พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต โยเกิร์ตยังเป็นส่วนผสมหลัก ๆ ของสูตรมาส์กหน้าอีกหลายต่อหลายสูตร

พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต  โยเกิร์ตยังเป็นส่วนผสมหลัก ๆ ของสูตรมาส์กหน้าอีกหลายต่อหลายสูตร ด้วยเพราะคุณสมบัติพิเศษของเจ้าตัว ที่ช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอย อีกทั้งยังช่วยให้ผิวเนียนนุ่มสุด ๆ จึงถูกนำมาทำเป็นสูตรมาส์กหน้าให้เราได้บำรุงผิวกันฟิน ๆ ไป และ 9 สูตรมาส์กต่อไปนี้ ก็เป็นสูตรมาส์กหน้าจากโยเกิร์ตที่จะช่วยแก้สารพันปัญหาผิวหน้าได้อยู่หมัดค่ะ พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต.

พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

พอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

1. โยเกิร์ตเพียว ๆ

สูตรมาส์กหน้านี้เป็นสูตรที่ทำง่ายมาก ๆ แต่มีสรรพคุณช่วยให้หน้าขาวกระจ่างใส เนียนนุ่มเป็นธรรมชาติ วิธีทำก็ไม่ยาก เพียงแค่ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติมาทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า ทางที่ดีควรทาวนเป็นวงกลม และเว้นช่วงตา และริมฝีปากเอาไว้ มาส์กทิ้งไว้เพียงแค่ 15 นาทีก่อนนอน พอตื่นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นจะสังเกตได้ว่า ใบหน้าขาวเนียนใสขึ้นแล้วล่ะค่ะ

2. โยเกิร์ต+น้ำมะนาวพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

สำหรับคนที่เป็นสิว และมีริ้วรอยจากสิวเด่นชัดอยู่บนใบหน้า ให้ลองมาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติผสมกับน้ำมะนาว เพราะทั้งโยเกิร์ตและมะนาว ต่างก็มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอยด่างดำ และฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียบนผิว จึงสามารถรักษาสิวให้หายไปได้ไม่ยาก

3. โยเกิร์ต+น้ำมันคาโมมายด์

คาโมมายด์ช่วยลดผดผื่นคัน และเมื่อนำมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติก็จะกลายเป็นสูตรมาส์กหน้าสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวผด และจุดด่างดำจากรอยสิว ใครที่มีปัญหาผิวแบบนี้อยู่ ก็ลองมาส์กหน้าด้วยสูตรนี้ดูนะจ๊ะพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต

4. โยเกิร์ต+ขมิ้น+น้ำผึ้ง

เมื่อโยเกิร์ตรสธรรมชาติผสมกับผงขมิ้นอบแห้ง และน้ำผึ้ง ก็จะกลายเป็นสูตรมาส์กหน้าที่ช่วยในเรื่องลดรอยไหม้จากแสงแดด และทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสขึ้น คราวนี้จะไปเที่ยวทะเล หรือจะต้องออกไปลุยแดดที่ไหน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวหน้าจะดำกันอีกต่อไปแล้วจ้า

5. โยเกิร์ต+น้ำมันมะกอก

มาส์กสูตรนี้เหมาะกับสาววัยเลย 20 ที่เริ่มกังวลเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า รวมไปถึงปัญหาผิวหย่อนคล้อย และรอยตีนกา ดังนั้นหากคุณกำลังกังวลกับริ้วรอยก่อนวัยอยู่ ก็ควรต้องรีบมาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติและน้ำมันมะกอกเป็นประจำแล้วล่ะ

6. โยเกิร์ต+อะโวคาโด+กล้วยหอม

จับส่วนผสมทั้ง 3 อย่างมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น หากคุณพอกหน้าด้วยมาส์กสูตรนี้เป็นประจำ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า และริ้วรอยก่อนวัยอันควรเลยค่ะ

7. โยเกิร์ต+กล้วยหอม+น้ำผึ้ง

บดกล้วยหอมให้ละเอียด และใส่น้ำผึ้งและโยเกิร์ตรสธรรมชาติผสมลงไป คนทุกอย่างให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 25-30 นาที เสร็จแล้วก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นผิวหน้าเนียนนุ่ม ตึงกระชับ และถ้าใช้สูตรนี้มาส์กหน้าบ่อย ๆ ความหย่อนคล้อยที่มีอยู่ก็จะเริ่มหายไปอย่างช้า ๆ ในที่สุด

8. โยเกิร์ต+บริเวอร์ยีสต์ (Brewer’s Yeast)

สาว ๆ ที่มีปัญหาหน้ามัน และมีริ้วรอย ต้องมาส์กหน้าด้วยสูตรโยเกิร์ตรสธรรมชาติกับบริเวอร์ยีสต์ หรือยีสต์ที่ใช้ในการหมักเบียร์ เพราะมาส์กสูตรนี้จะช่วยลดความมันบนใบหน้า และช่วยลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยได้อยู่หมัด ในกรณีที่มาส์กต่อเนื่องอย่างเป็นประจำนะคะ

9. โยเกิร์ต+แตงกวา

สูตรนี้เป็นมาส์กที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป และช่วยให้ใบหน้าขาวใสเนียนนุ่มขึ้นได้ วิธีทำก็แค่บดแตงกวาให้ละเอียด จากนั้นก็ผสมโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติลงไป คนทั้งสองอย่างให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วก็นำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักพัก ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำอุณภูมิปกติ
สาว ๆ คนไหนอยากมีผิวหน้าเนียนนุ่มขาวใส ก็ลองบำรุงผิวด้วยสูตรมาส์กหน้าจากโยเกิร์ตทั้ง 9 สูตรดูนะคะ สลับทำสัปดาห์ละสูตรก็ได้ แล้วคุณจะได้ฟินกับผิวหน้าเนียนนุ่ม ขาวใสเหมือนผิวเด็กอย่างแน่นอนพอกหน้าด้วยโยเกิร์ต.

ครีมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี การเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องเพื่อผิวสวย

ครีมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี การเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องเพื่อผิวสวย อีกเรื่องสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม และเข้าใจไปว่า ถ้าครีมบำรุงผิวดีอยู่แล้วไม่ว่าจะทาครีมอันไหนก่อนหรือหลังก็คงไม่ต่างกันหรอก และนั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างแรงค่ะ!! แม้ว่าครีมบำรุงผิวต่างๆจะมีสรรพคุณเลอเลิศเพียงใด แต่ถ้าคุณทาผิดลำดับก่อนหลัง ก็จะเป็นการลดประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนั้นให้เห็นผลน้อยลง และอาจทำให้สุขภาพผิวเสียได้อีกต่างหากถ้าเป็นแบบนี้ คงไม่ดีแน่ใช่ไหมละค่ะ!! ดังนั้น เราจึงต้องจัดเรียงเครื่องประทินผิวทั้งหมดให้ดีค่ะ และนี่คือคำแนะนำในการเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องเพื่อผิวสวยที่ไม่ควรมองข้ามที่ได้นำมาฝากค่ะ คำแนะนำนั้นคือ ครีมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี.

ครีมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี

ครีมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี ควรเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าอย่างไร
โดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษานั้น ต้องทาลงบนผิวโดยตรงจึงจะได้ผลมากที่สุด คุณจึงควรเริ่มด้วยผลิตภัณฑ์รักษาสิวก่อนเสมอค่ะ จากนั้นจึงค่อยทาโลชั่นควบคุณความมันในบริเวณที่จำเป็นจริง ๆเท่านั้น เพื่อที่คุณจะได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดโดยไม่ลบล้างประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์รักษาสิวออกไป แล้วจึงตามด้วยมอยเจอไรเซอร์ที่บำรุงผิวต่างๆ แต่ถ้าคุณไม่ได้มีปัญหาเรื่องสิวและความมัน คุณก็สามารถข้ามขั้นตอนดังกล่าวไปได้ค่ะ ก็คือแค่แต้มครีมบำรุงต่างๆในบริเวณที่ต้องการ แต่อย่าหยุดใช้ครีมกันแดดเด็ดขาดค่ะ

การทาครีมบำรุงผิวหน้า ควรทาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษาลงไปก่อน แล้วค่อยตามด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้บำรุง และตบท้ายด้วยครีมกันแดดค่ะครีมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี
หลักในการเรียงลำดับการทาครีม คือให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เนื้อบางเบาก่อน และเนื้อหนักทาทีหลัง (ส่วนครีมเนื้อหนักและเนื้อเบาเป็นแบบใด เราจะรู้ได้อย่างไร วิธีที่เราจะสังเกตุได้คือจากการสัมผัสเนื้อครีม ย่อมเห็นถึงความแตกต่างได้ว่า ครีมตัวไหนเหนอะหนะ หนักผิว หรือครีมตัวไหนทาแล้วรู้สึกบางเบาต่อผิว ซึมเข้าสู่ผิวเราได้ดี สำหรับกึ่งครีมกึ่งเจลไม่มีปัญหาค่ะ จะทาอะไรก่อนหลังก็ได้) หรือสามารถเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง เริ่มจากเรียงดังนี้คะ
การล้างเครื่องสำอาง > ล้างหน้า > โทนเนอร์ > ครีมบำรุงชนิดต่างๆ ถ้ามีทาดังนี้ (ทาเซรั่ม > เนื้อเจล > เนื้อครีม) > กันแดด/หรือรองพื้นผสมกันแดด> เมคอัพ
วิธีเรียงลำดับการใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง
ใช้บูสเตอร์และอายครีมก่อนเป็นลำดับแรกเสมอ
ถ้าเป็นสิวอักเสบให้ใช้ยาแต้มเฉพาะจุด แล้วเว้นการทาครีมบำรุงทุกชนิดในบริเวณที่ทายา
ครีมบำรุงในกลุ่ม Anti-Aging/ Whitening/Moisturizer ถ้ามีเนื้อเบาให้ทาก่อน (Serum/ Essence/ Concentrate)
ครีมบำรุงในกลุ่ม Anti-Aging/ Whitening/Moisturizer ถ้ามีเนื้อหนักให้ทาทีหลัง (Cream/ Lotion/ Emulsion)ครีมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี
ครีมบำรุงในกลุ่มผลัดผิว เช่น เอเอชเอ (AHA) และบีเอชเอ (BHA) หรือพวกทรีทเม้นท์ต่าง ๆ เช่น เรตินอล (Retinol) จะทาก่อนพวกมอยส์เจอไรเซอร์
ยกตัวอย่างครีมบำรุงผิวหน้าต่างๆ
สมมติว่าคุณมี…เซรั่ม/ โลชั่นมอยส์เจอไรเซอร์/ ครีมลดจุดด่างดำ/ อายครีม/ ครีมกันแดด ….. ให้เรียงลำดับการทาครีมบำรุงที่ถูกต้อง ดังนี้

อายครีม
เซรั่ม
โลชั่น มอยส์เจอไรเซอร์
ครีมลดจุดด่างดำ
ครีมกันแดด
นอกจากนี้ ก่อนจะซื้อครีมบำรุงผิวตัวไหนก็ควรจะเช็คหน้าที่ของครีมแต่ละตัวให้ดีก่อนนะค่ะ จะได้ไม่เสียเงินซื้ออะไรซ้ำๆ หรือซื้อมามากเกินความจำเป็นค่ะ เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งก็เพียงพอแล้ว อย่าประโคมทั้งหมดลงบนผิวเยอะเกิน ยิ่งมาก ยิ่งอุดตัน ไม่ใช่เยอะแล้วจะดีเสมอไปค่ะ…และวิธีทาครีมบำรุงผิวที่ถูกต้อง ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการบำรุงผิวของเรา จะได้มีผิวสวยใสเด้งดั่งใจเราค่ะ ที่เพื่อนๆสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ: วิธีการทาครีมที่ถูกต้อง ช่วยให้หน้าสวยเด้ง ได้นะ!!

สำหรับผู้ที่เคยสับสนว่า จะต้องทาครีมบำรุงผิวอันไหนก่อน-หลังดี!! อ่านจบแล้ว ก็หวังว่าทุกคนจะสามารถนำไปเป็นแนวทางเรียงลำดับการทาครีมบำรุงผิวหน้าได้อย่างถูกต้องถ้วนหน้านะค่ะครีมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี.

สูตรพอกหน้าใสไร้สิว ใครๆ ก็บอกว่าเรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ

สูตรพอกหน้าใสไร้สิว ใครๆ ก็บอกว่าเรื่องสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ (ธรรมชาติลงโทษหรือเปล่าไม่รู้) แต่ความคิดของทิชชี่ การมีสิว แปลว่าเรายังสาว เพราะฉะนั้นปล่อยให้มันมี ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเถอะค่ะ สูตรพอกหน้าใสไร้สิว.

IAH00255F01.tif

สูตรพอกหน้าใสไร้สิว เชื่อได้ว่า 90% ของการเกิดมาเป็นคน ทุกคนล้วนต้องผ่านการมีเม็ดสิวขึ้นมาเจียดบนใบหน้ากันทั้งนั้น จะขึ้นมากขึ้นน้อยก็แล้วแต่ความโส ความใสของแต่ละคน ทิชชี่เป็นอีกหนึ่ง ที่มีเม็ดสิวมาเยือนอยู่บนใบหน้าที่งดงามนี้สูตรพอกหน้าใสไร้สิว

ทิชชี่มีประสบการณ์อันเลวร้ายเกี่ยวกับเม็ดสิวมาเล่าให้ฟัง เคยไหมค่ะ ที่คุณดูโฆษณา บีบสิวอยู่ที่หน้ากระจก และเม็ดสิวกระเด็น เลือกสาดกระจายเต็มหน้ากระจก ครั้งแรกที่ทิชชี่ดูโฆษณานี้ ทิชชี่คิดอยู่ในใจว่าเวอร์มากๆๆๆๆ แต่เมื่อทิชชี่เริ่มมีสิว และมีการกำจัดมันออกจากใบหน้าด้วยวิธีการบีบ มันเหมือนโฆษณานั้นมากๆ ค่ะ หนองแตกกระจายติดเต็มหน้ากระจก สยิวกิ้วมากเลยอ่ะ

เอาเป็นว่า ถ้าหลีกเลี่ยงได้ อย่าบีบมันเลยดีกว่าค่ะ ปล่อยให้มันแตก แห้งไปตามธรรมชาติดีที่สุด เพราะเมื่อบีบ ปัญหาที่ตามมาติดๆ คือ รอยดำ รอยแดงขึ้นเต็มใบหน้า ซ้ำถ้าทิ้งไว้ไม่รีบรักษารอย อาจเป็นแผลเป็นติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่มีหนังหน้าสวยๆ ไว้เดินเฉิดฉายแล้วจะหาว่าทิชชี่ไม่เตือนไม่ได้นะค่ะ
หลายๆ คนอยากหน้าสวยใส จึงหันพึ่งสถานเสริมความงามต่างๆ ซึ่งข้อดีก็มีอยู่ แต่ข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือเงินในกระเป๋าของคุณๆ ลดฮวบฮาบนั่นแหละค่ะ ทางออกที่ดีที่สุดในการรักษาหนังหน้าให้สวยใสอยู่คู่คุณไปตลอด คือการบำรุงหน้าค่ะ ซึ่งทำได้ง่ายๆ โดยหยิบของใกล้ตัวในตู้เย็น อย่างโยเกิร์ต มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะสูตรพอกหน้าใสไร้สิว

นอกจากโยเกิร์ตจะมีประโยชน์สำหรับสุขภาพร่างกายแล้ว รู้ไหมว่าโยเกิร์ตยังมีประโยชน์สำหรับสุขภาพผิวหน้าของเราอีกด้วย ในโยเกิร์ตมีของดีอยู่เยอะ ไหนจะแลคโตบาซิลลัสที่ช่วยขจัดแบคทีเรีย มี AHA จาก Lactic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวด้วย

การพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตจะช่วยชำระล้างเอาสิ่งสกปรก มลพิษออกจากรูขุมขนของผิวเรา ลดความมัน กระชับรูขุมขน และี่ในระหว่างที่เราพอกหน้า สารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์จะซึมซับลงสู่ผิวหน้าของเรา เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวหน้าสดชื่น นุ่มนวล อ่อนเยาว์ หน้าใสเป็นธรรมชาติ ยิ่งใครมีปัญหาสิวตุ่มเล็กๆ หรือสิวผด ก็ช่วยได้มาก ทำสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าไม่ขี้เกียจ ทำทุกวันได้ก็จะยิ่งดีนะค่ะ สูตรพอกหน้าใสไร้สิว.

ลดสิวอุดตัน สิวอุดตันคือสิวที่พบได้มากที่สุด

ลดสิวอุดตัน สิวอุดตันคือสิวที่พบได้มากที่สุด ซึ่งมันจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเราและสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของใบหน้า เพราะมันทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ขรุขระเป็นตุ่มเป็นเนิน แม้ว่าสิวชนิดนี้จะดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่สร้างความเจ็บปวด แต่มันก็ดื้อด้านพอสมควร ไม่มีทางหายไปได้เอง พูดง่าย ๆ ว่าถ้าไม่รีบกำจัดออกมันก็จะยิ่งอัดแน่นในรูขุมขุมขนและอาจลุกลามจนเกินเยียวยา จนเข้าขั้นเป็นสิวโคม่าเลยทีเดียว ลดสิวอุดตัน.

ลดสิวอุดตัน

 

ลดสิวอุดตัน ชนิดของสิวอุดตัน
สิวอุดตินชนิดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) โดยธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จะเริ่มมีการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่าแอนโดรเจน ต่อมไขมันจะเริ่มตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ ทำให้มีการหลั่งไขมันมากขึ้น นอกจากนี้แอนโดรเจนยังไปกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขนได้ด้วย จนทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า “ไมโครโคมีโดน” ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวทั้งหลาย ซึ่งไมโครโคมีโดนนี้อาจจะหายไปได้เองหรือพัฒนาต่อไปกลายเป็นสิวลักษณะอื่น ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมบางอย่าง เช่น หากมีการสะสมของไขมันและเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่ถ้ามีแบคทีเรีย P.acne ก็จะกลายเป็นสิวอักเสบ
สิวอุดตันหัวเปิด (Open comedone) ชนิดนี้จะมีหัวสีดำ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สิวหัวดำ” (Black head) สิวแบบนี้เราสามารถบีบหรือกดมันออกได้ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดการอักเสบจนกลายเป็นสิวอักเสบได้ โดยสิวหัวดำจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร หากสังเกตดี ๆ จะมีจุดดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งจุดเหล่านี้เป็นกลุ่มเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ไขมัน และเชื้อ P.acne ที่อุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน
สิวหัวดำลดสิวอุดตัน
สิวอุดตันหัวปิด (Closed comedone) ชนิดนี้จะมีลักษณะเป็น “สิวหัวขาว” (White head) สิวประเภทนี้จะไม่มีหัวให้เรากดออก แล้วถ้าเรายิ่งไปกดไปบีบไขมันที่ไม่มีทางออกจะทะลักกลับไปในผิว ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้ โดยจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร มีสีเดียวกับผิวหนังปกติ สิวชนิดนี้จะเกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน แต่ท่อเปิดจะเล็กมากจนมองไม่เห็น และสิวหัวปิดขนาดใหญ่อาจอยู่ได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และประมาณ 75% ของสิวชนิดนี้จะกลายไปเป็นสิวอักเสบ
สิวหัวขาวลดสิวอุดตัน
สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน
หลายคนสงสัยว่าเจ้าสิวอุดตันนั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เป็นเพราะเราสกปรกเกินไปอย่างนั้นหรือ จริง ๆ แล้วเจ้าสิวอุดตันนั้นมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันทำการสร้างน้ำมันมากเกินไปนั่นเอง โดยสิ่งที่ควบคุมการผลิตน้ำมันบนใบหน้าก็คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) เมื่อเจ้าต่อมนี้ผลิตน้ำมันออกมาเยอะจนเหลือใช้แล้วตกค้างอยู่ในรูขุมขน มันก็จะไปรวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เหตุนี้เองจึงทำให้น้ำมันนั้นข้นหนืดจนระบายออกไปไม่ได้ แต่ส่วนที่ระบายออกมาได้เราก็จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าหน้าจะมันแผลบหรือเยิ้มไปด้วยน้ำมัน แล้วเวลาที่หน้ามันมาก ๆ จึงทำให้บางคนหันมาใช้กระดาษซับมัน ซับหน้าทั้งวัน เพราะคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่จะช่วยกำจัดความมันออกไปได้ แต่รู้มั้ยว่าการทำแบบนี้จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ถ้าเลี่ยงได้ก็ขอให้เลี่ยงเถอะ

ถ้าพูดถึงฮอร์โมน เราจะไปโทษฮอร์โมนอย่างเดียวก็ดูจะไม่เป็นธรรมนัก เพราะนอกจากสาเหตุนี้ที่ทำให้เกิดสิวอุดตันแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นมาได้ เช่น เรื่องของความเครียด ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงใกล้หมดประจำเดือน การแพ้เครื่องสำอาง ปัญหาผิวแพ้ง่าย การล้างหน้าไม่สะอาด จากยาสเตียรอยด์ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เป็นต้นลดสิวอุดตัน.

ลดน้ำหนัก ปัญหาอย่างหนึ่งที่เจอบ่อยมากในคนที่ต้องการลดไขมันที่สะสมในร่างกาย

ลดน้ำหนัก ปัญหาอย่างหนึ่งที่เจอบ่อยมากในคนที่ต้องการลดไขมันที่สะสมในร่างกาย มักมีคว่มเชื่อผิดๆว่า กินให้น้อยเข้าไว้ถึงจะดี และ เกือบทั้งหมด ลดการทานอาหารมากจนเกินไป บางคนก็ทานเท่าแมวดม ที่หนักเลยก็คือคนที่ทานจำกัด 500 kcal ต่อวัน ทั้งๆที่ร่างกายตัวเองนั้น ต้องการพลังงานในอาหารมากกว่า 500 kcal (ผู้ชาย เฉลี่ย 2000 kcal และ ผู้หญิง 1600 kcal) หรือพวกสูตร 10 วัน 10 กก.นี่ตัวดีเลย เพราะไขมัน 1 กก. ให้พลังงาน 7700 แคลอรี สามารถใช้เป็นพลังงานได้ 4 วัน ลดน้ำหนัก.

ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก ถ้าหากอดอาหารเลย 1 เดือน ร่างกายก็จะใช้ไขมันเป็นพลังงานได้ 7 กก. แต่ถ้าทานอาหารแค่แมวดม แล้วนน.ตัวลดลงเยอะ บอกเลยว่า ร่างกายคุณกำลังเสียมวลกล้ามเนื้อ แถมอัตราการเผาผลาญพลังงานก็ลดลงด้วยอีกด้วย และผลที่ตามมาก็คือน้ำหนักตัวจะลงเร็วมากในช่วงแรก ต่อมาก็น้ำหนักก็เริ่มนิ่งและอยู่ตัว แต่ข่าวร้ายคือ คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำหนักที่หายไปนั้น กลับไม่ใช่ไขมัน ดันเป็นกล้ามเนื้อแทน แถมได้โยโย่เอฟเฟคมาเป็นของแถมอีก

มือใหม่มักหาข้ออ้าง

มือใหม่หลายคนมักมีข้ออ้างต่างๆนานาเพื่อปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงตารางชีวิตของตัวเอง หลายๆคนก็มักจะอ้างว่า “ไม่มีเวลา ด้วยภาระการทำงาน และสิ่งต่างๆมกมายต้องทำไม่มีเวลามาออกกำลังกายหรอก” ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ว่ากัน เพราะแต่ละคนก็ทำงานไม่เหมือนกัน แต่ฉันก็อยากที่จะหุ่นดีนะ แล้วจะทำยังไงดี งั้นถ้าอยากจะไดเอตเองโดยที่ไม่อยากศึกษาข้อมูลอะไรมากนัก ไม่ต้องไปชั่งตวงวัดอาหาร คุณกระทิงเมืองช้างก็แนะนำเทคนิคง่ายๆอย่างนี้

เลือกอ้างโน่นอ้างนี้แล้วลงมือทำ ทำให้เต็มที่เท่าที่ร้างกายทำไหว ยังไม่จำเป็นต้องผลักดันให้เครียดจนเกินไปลดน้ำหนัก
เน้นออกกำลังแบบใช้ไขมันตอนเช้า เช่น เดิน ปั่นจักรยาน หรือ เต้นแอโรบิค ครั้งละ 45-60 นาที สัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง โดยเมื่อตื่นนอนแล้ว ดื่มน้ำซัก 1-2 แก้ว แล้วก็ไปออกกำลังกายเลย งดทานพวกแป้ง กล้วย ขนมปัง เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เพราะร่างกายจะใช้อาหารพวกนี้ไปเป็นพลังงานแทนไขมันได้
เดือนแรก อย่าพึ่งลดอาหารที่ทาน แนะนำให้ทานตามปกติไปก่อน เพราะร่างกายอยู่ในช่วงปรับตัวและหัดใช้ไขมันเป็นพลังงานมากขึ้นเดือนต่อมา ทานอาหารแค่ 3/4 ของที่ทานตามปกติ และลดได้เต็มที่คือ ทานแค่ครึ่งเดียว และควรกลับมาทานอาหารตามปกติสัปดาห์ละครั้ง เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานลดน้ำหนัก
ถ้าทานอาหารตามสั่ง บอกแม่ครัวไปเลยว่า น้ำมันน้อย หรือ ใช้น้ำมันไม่เกิน 1 ช้อน แรกๆ อาจจะแปลกๆหน่อย ถ้าแม่ครัวทำหน้าแปลกๆใจก็บอกไปเลยว่า กำลังคุมน้ำหนักตัว สำหรับผู้หญิงทานน้ำมันพืชไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ ส่วนผู้ชายทานไม่เกิน 3 ช้อนโต๊ะ
ถ้าเป็นไปได้ เปลี่ยนมาทานข้าวกล้องดีกว่าข้าวขาว
อย่าให้ร่างกายขาดโปรตีน ทุกมื้อควรทานเนื้อสัตว์ด้วย โดยผู้หญิงทานให้ได้มื้อละ 100 กรัม (เนื้อสัตว์100กรัมกะด้วยสายตาจะมีขนาดเท่า1สำรับไพ่) ส่วนผู้ชายทาน 150-200 กรัม ในจุดนี้คุณอาจจะต้องเข้าห้างเล็กๆ ที่มีเนื้อสัตว์ขาย แล้วก็ซื้อเอามาต้มและพกไปด้วยก้ได้
เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลทราย ซูโครส และ ฟรุกโตส โดยเฉพาะน้ำอัดลม และชาเขียวเครื่องดื่มพวกนี้ตัวทำให้อ้วนดีๆนี่เอง
อย่าไปสนใจตัวเลขบนตาชั่งให้มากนัก เพราะน้ำหนักตัวของเราก็ขึ้นลงวันละ 2-3 กก.อยู่แล้ว
ให้ดูที่ความหนาของหนังบริเวณพุง ลองดึงออกมาแล้วก็บีบดูว่ามีความหนาเท่าไหร่ ความหนาลดลงหรือไม่ ถ้าลดลงก็หมายความว่าร่างกายเอาไขมันไปใช้เป็นพลังงานได้มาก เพราะไขมันจะสะสมที่ใต้ผิวหนัง และเยอะที่สุดก็ตรงพุงของเรานี่แหละลดน้ำหนัก.

ครีมกระชับรูขุมขน วันนี้นำ 5 วิธีสุดเด็ด ที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้างบนใบหน้า

ครีมกระชับรูขุมขน วันนี้นำ 5 วิธีสุดเด็ด ที่จะช่วยให้คุณบอกลารูขุมขนกว้างบนใบหน้า ไปได้เสียที หมั่นทำเป็นประจำรับรองช่วยได้และเห็นผลจริงๆค่ะ ครีมกระชับรูขุมขน.

ครีมกระชับรูขุมขน

ครีมกระชับรูขุมขน

1.ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน
แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป กางล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้

2.ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า
โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ

3.เบคกิ้งโซดาครีมกระชับรูขุมขน
เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้ครีมกระชับรูขุมขน

4.ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว
นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5.มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต
โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปไบโอติก ซึ่งมีคุณสมับติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้แล้วครีมกระชับรูขุมขน.

ครีมรักษาฝ้า โดยเฉพาะเมื่อเม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานินทำงานมากเกินไป

ครีมรักษาฝ้า โดยเฉพาะเมื่อเม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานินทำงานมากเกินไป เนื่องมาจากเจ้าเม็ดสีเมลานินนั้นมีหน้าที่กรองรังสียูวี เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย แล้วก็อาจมีข้ออบกพร่องในการกรองรังสียูวี ทำให้รังสีที่มีผลต่อการเกิดฝ้าคือ “รังสี UVA” เข้าไปสามารถทำลายผิวได้ลึก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตากแดดนานๆ แล้วผิวถึงคล้ำเสีย และเกิดฝ้าได้ รวมไปถึงฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน ครีมรักษาฝ้า.

ครีมรักษาฝ้า

ครีมรักษาฝ้า วิธีการรักษาฝ้า ด้วยธรรมชาติ

1. สูตรว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ ถือเป็นสมุนไพรใช้รักษาแผล ยอดนิยมมากๆ วิธีหนึ่ง โดยวิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ให้คุณใช้ว่านหางจระเข้ 1 ใบใหญ่ (เลือกใบล่างๆ แบบที่แก่แล้ว) นำไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ปอกเปลือกออกและล้างให้สะอาด นำไปปั่นหรือบดก็ได้ตามถนัด แล้วจึงนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยสูตรนี้หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ฝ้าหายได้ไวยิ่งขึ้น

2. สูตรหัวไชเท้า

หัวไชเท้า สามารถนำมาทำเป็นสูตรรักษาฝ้าได้ โดยคุณสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่นำหัวไชเท้าบดหยาบๆ มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้) แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ก็จะช่วยลดฝ้าทำให้ฝ้าดูจางลงได้มากเลยทีเดียว และนอกจากจะช่วยลดฝ้าได้แล้วหัวไชเท้ายังมีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยต่างๆ และทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย แต่หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้ว ก็ให้กระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์หรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างด้วยล่ะ

3. สูตรมะขามเปียกครีมรักษาฝ้า

อีกหนึ่งวิธีรักษาฝ้าด้วยสมุนไพร ให้คุณนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาบางๆ บริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและยังช่วยลดรอยด่างดำได้ด้วย แต่ถ้าที่บ้านคุณไม่มีมะขามเปียก ก็อาจเลือกใช้เป็นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดแทนก็ได้

4. สูตรใบบัวบกครีมรักษาฝ้า

สมุนไพรรักษาฝ้าอีกสูตร ซึ่งจากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนังได้ โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิว วิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่นำมาปั่นแล้วใช้น้ำใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนการใช้โทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เพียงเท่านี้รอยฝ้าต่างๆ ก็จะค่อยๆ จางลง เหลือไว้แต่เพียงหน้าอันขาวเนียนสดใส

5. สูตรไข่ขาว

อาจจะมีกลิ่นคาวสักหน่อย เพียงแค่นำไข่ขาวบริเวณรอบๆ ไข่แดง (เฉพาะไข่ขาว) มาทาบางๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้าของคุณได้

6.สูตรน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ล

ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ลจะมีประโยชน์ในด้านการช่วยดูแลผิวพรรณได้ตั้งแต่หัวจรดเท้าเนื่องจากในน้ำส้มสายชูนั้นมีฤทธิ์กรดจึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้นได้เพียงแค่คุณนำมันมาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีชุบและเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้วแล้วจึงล้างออก

7. บำรุงจากภายในสู่ภายนอก

นอกจากการรักษาด้วยวิธีต่างๆ ในระหว่างการรักษาเราสามารถดูแลตัวเองจากภายในได้โดยการรับประทานทานอาหารที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ้าขยายตัวใหญ่ขึ้นนั่นเอง

อันที่จริงแล้ว ก่อนจะไปถึงการรักษา การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ถ้าหากต้องเผชิญแสงแดดก็ควรแต่งกายแบบไม่เผยผิวพร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูสี โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องอยู่ภายใต้แสงแดดตลอดทั้งวัน คุณอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่านี้ แต่ให้หมั่นทาครีมกันแดดบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมกันแดดยังมีประสิทธิภาพดีพอต่อการป้องกันแสงแดด

นอกจากนี้คุณควรสังเกตตัวเองด้วยว่าเรารับประทานยาอะไรที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้าหรือเปล่าเช่นยาคุมกำเนิดใช้เครื่องสำอางอะไรแล้วแพ้จนเป็นรอยคล้ายฝ้าหรือไม่ครีมรักษาฝ้า.

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ สำหรับสาวๆสมัยนี้มีเยอะแยะมากจริงๆครับ

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ  สำหรับสาวๆสมัยนี้มีเยอะแยะมากจริงๆครับ เลือกกันไม่ถูกเลยจริงๆ แต่ก็มีหลายๆคนไม่ว่าจะลองวิธีลดน้ำหนักแบบไหนแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ช่วยให้สาวๆเหล่านี้ดูดีขึ้นได้เลย มันมีสาเหตุครับ นั่นก็เพราะสาวๆทั้งหลายเหล่านั้นกำลังทำหลายๆอย่างที่ผิดมหันต์อยู่นั่นเอง ซึ่งก็มีเทรนเนอร์หลายๆคนได้สรุปไว้แล้วว่า 5 อันดับ วิธีลดน้ำหนัก ที่สาวๆมักจะเข้าใจผิด จนนำไปสู่ความท้อแท้สิ้นหวังในการออกกำลังกาย คืออะไร และมีอะไรบ้าง ลองไปดูกันเลย วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ
วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ วิธีลดน้ำหนัก แบบคาดิโอมากเกินไป
ถ้าคุณไปฟิตเนสใกล้บ้านคุณ เดี๋ยวนี้คุณจะเห็นเลยว่าจะพบสาวๆเต็มไปหมด และที่สำคัญพวกเธอเลือกวิธีออกกำลังกายเหมือนกันหมดนั่นก็คือ เลือกที่จะวิ่งอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้า ก็เข้าใจนะว่าการวิ่งบนลู่ไฟฟ้าเป็นวิธีลดน้ำหนักและเบิร์นไขมันได้ดี แต่ถ้าคุณเลือกจะมาวิ่งแบบนี้ทุกวันแล้วมามโนว่าน้ำหนักจะลด ไขมันจะละลาย “คุณคิดผิด”
วิธีลดน้ำหนัก คาดิโอ มากไป
คุณจำเป็นที่จะต้องสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วย เพราะการที่คุณยกเวทเพื่อสร้างกล้ามเนื้อนั้นมันจะช่วยให้การเผาพลาญไขมันคุณดีขึ้น รูปร่างคุณจะสวยขึ้น น้ำหนักคุณจะลดได้ดีกว่าคนที่ไม่มีกล้ามเนื้อเลยนั่นคือข้อแรกที่คุณควรจะเล่นเวทเทรนนิ่ง
ถ้าคุณกังวลว่าคุณจะกลายเป็นหญิงล่ำ กลายเป็น Hulk เวอร์ชั่นผู้หญิง (ซึ่งผมรู้ว่าคุณคิด) คุณก็ไม่ต้องกังวลไป ผู้หญิงจะมัดกล้ามเล็กกว่าผู้ชาย และแน่นอนการออกกำลังกายแบบคาดิโอร่วมด้วยจะช่วยไม่ให้กล้ามคุณโตอย่างแน่นอน เพราะการคาดิโอมากไปก็จะช่วยสลายกล้ามเนื้อ เพราะฉะนั้นต้องคำนวนการเล่นให้ดีวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ
อย่างที่สอง ถ้าคุณต้องการคาดิโอจริงๆ แนะนำว่าอย่ามัวแต่มาวิ่งที่ลู่วิ่งเลยครับ ออกมาจากเครื่องนั่นบ้างแล้วหันมาเลือกวิธีลดน้ำหนักด้วยการ “กระโดดเชือก” หรือเล่นท่า “Burpees” ไม่ก็ออกมาวิ่งจริงๆ ในสวนสาธารณะนั่นจะดีกว่ามากๆ มันดีกับสุขภาพคุณมากกว่า
วิดีโอ วิธีลดน้ำหนัก ด้วยการทำท่า Burpees

สุดท้ายคือให้ทำคาดิโอหลายๆแบบ อย่าทำแค่คาดิโอแบบ HIIT, อย่าทำแค่วิ่งอย่างเดียว ให้จัดตารางคาดิโอหลายๆแบบใน 1 สับดาห์ เช่นวันนี้วิ่ง พรุ่งนี้ใช้วิธีลดน้ำหนักแบบ HIIT วันถัดมายกเวท วันถัดไปพัก เป็นต้นวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ
อย่ายกเวทแต่น้ำหนักเดิมๆ
ขยับออกมาจากดัมเบลขนาด 3 กิโลกรัมบ้างก็ได้ครับ ถ้าเรายกเวทน้ำหนักนี้จนรู้สึกว่าร่างกายไหวแล้ว ลองขยับน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆอีกหนึ่งสเต็บ และตั้งเป้าหมายไว้เลยว่าจะยกน้ำหนักนี้ให้ได้ซัก 12 ครั้ง เมื่อทำได้แล้วให้เพิ่มน้ำหนักขึ้นไปอีก และทำซ้ำไปเรื่อยๆ คุณจะแข็งแรงขึ้นอย่าเห็นได้ชัดแน่นอน แต่ไม่ต้องรีบนะครับ เรื่อยๆอย่ารีบร้อนเริ่มจากจำนวนครั้งในการยกเวทน้อยๆก่อน ค่อยๆเพิ่มไปเรื่อยๆจนถึงน้ำหนักที่เราตั้งเป้าไว้จะดีกว่าครับ
อย่าควบคุมอาหารลดน้ำหนักมากจนเกินไป
สิ่งสำคัญของการลดน้ำหนักก็คือ การออกกำลังกายและการไดเอทหรือการควบคุมอาหาร แน่นอนว่าสาวๆส่วนใหญ่มักจะตั้งเป้าสำหรับการออกกำลังกายลดน้ำหนักไว้ว่าจะกำจัดไขมันและลดน้ำหนัก แน่นอนว่าการออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงทุกวันและการไดเอตหรือการควบคุมอาหารแบบต่อเนื่องรัดกุม มันเหมือนกับตกนรกทั้งเป็นใช่มั้ยหล่ะ อย่าไปซีเรียสกับการควบคุมอาหารมากนัก ปล่อยให้ร่างกายได้ทานตามใจปากซัก 1 วันบ้าง
และที่สำคัญ เมื่อออกกำลังกายมาซัก 3-4 เดือนแต่ไม่เห็นซักที อย่าท้อแล้วกลับไปกินอย่างพายุ กินหมูกระทะซะอย่างงั้นหล่ะ ให้คุณโฟกัสไปที่สิ่งอื่นแทนเช่น ชั้นจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงแทน แล้วคุณจะหลงรักร่างกายของคุณมากขึ้นวิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

ครีมลดริ้วรอย คำว่า “ริ้วรอย หรือ ตีนกา” เป็นคำที่แสลงใจสำหรับสาวๆ ทุกคน

ครีมลดริ้วรอย คำว่า “ริ้วรอย หรือ ตีนกา” เป็นคำที่แสลงใจสำหรับสาวๆ ทุกคน ที่พออายุเริ่มขึ้นเลขสาม ริ้วรอยบนใบหน้า ก็ถามหาทันที เนื่องจาก เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของผิวหนังก็ยิ่งลดลง การสร้างคอลลาเจนก็ลดลง ทำให้ผิวไม่นุ่ม ชุ่มชื้น ดึ๋งดั๋งเหมือนตอนสาวๆ ครีมลดริ้วรอย.

ครีมลดริ้วรอย

ครีมลดริ้วรอย ริ้วรอยรอบดวงตา เป็นสัญญาณบ่งบอกของการมีอายุที่มากขึ้น เป็นอันดับต้นๆ ที่จะโผล่มาประดับบนใบหน้าเรา เพราะรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบาง ทำให้เวลายิ้ม เวลาแสดงอารมณ์ กล้ามเนื้อบริเวณนี้จะทำงานหนักกว่าส่วนอื่นๆ จึงเป็นที่มาของ ริ้วรอยรอบดวงตา หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า “ตีนกา” นั่นเอง

วันนี้เรามี วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ง้อโบทอกซ์ สำหรับสาวอารมณ์ดี ให้คุณยิ้มได้สบายใจ ไม่กลัวริ้วรอยมาฝากกันค่ะ

วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติ

วิธีลดริ้วรอยรอบดวงตา

พักผ่อนให้เพียงพอครีมลดริ้วรอย

การลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยการพาร่างกายให้พักบ้าง การทำงานระหว่างวันที่เต็มไปด้วยความเครียด เวลาพักผ่อน นอนน้อย เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ก่อให้เกิด ริ้วรอยรอบดวงตา ได้ เคยสังเกตกันไหมคะว่า วันไหนที่นอนไม่หลับ นอนไม่พอ รอบตาจะดำคล้ำคล้ายหมีแพนด้า แถมริ้วรอยยังตามมาเพียบ ดังนั้น ทางแนวทางการรักษาใบหน้าให้อ่อนเยาว์ ลดการเกิดริ้วรอบรอบดวงตา ที่ง่ายที่สุดและดีต่อสุขภาพนั่นคือ การพักผ่อนนอนหลับต่อวันให้เพียงพอ แค่นั้นเองค่ะ

ไม่สัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป

แสงแดดยามเช้า อาจจะส่งผลดีต่อผิวหนังและร่างกายก็จริง แต่การสัมผัสแสงแดดร้อนๆ เป็นเวลานานๆ ก็ส่งผลเสียต่อผิวหนังได้อย่างใหญ่หลวงเช่นกัน เนื่องจากในแสงแดดมีรังสียูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB) ที่เป็นอันตรายต่อชั้นผิวหนัง และสามารถทำลายผิวหน้าของเราได้ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็อย่าลืมทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูงๆ และค่า PA+++ ด้วยนะคะ แค่นี้ก็สามารถป้องกันและลดริ้วรอยรอบดวงตา และจุดด่างดำบนใหบหน้าได้แล้วค่ะครีมลดริ้วรอย

ดื่มน้ำลดน้ำหนัก

กินอาหารที่มีประโยชน์

ควรรับประทานอาหารดีๆ มีประโยชน์ต่อร่างกาย และผิวพรรณ อาหารหลายอย่างสามารถเพิ่มการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้ จึงสามารถช่วย ลดริ้วรอยรอบดวงตา ได้ เช่น อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน โดยเฉพาะวิตามินซี นอกจากนั้นสารสีต่างๆ ในพืชผักและผลไม้ก็มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการเสื่อมสลายของเซลล์ ลดริ้วรอยรอบดวงตา ได้ด้วยเช่นกัน

ลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยผลไม้ในครัว

หลายๆ คนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับ วิธีการมาส์กหน้าด้วยผลไม้ในครัวเรือน เช่น แตงกวา มะเขือเทศ กล้วย แครอท เป็นต้น วิธีทำส่วนมากก็แค่นำผลไม้เหล่านี้ มาบดแล้วนำไปแปะรอบดวงตา ก็ถือเป็นวิธี ลดริ้วรอยรอบดวงตา ด้วยวิธีธรรมชาติและปลอดภัยที่สุดค่ะ

ริ้วรอยรอบดวงตา ถึงแม้ว่าเราจะอายุมากขึ้น แต่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอ ไม่อยากมีเป็นของตัวเองใช่ไหมคะ ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วการรักษาให้หายนั้นแสนยากลำบาก ดังนั้น การป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียง กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่เครียด แค่นี้ก็เป็นวิธีรักษาใบหน้าให้อ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอยรอบดวงตา มากวนใจแล้วค่ะครีมลดริ้วรอย.

ลดขาใหญ่ การลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย

ลดขาใหญ่ การลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะ ลดขาใหญ่.

%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88

ลดขาใหญ่ วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)ลดขาใหญ่

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือลดขาใหญ่

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้งลดขาใหญ่.