ทาท้องลาย ผิวแตกลาย ( striae gravidarum) ท้องลาย

ทาท้องลาย ผิวแตกลาย ( striae gravidarum) ท้องลาย พบได้บ่อยประมาณครึ่งหนึ่งของ หญิงตั้งครรภ์ มีลักษณะเป็นเส้นบางๆ ฉีกขาดเป็นเส้นยาว ขนาดแตกต่างกัน มีสีน้ำตาล แดง หรือ ม่วง เกิดบริเวณ หน้าท้อง โดยเริ่มจาก ท้องน้อย บริเวณ สะโพก หรือ ต้นขา บางคนจะพบบริเวณ เต้านม ด้วย ส่วนใหญ่ในคนไทยมักพบบริเวณ หน้าท้อง เท่านั้น พบครึ่งหนึ่งของหญิงตั้งครรภ์ เชื่อว่าเป็นผลของ สเตียรอยด์ จาก ต่อมหมวกไต ที่เพิ่มขึ้นระหว่าง ตั้งครรภ์ ร่วมด้วยการยืดและขยายของ ผิวหนัง หน้าท้อง เพื่อการเจริญเติบโตของเด็ก และมีการเปลี่ยนแปลงของระดับ ฮอร์โมน บางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย ภายหลังคลอดจะไม่หายไปเลยเสียทีเดียว แต่สีจะจางลงเป็นเส้นสีเงินคล้ายรอย แผลเป็น ทำให้ดูเป็น ทาท้องลาย.

ทาท้องลาย
ทาท้องลาย ภาวะ ท้องลาย ตามความเป็นจริงแล้วไม่สามารถรักษาได้ หรือ ห้ามไม่ให้ ท้องลาย เกิดขึ้นเลย ขึ้นอยู่กับ ผิว ของแต่ละคน การทาครีมเป็นประจำ จะทำให้ รอย ค่อยๆ จางหายไป เมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจจะช่วยไม่ให้เกิด ท้องลาย มากขึ้น เพื่อช่วยให้ผิว ยืดหยุ่นดีขึ้น อาจใช้น้ำมันมะกอก ครีม หรือ โลชั่นบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ หรือ เบบี้โลชั่น ทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือ เมื่อรู้สึกคัน ถ้าเป็น คุณแม่ตั้งครรภ์ หลังคลอดบุตรแล้วอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่อาจป้องกันด้วยการทา โลชั่นบำรุงผิว เป็นประจำ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน จะช่วยลด รอยแตกลาย ได้ แต่ต้องเลือก ครีม ที่ไม่แพ้ ดูดซึมได้ดี และไม่จำเป็นต้องเป็น ครีม เฉพาะที่บอกสรรพคุณว่าป้องกัน ท้องลาย หรือเป็น ครีม ราคาแพง ข้อสำคัญต้องทาให้ทั่วท้อง เช้าและเย็นหลังอาบน้ำทุกวัน ควรระวังไม่ให้มีการเพิ่ม หรือ ลดลง ของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป นอกจากนี้แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพการทั่วไปและ สุขภาพผิว ด้วย ทำให้เลือดไหลเวียนดี ผิวหนัง ได้รับสารอาหารทั่วถึง จึงดูเปล่งปลั่งสดใส สำหรับเรื่อง หน้าท้อง ส่วนใหญ่มักจะลดลงหลังจากเดือนที่ 3 ไปแล้ว วิธีบริหาร หน้าท้อง ที่ดีที่สุดก็คือการทำซิตอัพ ซิตดาวน์ ทำบ่อยๆ ทุกวัน หน้าท้อง ก็จะค่อยๆ ลดลง นอกจากนี้แนะนำให้ว่ายน้ำหรือเต้นแอโรบิกร่วมด้วย จะยิ่งช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการควบคุมอาหารจำพวกพวกแป้งและไขมันทาท้องลาย
สาเหตุของการเกิด รอยแตกลาย ?
ผิวแตกลาย เกิดจากการยืดขยายต่อเนื่องของ ผิวหนัง และเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็วไม่กี่เดือน ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้าง คอลลาเจน พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังสูงอย่างรวดเร็ว โดยพบผิวแตกลายได้ที่ ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร คนที่กินยาสเตียรอยด์นาน ๆ มักมีรอยแตกลายใหญ่และเป็นหลายที่รวมถึงบนใบหน้าหรือการทาครีมที่มี สเตียรอยด์ ความเข้มข้นสูง นานเกินไปก็ทำให้เกิดรอยแตกลายได้ ถ้าสาเหตุดังกล่าวหายไป เช่น หลังคลอด, ลดน้ำหนักลงจากที่เคยอ้วนมาก่อน หรือ เมื่อพ้นช่วงวัยรุ่นแล้ว รอยแตกลายที่เป็นน้อย ๆ อาจค่อย ๆ จางลงได้ทาท้องลาย
การรักษา รอยแตกลาย หรือ Stretch marks ที่ให้ผลดี ?
ควรรักษาแต่เนิ่น ๆ ในระยะแรกที่เริ่มเป็น หากทิ้งไว้นาน รอยแตกลาย กลายเป็นสีขาวและบุ๋มลงมามากจนคล้ายแผลเป็นจะรักษาได้ยากขึ้น โดยวิธีที่ได้ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน ได้ผลประมาณ 60-90%
การป้องกันและรักษา รอยแตกลาย ?
การรักษาด้วย ครีมบำรุง ต่าง ๆ ช่วยได้เพียงเล็กน้อยมาก ในระยะแรก รอยแตกลาย จะเป็นเส้นแบนหรือนูนเล็กน้อย สีแดงปนชมพูรักษาได้โดยทาท้องลาย
1. ทายาอนุพันธ์กรด วิตามินเอ เช่น Tretinoin 0.05-0.1%
2. กรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion ) หรือผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ ( Chemical Peel ) ก็ช่วยทำให้ผิวดูเรียบขึ้นโดยการกำจัดเซลล์ชั้นบน ๆ ออกไป ได้ผล 10-30%
3. เลเซอร์ทำลายรอยแดง เช่น Pulsed dye laser , แสงความเข้มข้นสูง ( FPL,IPL ) กระตุ้น Collagen และปรับสีรอยแตกให้ใกล้เคียงกับผิวปกติ ได้ผล 30-60%
จะเกิดอะไรถ้าไม่รักษา รอยแตกลาย ?
หากปล่อยไว้นานขึ้นโดยไม่ได้รักษา รอยแตกลาย จะมีสีซีดลงจนเป็นสีขาว ผิวบางและบุ๋มลงเหมือนแผลเป็น การรักษาในระยะนี้ ทำได้ยากขึ้นและต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น เหมือนการรักษาแผลเป็นที่เป็นมานานนั่นเอง
1. แสงความเข้มข้นสูง ( FPL,IPL ) ได้ผลน้อยมาก
2. เลเซอร์ Nd : YAG ช่วยกระตุ้น Collagen ให้รอยแตกตื้นขึ้นได้บ้าง 10-30%
3. Carboxytherapy โดยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าบริเวณที่ต้องการรักษาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด และออกซิเจนบริเวณดังกล่าว ช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน เป็นวิธีที่เจ็บมากหากไม่ทาหรือฉีดยาชาก่อน ให้ผลการรักษา 30-60%
4. Fraxel laser เป็นวิธีการรักษาล่าสุด ด้วนเลเซอร์สร้างผิวใหม่ ( fractional resurfacing ) คล้ายการรักษา หลุมสิว เป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดในเวลานี้ ได้ผล 60-90 % ขึ้นไปนับเป็นวิธีที่ให้ผลการรักษาที่ดีที่สุดในเวลานี้ ทาท้องลาย.

หน้าท้องลาย เชื่อว่าคงไม่มีใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดีตลอดจนไม่เคยมีปัญหาผิวหรอกค่ะ

หน้าท้องลาย เชื่อว่าคงไม่มีใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดีตลอดจนไม่เคยมีปัญหาผิวหรอกค่ะ อย่างน้อยก็ต้องมีผดผื่นหรือริ้วรอยอื่น ๆ ที่คอยทำให้รำคาญใจบ้างแหละ ยิ่งสาว ๆ คนไหนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและไม่ค่อยดูแลเรื่องการกินอาหารให้ดี จนเกิดการอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจเกิดรอยแตกลายปรากฏขึ้นบนผิวหนังได้ หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมได้นำ 10 วิธีรักษาผิวแตกลายแบบง่าย ๆ มาฝากค่ะ หน้าท้องลาย.

หน้าท้องลาย

หน้าท้องลาย

ออกกำลังกาย

แน่นอนอยู่แล้ว ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้

ควบคุมอาหาร

หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง อาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้ ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย

ผิวแตกลาย

กินไข่ขาว

ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วย

ขัดด้วยสครับน้ำตาล

สาว ๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วแหละว่าคุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลายด้วยนะคะ แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุด ๆ เลยเนอะ

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์

สำหรับคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ที่กลัวผิวแตกลายหลังคลอด ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟา ไฮดรอกซี่ (AHA) และวิตามินเอมาทาและนวด ๆ ตรงบริเวณท้องวันละ 2 ครั้งทุกวัน จะช่วยไม่ให้เกิดการแตกลายบนหนังท้องได้

ผิวแตกลายหน้าท้องลาย

ดื่มน้ำเยอะ ๆ

หากต้องการให้ผิวนุ่มยืดหยุ่นและไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ มากวนใจ ให้คุณฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วหรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียดหน้าท้องลาย

ใช้ครีมบำรุงที่จ่ายโดยแพทย์

ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าครีมบำรุงที่ใช้อยู่จะเหมาะกับผิวหรือจะได้ผลจริงหรือไม่ ให้ลองปรึกษาแพทย์ผิวหนังดูก็ได้นะคะ แต่ครีมที่แพทย์จ่ายมาควรจะมีส่วนผสมของวิตามินเอ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและความยืดหยุ่นในผิวด้วย

ใช้น้ำมันจากธรรมชาติหน้าท้องลาย

รู้หรือไม่ว่า พวกน้ำมันจากธรรมชาตินี่แหละที่เป็นไอเทมบำรุงผิวที่ดีมาก ๆ เพราะมันสามารถช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันผิวแตกลายได้ น้ำมันธรรมชาติที่สาว ๆ หลายคนนิยมเลือกมาบำรุงผิวแตกลาย ก็คงจะเป็นน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวใช่ไหมล่ะคะ แต่นอกจากนี้คุณสามารถเลือกน้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันอัลมอนด์, น้ำมันอะโวคาโด และน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์มาบำรุงผิวแตกลายได้ด้วย

ผิวแตกลาย

น้ำมะนาว

น้ำมะนาวเป็นกรดธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้ดีเท่ากับการรักษาสิวและรอยแผลเป็น มันจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้อาการแตกลายบนผิวหายไปได้อย่างรวดเร็ว

เลเซอร์รักษารอยแตกลาย

สำหรับสาว ๆ ที่ใจร้อนอยากให้ปัญหาผิวแตกลายหายไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะเลือกทำ Fraxel Laser เพื่อแก้ปัญหาผิวแตกลายก็ได้นะคะ แต่การทำครั้งเดียวก็คงไม่เห็นผล ควรจะทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งจนกว่ารอยแตกลายจะค่อย ๆ หายไป ซึ่งวิธีนี้อาจจะเหมาะกับผู้ที่มีงบทำสวยมากหน่อย เพราะราคาการทำเลเซอร์ก็แพงใช่เล่นเลยนะ หน้าท้องลาย.

ครีมทาท้อง ความสุขจากการรอคอยที่จะได้เห็นหน้าลูก

ครีมทาท้อง ความสุขจากการรอคอยที่จะได้เห็นหน้าลูก ทำให้แม่ตั้งครรภ์ลืมความกังวลใจเกี่ยวกับตัวเองไปได้ชั่วขณะ แต่หลังจากนั้น พอมีโอกาสไปยืนหน้ากระจก หน้าท้องสวย ๆ ที่แสนภูมิใจ ตอนนี้กลับมีสารพันปัญหาทั้งหน้าท้องหย่อน หน้าท้องย้อย หน้าท้องลาย ครีมทาท้อง.

ครีมทาท้อง

ครีมทาท้อง แต่เรื่องราวของหน้าท้องตอนคุณแม่ท้อง ไม่ได้เลวร้ายเป็นอย่างนี้ทุกคนหรอกครับ ถ้าเราดูแลตัวเองดี ปฏิบัติตัวดีเรื่องราวของหน้าท้องก็สามารถจบลงแบบสวย ๆ ได้ไม่ยาก

ปกติแล้วหน้าท้องของคุณแม่จะเริ่มโตออกมาให้เห็นเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 3 เดือน ก่อนหน้านั้นมดลูกก็โตขึ้นทุกวัน แต่ยังไม่โผล่พ้นกระดูกเชิงกรานออกมา ดังนั้นถ้าในสามเดือนแรกหน้าท้องของคุณแม่โตก็แสดงว่าที่โผล่ออกมาไม่ใช่มดลูกหรือลูกในท้อง แต่เป็นไขมันหน้าท้องของคุณแม่เอง เป็นอย่างนี้กันเยอะครับ พอรู้ว่าท้องก็ตั้งหน้าตั้งตากินกันไม่มียั้ง ที่จริงแล้วในช่วงแรก ๆ ลูกต้องการอาหารจากแม่น้อยมากครีมทาท้อง

ปกติแล้วผู้หญิงแต่ละคนมีโครงสร้างแตกต่างกัน คนสะโพกใหญ่ มดลูกก็จะจมอยู่ในเชิงกรานมากกว่า จะขยายออกไปทางหน้าท้องน้อยมากกว่า อีกทั้งถ้าตัวสูงใหญ่ด้วย มดลูกก็จะขยายขึ้นไปด้านบนได้มากกว่า หน้าท้องจะถูกยืดขยายไปไม่มาก ส่วนคนสะโพกเล็ก ตัวเล็ก มดลูกจะลอยขึ้นไปเร็ว อีกทั้งโครงสร้างที่เล็กทำให้มดลูกต้องขยายหน้าท้องออกไปทางด้านหน้าเยอะกว่าด้วย ทำให้มีปัญหาหน้าท้องยืดขยายมากกว่าคนตัวใหญ่ ยิ่งถ้าลูกตัวใหญ่ด้วย หนังท้องก็จะยิ่งถูกยืดมากไปกันใหญ่

หน้าท้องของผู้หญิงเรา สามารถยืดออกไปได้เหมือนไม่มีขีดจำกัด ขนาดแฝดสามแฝดสี่ยังอยู่ข้างในได้สบาย ๆ หนังหน้าท้องจะหนาที่สุดทางด้านข้าง และจะบางที่สุดบริเวณรอบสะดือ ผิวหนังรอบสะดือจะถูกขยายกว่าเดิมมากกว่า 9 เท่า จากพื้นที่ 1 ตารางนิ้ว สะดือจะถูกยืดออกไปเป็น 9 ตารางนิ้ว รอยดำ ๆ ภายในรูสะดือก็เลยบานออกมา จึงเห็นเหมือนรอบสะดือดำกว่าปกติ สะดือที่เคยเป็นรูลึกก็จะตื้นขึ้นเรื่อย ๆ จนแบนราบ ก็ถือเป็นโอกาสดีครับสำหรับคนที่สะดือมีขี้ไคลเยอะ ๆ จะได้ล้างทำความสะอาดซะเลย คนที่อ้วน ๆ หน้าท้องหนามักมีรูสะดือลึกตามความหนาของหน้าท้อง ถ้าผอม ๆ หน้าท้องไม่หนาสะดือจะบาง ๆ แบน ๆ ยิ่งบางคนสะดือถูกดันโป่งออกมาข้างนอก หัวเราะทีสะดือเด้งเข้าเด้งออก เดินมาก็เห็นสะดือโด่นำมาก่อนเลยล่ะครับ

คุณแม่ที่หน้าท้องบาง ๆ อาจมีอาการเจ็บ ๆ แสบ ๆ แถวรอบ ๆ สะดือได้ อาการนี้เกิดขึ้นได้ในคุณแม่ที่ชอบก้ม ๆ เงย ๆ ใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องมาก เวลาเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง ผิวหนังบริเวณสะดือจะเกร็งตึง แต่เนื่องจากที่สะดือบางกว่าส่วนอื่น ๆ จึงมักเจ็บมากกว่าที่อื่น ๆ ด้วย ซึ่งถ้ามีอาการเจ็บดังกล่าวให้ลดกิจกรรมลง อาการเจ็บก็จะหายเองครับ

คุณแม่หลายคนอาจมีอาการถ่วงท้องน้อย ยิ่งเดินมากก็ยิ่งถ่วงมาก นั่นก็เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกจะทำให้ผนังหน้าท้องส่วนล่าง ๆ ต้องออกแรงอุ้มมากกว่าส่วนอื่น ๆ ท้องแรกก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พอท้องสองท้องสามผนังหน้าท้องยืดหย่อนยานไปหมดแล้ว ท้องก็จะห้อยยานลงไปที่หน้าขา ยิ่งห้อยลงมามากก็จะยิ่งรู้สึกถ่วงท้องน้อยลง แต่ถ่วงหน้าขามากแทน ถ้ามีอาการถ่วงมากให้ยืนหรือเดินให้น้อยลง พักผ่อนให้มากขึ้น ถ้าจำเป็นต้องยืน หรือเดินมากก็ควรใส่เข็มขัดพยุงครรภ์ หรือกางเกงชั้นในแบบพยุงครรภ์จะช่วยได้บ้าง อาการเหล่านี้จะหายได้เองในช่วงหลังคลอด

ท้องลาย เรื่องใหญ่ของหน้าท้องครีมทาท้อง

90 เปอร์เซ็นต์ของคุณแม่จะท้องลาย เรื่องท้องลายก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราก็มีวิธีดูแลตัวเองให้ท้องลายน้อยลง ปกติท้องจะเริ่มลายเมื่ออายุครรภ์ได้ประมาณ 28 สัปดาห์ โดยจะลายมากขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วก็หยุดตอนประมาณ 32 สัปดาห์ หลัง 32 สัปดาห์ ถ้าหายและไม่ลายก็จะไม่ลายอีก หากลายไปแล้วก็จะไม่ค่อยลายมากขึ้น ดังนั้นช่วงนี้แหละครับที่ต้องสนใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ควรดูแลอาหารการกินให้น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ ถ้าน้ำหนักขึ้นเยอะ หน้าท้องจะขยายตัวมากตามไปด้วย ท้องก็จะลายง่าย

พยายามหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน เพราะจะทำให้ผิวแห้งมาก ยิ่งทาแป้งก็ยิ่งทำให้ผิวแห้งไปกันใหญ่ ให้ทาครีมบำรุงผิวเป็นดีที่สุด ผิวที่นุ่มชุ่มชื้นย่อมยืดหยุ่นได้ดีกว่าผิวแห้ง ๆ หลังอาบน้ำก่อนนอนก็ให้คุณสามีนี่แหละช่วยทาครีมที่หน้าท้องให้ เรื่องท้องลายนี้ก็ต้องยึดหลักกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะหากปล่อยให้ท้องลายไปแล้ว ไม่ว่าจะทำศัลยกรรมตกแต่งยังไงมันก็ยังลายไม่หายอยู่ดี

3 เดือนหลังคลอด โอกาสทองของความงามครีมทาท้อง

ในช่วงหลังคลอดน้ำหนักจะลด หุ่นจะลดชัดเจนในสามเดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่ค่อยลดแล้วครับ พอคลอดเสร็จปั๊บก็เริ่มลดน้ำหนักกันได้เลย อันดับแรกคุณแม่ต้องพยายามเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ กินนมแม่อย่างเดียวนี่แหละ เพราะในระหว่างการตั้งครรภ์ อาหารส่วนเกินจะไปสะสมที่ไขมันหน้าท้อง ไขมันต้นขาของคุณแม่เยอะ ตอนให้นมลูกร่างกายจะใช้ไขมันที่สะสมเหล่านี้ไปสร้างน้ำนมด้วย ดังนั้นยิ่งลูกกินนมแม่ไปเท่าไหร่ ก็มีผลพลอยได้ทำให้ไขมันของแม่ลดลงไปด้วยเท่านั้น

เรื่องอาหารการกินสำคัญ จริง ๆ แล้วน้ำนมจะเยอะหรือน้อยไม่ได้ขึ้นกับอาหารการกินสักเท่าไหร่ กินตั้งเยอะแต่น้ำนมไม่ไหลเลยก็มี น้ำนมเยอะขึ้นอยู่กับการที่ลูกได้ดูดนมอย่างสม่ำเสมอมากกว่า หลังคลอดมีไขมันสะสมตกค้างอยู่ที่หน้าท้องเยอะอยู่แล้ว ยิ่งกินมากยิ่งไปสะสมเพิ่มขึ้น เลยยิ่งอ้วนไปกันใหญ่

หลักสำคัญของการกินอาหารในช่วงหลังคลอดก็แค่ “กินดี แต่ไม่ต้องกินเยอะ” เลือกกินอาหารประเภท โปรตีน ผักสดผลไม้ นมสดพร่องมันเนย และหลีกเลี่ยงอาหารประเภท แป้ง ไขมัน และน้ำตาล กินข้าวน้อยหน่อย กินกับข้าวเยอะหน่อย ไม่กินขนม ของหวาน ของมัน ๆ ทั้งหลาย แค่นี้ก็ช่วยได้พอสมควร

อันสุดท้ายคือ ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากให้ลูกกินนมแม่ดี คุมอาหารดีด้วย น้ำหนักลดลงเท่าตอนที่ยังไม่ท้อง แต่หน้าท้องมันยังไม่สวยเหมือนเดิมอยู่ดี เพราะหนังหน้าท้องมันจะหย่อน แบบนี้เขาเรียกว่า “ผอมแบบสีเทา” ผอมแต่พุงจะโป่งห้อยอยู่ข้างล่าง ถ้าจะให้สวยก็ต้องออกกำลังกายโดยการซิทอัพทุกวัน วันละอย่างน้อย 30 ครั้งครับ

ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็เกร็งหน้าท้องเอาเข่ายกขึ้นมาชนหัวเกร็งไว้สักแป๊บหนึ่ง ทำประมาณ 10 ครั้ง พอตอนเที่ยงและตอนเย็นก็ทำอีกรอบละ 10 ที ถ้าขยันหน่อยก่อนนอนก็อีกสักรอบ เท่ากับวันหนึ่งคุณแม่จะบริหารหน้าท้องได้เยอะพอสมควร ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ กล้ามเนื้อหน้าท้องที่ถูกมดลูกขยายดันออกมาจนหย่อนจะค่อย ๆ ตึงตัวแข็งแรงขึ้นเรื่อ ยๆ หน้าท้องก็จะแบนราบลงเรื่อย ๆ จนแบนแต๊ดแต๋ แบบนี้เขาเรียกว่า “ผอมแบบสิเรียม” และสิ่งสำคัญที่สุดของการออกกำลังกายก็คือ ความตั้งใจตัวเดียวนั่นเองล่ะครับ ส่วนมากที่เห็นห้อย ๆ กันอยู่ทุกวันนี้เพราะทำแค่วันสองวันก็ขี้เกียจทำแล้ว ไปหาสเตย์มาใส่ดีกว่า

ที่จริงผมก็ไม่ชอบให้ใส่สเตย์นะครับ มันเหมือนเป็นการหลอกตัวเอง ที่สำคัญการใส่สเตย์ยังทำให้คนเราไม่กระตือรือร้นที่จะออกกำลังกาย เห็นภายนอกหุ่นดีเป็นที่พอใจก็เลยเลิกบริหารซะเลย ไม่ต้องไปใส่สเตย์มันหรอกครับ ให้เห็นหุ่นตัวเอง ทรมานใจตัวเองดี สุดท้ายก็ทนตัวเองไม่ได้ จำยอมต้องบริหารจนพุงยุบไปเองจนได้ ครีมทาท้อง.

ลดอ้วน วิธีลดน้ําหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์

ลดอ้วน วิธีลดน้ําหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์”…ฟังแค่นี้สาว ๆ หลายคนคงตาลุกวาวเลยใช่ไหมคะ เอ…มีด้วยหรือเนี่ยสูตรลดน้ำหนักง่าย ๆ ที่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น แต่สูตรนี้ดาราสาวคนดัง เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร Health&Cuisine ว่าเธอใช้แล้วได้ผลทันตา งั้นขอแอบไปส่องดูหน่อยดีกว่า ว่าสูตรลดน้ำหนัก 5 กิโลกรัม 1 อาทิตย์ เขาต้องกินอะไรกันบ้าง ลดอ้วน.

ลดอ้วน

ลดอ้วน

วันที่ 1

เช้า : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง : ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น : สลัดผักน้ำใส

วันที่ 2ลดอ้วน

เช้า : น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง : ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 3ลดอ้วน

เช้า : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง : เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4

เช้า : น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง : ส้มตำ-ไก่ย่าง
เย็น : โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 5

เช้า : น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง : สลัดผักน้ำใส + ไก่ย่าง
เย็น : สลัดผักน้ำใส

วันที่ 6ลดอ้วน

เช้า : น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง : ปลานึ่งหรือปลาย่าง (ไม่จำกัด)
เย็น : นมสดรสจืด 1 แก้ว

วันที่ 7

เช้า : ข้าว 1 ทัพพี + ไข่ต้ม 1 ฟอง
เที่ยง : เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

ทั้งนี้ เบนซ์ ก็แนะนำให้ดื่มน้ำ 2 แก้วก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อด้วย เพื่อให้อิ่มท้อง และจากที่เธอเคยใช้สูตรลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนนี้มา เธอสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม ภายในหนึ่งสัปดาห์เลย และหากทำซ้ำรอบสองจะลดน้ำหนักลงได้ถึง 7 กิโลกรัมเลยทีเดียว แต่ก็ย้ำว่าสูตรนี้ก็ไม่ควรทำติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์นะ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

วิธีลดน้ําหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์
อย่างไรก็ตาม ยังมีบางเรื่องที่สาว ๆ ต้องรู้ก่อนจะใช้สูตรนี้ไปลองลดน้ำหนักดู นั่นก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่ใช้สูตรนี้จะสามารถลดน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัมภายใน 1 สัปดาห์ได้สำเร็จนะคะ บางคนอาจจะลดได้แค่ 1-2 กิโลกรัม แต่ในบางคนนอกจากจะลดน้ำหนักไม่ได้แล้ว น้ำหนักยังกลับเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก เพราะร่างกายอาจโหยหาอาหารมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า จนต้องล้มเลิกแผนกลางคัน หรือแอบกินอะไรประทังหิว

ส่วนใครที่ใจแข็ง พยายามฝืนอดอาหาร เพื่อตั้งใจจะทานให้ได้ตามสูตรนี้ ก็ต้องระวังสุขภาพตัวเองด้วยค่ะ ต้องดูด้วยว่าสุขภาพร่างกายเราแข็งแรงพอไหม เพราะการลดน้ำหนักได้มากขนาดนี้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ อาจทำให้สุขภาพทรุดโทรมถึงขั้นล้มป่วยได้เลย

ถ้าคิดว่าตัวเองรับไม่ไหวแน่ ๆ หรือลองไปสักพักหนึ่งแล้วชักไม่แน่ใจ ก็ควรลองมองหาวิธีลดน้ำหนักแบบอื่น ๆ มาใช้เป็นตัวช่วยน่าจะปลอดภัยกว่าเนอะ อย่างการออกกำลังกายที่แม้จะต้องเหนื่อยหน่อย และเห็นผลช้ากว่า แต่เราก็มั่นใจได้ชัวร์ ๆ ล่ะว่าลดน้ำหนักได้แน่ ๆ แถมยังได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงฟิตแอนด์เฟิร์มกลับมาด้วย ลดอ้วน.

ลดความอ้วน 1 เดือน ไม่ได้อัพเดทซะนานกันเลยทีเดียวนะครับ

ลดความอ้วน 1 เดือน ไม่ได้อัพเดทซะนานกันเลยทีเดียวนะครับ การลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายของแต่ละคนไปถึงไหนกันแล้วครับ บางคนอาจจะถึงเป้า บางคนก็อาจจะไม่ถึงฝั่งฝันแต่อย่าเพิ่งท้อนะครับ ทำตามสเตปไปเรื่อยๆ อย่าท้อ เดี๋ยวได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการแน่นอนครับ ลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 1 เดือน
ลดความอ้วน 1 เดือน บางคนก็มองหา วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน เหมือนกับขับรถขึ้นทางด่วนไปเลยจะได้ถึงเป้าหมายก่อนใครๆ ก็ต้องบอกอย่างนี้จะครับ ขนาดขึ้นทางด่วนเรายังต้องจ่ายค่าผ่านทางแพงๆเลย การออกกำลังกายก็เหมือนกันครับ ลดน้ำหนักด่วน ก็ต้องแลกกับความตั้งใจและแรงกาย ความอดทนมากกว่าปรกติครับ. แต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆ อีก 1 เดือนข้างหน้าต้องไปออกงานสำคัญ จำเป็นต้องโชว์ส่วนสัด โชว์กล้ามล่ำๆ ลดพุงให้ทัน เราก็มีคำแนะนำและเทคนิคดีๆ จะได้ลดน้ำหนัก 1 เดือนได้ทันครับ ติดตามเลย
ปรับทัศนะคติก่อนลดน้ำหนักเร่งด่วน
การลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนที่ได้ผล
แรงบัลดาลใจดีๆ จะได้มีแรงหาวิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน
การลดน้ำหนัก 1 เดือนให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่เราต้องการเนี่ย ทำได้จริงเหรอ?!?
ตายแล้วเกิดใหม่ง่ายกว่ารึเปล่า?!?
ลด 10 กิโลใน 1 เดือนทำไง?
ต้องกินยาลดความอ้วนรึเปล่า?!?ลดความอ้วน 1 เดือน
บอกเลยครับว่าเรามีสูตร วิธีลดน้ำหนักเร่งด่วน มาให้ลองกันครับลองทำดูอาจจะได้ผลเร็วกว่า 1 เดือนด้วยซ้ำนะครับ แต่เหมือนที่บอกไปตอนต้นนะครับว่า มันต้องแลกกันหน่อย ไม่ต้องจ่ายด้วยเงินครับ จ่ายด้วยใจล้วนๆ ถ้าคุณเริ่มต้นด้วยคำว่า “ฉันจะเริ่มลดน้ำหนัก 1 เดือน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้” คุณก็ล้มเหลวละครับ ต้องเริ่มทันทีหลังจากที่อ่านบทความนี้เลยครับ จะยิ่งได้ผล.
บางคนเคยใช้วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ด้วยการอดอาหาร ซึ่งก็อาจจะได้ผลแต่พอเลิกอดอาหารเท่านั้นแหล่ะ โยโย่กลับมาอ้วนกว่าเดิมอีก
การลดน้ำหนัก ด้วยการกินยาลดน้ำหนัก นี่ยิ่งหนักเลย โยโย่ ระบบเผาพลาญพัง แถมตังค์ในกระเป๋าก็ฉีกอีก ไม่แนะนำอย่างแรง
แล้ววิธีการอะไรที่จะทำให้ ลดน้ำหนัก 1 เดือนได้หล่ะ?
ก็ต้องขอตอบเลยว่า วิธีลดน้ำหนักเร่งด่วน ลดได้ใน 1 เดือนนั้นคือการ “ควบคุมการทานอาหาร ทานให้ครบมื้อ เลี่ยงอาหารขยะ น้ำอัดลม ของทอด ของมัน และที่สำคัญนั่นก็คือ การออกกำลังกายลดน้ำหนัก นั่นเอง”
มาทำความเค้าใจกันอีกหน่อยนะครับสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักเร่งด่วน ว่า “น้ำหนัก” ไม่ใช่ตัวแปรสำคัญในการที่ชี้วัดว่าเราผอมนะครับ แต่ให้สนใจที่ “สัดส่วน” มากกว่านะครับ เพราะมวลกล้ามเนื้อมันมีน้ำหนักมากกว่ามวลไขมันนะครับ บางคนออกกำลังกายไปแล้ว สัดส่วนเข้ารูป เอวเล็ก ตัวเล็กลงแต่น้ำหนักดันเยอะกว่าเดิมก็มี เพราะฉะนั้น จงโยนตาชั่งที่บ้านของคุณทิ้งไปซะ แล้วเอากระจกมาติดรอบบ้านแทนจะดีกว่าลดความอ้วน 1 เดือน
รูปเปรียบเทียบ ไขมันกับกล้ามเนื้อลดความอ้วน 1 เดือน
รูปเปรียบเทียบ ไขมันกับกล้ามเนื้อ ในน้ำหนักที่เท่ากัน
สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน ควบคุมการทานอาหาร
การลดน้ำหนักด้วยการควบคุมการทานอาหารไม่ได้หมายความว่าเราต้องมาอดอาหารนะจ๊ะ แต่ให้รู้จักการคำนวนแคลอรี่ก่อนทานเข้าไปต่างหากหล่ะที่สำคัญกว่า แต่ถ้าไม่รู้จริงๆว่าจะเลือกทานอย่างไร เอ้าเรามีสูตรลดน้ำหนักเร่งด่วนมาให้แล้ว 3 สูตรด้วยกันลองทานตามกันดูนะ
สูตรลดน้ำหนักเร่งด่วน สูตรที่ 1 ลดน้ำหนักด่วน 3-5 กิโลกรัม
การลดน้ำหนัก ด้วยการกินอาหารไม่เกินวันล่ะ 1200 กิโลแคลอรี มาลองดูกันว่าอาหารอะไรบ้างมีกี่แคลอรี่จะได้เลือกมากินคำนวนได้ถูกนะ เช่น
ทูน่ากระป๋อง ให้พลังงาน 170 แคลอรี่
ขนมปัง 1 แผ่น ให้พลังงาน 70 แคลอรี่
ไข่ต้ม 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 แคลอรี่
ไข่เจียว 2 ฟอง ให้พลังงาน 90-100 แคลอรี่
แฮมนึ่ง 2 ออนซ์ ให้พลังงาน 160 แคลอรี่
น่องไก่ย่าง 1 ชิ้น ให้พลังงาน 80 แคลอรี่
เบคอนทอด 2 ชิ้น ให้พลังงาน 60-70 แคลอรี่
นมไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 240-250 แคลอรี่
โยเกิร์ตไขมันต่ำ 1 ถ้วย ให้พลังงาน 125 แคลอรี่
โยเกิร์ต 1 ถ้วย ให้พลังงาน 140-150 แคลอรี่
เนย 50 กรัม ให้พลังงาน 300 แคลอรี่
ขนมปังโรลล์ 1 ก้อน ให้พลังงาน 90 แคลอรี่
ส่วนใครที่ติดกินขนมหรือของหวาน กินตามสูตรลดน้ำหนักเร่งด่วนนี้อนุญาตให้กินได้ แต่แค่สัปดาห์ล่ะ 1 ครั้งเท่านั้นลดความอ้วน 1 เดือน.

ลดความอ้วน 7 วัน ความอ้วนกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน

ลดความอ้วน 7 วัน ความอ้วนกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน รับประทานตามใจปากประเดี๋ยวเดียวน้ำหนักตัวก็เพิ่ม แล้วจะให้ลงทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสาวๆไม่ชอบออกกำลงกาย มักอ้างว่าการเดินช็อปปิ้งทั้งวัน ก็ถือเป็นวิธีออกกำลังกายของหล่อนแล้ว ความเป็นจริงคือแทบช่วยอะไรไม่ได้เลย วันนี้จึงมีสูตรลดน้ำหนักแบบเร่งรัดเพื่อตอบโจทย์คุณผู้หญิงทั้งหลายมาให้ลองปฏิบัติกัน เป็น 2 สูตรลดความอ้วน 7 วันที่เห็นผล แต่ต้องเกริ่นไว้ก่อนว่าวิธีนี้ต้องใช้ความอดทนข่มความอยากให้ได้ เพราะเป็นการกำหนดอาหารแต่ละมื้อภายใน 7 วัน และหากทำได้น้ำหนักอาจลดลงไปมากถึง 9 กิโลกรัม ลดความอ้วน 7 วัน.

ลดความอ้วน 7 วัน

ลดความอ้วน 7 วัน เป็นสูตรพระราชทานของสมเด็จพระเทพฯ ที่ช่วยลดความอ้วน 7 วัน มีคนลองปฏิบัติตามแล้วเห็นผลกันทั่วบ้านทั่วเมือง โดยก่อนรับประทานอาหารแต่ละมื้อ ให้ดื่มน้ำก่อน 2 แก้ว และจัดอาหารแต่ละมื้อ ดังนี้
วันที่ 1
มื้อเช้า : น้ำผลไม้ หรือโยเกริต์
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
มื้อเย็น : สลัดผัก
วันที่ 2
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
มื้อเย็น : โยเกิรต์
วันที่ 3ลดความอ้วน 7 วัน
มื้อเช้า : โยเกิรต์หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น
วันที่ 4
มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
มื้อเย็น : โยเกิรต์
วันที่ 5ลดความอ้วน 7 วัน
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
มื้อเย็น : สลัดผัก
วันที่ 6ลดความอ้วน 7 วัน
มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา
มื้อเย็น : นมสด
วันที่ 7
มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือ ข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ลูก
มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น
ส่วนวันที่แปด ทุกมื้อสามารถรับประทานอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าอยากลดความอ้วน 7 วันต่อให้เริ่มรับประทานเหมือนที่ทำตั้งแต่วันแรกอีกครั้ง ลดความอ้วน 7 วัน.

ลดความอ้วน 3 วัน เราเชื่อว่า คงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากมีหุ่นผอมเพรียว

ลดความอ้วน 3 วัน เราเชื่อว่า คงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากมีหุ่นผอมเพรียว เพราะฉะนั้นหลายคนจึงตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งอดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งวิธีการเหล่านี้ล้วนสร้างความลำบากให้สาวๆ ไม่น้อย ลดความอ้วน 3 วัน.

ลดความอ้วน 3 วัน

ลดความอ้วน 3 วัน แต่ความจริงๆ ยังมีอีกหลายวิธีที่ลดน้ำหนักได้ง่ายๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว หากคุณเข้มงวดกับตัวเอง และเอาจริงเอาจัง

ทั้งนี้ สามารถลดน้ำหนัก 4-5 กิโลกรัม ภายใน 3 วัน กล่าวว่า ได้เข้าไปดูในเว็บไซต์แห่งนึงได้เขียนสูตรไว้ ตนจึงนำเอามาทำตามบ้าง โดยสูตรนี้ได้ระบุว่า สูตรควบคุมน้ำหนักนี้ทำเพื่อให้รสชาติอาหารถูกปากคนไทยอย่างเราค่ะ โดยรับประทาน 3 วันต่อ เนื่องเช่นกัน จากนั้นจะหยุดมารับประทานตามปกติ แล้วค่อยมาเริ่ม 3 วันต่อเนื่องใหม่ อีกสักรอบสองรอบตามที่ต้องการก็ไม่มีปัญหา ซึ่งจะเป็นการปรับกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงด้วย

เริ่มต้น วันที่ 1 อาหารเช้า ด้วย ชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล หรือ น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้ 1 อย่าง ส่วน อาหารกลางวัน เริ่มที่ชา กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล หรือ น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน และ ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*

ส่วนอาหารเย็น น้ำส้ม ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน ลดความอ้วน 3 วัน

วันที่ 2 อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่นไข่ต้ม 1 ฟอง ผลไม้ ลดความอ้วน 3 วัน

ส่วน อาหารกลางวัน น้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน ผลไม้ ลดความอ้วน 3 วัน

ส่วนอาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

สำหรับวันที่ 3 อาหารเช้า น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ผลไม้ โยเกิร์ต ส่วน อาหารกลางวันน้ำส้ม ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟองผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน

อาหารเย็น น้ำส้ม นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc) ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน “สูตรนี้มันลงจริง เป็นสูตรของคนอื่น ตอนแรกก็ไม่เชื่อนะว่าจะทำให้น้ำหนักลงจริง แต่ภายใน3วัน ก็ทำให้เราเห็นผล ช่วงแรกทรมานมากเพราะหิว แต่พอทำๆไป ก็ชิน ตอนแรกอ้วนมาก 75 กก. ลงเหลือ 71 กก. ลงไปแล้ว 4 กก. แค่ 3 วัน ตอนนี้กำลังจะลงไปอีก กะให้แตะเลข 6 ซึ่งไม่ต้องไปพึ่งยาลดความอ้วนเลย ลดความอ้วน 3 วัน.

ผอม เพรียว ใช่คุณหรือเปล่า ที่ใช้ความพยายามไปกับการลดน้ำหนักครั้งแล้วครั้งเล่า

ผอม เพรียว ใช่คุณหรือเปล่า ที่ใช้ความพยายามไปกับการลดน้ำหนักครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายมันก็ล้มเหลว เพราะผ่านไปไม่นานคุณก็กลับมาอ้วนอีก แถมยังอ้วนกว่าตอนแรกอีกต่างหาก ที่เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นก็เพราะเราใช้วิธีการที่ผิด แต่ไม่ต้องรู้สึกแย่ไปหรอก ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกหลายคน ผอม เพรียว.

happy young woman with measure tape

ผอม เพรียว และนี่คือวิธีลดความอ้วนที่ทำแล้วเฟล ไม่ควรเอามาเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบสุดๆ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. งดมื้อเย็น

หนึ่งในวิธีลดความอ้วนที่สิ้นคิดที่สุด พอกางเกงคับขึ้นมาทีไรก็บ่นว่า “เลิกกินมื้อเย็นดีกว่า” เพราะคนส่วนมากเข้าใจว่ามันคือมื้ออาหารที่ไม่จำเป็น ไหนๆ ก็จะเข้านอนแล้ว กินเข้าไปก็เป็นไขมันสะสม ซึ่งมันเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง

“โค้ชเป้ง” นักวิทยาศาสตร์การกีฬา เจ้าของแฟนเพจ EZ2fit เคยกล่าวว่า “พระสงฆ์ไม่กินข้าวเย็น ทำไมเรายังเห็นพระสงฆ์ลงพุง?” แบบนี้แปลว่าการงดมื้อเย็นไม่ใช่หนทางสู่ความผอม ใช่หรือไม่?

ความเป็นจริงคือ การอดอาหารเป็นเวลาต่อเนื่องกันนานหลายวัน จะทำให้ระบบเผาผลาญแย่ลง ร่างกายอ่อนแอ น้ำตาลในเลือดต่ำ ระบบขับถ่ายผิดปกติ และที่เลวร้ายไปกว่านั้น เมื่อกลับมาทานอาหารตามปกติ น้ำหนักตัวอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนแรกด้วยซ้ำ เพราะระบบเผาผลาญพังไปเรียบร้อยแล้ว โยโย่เอฟเฟกต์ถามหาแน่นอน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า “มื้อเย็นไม่ใช่สาเหตุของความอ้วน” แต่ความอ้วนมาจากการกินมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญได้หมดต่างหาก ดังนั้น ต่อให้เราไม่ทานมื้อเย็น แต่ก่อนหน้านี้ซัดมาแล้วอย่างเต็มที่ และไม่สามารถเผาผลาญออกได้หมด เราก็อ้วนอยู่ดี

ที่ถูกต้องคือ กินอาหารให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย สำหรับผู้หญิง (ที่ไม่ออกกำลังกาย) ต้องการพลังงานประมาณ 1,200 แคลอรี สำหรับผู้ชาย จะอยู่ที่ไม่เกิน 2,000 แคลอรี โดยที่เราอาจจะแบ่งเป็นมื้อหลัก 3 มื้อ กับของว่างระหว่างมื้อก็ได้ นอกจากนี้ ควรใส่ใจกับอาหารที่เราเลือกทานด้วย เช่น ทานอาหารที่ไม่ผัด ไม่ทอด งดขนม ของหวาน แบบนี้เป็นต้น

2. เลิกกินแป้งผอม เพรียว

คนส่วนมากเข้าใจว่า “แป้ง” หรือ “คาร์โบไฮเดรต” คือตัวการของความอ้วน เวลาจะไดเอททีไรก็มักจะนึกถึงวิธีนี้ เพราะดูๆ แล้วมันน่าจะง่ายกว่าวิธีแรก เพราะไม่ต้องอดอาหารทั้งมื้อ เพียงแค่ไม่กินข้าวกับขนมปังเท่านั้นเอง…แต่มันง่ายขนาดนั้นจริงๆ เหรอ

จริงๆ แล้วคาร์โบไฮเดรตไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ลำพังตัวมันเองไม่ได้ทำให้เราอ้วน แต่ที่อ้วนเพราะกินเข้าไปมากเกินกว่าที่ใช้ต่างหาก นอกจากนี้ คาร์โบไฮเดรตจากข้าวไม่ขัดสีก็ยังมีใยอาหารและวิตามินที่ร่างกายต้องการ

เมื่อร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรตในระยะเวลาหนึ่ง อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน เมื่อยล้า ร่างกายอ่อนแอ เพราะคาร์โบไฮเดรตคือแหล่งพลังงานที่ร่างกายเรานำมาใช้สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่เช้าจนเข้านอน

รู้แบบนี้แล้วก็กินๆ เข้าไปเถอะ แค่เลือกกินอาหารที่มีคาร์บเชิงซ้อน หรือก็คือข้าว แป้ง แบบไม่ขัดสี ธัญพืช ผัก ผลไม้ ถั่วชนิดต่างๆ ทั้งหมดนี้เป็นคาร์บที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

3. สูตรเร่งด่วนลดความอ้วนภายใน 3 – 7 วัน

เชื่อว่านวัตกรรมการลดความอ้วนแบบนี้ต้องเคยผ่านตาเราๆ ท่านๆ กันมาบ้าง ยิ่งในยุคโซเชียลมีเดีย เรื่องราวแบบนี้ยิ่งถูกส่งต่อได้ง่ายขึ้น ลองมาดูกันว่าคุ้นๆ ตากับอะไรแบบนี้บ้างมั้ย?

เช้า กาแฟดำ 1 แก้ว ใส่น้ำตาล 1 ก้อน

กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง

เย็น สลัดผัก

เห็นแล้วก็อดใจไม่ไหว ต้องร้องว่า โอ้ มายก๊อด ออกมาดังๆ อะไรมันจะง่ายปานนั้น กินตามสูตรแค่ไม่กี่วัน ความอ้วนที่สั่งสมมาหลายสิบปีก็หายไป อัศจรรย์เหมือนหนังเหมือนละครสุดๆ

ความจริงคือ การกินอาหารในปริมาณเพียงเท่านี้ในแต่ละวัน ไม่ต่างอะไรจากการอดอาหาร เพราะมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ

เมื่อกินตามสูตรจนครบ 7 วัน น้ำหนักอาจจะลดลงก็จริง แต่มันคือน้ำในร่างกายและมวลกล้ามเนื้อที่หายไป ไม่ใช่ไขมันที่เราอยากกำจัดมันทิ้ง และก็แน่นอนว่าระบบเผาผลาญของเราจะพัง ทันทีที่กลับเข้าสู่วิถีการกินตามปกติ ตัวจะบวมขึ้นๆ ถ้าโชคร้ายหน่อยก็อาจจะบวมกว่าเดิม

ถ้าใครที่ยังใช้วิธีนี้ลดความอ้วนอยู่ละก็ ขอให้โชคดี…

4. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อการลดน้ำหนัก

มาแรงสุดๆ สำหรับยุคนี้ มาพร้อมกับคำบรรยายสรรพคุณสุดมหัศจรรย์ กินแล้วผอม หุ่นดี แถมยังกินอะไรก็ได้ที่อยากจะกิน อาหารไขมันสูงก็กินได้ ไม่ต้องห่วง เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีสรรพคุณในการดักจับไขมัน โอ้โห…นี่มันอาหารเสริมในอุดมคติของคนอยากผอมแต่ดันขี้เกียจชัดๆ

โดยมากแล้วอาหารเสริมเหล่านี้จะต้องมาพร้อมกับคำอธิบายตัวเป้งๆ ว่า “ไม่ใช่ยาลดความอ้วน” แหงล่ะ เพราะสมัยนี้ใครๆ ก็รู้แล้วว่ายาลดความอ้วนเป็นอันตรายต่อชีวิตขนาดไหน แต่สังเกตมั้ยว่าคำโฆษณาสรรพคุณของอาหารเสริมเหล่านี้มันไม่ต่างอะไรจากยาลดความอ้วน

ขอเตือนความจำสักเล็กน้อย ช่วงที่ผ่านๆ มามีการบุกทลายโรงงานผลิตอาหารเสริมเพื่อการลดน้ำหนักหลายๆ แบรนด์ เพราะผสมสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารอันตรายที่จะไปกระตุ้นสมองให้ไม่อยากทานอาหารผอม เพรียว

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะบอกว่ากินแล้วผอม ไม่กลับมาอ้วนอีกแน่นอน นี่มันจี้ตรงจุดของคนที่ผ่านการลดความอ้วนมาแล้วหลายต่อหลายครั้งจริงๆ

…แต่ถ้ากินแล้วไม่กลับมาอ้วนอีก ยาพวกนี้คงไม่เป็นที่ต้องการในที่สุด โรงงานผลิตคงไม่รวยแล้วรวยอีก คนขายก็คงไม่ต้องแพ็คสินค้าส่งมือเป็นระวิง…ถ้ากินแล้วผอมแบบถาวรจะรวยกันขนาดนี้รึ?ผอม เพรียว

เชื่อเถอะ สรรพคุณแบบนี้มันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ไม่มีเป้าหมายไหนที่จะสำเร็จได้โดยไม่ต้องพยายามหรอก

5. ชุดกระชับสัดส่วนหรือสเตย์

ชุดกระชับสัดส่วน อีกหนึ่งนวัตกรรมการลดความอ้วนที่ดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์เข้าไปทุกที เพราะมาพร้อมกับเทคโนโลยีแม่เหล็กบ้าง เม็ดอินฟาเรดบ้าง ซึ่งจะช่วยดูดไขมันออกมาจากพุงและอวัยวะอื่นๆ ทั่วร่างกายได้ เพียงแค่ใส่เอาไว้เฉยๆ ก็เหมือนช่วยเบิร์นไขมันตลอดเวลา ผอม เพรียว.

ผอม ขาว ใครๆ ก็ผอมได้ ถ้ารู้จักวิธีทำผอมอย่างถูกวิธี

ผอม ขาว ใครๆ ก็ผอมได้ ถ้ารู้จักวิธีทำผอมอย่างถูกวิธี ถ้าคุณกำลังไต่บันไดสู่ความเพรียวสลิม เทคนิคต่อไปนี้คือคัมภีร์ที่คุณต้องรีบอ่าน ผอม ขาว.

ผอม ขาว

ผอม ขาว

1. เลิกให้รางวัลตัวเอง
ตำราบางเล่มสอนว่า เวลาที่น้ำหนักลดลงสักกิโลครึ่งกิโล สาวๆ ควรให้กำลังใจตัวเองด้วยของโปรดสักมื้อ แต่นั่นคือการเพิ่มความอ้วนที่เร็วมากๆ เพราะคนที่อดมานานพอได้เจอกับของโปรดก็จะพุ่งเข้าใส่เหมือนตายอดตายอยาก.. จากนั้นก็จะอิ่มจนออกกำลังกายไม่ไหว ทีนี้น้ำหนักที่หายไปก็จะกลับมาหาอย่างง่ายดาย เฮ้อ .. เสียดายเวลาที่ลำบากลำบนลดไปจัง

2. กินเฉพาะเวลาหิว
ก่อนจะกินให้ถามตัวเองก่อนว่าเราหิวจริงๆ หรือเล่า วิธีทดสอบก็เล่นไม่ยาก ให้คุณทำตารางระดับความหิวของตัวเองขึ้นมา ไล่ไปตั้งแต่ 1 ถึง 10 ถ้าคะแนนความหิวอยู่ตั้งแต่ 7 ขึ้นไปก็กินได้ แต่ถ้าความหิวอยู่ต่ำกว่า 7 ถือว่าเป็นแค่ความอยากเท่านั้น

3. สร้างความตื่นเต้นให้ตัวเองผอม ขาว
เวลาที่เราอยู่เฉยๆ ระดับการเผาผลาญจะต่ำ ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้น้อย แต่ถ้าเราตื่นเต้น ระดับการเผาผลาญก็จะสูงไปด้วย จึงต้องทำอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา เช่นถ้านั่งทำงานก็เกร็งหน้าท้องไปด้วย ลุกขึ้นเดินวนรอบห้องสักสองสามรอบ หรือถ้าไม่มีใครอยู่ก็อาจจะวิดพื้นสักสิบที สลับกับการนั่งทำงาน ถ้าทำแบบนี้พวกกับจำกัดอาหาร รับรองว่าแค่อาทิตย์เดียวรูปร่างจะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

4. กินให้เพียงพอ
การกินน้อยไม่ใช่วิธีลดความอ้วนที่ดีเลย เพราะร่างกายจะรู้สึกว่าได้รับพลังงานเพียงพอ ระบบทุกอย่างก็จะทำงานช้าลง รวมทั้งระบบเผาผลาญของเราด้วย แทนที่จะผอมน้ำหนักก็เลยกลับเพิ่ม แถมยังอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เซื่องซึม หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ เห็นไหม ไม่มีอะไรดีเลย วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องนั้นสาวๆ ต้องกินให้อิ่ม เพียงแต่ต้องเลือกกินอาหารที่ไขมันต่ำและหนักท้องเท่านั้นเองผอม ขาว
5. อย่างดโปรตีน
วิธีลดน้ำหนักของบางคนคือการอดโปรตีน ซึ่งก็จะได้ผลจริงๆ เพราะโปรตีนคือตัวสร้างกล้ามเนื้อให้ร่างกาย เมื่อไม่กินตัวก็จะเล็กลง แต่ในระยะยาวแล้ววิธีนี้จะทำให้เสียสุขภาพ และในที่สุดก็จะอ้วนขึ้นอีก เพราะร่างกายต้องการโปรตีนเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญ สาวๆ จึงต้องกินโปรตีนแต่ต้องเลือกกินแต่โปรตีนไขมันต่ำอย่างเนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน โยเกิร์ต ถั่ว เป็นต้น

6. มะขามคือคำตอบ
ผลไม้ไทยราคาถูกอย่างมะขามนี่ล่ะคือกุญแจสู่ความเพรียวที่เราคาดไม่ถึง เพราะมะขามมีสารที่เรียว่า “กรดไฮดรอกซีไซตริก” หรือ HCA กรดนี้มีสรรพคุณในการสกัดความอยากอาหาร และทำให้ร่างกายดึงเอาไขมันออกมาใช้เป็นพลังงาน กินมะขามบ่อยๆ ไขมันไม่หมดก็ให้มันรู้ไป

7. มองตาสูตรที่ใช่
แต่ละคนจะมีวิธีลดน้ำหนักที่เหมาะกับตัวเองต่างกันไป เพราะกระบวนการทำงานของร่างกายคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉะนั้นสูตรที่เพื่อนคุณใช้แล้วเวิร์ค จึงอาจจะไม่ได้เรื่องสำหรับคุณ จึงต้องลองหลายๆ สูตรจนกว่าจะได้สูตรที่เกิดมาเพื่อคุณ จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่งความผอมได้เลย

8. ปรุงรสปรุงรูปร่าง ผอม ขาว
รสชาติเป็นตัวชูโรงที่ทำให้อาหารไขมันต่ำน่าเบื่อๆ ของเราอร่อยขึ้น สาวๆจะได้เกิดความฮึกเหิมที่จะกินมื้อต่อๆ ไปได้ นอกจากนี้ถ้าปรุงรสให้แซบเข้าไว้ จะช่วยให้คุณบรรลุสู่เป้าหมายเร็วขึ้นอีกด้วย เพราะสารแคปไซซินตัวการสร้างความเผ็ดสามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญของเราให้ทำงานดีขึ้น และสลายไขมันได้มากกว่าปกติ

9. เพิ่มผักเป็นดับเบิ้ล
ถ้าคุณกำลังกินผักอยู่แล้ว ต่อไปนี้ให้เพิ่มปริมาณผักให้มากขึ้นเป็นสองเท่า และควรจะกินผักให้หลากหลายชนิด แค่นี้คุณก็จะไม่เหลือเนื้อที่ในท้องไปกินขนมกรุบกรอบอย่างอื่น และระบบขับถ่ายยังจะดีอีกด้วย ผอม ขาว.

ยาลดความอ้วนที่ดีที่สุด ยาเม็ดลดน้ำหนักในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ประเภท

ยาลดความอ้วนที่ดีที่สุด ยาเม็ดลดน้ำหนักในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยาเคมีและยาสมุนไพร ผลข้างเคียงของยาที่เป็นเคมีรุนแรงกว่ายาสมุนไพร เนื่องจากยาเคมีออกฤทธิ์โดยตรงกับสมอง ทำให้อาจเกิดอาการจิตหลอนและอาจถึงขั้นเสียชีวิต ยาลดความอ้วนที่ดีที่สุด.ยาลดความอ้วนที่ดีที่สุด

ยาลดความอ้วนที่ดีที่สุด ความรู้ที่คุณอาจไม่เคยรู้

กลุ่มยาเคมี จะออกฤทธิ์ที่สมอง มีผลต่อจิตและระบบประสาทยาลดความอ้วนที่ดีที่สุด

1. กลุ่มยาลดความหิว ความอยากอาหาร ระยะเริ่มแรกคุณจะไม่มีอาการอยากทาน จึงทำให้น้ำหนักตัวลดลง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งร่างกายไม่มีอาหารเพียงพอระบบการเผาผลาญจะหยุดทำงานทันทียาลดความอ้วนที่ดีที่สุด

ผลข้างเคียงของยาเคมี คือ คอแห้ง ใจสั่น นอนไม่หลับ ท้องผูก ยิ่งทานนาน 3-6 เดือน สภาวะทางอารมณ์จะแปรปรวน หากตรวจปัสสาวะจะเป็น Positive คือเป็นบวก ปัสสาวะคนที่กินยาลดความอ้วนจะเป็น “สีม่วง” ปัจจุบันนี้มีเพียงกลุ่มเดียวที่กระทรวงสาธารณสุขรับรองและตรวจสอบแล้วว่าทานได้ คือกลุ่ม เฟตามีน แต่ออกฤทธิ์ร้ายแรงมีผลต่อจิตและระบบประสาท ดังนั้น การทานยาจำพวกนี้จึงต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

2. กลุ่มยาที่เข้าไปหยุดการดูดซับของไขมัน ยากลุ่มนี้เป็นตัวสร้างนิสัยการกินที่ผิด เพราะคิดว่าทานมากน้อยเพียงใดก็ไม่ทำให้อ้วน แต่แท้จริงนั้นยาสามารถดักจับไขมันได้เพียงแค่ 30-50% ซึ่งอีก 50-70% ก็เข้าสู่ร่างกายเราโดยไม่รู้ตัว รวมไปถึงพวกคาร์โบไฮเดรตต่างๆ ก็เข้าไปด้วยเช่นกัน นี่เป็นสาเหตุที่ก่อความอ้วนได้ง่ายมาก

ผลข้างเคียงของยาที่เข้าไปหยุดการดูดซับของไขมัน ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ขาดสารอาหารที่ละลายอยู่ในไขมัน ไม่ว่าจะเป็นไขมันดีและไม่ดียาลดความอ้วนที่ดีที่สุด

กลุ่มยาที่เป็นสมุนไพร อาทิ มะขามแขก ส้มแขก ฯลฯ จะอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ว่าสั่งจ่ายยาชนิดใด เพื่อให้เหมาะสมกับสาเหตุของคนไข้ ซึ่งสมุนไพรจะช่วยรักษาได้ดีและปลอดภัย
อาการโยโย่ อาการนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการทานอาหาร ไม่ว่าคุณจะทานยาหรือไม่ก็ตาม อาการโยโย่นี้เกิดขึ้นได้แน่นอน หากคนไข้ไม่ปรับพฤติกรรมการทาน แค่การทานยาบางตัวอาจไปกระตุ้นให้อยากอาหารมากกว่าปกติก็เป็นได้
แนะนำให้คนที่ลดความอ้วนปรึกษาแพทย์ ทำตามคำแนะนำรักษาตามสาเหตุ ทานยามั่วเกิดผลข้างเคียงตามมา ขยันออกกำลังกาย หากทำอย่างเคร่งครัด รับรองสุขภาพดี หุ่นดี ผิวสวยยั่งยืน ยาลดความอ้วนที่ดีที่สุด.