smooth E Acne Hydro Gel, Clindalin Gel, ครีมภูมิพฤกษา 15, Benzac ac, ผงวิเศษ เป็นต้น
ดูบทความ แนะนำ 9 ครีมแต้มสิวให้สิวยุบชั่วข้ามคืน
และดูวิธีรักษาสิวอักเสบ Step by step อย่างได้ผลในบทความ การรักษาสิวอักเสบ

2 ยาสีฟัน กำจัดสิว
ในตัวยาสีฟันจะมีสารไทรโคลซาน (triclosan) มีคุณสมบัติเป็นสารยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเริ่มจากล้างหน้าก่อนนอนและเช็ดให้แห้ง(เบาๆ) ใช้ยาสีฟันแต้มที่สิว หลังจากนั้น 30 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด
ข้อแนะนำคือ ใช้เป็นแบบครีมตัวยาสีฟัน ไม่ควรใช้เป็นแบบเจลยาสีฟัน เพราะมักจะมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่สามารถทำให้ผิวของคุณระคายเคืองได้

3 น้ำมะนาว
ใช้น้ำมะนาวแต้มที่สิวก่อนเข้านอน ในน้ำมะนาวประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาสมานแผล มันมีประสิทธิภาพช่วยในการทำให้สิวของคุณแห้ง นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาวยังเป็นการทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษที่สะสมในร่างกายด้วยนะค่ะ

4 เบรคกิ้งโซดา
เบรคกิ้งโซดา ก็คือ ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตนั่นเอง ที่จะช่วยควบคุมระดับ pH ของผิว คุณสามารถใช้ผงฟูเพื่อผลัดผิวหน้าของคุณ โดยการนำผงฟูผสมกับน้ำ จากนั้นนำไปแต้มสิวบริเวณที่ติดเชื้อเท่านั้น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ทิ้งไว้นานเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีผิวที่บอบบาง โดยผงฟูมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวได้ด้วยนะค่ะ

5 ใช้อบเชยผสมน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเป็นยาประจำบ้านที่ดีในการรักษาสิว มันช่วยให้ผิวของคุณสามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ น้ำผึ้งยังมีสารอาหารที่จำเป็นและช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว โดยเรานำน้ำผึ้งแต้มที่สิวที่มีการติดเชื้อและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรืออีกวิธีคือ นำน้ำผึ้งมาผสมกับอบเชย จากนั้นพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากกลัวเปื้อนที่นอนสามารถใช้ผ้าบางรองไว้บนหมอน

6 มากส์หน้าด้วยไข่ขาว
ล้างหน้าและเช็ดหน้าของคุณให้สะอาด จากนั้นตอกไข่และแยกไข่แดงออก เพื่อแยกเอาเฉพาะไข่ขาว จากนั้นทาไข่ขาวบาง ๆ บนใบหน้าที่สะอาดและปล่อยให้แห้งประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง แล้วคุณจะเห็นถึงความแตกต่างว่า ผิวของคุณกระชับขึ้น กำจัดสิว.

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ เป็นส่วนผสมที่เรียบง่าย

 

 

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ เป็นส่วนผสมที่เรียบง่าย แต่การที่จะพอกหน้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คุณสาวๆ ก็ควรที่จะทำตามเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และอย่าพึ่งใจร้อน เพราะอยากสวยก็ต้องใช้เวลาและความอดทน เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง คุณสาวๆ จะสามารถสัมผัสได้ว่า ผิวของตัวเองใบหน้ามีความขาวเนียนใสมากขึ้น อีกทั้งส่วนผสมเหล่านี้ยังมาจากธรรมชาติ เพราะฉะนั้นจึงหมดห่วงในเรื่องผลกระทบจากสารเคมี หรืออันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ.

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ

สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ สำหรับสูตรพอกหน้าใสที่ได้รับความนิยม ซึ่งได้ทำการรวบรวมมา มีดังต่อไปนี้

1. สูตรน้ำผึ้ง+โยเกิร์ต นำน้ำผึ้งและโยเกิร์ตมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาพอกลงบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
2. สูตรมะละกอสุก+นมสด นำมะละกอสุกและนมสดมาทำการผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
3. สูตรน้ำมะพร้าว นำน้ำมะพร้าวมาทาบนใบหน้า เนื่องจากน้ำมะพร้าวสามารถช่วยทำให้ผิวนุ่มเนียน และชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้นสูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ
4. สูตรกล้วยหอม+นมสด นำกล้วยหอมและนมสดมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

5. สูตรโยเกิร์ต นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาพอกหน้า แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดสูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ
6. สูตรดินสอพอง เป็นสูตรที่เหมาะกับคนหน้ามัน นำดินสอพองมาผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
7. สูตรไข่ขาว นำไข่ขาวมาพอกที่หน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
8. สูตรขมิ้น นำขมิ้นมาบดให้ละเอียดผสมน้ำเล็กน้อย แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกลงบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
9. สูตรแอปเปิ้ล นำแอปเปิ้ลประมาณครึ่งผล ปั่นให้ละเอียดโดยที่ไม่ต้องปอกเปลือก แล้วนำมาพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
10. สูตรแอปเปิ้ล+น้ำมะนาว นำแอปเปิ้ลประมาณครึ่งผล ปั่นให้ละเอียดโดยที่ไม่ต้องปอกเปลือกแล้วนำแอปเปิ้ลที่ปั่นละเอียดแล้วผสมเข้ากับน้ำมะนาวประมาณ 2
ช้อนชาให้เข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ.

 

รีวิวครีมหน้าใส วิธีทําให้หน้าใสด้วยอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

รีวิวครีมหน้าใส วิธีทําให้หน้าใสด้วยอาหารเสริมและเครื่องสำอาง อาหารเสริมและวิตามิน ที่ทำให้หน้าใสตัวหลัก ๆ ก็จะมี วิตามินซี (แต่วิตามินซีไม่ทำให้ขาว) และตัวถัดมาที่แนะนำก็คือ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น , โคเอนไซม์คิวเท็น , และกลูต้าไธโอน (ใช้โดยวิธีกินจะไม่ค่อยเห็นผล) รีวิวครีมหน้าใส.

รีวิวครีมหน้าใส
รีวิวครีมหน้าใส วิธีทำให้หน้าใส
เครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมของ วิตามินซี,AHA,อาร์บูติน,Licoric เป็นต้น
วิธีทำให้หน้าใสด้วยเลเซอร์และเครื่องมือแพทย์
การฉีดวิตามินซี เพราะช่วยเรื่องความใสโดยตรง ควรฉีดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และสุขภาพผิวแข็งแรง ผิวจะนุ่มลื่นมาก ๆ ราคาประมาณ 200-500 บาท
วิธีทำให้หน้าใสรีวิวครีมหน้าใส
การทำไอออนโต เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าในการช่วยผลักวิตามินให้ซึมลึกเข้าสู่ผิว จะได้ผลดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆอย่าง อย่างแรกที่สำคัญคือ ตัวเจลวิตามินที่ใช้ในการทำว่ามีคุณภาพแค่ไหน เจลวิตามินที่ใช้ทำมีความเข้มข้นเท่าไหร่ ตัววิตามินที่ใช้ทำตรงกับความต้องการหรือไม่ ระยะเวลาการทำ(อย่างน้อย 30 นาที จึงจะเห็นผล) และการปรับความแรงของกระแสไฟ(ควรปรับให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าและปัญหาที่เป็นอยู่) โดยเจลวิตามินที่ทำให้หน้าใสตัวหลัก ๆก็คือ วิตามินซี(ทำให้หน้าใสโดยตรง) , Licoric (ช่วยเรื่องความขาวและใสด้วย) , และตัวที่แนะนำสำหรับผู้ที่เป็นสิวแล้วอยากหน้าใสคือวิตามินเอ โดยวิตามินเอจะมีหลายความเข้มด้วยกัน 0.025-0.1% เมื่อทำแล้ว อีก 2-3 วันหน้าจะเริ่มผลัดเซลล์ผิวเก่าออก หน้าลอกออกเป็นขุย ๆ จะช่วยเอาสิวอุดตันเก่า ๆออกมา ช่วงนี้สิวอาจจะเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่ต้องกังวล ทำไปนาน ๆ จะทำให้สิวหายด้วย แล้วหลังจากนั้นหน้าก็จะใสขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้อเสียคือเวลาทำจะรู้สึกช๊อต ๆ จี๊ดที่หน้าหน่อย ยิ่งถ้ากลิ้งไปโดนตรงบริเวณแผลสิวหรือสิวอักเสบจะจี๊ดมาก ๆ วิธีแก้คือแปะเทปกาวแบบที่แพทย์ใช้เป็นแผ่นเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายการแปะหัวสิวเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กระแสไฟฟ้าถูกผิวสิวโดยตรง ส่วนราคาที่ทำจะอยู่ประมาณ 200-500 บาท
วิธีทำให้หน้าใส
การทำโฟโน เพิ่มการดูดซึมของเจลวิตามินโดยใช้คลื่นอัลตราโซนิกหรือคลื่นเสียง ส่วนตัวแล้วขณะทำจะรู้สึกสบายหน้ามาก ๆ (ทำแล้วอาจเผลอหลับได้เลยทีเดียว) ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนก็คือช่วยรักษาเรื่องริ้วรอยได้เป็นอย่างดี แต่ประสิทธิภาพการผลักวิตามินเข้าสู่ผิวจะไม่ดีเท่ากับเครื่องไอออนโต ส่วนราคาที่รับทำก็จะอยู่ที่ 200-500 บาทโดยประมาณ
Whitening-16
การทำ IPL หน้าใสแบบทันใจ ใช้หลักการของคลื่นแสง สามารถใช้รักษารอยแดงจากสิว กระ กำจัดขนถาวร เส้นเลือดขอด เส้นเลือดฝอยที่เกิดจากการรักษาฝ้า ปานบางชนิด ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และหน้าใสทันที ราคาต่อครั้งก็ 2,000 บาทขึ้นไป
วิธีทำให้หน้าใส
การทำเมโสหน้าใส หลักการคือใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ โดยตัวยาที่นิยมใช้ก็คือวิตามินซี โดยหลังทำหน้าจะขาวผ่องใสทันที โดยผู้หญิงจะได้ผลดีกว่าผู้ชาย เพราะชั้นใต้ผิวหนังของผู้ชายส่วนใหญ่เป็นพังผืด แต่ข้อเสียคือบางจุดอาจเป็นแผลได้และการทำวิธีนี้เห็นผลได้ไม่นานนัก จึงไม่แนะนำ ส่วนราคาก็ประมาณหลักพันขึ้นไป
เมโสหน้าใส
เดี๋ยวขอคิดก่อนแล้วจะมาอัพเดทให้อ่านกันทั้งข้อดีและข้อเสียครับ
วิธีทําให้หน้าใสด้วยการทำทรีทเม้นท์ด้วยตัวเองง่าย
สูตรน้ำผึ้งมะนาว ช่วยทำให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่นและช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป
ส่วนผสม น้ำผึ้ง 1 ถ้วย , น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
วิธีทําให้หน้าใส
สูตรแอปเปิ้ล ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าดูสดใส เปล่งปลั่ง
ส่วนผสม เนื้อแอปเปิ้ลไร้เปลือก , น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบา ๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น
วิธีทำให้หน้าใสรีวิวครีมหน้าใส
สูตรแตงกวา (สำหรับผิวมันและผิวผสม) ช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า ทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนชุ่มชื่น
ส่วนผสม แตงกวาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ 1 ผล , ไข่ไก่ 1 ฟอง(ใช้เฉพาะไข่ขาว) , น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำแตงกวา ไข่ขาว มะนาว ไปปั่นรวมกันจนละเอียด แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก
วิธีทําให้หน้าใส ด้วยตัวเอง
ไม่ควรนอนดึกเกิน 4 ทุ่ม ควรนอนระหว่าง 3 ทุ่มถึงตี 4 และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพราะการนอนดึกจะทำให้ระบบต่าง ๆในร่างกายเสื่อมโทรม ทำให้มีอายุสั้นลง ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบภูมิคุ้มกันโรคทำงานไม่เป็นปกติ
ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน หรือวันเว้นวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที ทำให้สุขภาพผิวดี ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ผุดผ่องสดใส แถมยังทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย
ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะจะช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย ทำให้หน้าดูสดใส น้ำยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเรามีความชุ่มชื้นไม่เหี่ยวย่นด้วย ซึ่งถ้าหากร่างกายมีน้ำเพียงพอก็สามารถกำจัดของเสียเหล่านี้ออกมาได้มาก
รับประทานผักผลไม้สดเป็นประจำ เช่น ส้ม ฝรั่ง กล้วย กีวี่ มะนาว มะเขือเทศ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงต้านทานโรคต่าง ๆ ทำให้ผิวสวย ดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมัน ๆทุกชนิด ซึ่งจะทำให้หน้ามันและอาจเกิดสิวตามมาได้ หรือถ้าอดใจไม่ได้หลังจากกินแล้วควรดื่มน้ำตามไปมาก ๆ
ตอนมีประจำเดือน ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันเพราะอาจจะทำให้หน้าของคุณสาว ๆ ยิ่งมันขึ้นไปใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดสิวอุดตันได้
ทำจิตใจให้ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มองโลกในแง่ดี จะช่วยลดความเครียดซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ และยังช่วยชะลอวัยได้ด้วย
ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ผิวเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัยอัยควร หน้าตาไม่สดใส และมีสิวอุดตันตามมา ดังนั้นควรหลีกเลี่ยง เพราะเหล้าและบุหรี่มีผลเสียหลายต่อสุขภาพในร่างกายของเรามาก
ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัด ๆ เพราะแสงแดดจะทำให้หน้าเราหมองคล้ำได้ เมื่อออกกลางแจ้งควรสวมแว่นตาและกางร่ม (ร่มกัน UV ก็มีนะ) และทาครีมกันแดดด้วย
หลีกเลี่ยงมลภาวะเป็นพิษต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น
เวลาว่างควรทำทรีทเม้นท์สักอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อย
ไม่ควรเข้านอนโดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้า ก่อนล้างหน้าควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางก่อนทุกครั้ง และควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง และไม่เกิน 3 ครั้งเพราะจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นได้
เมื่อล้างหน้าเสร็จควรใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าผิวคุณสะอาดปราศจากสารตกค้างแล้วจริง ๆ
หลังจากล้างหน้าทุกครั้ง ควรทาครีมบำรุงผิว เพื่อทดแทนความชุ่มชื่นที่เสียไปจากการล้างหน้า เพื่อป้องกันริ้วรอยและรอย
ควรจะแยกผ้าเช็ดหน้า กับผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดผมออกจากกัน ใช้อย่างละผืน และควรซักเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรก
ควรทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าเป็นประจำ สัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวอุดตัน
สำหรับคนผิวมัน ถ้ารู้สึกว่าหน้ามันในระหว่างวัน ควรใช้กระดาษซับมันแทนการล้างหน้าบ่อย ๆ รีวิวครีมหน้าใส.

วิธีทำให้หน้าขาว ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำส่วนใหญ่

วิธีทำให้หน้าขาว ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำส่วนใหญ่ มักเกิดจากแสงแดดและมลภาวะภายนอก เช่น ควัน ฝุ่นละออง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และแมลง สำหรับสาวๆที่กำลังมองหาวิธี บำรุงผิวให้กลับมาขาวสวยกระจ่างใส เปล่งประกาย อย่างเป็นธรรมชาติ เบ็ดเตล็ดไอเดียมีเคล็ดลับผิวสวยแบบง่ายๆที่คุณควรลองทำดูสักครั้ง ดังต่อไปนี้ค่ะ วิธีทำให้หน้าขาว.

Beauty young skin care woman look empty copy space asian beauty

วิธีทำให้หน้าขาว
1. โยเกิร์ต หาเวลาว่างพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตวันละ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยชำระล้างเอาสิ่งสกปรก มลพิษออกจากรูขุมขนของผิวเรา ลดความมัน กระชับรูขุมขน ช่วยทำให้ผิวหน้าสดชื่น นุ่มนวล อ่อนเยาว์ หน้าใสเป็นธรรมชาติ ทำเช่นนี้วันละครั้ง ภายใน 4 สัปดาห์ แล้วคุณจะเห็นได้ถึงความแตกต่าง

2. ส้ม การพอกหน้าด้วยส้มจะช่วยให้ผิวหน้าขาวใสสุขภาพดี ไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวหน้าเรียบเนียน ชุ่มชื้นและช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ วิธีทำ เพียงแค่นำส้ม มาคั้นให้เหลือแต่น้ำ ต่อมานำสำลีชุบน้ำส้มแล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้จนแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น แนะนำว่าควรทำวันละ 2 ครั้งค่ะ

3. แป้งกรัม (Gram Flour) หรือ แป้งเบซัน (Besan) และแป้งถั่วลูกไก่ (Chickpea Flour) แป้งสำหรับทำขนมของชาวอินเดีย ปากีสถาน เนปาล และบังคลาเทศ มีสารอาหารต่างๆที่จะช่วยให้ผิวสวยและมีสุขภาพดีมาก ช่วยขจัดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ แถมยังช่วยให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วยวิธีทำให้หน้าขาว

วิธีทำก็ง่ายๆ เพียงแค่นำเอาแป้งกรัม 1/2 ช้อนชา, ขมิ้นผง 1/4 ช้อนชา และนมสด 2 ช้อนชา คนผสมให้เข้ากัน ถ้ายังข้นไปก็เพิ่มนมสดลงไปอีก จากนั้นนำมามาส์กใบหน้าและลำคอทิ้งไว้จนแห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะวิธีทำให้หน้าขาว

4. น้ำผึ้ง อีกหนึ่งสูตรผิวสวยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแค่พอกหน้าด้วยน้ำผึ้งประมาณ วันละ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ผิวของคุณก็จะกลับมาสดใสเปล่งปลั่ง เนื่องจากน้ำผึ้งนั้นช่วยในเรื่องของความกระจ่างใสของใบหน้า คืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า นอกจากนี้แล้วน้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียที่สามารถยับยั้งการเกิดสิว ลดจุดด่างดำ และรอยแผลจากสิวให้จางลงอีกด้วย

5. มะนาว อีกหนึ่งเคล็ดลับความขาวใสของใบหน้าที่ควรบอกต่อ เนื่องจากในน้ำมะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวใส ไร้สิว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายมากๆ เพียงแค่ใช้สำลีจุ่มน้ำมะนาว แล้วนำมาเช็ดถูบนใบหน้าเบาๆ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แนะนำให้ทำวันละครั้งค่ะ

6. เจลว่านหางจระเข้ อีกหนึ่งวิธีลดรอยด่างดำบนใบหน้า ช่วยต้านริ้วรอยก่อนวัย ใบหน้าเด้งกระชับ และดูสุขภาพดี ซึ่งวิธีทำก็ง่ายมากๆ เพียงแค่นำใบว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออก จากนั้นนพเอาวุ้นใสๆด้านในมาล้างน้ำให้หมดเมือก แล้วน้ำมาบดให้ละเอียด จากนั้นทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำให้ทำวันละ 2 ครั้ง ภายใน 2 สัปดาห์คุณจะเห็นถึงความแตกต่างที่ชัดเจน

7. มะละกอ การพอกหน้าด้วยมะละกออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากในเนื้อมะละกอนั้นอุดมไปด้วยเบต้าแคโรที และเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพ จึงช่วยให้ผิวหน้าของคุณกลับมามุสุขภาพดีอีกครั้งวิธีทำให้หน้าขาว

8. ขมิ้นชัน การบำรุงผิวพรรณด้วยขมิ้นชันนั้นมีมานานแล้ว เนื่องจากในขมิ้นชันนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้ผิวพรรณดูมีสุชภาพดี ขาว กระจ่างใส ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายมากๆ เพียงแค่นำเอาขมิ้นชัน 1- 2 หัว มาปั่นรวมกับดินสอพอง 2-3 เม็ด แล้วผสมกับมะนาว 1 ลูก ปั่นจนเข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าหรือผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

9. แตงกวา อีกหนึ่งสูตรหน้าหน้าขาวใสที่ได้รับความนิยมไม่แพ้สูตรอื่นๆ เนื่องจากในแตงกวานั้นอุดมไปด้วย วิตามินซี แคลเซียม ซิลิก้า และโปแทสเซียม จึงช่วยให้ผิวกระจ่างใส ชุ่มชื่น ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยเป็นอย่างดี วิธีทำ เพียงแค่นำแตงกวา 1 ผล มาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปปั่นให้เข้ากันกับน้ำมะนาว 1 ลูก นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด

10. ข้าวโอ๊ต เนื่องจากในข้าวโอ๊ตนั้นมีวิตามินอีจำนวนมาก ซึ่งเป็นสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวเพียงแค่นำข้าวโอ๊ตประมาณ 3/4 ถ้วยตวงมาปั่นรวมกับน้ำเปล่าประมาณ 3-4 นาที แล้วนำน้ำผึ้งกับโยเกิร์ตอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ และไข่ขาวใส่ตามลงไป จากนั้นผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วนำมาพอกหน้าบางๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น และน้ำเย็น เพียงเท่านี้ผิวพรรณของคุณก็จะกลับมาเปล่งปลั่งและเนียนนุ่มอีกครั้ง วิธีทำให้หน้าขาว.

รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ วิธีรักษาสิวอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนด้วยตนเอง

รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ วิธีรักษาสิวอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนด้วยตนเอง  สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวัยรุ่นด้วยแล้ว สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทั้งสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวดำ สิวหัวขาว สิวหัวช้าง หรือสิวเรื้อรังที่อาจขยายลุกลามกลายเป็นรอยแผลหรือหลุมสิวได้หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ยอมรักษา อย่างไรก็ตาม อย่าได้กังวลใจไป เพราะมีหลายวิธีดีๆ และสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองเพื่อกำจัดสิว วันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการรักษาสิวได้อย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนมาฝาก เป็นเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้คุณรักษาสิวแบบเร่งด่วน ให้สิวหายได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ สิวยุบหายในเร็ววัน รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ.

รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ

รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ นอกจากนี้เรายังได้นำเคล็ดวิธีการรักษาสิวด้วยตนเองและการดูแลผิวเบื้องต้นที่คุณควรปฏิบัติทุกวันมาฝากด้วยค่ะ

เคล็ดลับอื่น ๆ เกี่ยวกับวิธีการกำจัดสิวชั่วข้ามคืน ที่ควรทำอย่างยิ่ง
– หยุดเอามือสัมผัสหน้า หรือเท้าคางเวลาคิด เพราะมือของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้สิวเห่อได้

– สวมเสื้อผ้าที่สะอาด หนึ่งนี้ควรจะเป็นสามัญสำนึก ผ้าเช็ดหน้าปลอกหมอนและของคุณยังตกอยู่ภายใต้นี้ สิ่งเหล่านี้มักจะอยู่ในการติดต่อกับใบหน้าของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขามักจะทำความสะอาด

– ล้างหน้าให้สะอาด ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ด้วยสบู่อ่อนที่ไม่ระคายเคือง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู จำไว้ว่าไม่ควรล้างหน้าบ่อยๆ เพราะจะทำให้ผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื่น โดยไม่ได้ช่วยป้องกันสิวแต่อย่างใดรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ

– ออกกำลังกายและกินเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดี มีออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้เต็มที่ และจะช่วยให้คุณมีผิวที่สวยงามขึ้นด้วย ควรให้เวลาที่เพียงพอสำหรับการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3 ครั้ง /สัปดาห์

– กินเพื่อสุขภาพ การดูแลรักษาสุขภาพจะช่วยให้คุณมีผิวที่สวยงามขี้น ควรรับประทานผักและผลไม้จำพวกถั่วและเมล็ดธัญพืชในอาหารประจำวันของคุณ เพราะประกอบไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมายที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณของคุณให้สวยเปล่งปลั่ง

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะขณะที่นอนหลับ เซลล์ผิวหนังจะฟื้นฟูสภาพตัวเองที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน รักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ
ลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1-2 ชั่วโมง หน้าตาจะสดใสขึ้นค่ะ

– จัดการความเครียด สาเหตุของการเป็นสิวที่พบบ่อยคือความเครียด ดังนั้นควรหาวิธีผ่อนคลาย เพราะจะช่วยให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง รวมทั้งการทำงานของเม็ดเลือดขาวในร่างกายดีขึ้น

– ทำดีท็อกซ์ การเป็นสิวย่อมแสดงว่าร่างกายในช่วงนั้นมีท็อกซินหรือพิษสะสมในร่างกาย การทำดีท็อกซ์จะช่วยขจัดสารพิษในร่างกายได้

– ปรึกษาแพทย์ของคุณ ในบางกรณีการเกิดสิวอาจจะรุนแรง หากใช้วิธีรักษาสิวด้วยตนเอง แล้วพบว่า อาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นมากขึ้น ทางออกที่ดีที่สุดคือไปพบแพทย์ทันที การรักษาอื่น ๆ อาจมีความจำเป็นเพื่อรักษาสิวบนใบหน้าของคุณรักษาสิว ด้วยวิธีธรรมชาติ.

ลดพุงใน 7 วัน วิธีลดพุงแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องออกกำลังกายหนัก

ลดพุงใน 7 วัน วิธีลดพุงแบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องออกกำลังกายหนัก แค่ทำตาม 3 ท่าออกกำลังลดหน้าท้อง ต่อไปนี้ รับรองทำทุกวันพุงย้อย ๆ ที่ชอบห้อยชอบปลิ้นออกมาทำให้ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูไม่ดี ยุบหายกลายเป็นหน้าท้องเฟิร์ม ๆ แน่นอน ลดพุงใน 7 วัน.

ลดพุงใน 7 วัน

ลดพุงใน 7 วัน

1. ไซด์เบนด์ (Side Bends)

เริ่มต้นกันด้วยท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ทั้งที่มีอุปกรณ์หรือไม่มีก็ได้ เป็นท่าออกกำลังที่เน้นบริเวณกล้ามเนื้อท้อง ใครที่อยากลดหน้าท้อง ท่านี้ถือว่าเหมาะมากเลยเชียวล่ะ แถมยังสามารถทำที่ใดก็ได้ไม่ต้องใช้พื้นที่มากมาย

วิธีฝึกลดพุงใน 7 วัน

1. ยืนกางขาออกโดยให้ความกว้างระหว่างเท้าเท่ากับช่วงไหล่ มือข้างหนึ่งเท้าเอว มืออีกข้างปล่อยว่าง หรือจะถือดัมเบลก็ได้
2. เอียงตัวลงไปยังข้างที่ไม่ได้เท้าเอวไว้ให้ได้มากที่สุด โดยต้องให้ตั้งแต่ส่วนเอวลงไปอยู่กับที่
3. ทำสลับไปมาทั้งสองข้างจนครบ 100 ครั้ง

2. สแตนดิ้งทวิสต์ (Standing Twist)

ท่านี้เป็นท่าออกกำลังกายที่เรียกว่าง่าย ๆ สุด ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเป็นท่าบิดเอวเท่านั้นเอง แต่ขอบอกว่าถ้าทำเป็นประจำหน้าท้องที่มีห่วงยางก็ยุบไปได้เหมือ????นกันนะจ๊ะ ท่านี้สามารถทำได้ทั้งแบบที่มีอุปกรณ์หรือไม่มีอุปกรณ์ค่ะ

วิธีฝึก
1. ยืนกางขาออกโดยให้ความกว้างระหว่างเท้าเท่ากับช่วงไหล่ มือข้างหนึ่งแตะที่ศีรษะ อีกข้างปล่อยว่าง หรือจะถือลูกบอลออกกำลังกายด้วยมือทั้ง 2 ข้างก็ได้
2. เริ่มต้นบิดเอวไปทางซ้าย และบิดมาทางขวา สลับกันไปจนครบ 100 ครั้ง
3. ท่าแจ็คไนฟ์ (Jack Knife)

ปิดท้ายกันด้วยท่าที่อาจจะดูยากขึ้นมาอีกนิด แต่รับรองว่าให้ผลดีกับการลดหน้าท้องสุด ๆ ท่านี้ก็คล้าย ๆ กับการออกกำลังกายแบบซิทอัพเพียงแต่เปลี่ยนจากในแนวราบเป็นแนวต?ั้งนั่นเอง ถ้าทำเป็นประจำหน้าท้องยุบเฟิร์มแน่นอนจ้า

วิธีฝึกลดพุงใน 7 วัน

1. นอนราบกับพื้น หรือบนม้านั่งยาว ยืดขาตรง ยื่นแขนตรงขึ้นไปเหนือศีรษะ
2. ยกแขนและขาขึ้นพร้อมกัน โดยต้องให้แขนขายืดตรง เป็นมุม 45 หรือ 90 องศากับพื้น และต้องให้ไหล่ยกขึ้นจากพื้น ค้างไว้ 2 – 3 วินาทีแล้ววางลง
3. ทำซ้ำจนครบ 40 ครั้งลดพุงใน 7 วัน.

ครีม รักษา กระ อีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน

ครีม รักษา กระ  อีกหนึ่งปัญหาผิวที่เป็นกันมากในเมืองร้อน ได้แก่ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ อันเนื่องจากมาจากสภาพอากาศ รวมทั้งมลภาวะรอบๆตัว ที่ทำให้ผิวสะสมสารพิษไว้มากๆ แล้วเกิดเป็นปัญหาผิวขึ้นในที่สุด แม้ว่าปัญหาฝ้า กระ จะป้องกันได้ด้วยการใช้กันแดดปกป้องผิว แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยใส่ใจในการป้องกัน ครีม รักษา กระ.

ครีม รักษา กระ

ครีม รักษา กระ เมื่อเกิดเป็นปัญหาแล้วจึงค่อยมาให้วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำเอาทีหลัง
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ไขกันไป จะได้ไม่ต้องทนอยู่กับปัญหาผิวอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำไปนานๆ หรืออาจทวีความรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการรักษา โดยบทความนี้ได้หยิบวิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติมาให้ท่านผู้อ่านได้ลองนำไปใช้กัน ต้องทำอย่างไรบ้างมาดูกัน
การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบธรรมชาติครีม รักษา กระ
1.มะนาว ให้ใช้มะนาวที่มีกันอยู่ในครัวนี้ จำนวน 2-3 ลูก แล้วหั่นเอาแต่น้ำ จากนั้นใช้นิ้วแตะน้ำมะนาวสด ทาวนลงไปที่กระ จะส่งผลให้กระค่อยๆหลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ทำให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปได้อย่างอ่อนโยน และไม่ระคายผิวจนเกินไป ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้ ควรใช้วิธีนี้เป็นประจำเพื่อให้ปัญหาผิวแลดูจางลง
อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาฝ้า กระ ควรใช้น้ำผึ้งที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณมาผสมด้วย โดยให้นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมะนาว ทาลงบนใบหน้า แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หากรู้สึกแสบหน้าจนแดงควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้
2.แตงกวา มีสรรพคุณที่ช่วยในการลดฝ้า กระ จุดด่างดําให้จางลงได้ ยิ่งถ้าอยากให้ได้ผลเร็ว ควรทำการคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาน 20 นาทีจึงล้างออก แตงกวาจะทำให้ผิวหน้าของเราเนียนนุ่มขึ้น ที่สำคัญทำให้ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัดครีม รักษา กระ
3.ว่านหางจระเข้ วิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดําได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ฝานเอาเฉพาะเจลว่านหางจระเข้ บีบน้ำออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว แต้มและนวดบริเวณที่เป็นปัญหา วันละ 2 เวลา แต่ถ้าที่บ้านมีการปลูกต้นว่านหางจระเข้อยู่แล้ว ให้ตัดเอาส่วนวุ้นมาปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาแต้มบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ จะช่วยแก้ปัญหาได้ชะงัด
4.หอมแดง การใช้หอมแดงเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ แก้ปัญหาฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ วิธีการง่ายๆคือให้ฝานหอมออกเป็นแว่นๆ และถูลงไปบนหน้าบริเวณที่เป็นปัญหา มีรอยดำ รอยแดง ฝ้า และกระ หรืออาจใช้วิธีทุบแล้วบีบน้ำออกมาและทาตรงผิวก็ได้ โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออก ทว่าหากมีอาการแสบคันผิวหน้ามาก แสดงว่าอาจมีอาการแพ้ ให้รีบล้างออกทันที
กระนั้นก็ตาม วิธีลดฝ้า กระ จุดด่างดำแบบธรรมชาติ ท่านผู้อ่านต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีผิวที่แพ้ง่าย ดังนั้น อีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาสวยสุขภาพดีอีกครั้ง ก็คือการผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว แม้จะเป็นผิวแพ้ง่าย ครีม รักษา กระ.

วิธีลดพุง ก็คงเป็นเรื่องที่หนักอกหนักใจสำหรับใครหลาย ๆ คนเลยใช่ไหมล่ะ

วิธีลดพุง  ก็คงเป็นเรื่องที่หนักอกหนักใจสำหรับใครหลาย ๆ คนเลยใช่ไหมล่ะ ก็เผลอรับประทานเข้าไปซะเยอะจนมีไขมันรอบเอวเป็นห่วงยาง กลายเป็นพุงปลิ้น ๆ จะสวมใส่เสื้อผ้าชุดไหนเจ้าพุงย้อย ๆ ก็ออกมาทักทายตลอด แต่จะให้ไปลุกขึ้นมาฟิตออกกำลังกายหนัก ๆ ก็คงไม่ไหว เอ้า…เลิกกังวลไปได้เลยเพราะยังมีวิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ช่วยสลายพุงได้แค่เพียงทำเป็นประจำทุกวัน อย่างเช่น 3 ท่าออกกำลังกายที่เว็บไซต์ นำมาฝาก ง่ายขนาดนี้เลิกเกี่ยงไม่ยอมออกกำลังกายได้แล้ว เดี๋ยวพุงที่ห้อย ๆ อยู่ไม่ยุบไม่รู้ด้วยนะ วิธีลดพุง.

วิธีลดพุง

วิธีลดพุง
1. ไซด์เบนด์ (Side Bends)

เริ่มต้นกันด้วยท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ทั้งที่มีอุปกรณ์หรือไม่มีก็ได้ เป็นท่าออกกำลังที่เน้นบริเวณกล้ามเนื้อท้อง ใครที่อยากลดหน้าท้อง ท่านี้ถือว่าเหมาะมากเลยเชียวล่ะ แถมยังสามารถทำที่ใดก็ได้ไม่ต้องใช้พื้นที่มากมาย

วิธีฝึกวิธีลดพุง

1. ยืนกางขาออกโดยให้ความกว้างระหว่างเท้าเท่ากับช่วงไหล่ มือข้างหนึ่งเท้าเอว มืออีกข้างปล่อยว่าง หรือจะถือดัมเบลก็ได้
2. เอียงตัวลงไปยังข้างที่ไม่ได้เท้าเอวไว้ให้ได้มากที่สุด โดยต้องให้ตั้งแต่ส่วนเอวลงไปอยู่กับที่
3. ทำสลับไปมาทั้งสองข้างจนครบ 100 ครั้ง

2. สแตนดิ้งทวิสต์ (Standing Twist)

ท่านี้เป็นท่าออกกำลังกายที่เรียกว่าง่าย ๆ สุด ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเป็นท่าบิดเอวเท่านั้นเอง แต่ขอบอกว่าถ้าทำเป็นประจำหน้าท้องที่มีห่วงยางก็ยุบไปได้เหมือ????นกันนะจ๊ะ ท่านี้สามารถทำได้ทั้งแบบที่มีอุปกรณ์หรือไม่มีอุปกรณ์ค่ะ

วิธีฝึกวิธีลดพุง
1. ยืนกางขาออกโดยให้ความกว้างระหว่างเท้าเท่ากับช่วงไหล่ มือข้างหนึ่งแตะที่ศีรษะ อีกข้างปล่อยว่าง หรือจะถือลูกบอลออกกำลังกายด้วยมือทั้ง 2 ข้างก็ได้
2. เริ่มต้นบิดเอวไปทางซ้าย และบิดมาทางขวา สลับกันไปจนครบ 100 ครั้ง
3. ท่าแจ็คไนฟ์ (Jack Knife)

ปิดท้ายกันด้วยท่าที่อาจจะดูยากขึ้นมาอีกนิด แต่รับรองว่าให้ผลดีกับการลดหน้าท้องสุด ๆ ท่านี้ก็คล้าย ๆ กับการออกกำลังกายแบบซิทอัพเพียงแต่เปลี่ยนจากในแนวราบเป็นแนวต?ั้งนั่นเอง ถ้าทำเป็นประจำหน้าท้องยุบเฟิร์มแน่นอนจ้า

วิธีฝึก

1. นอนราบกับพื้น หรือบนม้านั่งยาว ยืดขาตรง ยื่นแขนตรงขึ้นไปเหนือศีรษะ
2. ยกแขนและขาขึ้นพร้อมกัน โดยต้องให้แขนขายืดตรง เป็นมุม 45 หรือ 90 องศากับพื้น และต้องให้ไหล่ยกขึ้นจากพื้น ค้างไว้ 2 – 3 วินาทีแล้ววางลง
3. ทำซ้ำจนครบ 40 ครั้ง

เห็นหรือเปล่าว่าท่าออกกำลังกายสลายพุงไม่จำเป็นต้องเป็นท่ายาก????เลยเนอะ แค่เพียงหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมอาหารควบคู่กันไปด้วย การออกกำลังกายก็จะได้ผลดีแน่นอน วินัยที่เคร่งครัดเท่านั้นที่สามารถเนรมิตรูปร่างที่สวยงามได้น????ะจะบอกให้วิธีลดพุง.

วิธีลดต้นขา ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

วิธีลดต้นขา  ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา “ขาใหญ่” ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า วิธีลดต้นขา.

วิธีลดต้นขา

วิธีลดต้นขา ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง 3 ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัว

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บวิธีลดต้นขา

การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคนเลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย~

แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)

พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะ

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือวิธีลดต้นขา

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้งวิธีลดต้นขา.