ครีมกระชับรูขุมขน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนเป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทย

ครีมกระชับรูขุมขน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนเป็นเรื่องธรรมดาของสาวไทย ที่จะมีรูขุมขนกว้างที่บริเวณโซนรอบๆ จมูก และหน้าผาก ทำให้เกิดความมันที่บริเวณทีโซน สร้างความยากให้กับการแต่งหน้าสวยๆ เสียเหลือเกิน อีกทั้งยังเกิดการอุดตันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวอีกด้วย ครีมกระชับรูขุมขน.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%99

ครีมกระชับรูขุมขน วันนี้ จึงนำ 5 วิธีสุดเด็ด ที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้างบนใบหน้าไปได้เสียที หมั่นทำเป็นประจำรับรองช่วยได้และเห็นผลจริงๆค่ะ

1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน
แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป กางล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้ครีมกระชับรูขุมขน

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า
โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ

3.เบคกิ้งโซดาครีมกระชับรูขุมขน
เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต
โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปไบโอติก ซึ่งมีคุณสมับติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้ว ครีมกระชับรูขุมขน.

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ การลดความอ้วน

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ การลดความอ้วน ตามสูตรของคนรักสุขภาพเป็นสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลสำหรับการให้บริการเกี่ยวกับ การแนะนำผลิตภัณฑ์สำหรับการลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเป็นสาหร่าย ทะเลที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะแบนบางและยาว เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ขายดี วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a
วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ การลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในวันสองวัน การลดน้ำหนักที่ดีนั้นจะต้องมีการระบุวิธีที่เราจะใช้เพื่อลดไขมันในร่างกายออกไปให้ได้มากที่สุด เปลี่ยนจากไขมันเป็นกล้ามเนื้อให้ได้ มาดูวิธีลดน้ำหนักอย่างได้ผลที่ผมได้เตรียมไว้ให้กันดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจกันบ้าง
วางแผนการลดน้ำหนักที่ดีวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

วิธีการลดน้ำหนักที่ดีนั้น เราควรมีการวางแผนการลดด้วย ว่าเราจะลดด้วยวิธีไหน เป็นเวลากี่วัน จะทำอะไรวันไหนบ้าง จะกินหรือไม่กินอะไรบ้าง เขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรเลย เพื่อให้เราจดจำได้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เป็นการเพิ่มความตั้งใจในการลดน้ำหนักของเราได้เป็นอย่างดี

ตั้งเป้าหมาย และสร้างแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก

กำหนดเป้าหมายเลยว่าเราจะลดให้ได้ภายในกี่สัปดาห์ กี่เดือน กี่ปี กำหนดเป็นวันที่ได้เลยยิ่งดี และเราควรสร้างแรงจูงใจด้วยว่าเราจะลดน้ำหนักไปเพื่ออะไร เพื่อตอนรับปริญญาจะได้ถ่ายรูปสวย เพื่อแต่งงาน เพื่อหาแฟน การตั้งเป้าหมายและสร้างแรงจูงใจในการลดน้ำหนัก จะทำให้เราเดินไปตามแผนที่เราวางไว้ได้อย่างมั่นคง ไม่วอกแวก ไม่หลุดฟอร์มได้ง่าย

ควบคุมอาหาร ลดแป้ง เพิ่มเนื้อแทน

การควบคุมการกินอาหารเป็นเบสิคของการลดน้ำหนักอยู่แล้ว การลดอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลเยอะๆ แล้วกินอาหารพวกเนื้อให้มากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าให้กินเนื้อมันๆนะครับ เนื้อที่ว่าก็ควรเป็นเนื้อที่ย่อยง่าย ไขมันน้อย เช่น เนื้อปลา เนื้อที่ไม่ติดมัน เพราะการกินอาหารพวกโปรตีนจะช่วยให้เราอิ่มท้อง และช่วยในเรื่องการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้ดีขึ้นได้ ที่สำคัญอย่าลืมกินผักและผลไม้ควบคู่กันไปด้วยนะครับ จะได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดน้ำหนักให้ดีขึ้น
กินอาหารให้ตรงเวลา อย่ากินจุกกินจิกวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

การกินอาหารให้ตรงเวลาสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีมาก คือเรากินเวลาไหนก็ให้กินเวลานั้นเป็นประจำ และการกินแต่ละครั้งให้กินให้อิ่มไปเลย เพื่อจะได้ไม่ต้องหิวก่อนเวลากินอาหารครั้งต่อไป แล้วก็อดกินขนมโน่นนี่นั่นไม่ได้ สุดท้ายน้ำหนักก็ไม่ลดลงสักที

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าช่วยลดน้ำหนักได้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ค่อยจะทำกัน แล้วก็ไปสรรหาพวกอาหาร diet อาหารเสริม มากินกันซึ่งไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักลดได้จริงหรอกครับ ออกกำลังกายกันเถอะครับดีที่สุด ออกยังไงก็ได้ที่ทำให้เราได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสัก 30-60 นาที ซึ่งสามารถช่วยเผาผลาญไขมันที่พุงของเราได้ดีที่สุด

จดอาหารที่กินไว้ในสมุดบันทึกประจำวัน วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

 

ลดต้นขาใหญ่ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย

ลดต้นขาใหญ่ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา “ขาใหญ่” ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า ลดต้นขาใหญ่.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88

ลดต้นขาใหญ่ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง 3 ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัวลดต้นขาใหญ่

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ

การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคนเลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย~

แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)

พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะ

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)ลดต้นขาใหญ่

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือ

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ลดต้นขาใหญ่.

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธี

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามิน อาหารเสริมกินยังไงให้ถูกวิธี อาหารเสริมวิตามินต่าง ๆ ในไทยมีมากหลายยี่ห้อ และที่ได้คุณภาพหรือด้อยคุณภาพก็มีอยู่ แต่ส่วนใหญ่อาจใช้ราคาเป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ แต่จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ราคาเป็นหลัก แต่ราคาก็ยังมีส่วนด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องมีความรู้บ้างในการเลือกสินค้าที่คุณภาพ เพราะเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกกินอาหารเสริมมากกว่า ไม่ใช่ที่ราคา เพื่อเราจะได้เสียงเงินไปโดยได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าพอกับราคา กินวิตามินตอนไหนดี.

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5

กินวิตามินตอนไหนดี และอีกอย่างคือวิธีกินอาหารเสริมด้วยว่าควรกินตอนไหน ก่อน หรือหลังอาหาร เพราะร่างกายจะเป็นตัวกำหนดในการนำไปใช้ และถ้าหากเราได้กินวิตามินอาหารเสริมถูกต้อง ร่างกายก็สามารถนำไปใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเช่นกัน และที่ถูกต้องอีกอย่างคือ การกินให้ตรงเวลาเพื่อจะได้ไม่ลืม เพราะวิตามินเสริมต้องการเวลาในการทำงานของตัววิตามินเอง

วิธีทาน:กินวิตามินตอนไหนดี

วิตามินรวมผสมแร่ธาตุ–ให้ทานพร้อมอาหารและน้ำ เนื่องจากน้ำและอาหารจะแยกวิตามินและแร่ธาตุออกจากกัน

วิตามินซี—เสื่อมสภาพเร็ว ไม่ควรซื้อขนาดใหญ่ให้ซื้อขนาดเล็กพอทานได้ 1 เดือน ทานเวลาไหนก็ได้กับน้ำเปล่า หรือพร้อมอาหาร วิตามินซีชนิดธรรมดาควรแบ่งกินครั้งละ 250-500 mg. (ยกเว้นชนิด Buffered, Time Release,Sustined ไม่ต้องแบ่ง)

วิตามินซี เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่ละลายและดูดซึมได้ง่ายที่สุด จะทานเวลาไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทานตอนท้องว่างกินวิตามินตอนไหนดี

ประโยชน์

ช่วยให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ แผล หายเร็วขึ้น ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือดขอด
ช่วยแผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้นฃช่วยให้การดูดซึมธาติเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนอนหลับตาย (SIDS) ในเด็กอ่อน
ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยลดครอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียด กินวิตามินตอนไหนดี.

 

ลดขาใหญ่ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย

ลดขาใหญ่ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของขาเรียวสวย เสน่ห์แห่งสรีระอีกส่วนที่ใครๆ ก็ต้องการ ขาจะเรียวสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ลักษณะโครงสร้างของร่างกาย การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อดู firm อยู่เสมอหรือไม่ หญิงใดได้ฉายา “ขาใหญ่” ย่อมมิเป็นที่ถูกใจอย่างยิ่งยวด มาเริ่มบริหารต้นขากันด้วยท่าต่างๆ ที่คุณสามารถบริหารเองได้ที่บ้านกันดีกว่า ลดขาใหญ่.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88

ลดขาใหญ่ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจสรีระของต้นขา ซึ่งประกอบไปด้วย ต้นขาด้านหน้าเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่มีส่วนในการใช้เดิน ต้นขาด้านข้างเป็นเนื้อ และต้นขาด้านหลังเป็นแหล่งสะสมของไขมัน การที่จะลดต้นขาให้ firm และได้สัดส่วนเรียวงามขึ้นควรจะบริหารทั้ง 3 ส่วนเท่าๆ กัน นอกจากผลที่ได้กับต้นขาแล้ว คุณยังจะได้รับผลข้างเคียงต่อหน้าท้องที่จะลดตามไปด้วยในตัว

ก่อนที่จะเข้าสู่ท่าการบริหารต้นขาคุณจะต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการ warm up ร่างกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บลดขาใหญ่

การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคนเลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย~

แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือลดขาใหญ่

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ลดขาใหญ่.

ลดสะโพก ต้นขา เชื่อว่าปัญหาสะโพกใหญ่คงเป็นเรื่องที่จุกจิกกวนใจสาว ๆ หลายคน

ลดสะโพก ต้นขา เชื่อว่าปัญหาสะโพกใหญ่คงเป็นเรื่องที่จุกจิกกวนใจสาว ๆ หลายคน เพราะสะโพกที่โตจนแน่น อวบอิ่มมากจนเกินไปจนไม่สมส่วน ทำให้สาว ๆ ต้องสรรหาวิธีลดสะโพกต่าง ๆ มาปรับใช้กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การกินยาลดความอ้วน สลายไขมัน หรือบางรายถึงขั้นเข้าคลินิกดูดไขมันออก ซึ่งจริง ๆ แล้ววิธีการที่ดีที่สุดมันควรจะเป็นไปแบบธรรมชาติ แม้จะเห็นผลช้า แต่ก็มีความปลอดภัยและทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย ลดสะโพก ต้นขา.
%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%81-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2

ลดสะโพก ต้นขา สำหรับผู้หญิงสะโพกใหญ่ มาดูกันดีกว่าว่าเราสามารถลดสะโพกด้วยวิธีไหนได้บ้าง?

วิธีลดสะโพก
ควบคุมอาหาร ถ้าทำได้ข้อนี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ เน้นงดแป้งและน้ำตาล น้ำอัดลม น้ำผลไม้สำเร็จรูป ขนมหวานทานที่จุกจิกระหว่างมื้อ อันนี้ห้ามครับ แล้วหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์เช่นผักหรือผลไม้ เป็นต้นลดสะโพก ต้นขา
หมั่นออกกำลังเป็นประจำ โดยให้เน้นไปทางคาร์ดิโอหรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เน้นบริหารช่วงล่างเป็นหลัก และต้องออกกำลังกายติดต่อกันประมาณ 40-60 นาที ออกวันเว้นวันหรือออกทุกวันได้ยิ่งดีครับ ส่วนการออกกำลังกายแบบไหนช่วยลดสะโพกได้ ดูในหัวข้อถัดไปได้เลยครับ
บริหารร่างกายส่วนล่างด้วยท่าลดสะโพก นอกเหนือจากเวลาออกกำลังกายหรือเวลาที่คุณว่าง คุณควรหมั่นบริหารร่างกายส่วนล่างควบคู่ไปด้วยลดสะโพก ต้นขา
การนวดสะโพกสลายเซลลูไลท์ จะใช้น้ำมัน เจลนวด ครีมนวด หรือครีมลดไขมันเฉพาะส่วนอะไรก็ได้ โดยให้นำมาลูบไล้ให้ทั่วบริเวณสะโพก แล้วนวดคลึงแบบหมุนวนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20-30 นาที ให้ทำทุกวันหลังอาบน้ำและก่อนออกกำลังกาย จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งขจัดสลายเซลลูไลท์และไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้สะโพกกระชับและดูเล็กลงได้ (ถ้าทำ ๆ หยุด ๆ จะไม่เห็นผล)
ลุกเดินบ่อย ๆ ถ้าไม่อยากให้สะโพกใหญ่ คุณควรหาโอกาสลุกเดินให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ เพราะการนั่งแช่อยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลให้เนื้อเยื่อตรงส่วนนั้นขยายใหญ่ขึ้นและไม่กระชับ ทำให้สะโพกดูใหญ่ขึ้น
เลือกเสื้อผ้าที่จะสวมใส่สักนิด เบสิกขั้นแรกสำหรับสาวสะโพกใหญ่และต้นขาใหญ่ คือ การสวมใส่กางเกง กระโปรง หรือเดรสสีเข้ม เช่น สีดำ น้ำเงิน น้ำตาล เพื่อช่วยพรางท่อนล่าง ส่วนท่อนบนให้ใส่เสื้อสีสว่าง ๆ เสื้อที่มีดีเทลเยอะ ๆ เพื่อช่วยดึงความสนใจ รวมไปถึงผ้าพันคอและเครื่องประดับต่าง ๆ ที่มีสีสันสดใสแวววาว เลือกใส่เสื้อยาวคลุมสะโพก ใส่กระโปรงหรือกางเกงเอวสูงเพื่อช่วยพรางสะโพกให้ดูเล็กลงและมีเอวมากขึ้น และสวมใส่รองเท้าส้นสูงเพราะจะทำให้รูปร่างดูเพรียว ส่วนสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือกางเกงหรือกระโปรงที่มีเทลเยอะ ๆ กางเกงที่เป็นลายขวาง เข็มขัดเส้นใหญ่ ๆ กระโปรงทรงสอบหรือทรงดินสอ เพราะจะทำให้สะโพกดูผายมากขึ้น ส่วนการใส่กางเกงหลวม ๆ ตัวใหญ่ ๆ ก็ไม่ควรเช่นกัน แนะนำให้ใส่กางเกงเข้ารูปจะดีกว่า  ลดสะโพก ต้นขา.

วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย

วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย เหมาะสำหรับสาวขี้เกียจมาฝากกันไปแล้ว (คลิกอ่าน 15 วิธีลดความอ้วนสุดง่าย แบบฉบับสาวขี้เกียจ) ทีนี้ก็ถึงคิวสาวที่อยากมีหุ่นฟิตเฟิร์มแต่ขี้เกียจออกกำลังกายกันบ้างล่ะค่ะ เพราะเชื่อว่าแม้จะอยากหุ่นดีขนาดไหน แต่ถ้าพูดถึงการออกกำลังกายแล้ว คำว่าขี้เกียจก็มักจะผุดขึ้นมาขัดขวางการฟิตหุ่นสวยของสาวๆ อยู่เรื่อย และเพื่อไม่ให้คำว่าขี้เกียจมาทำลายความฝันที่จะมีหน้าท้องแบนๆ ซิกแพคสวยๆ ของสาวๆ เราเลยไม่พลาดจะนำท่าพิลาทีสลดหน้าท้อง ที่ทำได้ง่ายๆ แถมใช้เวลาแค่ 2 นาทีมาฝาก วิธีลดไขมันหน้าท้อง.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87

วิธีลดไขมันหน้าท้อง สำหรับสาวๆ บางคนที่กล้ามเนื้อตึง เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายสักเท่าไหร่ ท่าออกกำลังกายบางท่านี้ สาวๆ อาจจะทำได้ไม่คล่องมากค่ะ แต่รับรองว่า ถ้าสาวๆ ทำทุกวันและฝึกฝนบ่อยๆ นอกจากจะได้หน้าท้องที่สวยเป๊ะ หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นแล้ว อาการปวดเนื้อปวดตัวทั้งหลายจากการนั่งทำงานนานๆ ก็จะหายไป เพราะได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อนั่นเองค่า

หน้าท้องแบนราบใน 2 นาที! ด้วย 5 ท่าลดพุงย้อย เหนื่อยน้อย แต่หุ่นเป๊ะมาก!

ท่าที่ 1 Single-Leg Stretch

– นอนหงาย กอดเข่าทั้งสองข้างแนบอก ยกศีรษะลอยขึ้นจากพื้น

– ยืดขาทั้งสองข้างออกไปให้เหยียดตรง โดยให้ขาทั้งสองข้างลอยขึ้น ไม่แตะพื้น

– จากนั้นสลับงอขาขึ้นลง โดยเริ่มจากงอเข่าซ้ายเข้าหาตัว มือขวาจับเข่าซ้ายไว้ ส่วนมือซ้ายจับไว้บริเวณน่องซ้ายเช่นกัน แล้วจึงสลับเป็นขาขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง โดยพยายามเหยียดขาให้ตรงอยู่ตลอดเวลา

ท่าที่ 2 Crisscross

– เริ่มด้วยท่านอนหงาย เข่าทั้งสองข้างยกขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้นจากพื้น มือทั้งสองข้างจับด้านหลังศีรษะไว้

– เกร็งหน้าท้อง เหยียดขาทั้งสองข้างออกไป จากนั้นงอเข่าซ้ายทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ขวาไปทางซ้ายวิธีลดไขมันหน้าท้อง

– สลับขา งอเข่าขวาทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ซ้ายไปทางขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 3 Double-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก

– เกร็งหน้าท้อง ยกลำตัวด้านบนขึ้น และใช้มือทั้งสองข้างจับบริเวณหน้าแข้งหรือเข่าไว้

– หายใจเข้า จากนั้นค่อยๆ เหยียดขาออกไป ทำมุม 45 องศา พร้อมๆ กับยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ให้อยู่ระดับเดียวกับหูวิธีลดไขมันหน้าท้อง

– หายใจออก และวาดแขนทั้งสองข้างลง พร้อมกับงอเข่าทั้งสองข้างแนบอก นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 Double Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้น มือทั้งสองข้างวางไว้ด้านหลังศีรษะ

– เกร็งหน้าท้อง ยกขาทั้งสองขึ้นด้านบนเหยียดตรง ทำมุม 90 องศา

– ค่อยๆ ปล่อยขาทั้งสองข้างลง ให้ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว โดยที่ขาทั้งสองข้างยังคงเหยียดตรง

– ยกขากลับขึ้นเหยียดตรงช้าๆ กลับสู่ท่าเดิม นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 5 Single Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย ขาทั้งสองข้างเหยียดตรง ยกลอยจากพื้นเล็กน้อย พร้อมกับยกหลังด้านบนและศีรษะขึ้นจากพื้น

– ยกขาขวาขึ้นด้านบน โดยใช้มือทั้งสองข้างจับขาบริเวณข้อพับไว้ จากนั้นดันขาเข้าหาตัวให้มากที่สุดเท่สาที่จะทำได้

– สลับขา ปล่อยขาขวาลงเหยียดตรง พร้อมกับยกขาซ้ายขึ้นด้านบน มือทั้งสองข้างจับขาซ้ายไว้ นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง วิธีลดไขมันหน้าท้อง.

อาหารลดหน้าท้อง หากพูดถึงการมีหน้าท้องแบนราบ

อาหารลดหน้าท้อง หากพูดถึงการมีหน้าท้องแบนราบ สาว ๆ หลายคนอาจจะส่ายหัวด้วยความท้อแท้ เพราะกว่าจะก้าวเข้าไปสู่การมีหน้าท้องแบนราบได้นั้น ต้องอาศัยความอดทน การใช้เวลาในการออกกำลังกาย และควบคุมอาหารอย่างมากเลยทีเดียว แต่หากใครใจสู้อยากจะมีหน้าท้องแบนราบ เผื่อวันไหนจะใส่บิกินี่หรือเสื้อเอวลอยจะได้มั่นใจเต็มร้อยแล้วละก็ อาจจะลองหยิบเทคนิคการมีหน้าท้องแบนราบที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากไปใช้ก็ได้นะคะ อาหารลดหน้าท้อง.

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87

อาหารลดหน้าท้อง เพิ่มโปรตีน

หากเพิ่มการกินโปรตีนเข้าไปให้มากกว่าเดิม จะช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญอาหารของคุณดีขึ้น ลองกินไข่ต้มสุก 4 ฟองในมื้อเช้าดูสิ มันจะช่วยเร่งการเผาผลาญอาหารและช่วยทำให้คุณได้เป็นเจ้าของหน้าท้องที่แบนราบได้อย่างที่หวังเอาไว้ เพราะอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนจะช่วยย่อย ดูดซึม และเผาผลาญได้ดี นั่นก็หมายความว่าการเผาผลาญแคลอรี่จะดีกว่าเดิมและคุณจะรู้สึกอิ่มท้องนานด้วย

กินแอปเปิลทุกวัน

อีกหนึ่งวิธีในการลดไขมันตรงส่วนหน้าท้องให้แบนราบ นั่นคือการกินผักและผลไม้สดทุกวันนั่นเอง ซึ่งขอแนะนำว่า การกินแอปเปิลทุกวันจะช่วยทำให้หน้าท้องแบนราบ ก็เพราะว่าแอปเปิลอุดมไปด้วยสารเพคติน (Pectin) ที่จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ยังไงล่ะ ที่สำคัญยังทำให้ไม่รู้สึกหิวด้วย

เล่นเวท

หากคุณต้องการสร้างกล้ามเนื้อให้มากและกำจัดไขมันออกไป ก็ควรจะหันมาเล่นเวทเพิ่มด้วย หากคุณออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็ให้เพิ่มการเล่นเวทเสริมเข้าไป เพราะการเล่นเวทจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ดีขึ้น ซึ่งหากคุณออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอแต่ไม่ได้เล่นเวท ก็อาจจะทำให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะตรงส่วนหน้าท้องได้ รู้แบบนี้แล้วก็เล่นเวทเสริมเข้าไปกันเถอะสาว ๆ

ดื่มน้ำเยอะ ๆอาหารลดหน้าท้อง

รู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำช่วยทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ แถมยังทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้ด้วย แค่หันมาดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร 1 แก้ว แล้วคุณก็จะไม่ค่อยหิวและกินอาหารได้น้อยลง ส่วนในระหว่างวันก็จิบน้ำเรื่อย ๆ อย่ามัวแต่หยิบน้ำขึ้นมาดื่มแค่ตอนกระหายเท่านั้นนะคะ

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

หากต้องการให้หน้าท้องแบนราบ คุณควรจะออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงราว 30-60 นาที โดยลองวิ่งสัก 10 นาที, วิ่งสปรินท์ (Sprint) 1 นาที, ทำท่าเบอร์พี (Burpee) 5-10 ครั้ง และวิดพื้น 15-20 ครั้ง ถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็วทันใจ คุณควรจะออกกำลังกายแบบนี้ซ้ำ ๆ สัก 5 รอบ รับรองหน้าท้องแจ่มแน่

อย่ากินดึกอาหารลดหน้าท้อง

สาว ๆ ที่ชอบกินจุกจิกตอนกลางคืนระวังให้ดี เพราะนี่แหละคือตัวการที่ทำให้พุงใหญ่ได้ง่าย ๆ เลย ทางที่ดีคุณควรจะหยุดการกินทุกอย่าง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะในขณะที่คุณนอนหลับ ระบบเผาผลาญอาหารจะทำงานได้ช้าลง ซึ่งก็หมายความว่าทุกสิ่งอย่างที่กินเข้าไปก่อนนอนไม่ได้รับการเผาผลาญออกไปเลยยังไงล่ะ จึงไม่น่าแปลกใจเลยใช่ไหมว่าทำไมคุณถึงอ้วนและพุงปลิ้นตลอดเวลา รู้แบบนี้แล้วก็อย่ากินดึกกันนะจ๊ะ

กระโดดเชือก

การออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือก สามารถทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วงเวลาที่คุณกำลังกระโดดเชือกอยู่นั้น เท่ากับการที่คุณออกกำลังกายอย่างหนักถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ฉะนั้นการกระโดดเชือกจึงช่วยกระตุ้นเผาผลาญแคลอรี่ได้มากเลยทีเดียว

ลดการกินเค็มอาหารลดหน้าท้อง

รู้อยู่แล้วแหละ ว่าการกินเค็มเป็นสิ่งโปรดปรานของสาว ๆ หลายคน แต่รู้ไหมว่าหากกินเค็มมากเกินไปก็อาจจะทำให้ตัวบวมได้นะ ถ้าหากเลี่ยงการกินเค็มไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้เกลือโครเชอร์หรือเกลือทะเลมาปรุงอาหารแทน เพราะเกลือ 2 ชนิดนี้มีโซเดียมต่ำ ซึ่งก็จะทำให้ไม่เกิดอาการตัวบวมยังไงล่ะ

งดแอลกอฮอล์

สาวนักดื่มตัวยงที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ ก็คงถึงเวลาที่ต้องงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดแล้วล่ะ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้ร่างกายของคุณกักเก็บไขมันที่กินเข้าไปได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังต้องการการเผาผลาญมากกว่าเดิมถึง 36 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว รู้แบบนี้แล้วก็งดดื่มแอลกอฮอล์กันดีกว่าเนอะ

บริหารร่างกายให้แข็งแรง

การบริหารร่างกายให้แข็งแรง ไม่ได้หมายความว่าการออกกำลังกายอย่างรุนแรง เพราะแค่คุณลุกนั่งขึ้นลงและกำหนดลมหายใจ ก็จะช่วยให้หน้าท้องของคุณกระชับมากขึ้นแล้ว ซึ่งคุณอาจจะเลือกการเล่นโยคะไปเลยก็ได้นะคะ

สาว ๆ คนไหนที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ ก็อย่าเอาแต่เพ้อฝันอยากจะมีเพียงอย่างเดียวนะคะ หากลงมือปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้ รับรองว่าใคร ๆ ก็ต้องอิจฉาความสวยงามของหน้าท้องคุณแน่ ๆอาหารลดหน้าท้อง.

วิธีรักษาสิวผด สิวผด (Acne Estivalis)

วิธีรักษาสิวผด สิวผด (Acne Estivalis) สิวประเภทนี้จะพบเห็นได้บ่อย ๆ มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็ก ๆ และแหลม มักจะดูเรียบหรือดีขึ้นในตอนเช้า และจะเห่อ ๆ ในช่วงตอนบ่าย วิธีรักษาสิวผด.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%94

วิธีรักษาสิวผด บางครั้งผื่นอาจมีลักษณะสีแดงและคันได้ หากล้างหน้าบ่อยมักจะเป็นมากขึ้น และยิ่งรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนบริเวณที่พบได้บ่อย ๆ คือ บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะ หน้าผาก และขมับ โดยมีทั้งประเภทอักเสบและไม่อักเสบ ซึ่งหลายคนที่มีปัญหาสิวผดซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นบริเวณใบหน้า หน้าผาก ช่วงอากาศร้อนสูงจะเห่อมากกว่าปกติ ส่วนช่วงเช้าจะไม่มีปรากฏหรือมีปรากฏน้อยกว่าช่วงบ่ายที่แดดแรง ๆ

สาเหตุการเกิดสิวผดวิธีรักษาสิวผด
สิวผดส่วนมากแล้วจะเกิดจากมลภาวะแสงแดดและความร้อน เพราะความร้อนและแสงงแดดทำให้ต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายเหงื่อออกได้หมด จนทำให้ต่อมเหงื่อตันแล้วเกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ เหมือนเป็นผด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สิวผดหายตัวไปในช่วงเช้าที่มีอากาศเย็น แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงที่อากาศกำลังร้อน สิวผดก็จะกลับมาเห่อบนใบหน้าอย่างร่าเริง ยิ่งสภาพอากาศในบ้านเราด้วยแล้วที่ร้อนกันทุกฤดู จึงทำให้หลีกเลี่ยงสิวชนิดนี้ได้ยาก
เกิดจากยีสต์ที่มีชื่อว่า P.ovale สาเกตุการเกิดสิวผดที่มาจากยีสต์นั้นถือว่าเกี่ยวกันพันกับมลภาวะ เพราะในช่วงที่อากาศร้อน ต่อมไขมันของเราจะทำงานมากขึ้น ทำให้มีน้ำมันส่วนเกินอยู่บนใบหน้าจนกลายเป็นอาหารของยีสต์ เมื่อหนักเข้าก็จะเกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดสิวผดขึ้น เวลามองเผิน ๆ เรามักจะไม่เห็นสิวชนิดนี้ แต่ถ้าแสงและมุมได้ปุ๊บ ก็จะเห็นทันทีเลยว่าหน้าเรานั้นไม่ได้เรียบเนียนอย่างที่เข้าใจ จะบีบออกก็ไม่ได้ เผลอ ๆ บีบแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรออกมา ซ้ำยังทำให้อักเสบอีกด้วยวิธีรักษาสิวผด
มลพิษจากสิ่งแวดล้อม ทางทางน้ำ และอากาศ
เกิดจากการแพ้น้ำ หรือเหงื่อวิธีรักษาสิวผด
ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ฟองมากจนเกินไป หรือใช้ไม่เหมาะกับสภาพผิวของเรา
การใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเป็นประจำ
การเช็ดถูหน้าบ่อย ๆ หรือการเช็ดถูหน้าแรง ๆ
เครื่องสำอางบางประเภท หรืออุปกรณ์แต่งหน้าที่ไม่สะอาด
นอนหลับหรือพักผ่อนน้อยจนเกินไป
ภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอ หรือร่างกายไม่แข็งแรง วิธีรักษาสิวผด.

ฟิลเลอร์คางปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก

ฟิลเลอร์คางปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในวงการศัลยกรรมความสวยความงาม เรามาทำความรู้จักการ ฟิลเลอร์ (Filler) ให้ลึกซึ้งเพื่อที่จะได้ทราบถึงประโยชน์และผลข้างเคียงในกรณีที่ใช้ผิดวิธี รวมถึงราคาและค่าใช้จ่ายต่างๆในการฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงตำแหน่งที่คุณนิยมฉีดฟิลเลอร์กัน

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ฟิลเลอร์คาง.

ฟิลเลอร์คาง
ฟิลเลอร์คือสารที่นำมาฉีดเข้าร่างกายของเรา เพื่อเติมเต็มผิวพรรณให้เนียน เรียบ เด้ง โดยปัจจุบันฟิลเลอร์ทำมาจากสารสังเคราะห์และสารธรรมชาติหลายชนิด แต่สารที่ถูกนำมาใช้ที่สุด คือ สารไฮยาลูรอนิก แอสิด (Hyaluronic Acid) เป็นกรดชนิดนึ่ง ส่วนอีกวิธีเป็นการนำไขมันของตนเองมาทำเป็นฟิลเลอร์ (Fat Transfer) แต่ไม่ไ้ดรับความนิยมมากเท่ากับสารไฮยาลูรอนิก ส่วนสารอื่นๆที่หมออ้างว่าใช้แทนได้เหมือนกันให้เราตรวจสอบก่อนว่าผ่านการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดัยจากคณะกรรมการอาหารและยาหรือยัง ฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์บริวเวณไหนได้บ้าง
– การฉีดฟิลเลอร์ลบริ้วรอย นิยมมากในการฉีดเพื่อรบริ้วรอย หรือแผลเป็นลึก สำหรับสาวๆและหนุ่มที่มีอายุมากขึ้น และต้องใช้หน้าตาในการทำงาน
– เสริมจมูก การฉีดฟิลเลอร์ยังได้รับความนิยมในการทำเสริมจมูก ส่วนผลลัพธ์ว่าจะอยู่ได้นานหรือไม่ขึ้นอยู่กับสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้ฉีดก่อนเพื่อให้เข้าใจตรงกัน
– ฉีดฟิลเลอร์เสริมคาง สำหรับคนที่ต้องการให้คางแหลมหรือทำให้ใบหน้าเรียว การฉีดฟิลเลอร์สามารถทำให้คางยาวขึ้นและทำให้ใบหน้าเรียวขึ้นได้
– ฉีดฟิลเลอร์ลบร่องแก้ม สำหรับคนที่ร่องแก้มลึกมากๆ ไม่สามารถที่จะใช้ครีดใดๆในโลกนี้เพื่อลบร่องแก้มลึกนี้ไปได้ การฉีดฟิลเ้ลอร์จะให้ผลที่ดีที่สุดและใช้เวลาน้อยที่สุด เปลี่ยนแปลงใน 3 วันเท่านั้นเอง

การฉีดฟิลเลอร์มีโทษอย่างไร
การฉีดฟิลเลอร์ปกติจะฉีดสารที่สามารถสลายได้ในระยะเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี แต่หากฉีดสารที่ไม่สามารถสลายได้ เช่น ซิลิโคนเหลว จะทำให้เกิดอันตราย เช่น ใบหน้าแข็งตรีึงไม่สามารถขยับได้ การเลือกสารที่ฉีดฟิลเลอร์จึงสำคัญที่สุดฟิลเลอร์คาง.