สูตรหน้าขาวใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าใส พ่วงด้วยใบหน้าไร้ริ้วรอย

สูตรหน้าขาวใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าใส พ่วงด้วยใบหน้าไร้ริ้วรอย ดูเด็กกว่าวัยของชาวแดนอาทิตย์อุทัย คงทำให้หลายคนอิจฉาจนอยากรู้เคล็ดลับใช่ไหมคะ สูตรหน้าขาวใส.

สูตรหน้าขาวใส

สูตรหน้าขาวใส เคล็ดลับ หน้าใส ที่ผู้หญิงทุกคนอยากจะมี วันนี้มี 4 สูตร หน้าใส มาฝากเป็นเกร็ดความรู้และเคล็ดลับให้ลองทำ
1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้กับผิวหน้าสูตรหน้าขาวใส
ให้ท่านล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด จากนั้นนำแอปเปิ้ลที่ยังไม่ปลอกเปลือกครึ่งผลมาปั่นพอละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก

2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใสสูตรหน้าขาวใส
ให้นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่นพอละเอียด จากนั้นก็มะนาวมาคั้นเอาแต่น้ำประมาณ 1 ช้อนชาใส่ลงไป แล้วผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก

3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน
นำโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะมาผสมกับมะเขือเทศลูกเล็ก ๆ ประมาณ 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศพอละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก

4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ
นำโยเกิร์ต 1 ถ้วย แล้วผสมกับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะผสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า แล้วขัด ๆ ถู ๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี คล้ายๆ กับการสครับหน้านั้นเองสูตรหน้าขาวใส.

วิธีทําให้หน้าเนียน เราจะมาแนะนำในวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคมีผิวขาวด้วยแครอท

วิธีทําให้หน้าเนียน เราจะมาแนะนำในวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคมีผิวขาวด้วยแครอท หนึ่งในผักที่มีวิตามินค่อนข้ามากและช่วยเปลี่ยนผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก แนะนำว่าให้กินพวก แกงจืดบ่อยๆค่ะโดยใส่แครอทไปด้วยหรือเมนู อาหารอะไรก็แล้วแต่ที่เรานั้นอยากจะทำรับประทานแต่ให้ใส่แค่รอทเข้าไปด้วยเพราะแครอทนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในเทคนิคสร้างผิวขาวกระจ่างใสได้ง่าย สร้างผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก วิธีทําให้หน้าเนียน.

วิธีทําให้หน้าเนียน

วิธีทําให้หน้าเนียน สำหรับแครอทนั้นยังเป็นหนึ่งในผักที่มีประโยชน์และมีวิตามินต่อร่างกายค่อนข้างมาก แครอทเป็นผักที่มีวิตามินสูงพอๆกับผักชนิดอื่น รวมถึงยังกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถทำกินร่วมกับพวกเมนูอาหารคลีนก็ยังได้เมนูอาหารคลีนนั้นก็มีมากมายหลากหลายให้เรานั้นเลือก ทำอาหาร สำหรับอาหารคลีนนั้นยังช่วยลดความอ้วนได้ด้วย สิ่งสำคัญในการสร้างผิวขาวคือระยะเวลาและก็ควรจะต้องออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงด้วยครีมด้วย เช่นกัน การดูแลผิวพรรณของตัวเองด้วยแครอทไม่เพียงแต่ช่วยสร้างผิวขาว ยังทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีด้วยเพราะในแครอทนั้นยังสร้างภูมิต้านทานและเป็นการป้องกันโรคร้ายๆอย่างนึง สำหรับท่านใดที่อยากมีผิวขาวเราขอแนะนำว่าให้่่ท่านทานแครอทเยอะๆร่วมด้วยกับอีก 5 เทคนิคที่เรานั้นจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นเทคนิคเล็กน้อยเข้าใจง่ายๆวิธีทําให้หน้าเนียน

ออกกำลังกาย ช่วยให้ขาวใสได้
สำหรับการออกกำลังกายนั้นเป็นเสมือนการกระตุ้น เลือดในร่างกายให้ไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้นรวมถึงยังเป็นการดูแลสุขภาพและทำให้มีผิวขาวอย่างนึง

ทาครีมช่วยให้ผิวขาว ลดริ้วรอยได้
หาครีมที่ทาแล้วขาวจริง หรือแนะนำพวกวาสลีนเป็นครีมที่มีเนื้อหอม นุ่มและช่วยให้คุณนั้นมีผิวขาวกระจ่างใสวิธีทําให้หน้าเนียน

สบู่โฟมครีมอาบน้ำช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้
สำหรับสบู่โฟมหรือครีมอาบน้ำนั้นเป็นหนึ่งในการสร้างผิวขาวที่ดีอย่างนึง หากอยากผิวขาวแนะนำว่าให้ ถูสบู่ หรือใช้พวกครีมอาบน้ำบ่อยๆวิธีทําให้หน้าเนียน.

วิธีทำให้หน้าขาว ที่เราจะมาแนะนำในวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคมีผิวขาวด้วยแครอท

วิธีทำให้หน้าขาว ที่เราจะมาแนะนำในวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคมีผิวขาวด้วยแครอท หนึ่งในผักที่มีวิตามินค่อนข้ามากและช่วยเปลี่ยนผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก แนะนำว่าให้กินพวก แกงจืดบ่อยๆค่ะโดยใส่แครอทไปด้วยหรือเมนู อาหารอะไรก็แล้วแต่ที่เรานั้นอยากจะทำรับประทานแต่ให้ใส่แค่รอทเข้าไปด้วยเพราะแครอทนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในเทคนิคสร้างผิวขาวกระจ่างใสได้ง่าย สร้างผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก วิธีทำให้หน้าขาว.

Beauty young skin care woman look empty copy space asian beauty

วิธีทำให้หน้าขาว สำหรับแครอทนั้นยังเป็นหนึ่งในผักที่มีประโยชน์และมีวิตามินต่อร่างกายค่อนข้างมาก แครอทเป็นผักที่มีวิตามินสูงพอๆกับผักชนิดอื่น รวมถึงยังกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถทำกินร่วมกับพวกเมนูอาหารคลีนก็ยังได้เมนูอาหารคลีนนั้นก็มีมากมายหลากหลายให้เรานั้นเลือก ทำอาหาร สำหรับอาหารคลีนนั้นยังช่วยลดความอ้วนได้ด้วย สิ่งสำคัญในการสร้างผิวขาวคือระยะเวลาและก็ควรจะต้องออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงด้วยครีมด้วย เช่นกัน การดูแลผิวพรรณของตัวเองด้วยแครอทไม่เพียงแต่ช่วยสร้างผิวขาว ยังทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีด้วยเพราะในแครอทนั้นยังสร้างภูมิต้านทานและเป็นการป้องกันโรคร้ายๆอย่างนึง สำหรับท่านใดที่อยากมีผิวขาวเราขอแนะนำว่าให้่่ท่านทานแครอทเยอะๆร่วมด้วยกับอีก 5 เทคนิคที่เรานั้นจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นเทคนิคเล็กน้อยเข้าใจง่ายๆวิธีทำให้หน้าขาว

ออกกำลังกาย ช่วยให้ขาวใสได้
? สำหรับการออกกำลังกายนั้นเป็นเสมือนการกระตุ้น เลือดในร่างกายให้ไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้นรวมถึงยังเป็นการดูแลสุขภาพและทำให้มีผิวขาวอย่างนึง

ทาครีมช่วยให้ผิวขาว ลดริ้วรอยได้วิธีทำให้หน้าขาว
หาครีมที่ทาแล้วขาวจริง หรือแนะนำพวกวาสลีนเป็นครีมที่มีเนื้อหอม นุ่มและช่วยให้คุณนั้นมีผิวขาวกระจ่างใส

สบู่โฟมครีมอาบน้ำช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้
สำหรับสบู่โฟมหรือครีมอาบน้ำนั้นเป็นหนึ่งในการสร้างผิวขาวที่ดีอย่างนึง หากอยากผิวขาวแนะนำว่าให้ ถูสบู่ หรือใช้พวกครีมอาบน้ำบ่อยๆวิธีทำให้หน้าขาว.

วิธีทําให้หน้าใส สูตรบำรุงผิวขาวกระจ่างใสแถมอมชมพูนิดๆ

วิธีทําให้หน้าใส สูตรบำรุงผิวขาวกระจ่างใสแถมอมชมพูนิดๆ ด้วยน้ำแครอท สำหรับเทคนิคผิวขาวที่เราจะมาแนะนำในวันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคมีผิวขาวด้วยแครอท หนึ่งในผักที่มีวิตามินค่อนข้ามากและช่วยเปลี่ยนผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก วิธีทําให้หน้าใส.

วิธีทําให้หน้าใส

วิธีทําให้หน้าใส แนะนำว่าให้กินพวก แกงจืดบ่อยๆค่ะโดยใส่แครอทไปด้วยหรือเมนู อาหารอะไรก็แล้วแต่ที่เรานั้นอยากจะทำรับประทานแต่ให้ใส่แค่รอทเข้าไปด้วยเพราะแครอทนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในเทคนิคสร้างผิวขาวกระจ่างใสได้ง่าย สร้างผิวขาวจากภายในสู่ภายนอก สำหรับแครอทนั้นยังเป็นหนึ่งในผักที่มีประโยชน์และมีวิตามินต่อร่างกายค่อนข้างมาก แครอทเป็นผักที่มีวิตามินสูงพอๆกับผักชนิดอื่น รวมถึงยังกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สามารถทำกินร่วมกับพวกเมนูอาหารคลีนก็ยังได้เมนูอาหารคลีนนั้นก็มีมากมายหลากหลายให้เรานั้นเลือก ทำอาหาร สำหรับอาหารคลีนนั้นยังช่วยลดความอ้วนได้ด้วย สิ่งสำคัญในการสร้างผิวขาวคือระยะเวลาและก็ควรจะต้องออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงด้วยครีมด้วย เช่นกัน การดูแลผิวพรรณของตัวเองด้วยแครอทไม่เพียงแต่ช่วยสร้างผิวขาว ยังทำให้เรานั้นมีสุขภาพที่ดีด้วยเพราะในแครอทนั้นยังสร้างภูมิต้านทานและเป็นการป้องกันโรคร้ายๆอย่างนึง สำหรับท่านใดที่อยากมีผิวขาวเราขอแนะนำว่าให้่่ท่านทานแครอทเยอะๆร่วมด้วยกับอีก 5 เทคนิคที่เรานั้นจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นเทคนิคเล็กน้อยเข้าใจง่ายๆ

ออกกำลังกาย ช่วยให้ขาวใสได้วิธีทําให้หน้าใส
? สำหรับการออกกำลังกายนั้นเป็นเสมือนการกระตุ้น เลือดในร่างกายให้ไหลเวียนได้ดีมากยิ่งขึ้นรวมถึงยังเป็นการดูแลสุขภาพและทำให้มีผิวขาวอย่างนึง

ทาครีมช่วยให้ผิวขาว ลดริ้วรอยได้
หาครีมที่ทาแล้วขาวจริง หรือแนะนำพวกวาสลีนเป็นครีมที่มีเนื้อหอม นุ่มและช่วยให้คุณนั้นมีผิวขาวกระจ่างใสวิธีทําให้หน้าใส

สบู่โฟมครีมอาบน้ำช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้
สำหรับสบู่โฟมหรือครีมอาบน้ำนั้นเป็นหนึ่งในการสร้างผิวขาวที่ดีอย่างนึง หากอยากผิวขาวแนะนำว่าให้ ถูสบู่ หรือใช้พวกครีมอาบน้ำบ่อยๆ

พอกผิวพอกหน้า ขัดผิว ช่วยให้ผิวใส ดูอ่อนกว่าวัยได้
การพอกผิวขาวนั้นเป็นหนึ่งในการพอกผิวขัดผิวให้ขาวที่ง่าย และเห็นผลเร็ว

?? พกร่มหรือใส่เสื้อแขนยาว ทาครีมกันแดด
แนะนำว่าก่อนออกจากบ้านใส่เสื้อแขนยาวหรือทาครีมกันแดดด้วย เพราะนอกจากจะช่วยให้เรานั้นมีผิวขาวกระจ่างใสได้แล้ว ยังเป็นการป้องกันแดดที่ดี

5 เทคนิคง่ายๆนี้ที่คุณนั้นก็สามารถทำได้ ไม่ยาก สำหรับท่านใดก็ตามที่อยากจะมีผิวขาวขอแนะนำเทคนิคง่ายๆ และก็ใช้เวลาไม่นานก็ขาวได้ ดื่มน้ำแครอท ร่วมกับ 5เทคนิครับลองจากดำกลายเป็นขาวแน่นอนวิธีทําให้หน้าใส.

 

อยากหน้าขาวใส แตงโมมีส่วนช่วยในการดูแลรักษาผิวพรรณและผิวหน้า

อยากหน้าขาวใส  แตงโมมีส่วนช่วยในการดูแลรักษาผิวพรรณและผิวหน้า ให้กับเราได้อีกด้วยซึ่งใครจะไปคาดคิดกันล่ะครับว่าเจ้าไม้ผลข้างนอกเขียวข้างในแดงชนิดนี้จะมีสรรพคุณสารพัดประโยชน์มากมายดังนั้นในวันนี้เราจะมาพูดถึงการมาร์คหน้าด้วยแตงโมกันดีกว่าครับ อยากหน้าขาวใส.

อยากหน้าขาวใส

อยากหน้าขาวใส ก่อนที่เราจะพูดถึงวิธีการนำแตงโมมามาร์คหน้าเราควรที่จะรู้ถึงสรรพคุณหรือคุณสมบัติของแตงโมกันก่อนว่ามีสารตัวใดบ้างที่ช่วยในการฟื้นฟูผิวพรรณบนใบหน้าของเรา ซึ่งเจ้าสารที่ว่านี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากวิตามินบีและวิตามินซีที่อยู่ในแตงโมนั่นเองโดยเจ้าวิตามินทั้งสองตัวนี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยในการฟื้นฟูสภาพผิวของใบหน้าและทำให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ

เมื่อเราได้รู้ถึงสรรพคุณของแตงโมที่มีผลต่อใบหน้ากันไปแล้วคราวนี้ก็มาถึงวิธีการใช้แตงโมมาร์คหน้ากันบ้างซึ่งต้องบอกครับว่าเป็นวิธีที่สะดวก ง่ายดายและไม่ยุ่งยากเหมือนกับการมาร์คหน้าด้วยฟักทองและชาเขียวที่เคยนำเสนอก่อนหน้านี้โดยสิ่งที่เราต้องเตรียมมีเพียงแค่แตงโมกับผ้าขาวบางเท่านั้นเองครับอยากหน้าขาวใส

ขั้นตอนในการมาร์คหน้าด้วยแตงโมจะเริ่มต้นจากการผ่าแตงโมเป็นแผ่นบางๆ ซึ่งแตงโมที่นำมาใช้นั้นจะเป็นแตงโมแบบที่เขาขายเป็นลูกหรือจะเป็นแบบที่ตัดขายเป็นชิ้นตามรถเข็นขายผลไม้ก็ได้จากนั้นให้เราล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าพอหมาดๆ เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกออกไปรอบหนึ่งก่อนแล้วจึงค่อยๆ นำแตงโมที่ฝานมาแปะไว้รอบๆ ใบหน้า และปิดท้ายด้วยการนำเอาผ้าขาวบางคลุมอีกชั้นหนึ่งแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วจึงค่อยนำทุกอย่างออกและล้างหน้าด้วยน้ำเย็นปิดท้ายซึ่งหากเราสามารถทำเช่นนี้ได้ทุกวันแล้วล่ะก็จะสามารถเห็นถึงความแตกต่างของผิวหน้าได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ครับ

คราวนี้เชื่อหรือยังว่าเจ้าแตงโมนี้มีประโยชน์มากกว่าการรับประทานเพื่อคลายร้อนซึ่งในความเป็นจริงแล้วในบางช่วงฤดูกาลหรือบางช่วงระยะเวลาที่แตงโมมีราคาแพงหรือหาได้ยากเราก็สามารถใช้ผลไม้ที่มีวิตามินบีและวิตามินซี เช่น แอปเปิ้ลมาใช้มาร์คหน้าแทนกันได้โดยไม่ผิดกติกาแต่อย่างใดอยากหน้าขาวใส

แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าแตงโมจะมีส่วนช่วยในการดูแลรักษาผิวพรรณของเราได้ก็ตามทีแต่สิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นเพียงแค่การบำรุงรักษาผิวหน้าเท่านั้น ซึ่งหากอยากจะให้ได้ผลจริงและชัดเจนเราควรต้องหมั่นดูแลรักษาเรื่องความสะอาดของใบหน้าเป็นหลักด้วยครับ อยากหน้าขาวใส.

วิธีทําให้หน้าใส หน้าขาวใสผู้หญิง หลายคนอยากมีใบหน้าขาวใส

วิธีทําให้หน้าใส หน้าขาวใสผู้หญิง หลายคนอยากมีใบหน้าขาวใส เพราะนอกจากจะเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนแล้ว ยังทำให้มีความสวยเด่นสะดุดตาทีเดียว แต่รู้ไหมว่ามะนาวก็เป็นพืชที่สามารถทำให้ women อย่างเรา Beauty หน้าขาวใสด้วย วิธีทําให้หน้าใส.
วิธีทําให้หน้าใส
วิธีทําให้หน้าใส สมัยนี้ผู้คนส่วนมากดูแลตัวเองกันมากขึ้น ส่วนแรกที่เน้นก็คือใบหน้าต้องสวยใส ขาวผุดผ่อง วันนี้มี เคล็ดลับความสวย ด้วยมะนาว ซึ่งส่วนมากก็มีติดกันอยู่ในครัวกันอยู่แล้ว มะนาวผลเล็กๆนี่แหละ สามารถเยียวยารักษาสิวบนใบหน้า แถมยังขจัดริ้วรอยต่างๆบนใบหน้าได้ด้วย ลองทำตามวิธีการต่อไปนี้ รับรองว่าใบหน้าของคุณจะแลดูเรียบเนียน ขาวผุดผ่องเป็นยองใย

* ขั้นตอนแรก นำมะนาวมา 1 ผล ล้างให้สะอาดแล้วใช้มีดผ่ามะนาวออกเป็นซีกใหญ่ๆ 3 ซีก แคะเมล็ดออกให้หมด บีบเอาน้ำมะนาวใส่ถ้วยรอไว้วิธีทําให้หน้าใส

* ขั้นตอนที่สอง ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นกับสบู่หรือโฟมล้างหน้า แล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆซับใบหน้าให้แห้งสนิท ใช้หมวกคลุมผมหรือใช้ที่คาดผมเก็บผมให้หมดวิธีทําให้หน้าใส

* ขั้นตอนที่สาม นำเปลือกมะนาวที่ถูกคั้นน้ำไปแล้ว ชุบกับน้ำมะนาวเล็กน้อยในถ้วยที่เตรียมไว้ แล้วนำมาทาที่ใบหน้าอย่างเบาๆ ช้าๆ เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าผาก ไล่ลงมายังแก้มทั้งสองข้าง จมูกและคางทาไปให้ทั่วๆ ควรเปลี่ยนเปลือกมะนาวบ้าง ทาไปเรื่อยๆจนน้ำมะนาวหมดแก้ว

* ขั้นตอนสุดท้าย ทิ้งไว้อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงครึ่ง หรือถ้าไม่มีธุระอะไรจะทิ้งไว้หลายๆชั่วโมงก็ได้ หรือจะพอกก่อนนอนจนถึงตื่นนอนก็ได้ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆกับสบู่หรือโฟมล้างหน้า เป็นอันเสร็จพิธี

เคล็ดลับความสวย ด้วยมะนาวแบบง่ายๆนี้ ควรทำเป็นประจำทุกอาทิตย์ จะช่วยให้ใบหน้าของคุณขาวผ่องใส วิธีทําให้หน้าใส.

วิธีทําให้หน้าขาว ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำส่วนใหญ่มักเกิดจากแสงแดด

วิธีทําให้หน้าขาว ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำส่วนใหญ่มักเกิดจากแสงแดด และมลภาวะภายนอก เช่น ควัน ฝุ่นละออง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และแมลง สำหรับสาวๆที่กำลังมองหาวิธี บำรุงผิวให้กลับมาขาวสวยกระจ่างใส เปล่งประกาย อย่างเป็นธรรมชาติ เบ็ดเตล็ดไอเดียมีเคล็ดลับผิวสวยแบบง่ายๆที่คุณควรลองทำดูสักครั้ง ดังต่อไปนี้ค่ะ วิธีทําให้หน้าขาว.

วิธีทําให้หน้าขาว

 

วิธีทําให้หน้าขาว
1. โยเกิร์ต หาเวลาว่างพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตวันละ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยชำระล้างเอาสิ่งสกปรก มลพิษออกจากรูขุมขนของผิวเรา ลดความมัน กระชับรูขุมขน ช่วยทำให้ผิวหน้าสดชื่น นุ่มนวล อ่อนเยาว์ หน้าใสเป็นธรรมชาติ ทำเช่นนี้วันละครั้ง ภายใน 4 สัปดาห์ แล้วคุณจะเห็นได้ถึงความแตกต่าง

2. ส้ม การพอกหน้าด้วยส้มจะช่วยให้ผิวหน้าขาวใสสุขภาพดี ไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวหน้าเรียบเนียน ชุ่มชื้นและช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ วิธีทำ เพียงแค่นำส้ม มาคั้นให้เหลือแต่น้ำ ต่อมานำสำลีชุบน้ำส้มแล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้า จากนั้นทิ้งไว้จนแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น แนะนำว่าควรทำวันละ 2 ครั้งค่ะวิธีทําให้หน้าขาว

3. แป้งกรัม (Gram Flour) หรือ แป้งเบซัน (Besan) และแป้งถั่วลูกไก่ (Chickpea Flour) แป้งสำหรับทำขนมของชาวอินเดีย ปากีสถาน เนปาล และบังคลาเทศ มีสารอาหารต่างๆที่จะช่วยให้ผิวสวยและมีสุขภาพดีมาก ช่วยขจัดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ แถมยังช่วยให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

วิธีทำก็ง่ายๆ เพียงแค่นำเอาแป้งกรัม 1/2 ช้อนชา, ขมิ้นผง 1/4 ช้อนชา และนมสด 2 ช้อนชา คนผสมให้เข้ากัน ถ้ายังข้นไปก็เพิ่มนมสดลงไปอีก จากนั้นนำมามาส์กใบหน้าและลำคอทิ้งไว้จนแห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ

4. น้ำผึ้ง อีกหนึ่งสูตรผิวสวยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแค่พอกหน้าด้วยน้ำผึ้งประมาณ วันละ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น ผิวของคุณก็จะกลับมาสดใสเปล่งปลั่ง เนื่องจากน้ำผึ้งนั้นช่วยในเรื่องของความกระจ่างใสของใบหน้า คืนความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า นอกจากนี้แล้วน้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียที่สามารถยับยั้งการเกิดสิว ลดจุดด่างดำ และรอยแผลจากสิวให้จางลงอีกด้วยวิธีทําให้หน้าขาว

5. มะนาว อีกหนึ่งเคล็ดลับความขาวใสของใบหน้าที่ควรบอกต่อ เนื่องจากในน้ำมะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ขาวใส ไร้สิว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายมากๆ เพียงแค่ใช้สำลีจุ่มน้ำมะนาว แล้วนำมาเช็ดถูบนใบหน้าเบาๆ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แนะนำให้ทำวันละครั้งค่ะ

6. เจลว่านหางจระเข้ อีกหนึ่งวิธีลดรอยด่างดำบนใบหน้า ช่วยต้านริ้วรอยก่อนวัย ใบหน้าเด้งกระชับ และดูสุขภาพดี ซึ่งวิธีทำก็ง่ายมากๆ เพียงแค่นำใบว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออก จากนั้นนพเอาวุ้นใสๆด้านในมาล้างน้ำให้หมดเมือก แล้วน้ำมาบดให้ละเอียด จากนั้นทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำให้ทำวันละ 2 ครั้ง ภายใน 2 สัปดาห์คุณจะเห็นถึงความแตกต่างที่ชัดเจน

7. มะละกอ การพอกหน้าด้วยมะละกออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากในเนื้อมะละกอนั้นอุดมไปด้วยเบต้าแคโรที และเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพ จึงช่วยให้ผิวหน้าของคุณกลับมามุสุขภาพดีอีกครั้ง

8. ขมิ้นชัน การบำรุงผิวพรรณด้วยขมิ้นชันนั้นมีมานานแล้ว เนื่องจากในขมิ้นชันนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และยังมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อและมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยให้ผิวพรรณดูมีสุชภาพดี ขาว กระจ่างใส ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายมากๆ เพียงแค่นำเอาขมิ้นชัน 1- 2 หัว มาปั่นรวมกับดินสอพอง 2-3 เม็ด แล้วผสมกับมะนาว 1 ลูก ปั่นจนเข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าหรือผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

9. แตงกวา อีกหนึ่งสูตรหน้าหน้าขาวใสที่ได้รับความนิยมไม่แพ้สูตรอื่นๆ เนื่องจากในแตงกวานั้นอุดมไปด้วย วิตามินซี แคลเซียม ซิลิก้า และโปแทสเซียม จึงช่วยให้ผิวกระจ่างใส ชุ่มชื่น ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยเป็นอย่างดี วิธีทำ เพียงแค่นำแตงกวา 1 ผล มาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปปั่นให้เข้ากันกับน้ำมะนาว 1 ลูก นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด

10. ข้าวโอ๊ต เนื่องจากในข้าวโอ๊ตนั้นมีวิตามินอีจำนวนมาก ซึ่งเป็นสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวเพียงแค่นำข้าวโอ๊ตประมาณ 3/4 ถ้วยตวงมาปั่นรวมกับน้ำเปล่าประมาณ 3-4 นาที แล้วนำน้ำผึ้งกับโยเกิร์ตอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ และไข่ขาวใส่ตามลงไป จากนั้นผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วนำมาพอกหน้าบางๆ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น และน้ำเย็น เพียงเท่านี้ผิวพรรณของคุณก็จะกลับมาเปล่งปลั่งและเนียนนุ่มอีกครั้ง วิธีทําให้หน้าขาว.

อยากหน้าขาวใส วิธีทําให้หน้าใสด้วยอาหารเสริม

อยากหน้าขาวใส วิธีทําให้หน้าใสด้วยอาหารเสริม และเครื่องสำอางอาหารเสริมและวิตามิน ที่ทำให้หน้าใสตัวหลัก ๆ ก็จะมี วิตามินซี (แต่วิตามินซีไม่ทำให้ขาว) และตัวถัดมาที่แนะนำก็คือ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น , โคเอนไซม์คิวเท็น , และกลูต้าไธโอน (ใช้โดยวิธีกินจะไม่ค่อยเห็นผล) อยากหน้าขาวใส.

อยากหน้าขาวใส
อยากหน้าขาวใส วิธีทำให้หน้าใส
เครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมของ วิตามินซี,AHA,อาร์บูติน,Licoric เป็นต้น
วิธีทำให้หน้าใสด้วยเลเซอร์และเครื่องมือแพทย์
การฉีดวิตามินซี เพราะช่วยเรื่องความใสโดยตรง ควรฉีดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และสุขภาพผิวแข็งแรง ผิวจะนุ่มลื่นมาก ๆ ราคาประมาณ 200-500 บาท
วิธีทำให้หน้าใส
การทำไอออนโต เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าในการช่วยผลักวิตามินให้ซึมลึกเข้าสู่ผิว จะได้ผลดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆอย่าง อย่างแรกที่สำคัญคือ ตัวเจลวิตามินที่ใช้ในการทำว่ามีคุณภาพแค่ไหน เจลวิตามินที่ใช้ทำมีความเข้มข้นเท่าไหร่ ตัววิตามินที่ใช้ทำตรงกับความต้องการหรือไม่ ระยะเวลาการทำ(อย่างน้อย 30 นาที จึงจะเห็นผล) และการปรับความแรงของกระแสไฟ(ควรปรับให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าและปัญหาที่เป็นอยู่) โดยเจลวิตามินที่ทำให้หน้าใสตัวหลัก ๆก็คือ วิตามินซี(ทำให้หน้าใสโดยตรง) , Licoric (ช่วยเรื่องความขาวและใสด้วย) , และตัวที่แนะนำสำหรับผู้ที่เป็นสิวแล้วอยากหน้าใสคือวิตามินเอ โดยวิตามินเอจะมีหลายความเข้มด้วยกัน 0.025-0.1% เมื่อทำแล้ว อีก 2-3 วันหน้าจะเริ่มผลัดเซลล์ผิวเก่าออก หน้าลอกออกเป็นขุย ๆ จะช่วยเอาสิวอุดตันเก่า ๆออกมา ช่วงนี้สิวอาจจะเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่ต้องกังวล ทำไปนาน ๆ จะทำให้สิวหายด้วย แล้วหลังจากนั้นหน้าก็จะใสขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้อเสียคือเวลาทำจะรู้สึกช๊อต ๆ จี๊ดที่หน้าหน่อย ยิ่งถ้ากลิ้งไปโดนตรงบริเวณแผลสิวหรือสิวอักเสบจะจี๊ดมาก ๆ วิธีแก้คือแปะเทปกาวแบบที่แพทย์ใช้เป็นแผ่นเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายการแปะหัวสิวเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กระแสไฟฟ้าถูกผิวสิวโดยตรง ส่วนราคาที่ทำจะอยู่ประมาณ 200-500 บาทอยากหน้าขาวใส
วิธีทำให้หน้าใส
การทำโฟโน เพิ่มการดูดซึมของเจลวิตามินโดยใช้คลื่นอัลตราโซนิกหรือคลื่นเสียง ส่วนตัวแล้วขณะทำจะรู้สึกสบายหน้ามาก ๆ (ทำแล้วอาจเผลอหลับได้เลยทีเดียว) ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนก็คือช่วยรักษาเรื่องริ้วรอยได้เป็นอย่างดี แต่ประสิทธิภาพการผลักวิตามินเข้าสู่ผิวจะไม่ดีเท่ากับเครื่องไอออนโต ส่วนราคาที่รับทำก็จะอยู่ที่ 200-500 บาทโดยประมาณ
Whitening-16
การทำ IPL หน้าใสแบบทันใจ ใช้หลักการของคลื่นแสง สามารถใช้รักษารอยแดงจากสิว กระ กำจัดขนถาวร เส้นเลือดขอด เส้นเลือดฝอยที่เกิดจากการรักษาฝ้า ปานบางชนิด ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และหน้าใสทันที ราคาต่อครั้งก็ 2,000 บาทขึ้นไป
วิธีทำให้หน้าใส
การทำเมโสหน้าใส หลักการคือใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ โดยตัวยาที่นิยมใช้ก็คือวิตามินซี โดยหลังทำหน้าจะขาวผ่องใสทันที โดยผู้หญิงจะได้ผลดีกว่าผู้ชาย เพราะชั้นใต้ผิวหนังของผู้ชายส่วนใหญ่เป็นพังผืด แต่ข้อเสียคือบางจุดอาจเป็นแผลได้และการทำวิธีนี้เห็นผลได้ไม่นานนัก จึงไม่แนะนำ ส่วนราคาก็ประมาณหลักพันขึ้นไป
เมโสหน้าใส
เดี๋ยวขอคิดก่อนแล้วจะมาอัพเดทให้อ่านกันทั้งข้อดีและข้อเสียครับ
วิธีทําให้หน้าใสด้วยการทำทรีทเม้นท์ด้วยตัวเองง่าย
สูตรน้ำผึ้งมะนาว ช่วยทำให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่นและช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป
ส่วนผสม น้ำผึ้ง 1 ถ้วย , น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
วิธีทําให้หน้าใส
สูตรแอปเปิ้ล ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าดูสดใส เปล่งปลั่ง
ส่วนผสม เนื้อแอปเปิ้ลไร้เปลือก , น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบา ๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น
วิธีทำให้หน้าใสอยากหน้าขาวใส
สูตรแตงกวา (สำหรับผิวมันและผิวผสม) ช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า ทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนชุ่มชื่น
ส่วนผสม แตงกวาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ 1 ผล , ไข่ไก่ 1 ฟอง(ใช้เฉพาะไข่ขาว) , น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ นำแตงกวา ไข่ขาว มะนาว ไปปั่นรวมกันจนละเอียด แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก
วิธีทําให้หน้าใส ด้วยตัวเอง
ไม่ควรนอนดึกเกิน 4 ทุ่ม ควรนอนระหว่าง 3 ทุ่มถึงตี 4 และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพราะการนอนดึกจะทำให้ระบบต่าง ๆในร่างกายเสื่อมโทรม ทำให้มีอายุสั้นลง ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบภูมิคุ้มกันโรคทำงานไม่เป็นปกติ
ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน หรือวันเว้นวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที ทำให้สุขภาพผิวดี ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ผุดผ่องสดใส แถมยังทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย
ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะจะช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย ทำให้หน้าดูสดใส น้ำยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเรามีความชุ่มชื้นไม่เหี่ยวย่นด้วย ซึ่งถ้าหากร่างกายมีน้ำเพียงพอก็สามารถกำจัดของเสียเหล่านี้ออกมาได้มาก
รับประทานผักผลไม้สดเป็นประจำ เช่น ส้ม ฝรั่ง กล้วย กีวี่ มะนาว มะเขือเทศ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงต้านทานโรคต่าง ๆ ทำให้ผิวสวย ดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมัน ๆทุกชนิด ซึ่งจะทำให้หน้ามันและอาจเกิดสิวตามมาได้ หรือถ้าอดใจไม่ได้หลังจากกินแล้วควรดื่มน้ำตามไปมาก ๆ
ตอนมีประจำเดือน ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันเพราะอาจจะทำให้หน้าของคุณสาว ๆ ยิ่งมันขึ้นไปใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดสิวอุดตันได้
ทำจิตใจให้ร่าเริง สดชื่น แจ่มใส มองโลกในแง่ดี จะช่วยลดความเครียดซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ และยังช่วยชะลอวัยได้ด้วย
ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ผิวเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัยอัยควร หน้าตาไม่สดใส และมีสิวอุดตันตามมา ดังนั้นควรหลีกเลี่ยง เพราะเหล้าและบุหรี่มีผลเสียหลายต่อสุขภาพในร่างกายของเรามาก
ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัด ๆ เพราะแสงแดดจะทำให้หน้าเราหมองคล้ำได้ เมื่อออกกลางแจ้งควรสวมแว่นตาและกางร่ม (ร่มกัน UV ก็มีนะ) และทาครีมกันแดดด้วย
หลีกเลี่ยงมลภาวะเป็นพิษต่าง ๆ โดยไม่จำเป็น
เวลาว่างควรทำทรีทเม้นท์สักอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อย
ไม่ควรเข้านอนโดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้า ก่อนล้างหน้าควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางก่อนทุกครั้ง และควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง และไม่เกิน 3 ครั้งเพราะจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นได้
เมื่อล้างหน้าเสร็จควรใช้โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าผิวคุณสะอาดปราศจากสารตกค้างแล้วจริง ๆ
หลังจากล้างหน้าทุกครั้ง ควรทาครีมบำรุงผิว เพื่อทดแทนความชุ่มชื่นที่เสียไปจากการล้างหน้า เพื่อป้องกันริ้วรอยและรอย
ควรจะแยกผ้าเช็ดหน้า กับผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดผมออกจากกัน ใช้อย่างละผืน และควรซักเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรก
ควรทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าเป็นประจำ สัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวอุดตัน
สำหรับคนผิวมัน ถ้ารู้สึกว่าหน้ามันในระหว่างวัน ควรใช้กระดาษซับมันแทนการล้างหน้าบ่อย ๆ อยากหน้าขาวใส.

วิธีรักษาสิว สาเหตุของสิวอักเสบ

วิธีรักษาสิว สาเหตุของสิวอักเสบ ในบรรดาสิวทั้งหลายต้องยอมรับเลยว่า “สิวอักเสบ” นั้นเป็นสิวที่มีผลในทางลบต่อผิวหน้ามากที่สุดเลยล่ะ เพราะเจ้าสิวอักเสบนั้นถือเป็นสิวภาคต่อของสิวอุดตัน เพราะเมื่อสิวอุดตันเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย Propionibacterium acne หรือ พีแอ็คเน่ (P.acne) มันก็จะกลายร่างเป็นสิวอักเสบ ซึ่งจากสิวอุดตันที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมันก็จะดันตัวนูนขึ้นมากลายเป็นจุดแดง ๆ หรือเป็นหัวหนองที่แถมความเจ็บปวดมาให้ พอยุบตัวลงมันยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้เจ็บชอกช้ำระกำใจอีกด้วย วิธีรักษาสิว.

วิธีรักษาสิว

วิธีรักษาสิว หนึ่งในสิวอักเสบที่เรารู้จักกันดีคือ “สิวหัวหนอง” แต่นอกจากสิวหัวหนองแล้ว ก็ยังมีสิวประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งแต่ละประเภทจะถูกแบ่งออกตามลักษณะและความยากง่ายในการรักษา เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักสิวอักเสบแต่ละประเภทกันดีกว่า จะได้รู้ว่าสิวอักเสบที่มันผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเรานั้นจัดเป็นสิวอักเสบประเภทใด

ประเภทของสิวอักเสบวิธีรักษาสิว
สิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นสิวอักเสบที่พัฒนามาจากสิวอุดตันและสิวที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวของเรา เป็นสิวที่รักษาได้ง่าย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นละก็ ก่อนนอนให้โปะด้วยคลินดามัยซินลงบนหัวสิว พอตื่นมาสิวก็จะไม่เพิ่มขนาดขึ้น แถมยังช่วยลดความแข็งของหัวสิวลงได้อีกด้วย แต่สำหรับบางคนยาชนิดนี้อาจออกฤทธิ์ดีจัด จนทำให้สิวยุบลงไปเลยก็มีวิธีรักษาสิว
สิวอักเสบแบบหัวหนอง (Pustule) สิวอักเสบหัวหนองแบบแรกจะเป็นสิวแบบตื้น ๆ รับมือได้ง่าย ไม่มีอาการเจ็บ มีลักษณะเป็นหนองเกาะนูนอยู่บนผิว โดยปกติแล้วถ้าเราจะใช้บีพี (BP หรือ Benzoyl peroxide) เป็นประจำ สิวอักเสบหัวหนองแบบตื้นก็แทบจะไม่มากวนใจเราเลย ส่วนอีกแบบจะเป็นสิวอักเสบแบบลึก จะใช้ระยะเวลาการรักษานานกว่าแบบแรก แถมยังเจ็บอีกด้วย เป็นสิวที่พัฒนามาจากแบบแรกจนกลายร่างเป็นแบบลึก เพราะเราปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งมันตั้งแต่แรก ถ้าเป็นถึงขั้นนี้ก็ให้รีบรักษา เพราะถ้าลุกลามไปมากกว่านี้จะรักษาได้ยากและทิ้งรอยไว้ให้หนักใจกันนานเลยทีเดียว
สิวอักเสบแบบตุ่มแดงก้อนลึก (Nodule) จะมีลักษณะคล้ายกับสิวอักเสบแบบตุ่มนูนแดง แต่สิวแบบนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าและจะรู้สึกได้ว่ามันแข็งเป็นไต เมื่อสัมผัสหรือกดดูจะรู้ว่าสิวนั้นลึกลงไปถึงข้างใน ไม่ใช่แข็งเป็นไตนูนแค่บนผิว สิวแบบนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะยุบ แต่ถ้าเราดูแลดี ๆ สิวชนิดนี้ก็จะไม่ทิ้งรอยแผลไว้บนใบหน้าของเรา (ไม่สนับสนุนให้กด เพราะยิ่งกดจะยิ่งเห่อ)
สิวอักเสบแบบถุงใต้ผิวหนัง (Cyst acne) ถ้าเป็นสิวชนิดนี้แนะนำว่าให้รีบไปหาหมอโดยด่วน อย่าคิดรักษาด้วยตัวเองหรือลองใช้อะไรด้วยตัวเอง เพราะสิวชนิดนี้นับว่าเป็นสิวอักเสบที่รุนแรง มีลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ รูปร่างไม่จำกัดอยู่แค่รูปวงกลมเท่านั้น เพราะบางทีก็เป็นตุ่มแดง ๆ บางทีก็เป็นถุงที่มีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งมักจะอยู่รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ๆ เมื่อเจ้าสิวชนิดนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องใจเย็นกับการรักษา หยุดทุกการกระทำกับใบหน้า เรื่องแต่งหน้าเลิกคิดไปได้ แล้วรีบไปหาหมอ แล้วอย่าลืมทำใจเอาไว้ด้วยว่าอาจมีรอยแผลเป็นแน่ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรักษาสิวให้หายก่อน ส่วนรอยแผลเป็นต่าง ๆ เดี๋ยวค่อยมาหาทางรักษาทีหลังก็ยังไม่สาย วิธีรักษาสิว.

ทำไงให้ขาว ผิวหนังของคนมีความหนาประมาณ 3-5 มิลลิเมตร

ทำไงให้ขาว ผิวหนังของคนมีความหนาประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ประกอบด้วย 3 ชั้น ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนัง และ ชั้นไขมัน การที่ผิวหนังของคนมีสีต่างๆ เนื่องจากพิกเมนต์ดำและสีน้ำตาล และบิลิรูบิน เป็นพิกเมนต์สีเหลือง นิโกรมีผิวหนังเป็นสีดำ และสีน้ำตาล เนื่องจากมีเมลานินมากกว่าพิกเมนต์อื่น พวกคอเคเซี่ยนมีผิวหนังเป็นสีอมชมพู ทำไงให้ขาว.

ทำไงให้ขาว

ทำไงให้ขาว เนื่องจากมีฮีโมโกลบิน มากกว่าพิกเมนต์อื่น ส่วนพวกมองโกเลียนมีผิวหนังสีต่างๆกัน สีขาวเหลืองและสีน้ำตาล ทั้งนี้เนื่องจากการรวมตัวของพิกเมนต์ ฮีโมโกลบิน เมลานินและ บิลิรูบิน เมลานินทำให้ผิวหนังมีสีน้ำตาลและมีผลต่อการเกิดฝ้าและกระ เมลานินถูกสังเคราะห์ในเซลล์สร้างสีบริเวณฐานของหนังกำพร้า ในสภาวะปกติ เซลล์สร้างสีจะสร้างเม็ดสีออกมาในอัตราและปริมาณสม่ำเสมอและเท่าๆกันทุกจุด เม็ดสีจะถูกปล่อยออกมากระจาย อยู่ในชั้นผิวหนังสม่ำเสมอกัน เมื่อได้รับการกระตุ้นจากรังสีในแสงแดด สาเหตุของการเกิดฝ้า เนื่องจากสาเหตุร่วม คือ การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในระบบภายในร่างกาย เช่น จากการตั้งครรภ์ หรือ การรับประทานยาคุมกำเนิด การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนภายนอกร่างกาย เช่น จากการทาครีมบำรุงผิวที่มีฮอร์โมนบางชนิด หรือยาที่มีสเตียรอยด์เป็นส่วนผสม และการได้รับรังสีอุลตราไวโอเลตจากแสงแดดมากเกินไป มีผลทำให้เกิดการแปรปรวนของเซลล์สร้างสีบางบริเวณ ทำให้มีการสร้างเมลานินจำนวนมากจนมองเห็นเป็นหย่อมสีเข้มมากกว่าปกติ หรือ เป็นฝ้า ส่วนกระ เป็นจุดเล็กๆ กระจายทั่วใบหน้า ไม่รวมเป็นแผ่น เกิดจากแสงแดดโดยตรง เมื่ออายุมาก กระที่เกิดในเด็ก และคนอายุน้อย มีกรรมพันธุ์มาเกี่ยวข้องทำไงให้ขาว

ขั้นตอนพื้นฐานในการสร้างเมลานิน

ไทโทรซิน ? โดพา ? โดพาควิโนน ? ฟีโอเมลานิน สีแดง สีเหลือง

ยูเมลานิน สีน้ำตาล สีดำทำไงให้ขาว

ผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวขึ้นเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อทำให้ผิวทั้งหมดขาวขึ้น ทำให้ฝ้าและกระจางลง สารออกฤทธิ์สำคัญทำให้หน้าขาวต้องรบกวนขั้นตอนการสร้างเมลานินหนึ่งขั้นตอน หรือมากว่าหนึ่งขั้นตอน สารทำให้ผิวขาวที่ใช้กันมากอาจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 สารฟอกสี (Bleaching Agents) เช่น ไฮโดรควิโนน โมโนเบนโซน และ ปรอทแอมโมเนีย ทั้งหมดนี้เป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง
ไฮโดรควิโนน เคยเป็นสารที่นิยมใช้กันมากในครีม หรือ โลชั่นป้องกันฝ้า ความเข้มข้นไม่เกินร้อยละ 2 สารนี้ออกฤทธิ์ลดการสร้างเมลานิน โดยขัดขวางเอนไซม์ไทโรซิเนสในการออกซิไดซ์ไทโรซิน มิให้เปลี่ยนเป็นโดพา ในขั้นตอนแรกของการสร้างเมลานิน ผลคือลดการสร้างเมลานินของไฮโดรควิโนนเป็นเพียงชั่วคราว หากหยุดใช้จะกลับเป็นอย่างเดิมหรือเป็นมากกว่าเดิม ข้อดีคือ ไม่ทำลายเซลล์สร้างสี ไฮโดรควิโนนมักทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ และหากใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในผิวหนังทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวรสีน้ำเงินอมดำ ดังนั้น ไฮโดรควิโนนจึงถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 25 (พ.ศ.2539) ออกตามความในพระราชบัญญํติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 นอกจากนี้ไฮโดรควิโนนยังมีข้อเสียคือ ไม่คงสภาพ ถูกออกซิไดซ์ได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดดและอากาศ โดยเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาล
โมโนเบนโซน เป็นไฮโดรวิโนนโมโนเบนซิลอีเทอร์ ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับไฮโดรควิโนน แต่ทำลายเซลล์สร้างสีผิว ทำให้เกิดรอยด่างขาวเป็นหย่อมๆ อย่างถาวร และเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง โมโนเบนโซนถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 12 พ.ศ. 2525 ออกตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 และยังคงห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 9 พ.ศ. 2536 ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535
ปรอทแอมโมเนีย เคยเป็นที่นิยมใช้กันมากเช่นเดียวกับไฮโดรควิโนน ในครีมป้องกันฝ้าเรียกว่า ครีมไข่มุก โดยใช้ในอัตราส่วนไม่เกิดร้อยละ 3.0 ปรอทแอมโมเนียรบกวนเอนไซม์ไทโรซิเนส โดยรวมตัวกับโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ หรือโดยการจับกับไอออนทองแดงที่มีอยู่ในเอนไซม์ ทำให้ลดการสร้างเมลานิน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี่สวนผสมของปรอทแอมโมเนียติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้มีการสะสมปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับ และไตพิการ โรคโลหิตจาง เป็นต้น ปรอทแอมโมเนียถูกกำหนดเป็นสารห้ามในเครื่องสำอางตั้งแต่ พ.ศ. 2532 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 37 พ.ศ. 2532 ออกตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2517 และยังคงห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 9 พ.ศ. 2536 ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535
กลุ่มที่ 2 สารทำให้ผิวขาว (Whitening Agents) ที่นิยมใช้กันมากในเครื่องสำอางในท้องตลาดเมืองไทยได้แก่ อาร์บิวติน กรดโคจิด และ แอสคอร์บิกแมกนีเซียมฟอสเฟต สารดังกล่าวยังไม่มีประกาศควบคุมโดยเฉพาะ อาร์บิวติน เป็นไฮโดรควิโนน ไกลโคไซด์
อาร์บิวตินที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวมี 2 แบบ คือ ได้จากการสังเคราะห์ทางเคมี และได้จากการสกัดจากพืช อาร์บิวตินเป็นส่วนประกอบสำคัญมากถึงร้อยละ 18 ใน Drug “ Urva ursi folium” ระบุในตำรายาประเทศญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่า Bearberry มีการนำสมุนไพรสกัด Bearberry extract นำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวอีกด้วย อาร์บิวตินไม่สลายเป็นไฮโดรควิโนนโดยเอนไซม์ในผิวหนังมนุษย์ อาร์บิวตินออกฤทธิ์โดยแย่งโดพาในการเข้าทำปฏิกิริยากับเอนไซมืไทโรซิเนส มีผลต่อการยับยั้งการสร้างเมลานินไม่เป็นพิษต่อเซลล์สร้างเมลานินทำให้ผิวหน้าขาวขึ้นและมีความปลอดภัยสูง ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองและอาการข้างเคียงใดๆ ทั้งยังคงสภาพต่อแสงแดดได้ดีกว่าไฮโดรควิโนนและได้ผลดีกว่ากรดโคจิก เป็นที่นิยมใช้กันมากในญี่ปุ่น โดยใช้อาร์บิวตินความเข้มข้นร้อยละ 3-7
กรดโคจิก ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวหน้าขาวได้จากการสังเคราะห์ทางเคมี หรือ ได้จากการสกัดกรดโคจิกที่เกิดขึ้นจากขั้นตอนการหมักกลูโคสด้วยเชื้อรา แอสเพอร์จิลลัส โอริซี (Aspergillus oryzae) กรดโคจิกออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส โดยจับกับไอออนทองแดงในเอนไซม์ไทโรซิเนส ช่วยลดการสร้างเมลานิน ใช้ในผลิตภัณฑ์ทำให้หน้าขาวความเข้มข้นร้อยละ 1-3 บางสูตรใช้สำหรับเอสเทอร์ของโคจิก เช่น โคจิกไดพาร์มิเตต เอนไซม์เอสเทอเรส ที่ผิวหนังทำให้กรดโคจิก ถูกปล่อยออกมาอย่างช้าๆ จาก เอสเทอร์ของกรดโคจิก
แมกนีเซียมแอสคอร์บิกฟอสเฟส เป็นฟอสเฟตเอสเทอร์ของวิตามินซี ที่มีความคงสภาพ ได้จากการสังเคระห์ทางเคมี เมื่อใช้เป็นส่วนผสมในครีมหรือโลชั่นทาผิวหนัง จะไฮโดรไลซ์ได้โดยง่ายด้วยเอนไซม์ฟอสฟาเตสที่ผิวหนังให้วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) ซึ่งออกฤทธิ์ขัดขวางการสร้างเมลานินทำให้ผิวขาวขึ้น ขัดขวางการเกิดอนุมูลอิสระซึ่งทำให้ผิวแก่ ในขณะเดียวกันช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน

กลุ่มที่ 3 สารปกคลุมผิว (Covering Agents) ใช้พิกเมนต์ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติทึบแสงและมีสีขาวทันที แต่เมื่อล้างออกสีผิวหนังคงเดิมไม่ได้ขาวขึ้น สารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือทิตาเนียมไดออกไซด์ ส่วนสารอื่นที่ใช้ เช่น ซิงค์ออกไซด์ ทัลคัม บิสมัสซับไนเตรต และคาโอลิน พิกเมนต์ เหล่านี้นอกจากทำให้ผิวขาวแล้ว ในขณะเดียวกันยังเป็นสารกันแดดด้วยเนื่องจากคุณสมบัติทึบแสง ผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวบางตำรับใช้ทิตาเนียมไดออกไซด์ผสมกับสมุนไพรสกัด (Wildberry extract) ซึ่งมีส่วนผสมของกรดโคจิก

กลุ่มที่ 4 เอเอชเอ หรือ อลฟาไฮดรอกซีแอซิด เรียกกันว่า กรดผลไม้ เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในอาหาร เช่น กรดเมลิกในแอปเปิ้ล กรดซิตริกในมะนาว กรดทาร์ทาริกในองุ่น กรดแลกติกในนมเปรี้ยว และกรดไกลโคลิกในอ้อย เป็นต้น เอเอชเอช่วยละลายเนื้อเยื่อเกี่ยวพันซึ่งยึดอยู่ระหว่างเซลล์ที่ตายแล้ว ลอกออกอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ ทำให้รูขุมขนไม่อุดตันช่วยในการขับน้ำคัดหลั่งของต่อมเหงื่อ ลดรอยฝ้าและจุดด่างดำ และยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย การเร่งหลุดออกเซลล์ทำให้ริ้วรอยเล็กๆ และรอยเหี่ยวย่นหลังจากการใช้หลายครั้ง และสะท้อนแสงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย จากการวิจัยการใช้ผลิตภัณฑ์เอเอชเอในคนปี ค.ศ. 2000 ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา การประเมินผลการวิจัยพบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการใช้เอเอชเอกับการลดเวลาในการทำให้ผิวหนังแดงขอบชัด ซึ่งหมายความว่าเอเอชเอทำให้ผิวหนังไวต่อรังสีอุลตร้าไวโอเลตมากขึ้น และเมื่อหยุดใช้ผิวหนังจะกลับคืนสู่ปกติภายในหนึ่งสัปดาห์ ส่วนผลการใช้ผลิตภัณฑ์เอเอชเอในระยะยาวกำลังระหว่างการวิจัย ทำไงให้ขาว.