ขาแตกลาย รอยแผลเป็นที่เป็นรอยดำที่ขา

ขาแตกลาย รอยแผลเป็นที่เป็นรอยดำที่ขา นั้นตามธรรมชาติแล้วจะจางลงเรื่อยๆ แต่ใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ระยะเวลาในแต่ละคนไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับรอยแผลด้วยว่าดำมากหรือน้อย, อายุ ถ้าเป็นในผู้ใหญ่รอยดำก็จะจางช้ากว่าในเด็ก เพราะฉะนั้นการป้องกันก่อนที่จะเกิดรอยดำจะดีที่สุด โดยถ้าเป็นจากถูกยุงกัดหรือแมลงกัดก็ใช้ยาทาป้องกัน เมื่อถูกกัดเป็นตุ่มคันให้รีบทายาแก้คันบริเวณจุดนั้นขาแตกลาย.

%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

ขาแตกลาย ส่วนการรักษา แนะนำว่าควรใช้ยาทาลดรอยดำ, ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์บริเวณรอยดำ และพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด, ไม่เกาหรือแกะซ้ำ ซึ่งจะทำให้รอยดำยิ่งดำขึ้นค่ะ และมีเลเซอร์ที่ใช้รักษารอยดำได้ จะได้ผลดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สีผิว ถ้าสีผิวคล้ำมักจะได้ผลไม่ดีเท่าคนผิวขาว หลังจากทำเลเซอร์แล้วถ้ายังไม่จางลง จะทำซ้ำอีกครั้งในช่วง 1-2 เดือน ลองปรึกษาคุณหมอดูนะคะ

วีธีรักษารอยดำที่ขาขาแตกลาย
2.1 การทายา กลุ่มยาลดรอยดำ (Bleaching) หรือกรดผลไม้ ( AHA )
2.2 การทำ (AHA Treatment) เพื่อลดรอยดำ
2.3 ทำ LASER / IPL เพื่อลดรอยดำขาแตกลาย

อัตราค่าบริการขึ้นอยู่กับเทคนิควิธีการรักษาที่ใช้ค่ะ หากยิงเลเซอร์ / IPL ขึ้นอยู่กับปริมาณของรอยดำที่เป็นและจำนวน shot ที่ยิงค่ะ ลองปรึกษาคุณหมอก่อนตัดสินใจรักษาได้และสอบถามเพิ่มเติมจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำคลินิกได้เลยค่ะ

ส่วนรอยแผลเป็นที่เป็นรอยดำรอยแดงจากสิว นั้น ตามธรรมชาติแล้วจะจางลงเรื่อยๆ แต่ใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ระยะเวลาในแต่ละคนไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับรอยแผลด้วยว่าดำมากหรือน้อย, อายุ ถ้าเป็นในผู้ใหญ่รอยดำก็จะจางช้ากว่าในเด็ก เพราะฉะนั้นการป้องกันก่อนที่จะเกิดรอยดำจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะขาแตกลาย.

รักษาท้องลาย คนไหนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและไม่ค่อยดูแลเรื่องการกินอาหารให้ดี

รักษาท้องลาย คนไหนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและไม่ค่อยดูแลเรื่องการกินอาหารให้ดี จนเกิดการอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจเกิดรอยแตกลายปรากฏขึ้นบนผิวหนังได้ หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ รักษาท้องลาย.

%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

รักษาท้องลาย ออกกำลังกาย

แน่นอนอยู่แล้ว ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้

ควบคุมอาหารรักษาท้องลาย

หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง อาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้ ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย

ผิวแตกลายรักษาท้องลาย

กินไข่ขาว

ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วย

ขัดด้วยสครับน้ำตาล

สาว ๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วแหละว่าคุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลายด้วยนะคะ แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุด ๆ เลยเนอะ

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์

สำหรับคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ที่กลัวผิวแตกลายหลังคลอด ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟา ไฮดรอกซี่ (AHA) และวิตามินเอมาทาและนวด ๆ ตรงบริเวณท้องวันละ 2 ครั้งทุกวัน จะช่วยไม่ให้เกิดการแตกลายบนหนังท้องได้รักษาท้องลาย.

ยาแผลเป็น ปัญหาเรื่องผิวพรรณนั้นมีมากมายที่พบเจอกันมาก

ยาแผลเป็น ปัญหาเรื่องผิวพรรณนั้นมีมากมายที่พบเจอกันมาก ก็อย่างเช่น ปัญหาสิว ผดผื่นคัน  “รอยแผลเป็น” เนื่องจากมันเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งรอยแผลเป็นจากสิว อีสุกอีใส อุบัติเหตุต่างๆที่ทำให้เป็นแผล หรืออาจเกิดจากการที่เคยเย็บแผลมาก่อน ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้เกิดรอยแผลเป็นบนผิวหนังได้ทั้งสิ้น แล้วเมื่อเกิดปัญหาผิวนี้เราจะสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ อย่างไร รวมถึงรอยแผลเป็นมีกี่ประเภท วันนี้เรามาหาคำตอบกันยาแผลเป็น.

%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ยาแผลเป็น ประเภทของรอยแผลเป็น และการรักษา
1.รอยดำ บางคนจะเหมารวมว่ารอยดำที่เกิดขึ้นหลังสิวหายหรือแผลหาย แล้วทิ้งรอยดำๆเอาไว้ว่าเป็นรอยแผลเป็น จริงๆแล้วมันเป็นแค่รอยดำ ที่เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากเกินไป เนื้อเยื่อผิวหนังไม่ได้เสียหาย จึงไม่ใช่รอยแผลเป็นที่รุนแรง รอยดำพวกนี้ส่วนใหญ่ถ้าไม่รักษา มักจะจางหายไปได้เองภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาทา ทำทรีทเมนต์ผลักตัวยาลดเม็ดสี และใช้เลเซอร์กลุ่ม Q switched ND YAG (RM Laser) รวมทั้งการทารีมกันแดดสม่ำเสมอก็จะทำให้รอยดำจางเร็วขึ้น
2.รอยแผลเป็นแท้ๆ เกิดจากการบาดเจ็บที่รุนแรงในชั้นหนังแท้ ทำให้คอลลาเจนเสียหาย เมื่อร่างกายซ่อมแซม ก็จะเกิดรอยแผลเป็น ซึ่งบางคนอาจต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต แบ่งเป็นยาแผลเป็น

2.1 แผลเป็นปกติ เมื่อแผลหายจะยังคงเห็นเป็นรอย ซึ่งอาจจะมีสีซีด หรือเข้มกว่าผิวหนังปกติรอบๆรอยก็ได้
2.2 แผลเป็นนูน เกิดจากร่างกายสร้างเนื้อเยื่อออกมาซ่อมแซมบาดแผลมากเกินไป โดยจะทั้งรอยแผลเป็นแบบ Hypertrophic scar หรือเนื้อเยื่อที่ถูกสร้างขึ้นมานูนใหญ่กว่าปกติ แต่ไม่ขยายออกนอกรอยแผลเดิม และรอยแผลเป็นแบบ Keloid ที่นอกจากจะนูนใหญ่มากกว่าปกติแล้วยังขยายลุกลามออกจากรอยแผลเดิมด้วย และอาจเกิดการดึงรั้ง ส่วนใหญ่มักจะเกิดบริเวณใบหู คาง หน้าอก หัวไหล่ มักจะเกิดในผู้ที่ประวัติครอบครัวมีภาวะนี้ยาแผลเป็น
การรักษารอยแผลเป็นดังกล่าวนี้ อาจใช้วิธีการฉีดยาเพื่อรักษาคีลอยด์ หรือการใช้นวัตกรรมอื่นๆที่สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามคลินิคผิวหนัง หลังจากรักษาแล้วจะทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แต่บางรายก็อาจช่วยได้ไม่มาก ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความรุนแรงของรอยแผลเป็น
3.รอยแผลเป็นหลุม หรือรอยแผลเป็น depressed เกิดจากการที่เนื้อเยื่อผิวหนังถูกทำลายเสียหาย และไม่เกิดการซ่อมแซมที่เพียงพอ หรืออาจเกิดพังผืดในชั้นผิวดึงรั้งใหเกิดการยุบตัวลงมา ทำให้สุดท้ายเกิดเป็นรอยแผลเป็นหลุมขึ้น ส่วนใหญ่มักเกิดที่ใบหน้า ที่พบมากสุดเลยก็คือรอยแผลจากสิวนั่นเองยาแผลเป็น
การรักษารอยแผลเป็นหลุมนิยมใช้ laser ยิงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ โดยทำให้เกิดความร้อนที่ใต้ชั้นผิวหนังชั้นลึก เรียกว่า Photothermolysis ส่งผลให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวหนังเรียบเนียนกระชับมากขึ้น แผลเป็นและหลุมสิวตื้นขึ้น ริ้วรอยและจุดด่างดำแลดูจางลง ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับเครื่องไม้เครื่องมือของแต่ละที่ด้วย บางครั้งอาจทำให้เกิดแผลตกสะเก็ดได้
รอยแผลเป็น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากเจอ ดังนั้น ควรดูแลเอาใจใส่ผิวอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวโดยเฉพาะผักผลไม้ เพราะสารอาหารจะช่วยฟื้นบำรุงผิวให้สุขภาพดีอยู่เสมอ เมื่อเป็นสิวหรือเป็นแผลก็จะทำให้รอยดำรอยแดงหายไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น ยังควรทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวสดใส อ่อนกว่าวัยอย่างที่ทุกคนต้องการ
ทั้งนี้ หากเกิดรอยแผลที่รุนแรง เมื่อแผลเริ่มหายใหม่ๆ ควรทำการนวดหรือการกดบริเวณนั้นเบาๆ โดยการนวดอย่างสม่ำเสมอในระยะประมาณ 3-6 เดือนแรก จะช่วยให้รอยแผลเป็นลดการขยายตัวและนูนได้ แต่ในกรณีที่เป็นแผลขนาดใหญ่ เช่น แผลเป็นที่เกิดจากไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก อาจจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษตามที่แพทย์แนะนำยาแผลเป็น.

แก้แขนลาย สำหรับในวันนี้จะขอพาคุณสาวๆ ไปรู้จักกับที่มาของปัญหาแขนลาย

 

แก้แขนลาย สำหรับในวันนี้จะขอพาคุณสาวๆ ไปรู้จักกับที่มาของปัญหาแขนลาย พร้อมกับวิธีป้องกันอย่างง่ายๆที่ควรทำตาม และควรระมัดระวัง เพื่อให้คุณสาวๆ ได้มีเรียวแขนที่เนียนสวยกันปัญหาแขนลายเกิดจากอะไรแก้แขนลาย.

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2
แก้แขนลาย แขนลายนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีสาเหตุใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้

1. ต่อมน้ำเหลืองทำงานไม่ปกติ ทำให้เมื่อถูกยุง หรือแมลง กัดต่อยจึงมักจะเกิดอาการแพ้ เมื่อทำการเกาก็จะยิ่งทิ้งรอยแผลเป็นด่างดำเอาไว้บนแขนมากยิ่งขึ้น สำหรับบางคนที่แพ้มาก ถึงแม้จะไม่ได้ทำการเกา แต่กลับเกิดรอยด่างดำเหลือทิ้งเอาไว้เมื่อตุ่มที่เกิดจากการกัดเหล่านั้นหายไปก็มีเช่นกันแก้แขนลาย

2. รอยแผลเป็นจากการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับคนที่ชอบทำกิจกรรมผาดโผน ผจญภัย หรือเล่นกีฬาบ่อยๆ สำหรับบางคนอาจจะมีพฤติกรรมเหล่านั้นตั้งแต่สมัยตอนเป็นเด็ก แต่อาจจะยังคงมีแผลเป็นหลงเหลืออยู่

3. แพ้อากาศหรือฝุ่น เมื่อนั่งอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมากๆ ในเวลาไม่นานกลับมีอาการผดผื่นคันเกิดขึ้น แต่หลังจากที่อาการเหล่านั้นหายไปแล้ว กลับยังคงหลงเหลือรอยด่างดำทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

4. เป็นขนคุด เมื่อทำการถอนออก เมื่อหายกลับกลายเป็นทิ้งรอยจุดดำๆเอาไว้เต็มแขนให้เห็นอย่างชัดเจนแก้แขนลาย

5. สีผิวไม่สม่ำเสมอ ทำให้มองดูเป็นสีผิวมีการตัดกัน และไม่เรียบเนียนอย่างที่ควร

6. ผิวแห้งมาก จนทำให้เกิดริ้วรอยของผิวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้น

7. ไวรัสผิวหนัง ซึ่งเป็นต้นของโรคผิวหนังบางประเภท ที่ทำให้แขนเกิดริ้วรอยด่างดำ และแขนลายขึ้น

8. การเพิ่มหรือลดของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วเกินไป มักเกิดขึ้นกับคนที่เคยอ้วนแล้วอยู่ๆลดน้ำหนักผอมลงอย่างรวดเร็ว หรือผู้หญิงที่พึ่งคลอดบุตร การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจะทำให้ผิวหนังบริเวณแขนปรับสภาพไม่ทันจนกระทั่งเกิดเป็นรอยแตกลายขึ้นแก้แขนลาย.

ครีมทาแผลเป็น แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผลที่เกิดจากการฉีดขาดของเนื้อเยื่อ

ครีมทาแผลเป็น แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผลที่เกิดจากการฉีดขาดของเนื้อเยื่อ และมีการสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นคอลลาเจนมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ซึ่งเป็นกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติ เมื่อแผลหายดีแล้วก็จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ โดยแผลที่มักทำให้เกิดแผลรอยแผลเป็นก็ได้แก่ แผลจากอุบัติเหตุ ถูกของมีคมบาด แผลผ่าตัด แผลปลูกฝี ฉีดวัคซีน แผลไฟไหม้น้ำร้อยลวก แผลสิว แผลจากโรคอีสุกอีใส แผลจากรอยสัก เป็นต้น และรอยแผลนอกจากจะเป็นรอยแผลที่ผิวหนังภายนอกแล้ว ยังเกิดขึ้นได้กับอวัยวะภายในอีกด้วย

ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดแผลเป็นจะเกิดได้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยความรุนแรงของแผลหรือการฉีดขาดของเนื้อเยื่อตื้นลึกเพียงใด และปัจจัยการรักษาแผลของเราว่ารักษาแผลดีแค่ไหน ถ้ามีการดูแลรักษาที่ดีและทำให้แผลหายเร็ว รอยแผลเป็นก็จะลดน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับการดูแลรักษาที่ไม่ดี ครีมทาแผลเป็น.

%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ครีมทาแผลเป็น เมื่อหายเป็นปกติแล้วก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นที่มีลักษณะเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลและนูนเอาไว้ แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติประมาณ 1-2 ปีเป็นต้นไป รอยแผลเป็นก็จะจางลงพร้อมทั้งแบนราบลงได้เอง และยังพบว่าในเด็กจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้น้อยกว่าในผู้ใหญ่, ในเพศหญิงจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าเพศชาย, ในวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์จะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้บ่อยกว่าวัยอื่น ๆ, ในคนผิวคล้ำจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าคนผิวขาว และผู้มีประวัติเคยเกิดแผลเป็นและมีประวัติของครอบครัวเกิดแผลเป็นจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าผู้ที่ไม่เคยมีประวัติดังกล่าว

ชนิดของแผลเป็น
แผลเป็นนูน จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ซึ่งทั้งสองแบบจะคล้ายคลึงกันทั้งสาเหตุที่เกิด ปัจจัยเสี่ยง อาการ และวิธีการรักษา แต่จะต่างกันเพียงแค่ลักษณะของแผล คือ

แผลเป็นนูนหนาธรรมดา หรือ แผลเป็นนูนชนิดเกิดเฉพาะบนตัวแผล (Hypertrophic) คือ แผลเป็นที่เป็นสีแดงและนูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติ แต่ยังอยู่ในขอบเขตของรอยแผลเดิม แผลเป็นชนิดนี้เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปและมักไม่ขยายกว้างขึ้นจากรอยเดิม โดยมักจะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือน หลังแผลหาย และมักจะค่อย ๆ ยุบตัวแบนราบลงเมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปี
Hypertrophicครีมทาแผลเป็น
แผลเป็นนูนชนิดลุกลามออกนอกตัวแผล หรือ แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) คือ แผลเป็นที่มีอาการนูนและแดงคล้ายกับรอยแผลเป็นนูนหนาชนิดแรก ตัวแผลมักนูนเหนือผิวหนังตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป และมักเกิดตามหลังแผลหายแล้วอย่างน้อย 3 เดือนไปแล้ว โดยจะมีความผิดปกติที่ทำให้เกิดการขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เข้าสู่เนื้อเยื่อโดยรอบของแผลแรกเริ่ม ไม่ยุบหายไปเอง โดยมักจะเกิดขึ้นบริเวณหัวไหล่ ต้นแขน ผนังหน้าอก และบริเวณหู (คีลอยด์จัดเป็นเนื้องอกธรรมดา ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด)
Keloid
วิธีรักษาแผลเป็น
การป้องกันแผลเป็น เป็นสิ่งสำคัญอย่างแรกที่ควรใส่ใจ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรลดสาเหตุและระดับความรุนแรงของการเกิดแผลให้ได้ แต่ถ้าเกิดแผลขึ้นแล้ว คุณควรดูแลรักษาความสะอาดของแผลอย่างเหมาะสมเพื่อให้แผลหายเร็วที่สุด เพราะยิ่งแผลหายเร็วเท่าใดโอกาสการเกิดแผลเป็นก็จะน้อยลงหรือเบาบางลงด้วย ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการหายของแผลก็ได้แก่ อายุ การขาดอาหาร การสูบบุหรี่ อุณหภูมิ ความชื้น ความเป็นกรดด่าง ออกซิเจน และยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแผลจะหายได้เร็วขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิอบอุ่นได้ดีกว่าอากาศเย็น ส่วนความชื้น ความเป็นกรดด่าง และออกซิเจนก็ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้นเช่นกัน
รักษาแผลให้หายเร็วที่สุด จากที่กล่าวมาว่าการรักษาแผลให้หายเร็ว คุณควรรักษาสภาวะแวดล้อมและความสะอาดของแผลอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การขาดวิตามินซี และธาตุสังกะสี สำหรับการดูแลแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เบื้องต้น ก็เริ่มจากการล้างหรือเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด แล้วตามด้วยการปิดทำแผลโดยปราศจากเชื้อ ส่วนถ้าเป็นแผลใหญ่คุณควรรีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้การเกิดแผลเป็นอาจลดลงได้ ถ้าปากแผลแนบสนิทกันพร้อมทั้งลดแรงตึงต่อแผลให้น้อยลง
ปล่อยให้แผลเป็นจางลงเองตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปแผลเป็นอาจหดและจางลงได้เองในระดับหนึ่ง ดังนั้นศัลยแพทย์ตกแต่งส่วนมากจึงแนะนำให้ทิ้งไว้เฉย ๆ สัก 1 ปี เพื่อให้แผลจางลงเต็มที่ก่อนเข้ารับการรักษาครีมทาแผลเป็น
ใช้วิธีแบบธรรมชาติ สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหามีรอยแผลเป็นที่เกิดจากการหกล้มหรือรอยขีดข่วนต่าง ๆ ที่พยายามลบเท่าไหร่แต่ก็ไม่หายหรือจางลงสักที วันนี้จึงอยากจะขอแนะนำวิธีดี ๆ จากสมุนไพรธรรมชาติจากต้นมะลิ โดยการนำเอาใบจากต้นมะลิลาหรือมะลิซ้อน นำมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณรอยแผลเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เมื่อแผลเป็นเริ่มจางลงแล้วก็ค่อยเอาใบมะลิมาถูเบา ๆ ได้เลย วันละ 3-4 ครั้ง เช่นกัน ส่วนสมุนไพรอื่น ๆ ที่สามารถทำให้รอยแผลเป็นจางลงก็ได้ ก็เช่น หัวหอม ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ แตงกวา มะขามเปียก มะเขือเทศ มะนาว มะละกอสุก เป็นต้น
advertisements
การทายาแก้แผลเป็น (Topical products) เป็นวิธีที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป และวิธีการใช้ก็ทั้งง่ายและสะดวก เช่น ยาทาแผลเป็น หรือ ครีมลบรอยแผลเป็น ที่ส่วนผสมของวิตามินอี ที่ช่วยทำให้เซลล์สามารถซ่อมแซมแผลได้อย่างสมบูรณ์ (บางรายงานอ้างว่าการทาครีมวิตามินอีสามารถช่วยเร่งให้แผลเป็นหายเร็วขึ้นหรือทำให้ดูจางลงได้ ซึ่งแพทย์บางคนก็แนะนำให้ใช้ควบคู่ไปกับการรักษาอื่น ๆ แต่ก็มีรายงานการศึกษาที่พบว่าวิตามินอีไม่ช่วยทำให้แผลเป็นดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก), วิตามินเอ, วิตามินบี3 ที่ช่วยลดสีผิวของแผลไม่ให้เข้มกว่าสีผิวปกติ, สารสกัดจากหัวหอม (Allium cepa) ที่ช่วยยับยั้งการอักเสบ ลดการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอยแผล, สารสกัดจากใบบัวบก (Asiatic acid, Madecassic และ Asiaticoside) ที่ช่วยกระตุ้นการหายของแผลได้อย่างสมบูรณ์ ลดการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอบแผล, สารมิวโคโพลีแซคคาไรด์ (MPS) ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณรอยแผล ทำให้การซ่อมแซมมีความสมบูรณ์, ยากลุ่มสเตียรอยด์, ยาที่เป็นซิลิโคนเจล เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปอาจช่วยทำให้แผลเป็นมีสีจางลงหรือบางลงได้เล็กน้อย แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร อย่างยาทารักษาแผลเป็นที่นิยมใช้กันมากก็เช่น ยี่ห้อ MEDERMA เป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยม ๆ มาก หลอด 10 กรัม ประมาณ 330-400 บาท, Scagel หลอด 9 กรัม ราคาประมาณ 150 บาท, Hiruscar เนื้อเจลซึมซาบเร็ว มีประสิทธิภาพสูง หลอด 5 กรัม ราคาประมาณ 150-200 บาท ฯลฯครีมทาแผลเป็น.

แก้ท้องลาย เชื่อว่าคงไม่มีใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดี

แก้ท้องลาย เชื่อว่าคงไม่มีใครเกิดมาแล้วผิวเนียนดูดี ตลอดจนไม่เคยมีปัญหาผิวหรอกค่ะ อย่างน้อยก็ต้องมีผดผื่นหรือริ้วรอยอื่น ๆ ที่คอยทำให้รำคาญใจบ้างแหละ ยิ่งสาว ๆ คนไหนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองและไม่ค่อยดูแลเรื่องการกินอาหารให้ดี จนเกิดการอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็อาจเกิดรอยแตกลายปรากฏขึ้นบนผิวหนังได้ หากจะกำจัดออกไปก็ดูท่าจะยากเอาการ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ แก้ท้องลาย.

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

 

แก้ท้องลาย วันนี้กได้นำ 10 วิธีรักษาผิวแตกลายแบบง่าย ๆ มาฝากค่ะ

ออกกำลังกาย

แน่นอนอยู่แล้ว ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะทำให้รูปร่างดูดีแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้อีกด้วย เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล และจะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้

ควบคุมอาหารแก้ท้องลาย

หากคุณกินอาหารแบบตามใจปากมาตลอดโดยไม่ได้เลือกควบคุมบ้าง อาจจะทำให้คุณต้องหนักใจกับปัญหาผิวแตกลายได้ ฉะนั้นควรเพิ่มการกินผักสดและอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายทั้งภายในและภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย

ผิวแตกลายแก้ท้องลาย

กินไข่ขาว

ในไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนมากมายหลายชนิดและวิตามินเอ ที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นและรอยไหม้ที่เกิดบนผิวหนังได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำไข่ขาวมามาสก์ผิวที่แตกลายได้ด้วย

ขัดด้วยสครับน้ำตาล

สาว ๆ ที่รักการบำรุงผิว คงรู้อยู่แล้วแหละว่าคุณสามารถหยิบน้ำตาลมาสครับผิวได้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถใช้ได้กับปัญหาผิวแตกลายด้วยนะคะ แค่เพียงหยิบน้ำตาลมาผสมกับน้ำมันอัลมอนด์และน้ำมะนาว แล้วนำส่วนผสมมาขัด ๆ ผิวที่แตกลาย วิธีนี้ง่ายและสะดวกสุด ๆ เลยเนอะ

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์แก้ท้องลาย

สำหรับคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ที่กลัวผิวแตกลายหลังคลอด ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟา ไฮดรอกซี่ (AHA) และวิตามินเอมาทาและนวด ๆ ตรงบริเวณท้องวันละ 2 ครั้งทุกวัน จะช่วยไม่ให้เกิดการแตกลายบนหนังท้องได้

ผิวแตกลาย

ดื่มน้ำเยอะ ๆ

หากต้องการให้ผิวนุ่มยืดหยุ่นและไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ มากวนใจ ให้คุณฝึกตัวเองให้พยายามดื่มน้ำเยอะ ๆ ประมาณวันละ 6-8 แก้วหรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดเซลลูไลท์และไม่ให้ผิวแตกลายจนดูน่าเกลียด

ใช้ครีมบำรุงที่จ่ายโดยแพทย์

ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ว่าครีมบำรุงที่ใช้อยู่จะเหมาะกับผิวหรือจะได้ผลจริงหรือไม่ ให้ลองปรึกษาแพทย์ผิวหนังดูก็ได้นะคะ แต่ครีมที่แพทย์จ่ายมาควรจะมีส่วนผสมของวิตามินเอ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและความยืดหยุ่นในผิวด้วย

ใช้น้ำมันจากธรรมชาติ

รู้หรือไม่ว่า พวกน้ำมันจากธรรมชาตินี่แหละที่เป็นไอเทมบำรุงผิวที่ดีมาก ๆ เพราะมันสามารถช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันผิวแตกลายได้ น้ำมันธรรมชาติที่สาว ๆ หลายคนนิยมเลือกมาบำรุงผิวแตกลาย ก็คงจะเป็นน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวใช่ไหมล่ะคะ แต่นอกจากนี้คุณสามารถเลือกน้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันอัลมอนด์, น้ำมันอะโวคาโด และน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์มาบำรุงผิวแตกลายได้ด้วย

ผิวแตกลาย

น้ำมะนาว

น้ำมะนาวเป็นกรดธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาผิวแตกลายได้ดีเท่ากับการรักษาสิวและรอยแผลเป็น มันจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยให้อาการแตกลายบนผิวหายไปได้อย่างรวดเร็ว

เลเซอร์รักษารอยแตกลาย

สำหรับสาว ๆ ที่ใจร้อนอยากให้ปัญหาผิวแตกลายหายไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะเลือกทำ Fraxel Laser เพื่อแก้ปัญหาผิวแตกลายก็ได้นะคะ แต่การทำครั้งเดียวก็คงไม่เห็นผล ควรจะทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งจนกว่ารอยแตกลายจะค่อย ๆ หายไป ซึ่งวิธีนี้อาจจะเหมาะกับผู้ที่มีงบทำสวยมากหน่อย เพราะราคาการทำเลเซอร์ก็แพงใช่เล่นเลยนะแก้ท้องลาย.

 

ขาแตกลาย ผิวหนังที่แตกเป็นลายนั้น

ขาแตกลาย ผิวหนังที่แตกเป็นลายนั้น เริ่มแรกจะเป็นสีแดงหรือ สีม่วง เมื่อเวลาผ่านไป หลายๆ เดือน แผลเป็นเหล่านี้จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวซีดขาแตกลาย.

%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

ขาแตกลาย โดยทั่วไปแล้วทุกท่านรู้จักผิวแตกลายในภาวะอื่นๆ เช่น ในวัยรุ่นที่โตเร็ว มีน้ำหนักขึ้นมาก อาจพบผิวแตกลายได้ที่สะโพก และต้นขา หรือในนักกีฬา เช่น นักยกน้ำหนัก อาจพบผิวแตกลายที่รักแร้ ซึ่งมักเป็นมากขึ้นถ้าเล่นกล้ามไหล่มากๆ ในนักกีฬายิมนาสติก อาจพบผิวแตกลายที่หลังได้

ผิวแตกลายที่อาจมีความสัมพันธ์กับโรคในร่างกาย เช่น ผิวแตกลายที่มีสีม่วงแดงที่ไม่ จางกลายเป็นสีขาว อาจเป็นอาการแสดงของความผิดปกติของระบบฮอร์โมนในกลุ่มอาการ cushing หรือการได้รับยาสตีรอยด์มาเป็นเวลานาน จึงต้องไปพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยและได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

ที่อยากจะขอเตือนไว้หน่อยก็คือ ไม่มีครีม ไม่มีน้ำมัน หรือไม่มีโลชั่นใดที่แก้ไขขาลาย ก้นลายหรือท้องลายได้ ที่เห็นโฆษณากันนั้นจริงๆ แล้วใช้ไม่ได้ผลหรอกครับ เพียงแต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไป ผิวหนังที่แตกลายจะดูดีขึ้นได้บ้าง ทำให้ผู้ที่ใช้ครีมทาแล้วผิวลายจางลงคิดว่าเป็นผลของครีมนั้นขาแตกลาย

มีงานวิจัยชี้ว่า มียาทาบางตัวที่พอจะใช้ลบริ้วรอยแตกลายนี้ได้บ้าง คือยากลุ่มกรดวิตามิน เอ ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษต้องใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ทางด้านผิวหนัง เพราะยาตัวนี้มีผลข้างเคียงสูงขาแตกลาย

ทางที่ดีคือ การกันไม่ให้มีผิวลาย โดยคอยระวังไม่ให้อ้วน และไม่กระโดดโลดเต้นมากนักจะดีกว่าขาแตกลาย.

รักษาท้องลาย เชื่อว่าคุณแม่ยังสาวส่วนใหญ่

รักษาท้องลาย เชื่อว่าคุณแม่ยังสาวส่วนใหญ่ แม้จะอุ้มท้องบุตรด้วยความรักและเอ็นดูมากเพียงใด แต่ลึกๆแล้วภายในใจก็คงจะยังอดมีความกังวลไม่ได้ว่า เมื่อคลอดลูกแสนรักแล้ว น้ำหนักตัว รวมไปถึงผิวสวยๆ จะสามารถกลับมาเนียนใสได้เหมือนเดิมหรือเปล่ารักษาท้องลาย.

%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

รักษาท้องลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนังบริเวณหน้าท้องที่มีการขยายตัวขึ้นจากการอุ้มท้อง ที่หลังจากคลอดก็มักที่จะหลงเหลือร่องรอยจากการหดตัวของผิวหนังอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งทำให้เกิดปัญหาท้องลายขึ้นรักษาท้องลาย

สำหรับในวันนี้จะขอพาเหล่าคุณแม่ยังสาว ไปรู้จักกับ วิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเพื่อรักษาอาการท้องลาย เพื่อให้ผิวหน้าท้องกลับมาเนียนใสดังเดิม

ขั้นตอนการดูแลรักษาตัวเอง ให้หน้าท้องปราศจากริ้วรอย

 

การดูแลรักษาตัวเองหลังคลอดรักษาท้องลาย
1. การใช้ครีมทาผิวหลังการคลอด มีผลวิจัยว่า ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากโกโตโคลา วิตามินอี และคอลาเจนไฮโดราไลเสท มีคุณสมบัติในการช่วยลดการแตกลายของหน้าท้องได้ ในกรณีที่มีอาการท้องลายไม่มากนัก สามารถใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ ทาเพื่อช่วยให้รอยแตกลายจางลงได้

2. เสริมสร้างคอลลาเจนด้วยวิตามินอี ซึ่งจะช่วยทำการซ่อมแซมเซลล์ผิว ทำให้ริ้วรอยที่หน้าท้องจางลง โดยการรับประทานวิตามินอีวันละ 1 เม็ด หรือทำการนวดบริเวณหน้าท้องด้วยน้ำมันที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เช่น น้ำมันจมูกข้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอัลมอนด์ ไขมันจากเมล็ดโกโก้ หรือที่เรียกกันว่าเนยโกโก้ เป็นต้น

3. ดื่มน้ำในระหว่างวันมากๆ นอกจากน้ำสะอาดแล้ว ยังควรดื่มชาเขียว ชาสมุนไพร น้ำผักและน้ำผลไม้ เพื่อเป็นการช่วยคืนความชุ่มชื้น ป้องกันรอยแตกของผิวได้เป็นอย่างดี

การเลือกผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว ทีสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องลายหลังคลอด
อย่างที่ได้นำเสนอไปแล้วในตอนต้นว่า การแก้ไขปัญหาท้องลายหลังการคลอดนั้นเป็นสิ่งที่ยาก และจำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างจะยาวนานให้ร่างกายของคนเราเกิดกระบวนการเยียวยาตัวเองตามธรรมชาติ แต่คุณก็สามารถที่จะเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองเหล่านั้นให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นได้ ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวที่มีความเหมาะสมกับปัญหาโดยเฉพาะ อย่างผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระชับผิวหนัง เสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน รวมไปถึงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ผิวที่แตกลายหลังคลอดเกิดการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเหมาะสมมากที่สุด นอกจากนี้ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ควรที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก เพื่อให้ผิวที่บอบางหลังคลอดที่กำลังอยู่ในช่วงการฟื้นฟูตัวเองนั้น ไม่ได้รับผลกระทบที่มากจนเกินไปนักรักษาท้องลาย.

ยาแผลเป็น แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผลที่เกิดจากการฉีดขาดของเนื้อเยื่อ

ยาแผลเป็น แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผลที่เกิดจากการฉีดขาดของเนื้อเยื่อ และมีการสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นคอลลาเจนมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ซึ่งเป็นกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติ เมื่อแผลหายดีแล้วก็จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ โดยแผลที่มักทำให้เกิดแผลรอยแผลเป็นก็ได้แก่ แผลจากอุบัติเหตุ ถูกของมีคมบาด แผลผ่าตัด แผลปลูกฝี ฉีดวัคซีน แผลไฟไหม้น้ำร้อยลวก แผลสิว แผลจากโรคอีสุกอีใส แผลจากรอยสัก เป็นต้น และรอยแผลนอกจากจะเป็นรอยแผลที่ผิวหนังภายนอกแล้ว ยังเกิดขึ้นได้กับอวัยวะภายในอีกด้วย ยาแผลเป็น.

%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ยาแผลเป็น ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดแผลเป็นจะเกิดได้มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยความรุนแรงของแผลหรือการฉีดขาดของเนื้อเยื่อตื้นลึกเพียงใด และปัจจัยการรักษาแผลของเราว่ารักษาแผลดีแค่ไหน ถ้ามีการดูแลรักษาที่ดีและทำให้แผลหายเร็ว รอยแผลเป็นก็จะลดน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับการดูแลรักษาที่ไม่ดี

เมื่อหายเป็นปกติแล้วก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นที่มีลักษณะเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลและนูนเอาไว้ แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติประมาณ 1-2 ปีเป็นต้นไป รอยแผลเป็นก็จะจางลงพร้อมทั้งแบนราบลงได้เอง และยังพบว่าในเด็กจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้น้อยกว่าในผู้ใหญ่, ในเพศหญิงจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าเพศชาย, ในวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์จะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้บ่อยกว่าวัยอื่น ๆ, ในคนผิวคล้ำจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าคนผิวขาว และผู้มีประวัติเคยเกิดแผลเป็นและมีประวัติของครอบครัวเกิดแผลเป็นจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าผู้ที่ไม่เคยมีประวัติดังกล่าว

ชนิดของแผลเป็นยาแผลเป็น
แผลเป็นนูน จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ซึ่งทั้งสองแบบจะคล้ายคลึงกันทั้งสาเหตุที่เกิด ปัจจัยเสี่ยง อาการ และวิธีการรักษา แต่จะต่างกันเพียงแค่ลักษณะของแผล คือ

แผลเป็นนูนหนาธรรมดา หรือ แผลเป็นนูนชนิดเกิดเฉพาะบนตัวแผล (Hypertrophic) คือ แผลเป็นที่เป็นสีแดงและนูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติ แต่ยังอยู่ในขอบเขตของรอยแผลเดิม แผลเป็นชนิดนี้เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปและมักไม่ขยายกว้างขึ้นจากรอยเดิม โดยมักจะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือน หลังแผลหาย และมักจะค่อย ๆ ยุบตัวแบนราบลงเมื่อเวลาผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปี
Hypertrophic
แผลเป็นนูนชนิดลุกลามออกนอกตัวแผล หรือ แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) คือ แผลเป็นที่มีอาการนูนและแดงคล้ายกับรอยแผลเป็นนูนหนาชนิดแรก ตัวแผลมักนูนเหนือผิวหนังตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป และมักเกิดตามหลังแผลหายแล้วอย่างน้อย 3 เดือนไปแล้ว โดยจะมีความผิดปกติที่ทำให้เกิดการขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เข้าสู่เนื้อเยื่อโดยรอบของแผลแรกเริ่ม ไม่ยุบหายไปเอง โดยมักจะเกิดขึ้นบริเวณหัวไหล่ ต้นแขน ผนังหน้าอก และบริเวณหู (คีลอยด์จัดเป็นเนื้องอกธรรมดา ไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด)
Keloidยาแผลเป็น
วิธีรักษาแผลเป็น
การป้องกันแผลเป็น เป็นสิ่งสำคัญอย่างแรกที่ควรใส่ใจ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรลดสาเหตุและระดับความรุนแรงของการเกิดแผลให้ได้ แต่ถ้าเกิดแผลขึ้นแล้ว คุณควรดูแลรักษาความสะอาดของแผลอย่างเหมาะสมเพื่อให้แผลหายเร็วที่สุด เพราะยิ่งแผลหายเร็วเท่าใดโอกาสการเกิดแผลเป็นก็จะน้อยลงหรือเบาบางลงด้วย ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการหายของแผลก็ได้แก่ อายุ การขาดอาหาร การสูบบุหรี่ อุณหภูมิ ความชื้น ความเป็นกรดด่าง ออกซิเจน และยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแผลจะหายได้เร็วขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิอบอุ่นได้ดีกว่าอากาศเย็น ส่วนความชื้น ความเป็นกรดด่าง และออกซิเจนก็ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้นเช่นกัน
รักษาแผลให้หายเร็วที่สุด จากที่กล่าวมาว่าการรักษาแผลให้หายเร็ว คุณควรรักษาสภาวะแวดล้อมและความสะอาดของแผลอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การขาดวิตามินซี และธาตุสังกะสี สำหรับการดูแลแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เบื้องต้น ก็เริ่มจากการล้างหรือเช็ดทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด แล้วตามด้วยการปิดทำแผลโดยปราศจากเชื้อ ส่วนถ้าเป็นแผลใหญ่คุณควรรีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้การเกิดแผลเป็นอาจลดลงได้ ถ้าปากแผลแนบสนิทกันพร้อมทั้งลดแรงตึงต่อแผลให้น้อยลง
ปล่อยให้แผลเป็นจางลงเองตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปแผลเป็นอาจหดและจางลงได้เองในระดับหนึ่ง ดังนั้นศัลยแพทย์ตกแต่งส่วนมากจึงแนะนำให้ทิ้งไว้เฉย ๆ สัก 1 ปี เพื่อให้แผลจางลงเต็มที่ก่อนเข้ารับการรักษายาแผลเป็น
ใช้วิธีแบบธรรมชาติ สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหามีรอยแผลเป็นที่เกิดจากการหกล้มหรือรอยขีดข่วนต่าง ๆ ที่พยายามลบเท่าไหร่แต่ก็ไม่หายหรือจางลงสักที วันนี้จึงอยากจะขอแนะนำวิธีดี ๆ จากสมุนไพรธรรมชาติจากต้นมะลิ โดยการนำเอาใบจากต้นมะลิลาหรือมะลิซ้อน นำมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณรอยแผลเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เมื่อแผลเป็นเริ่มจางลงแล้วก็ค่อยเอาใบมะลิมาถูเบา ๆ ได้เลย วันละ 3-4 ครั้ง เช่นกัน ส่วนสมุนไพรอื่น ๆ ที่สามารถทำให้รอยแผลเป็นจางลงก็ได้ ก็เช่น หัวหอม ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ แตงกวา มะขามเปียก มะเขือเทศ มะนาว มะละกอสุก เป็นต้น

เลเซอร์แผลเป็น (Laser therapy) เพื่อไปทำลายเนื้อเยื่อผิวที่นูนออกให้เรียบขึ้น แต่การใช้เลเซอร์รักษาแผลเป็นก็ได้ผลปานกลาง โดยแพทย์อาจทำการรักษาควบคู่ไปกับการรักษาอื่น ๆ ด้วย เช่น การกรอผิวเพื่อปรับสภาพผิว ในกรณีที่คุณมีแผลเป็นตื้น (ภาพก่อนและหลังทำการรักษาคีลอยด์ ด้วยเครื่อง Fraxel Restore Laser)
เลเซอร์แผลเป็น
การทำไอพีแอล (Intense pulse light – IPL) โดยเชื่อว่าพลังงานของแสงระดับหนึ่งสามารถทำให้เนื้อเยื่อที่เป็นพังผืดเกิดการเรียงตัวได้อย่างเป็นระเบียบ เป็นผลทำให้แผลเป็นมีขนาดเล็กลง แต่จะต้องทำการรักษาเป็นเวลานานและต่อเนื่อง
การฉายรังสี (Radio therapy) เพื่อป้องกันไม่ให้แผลเป็นนูนมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดในการรักษาก็ไม่ทำให้แผลเป็นนั้นหายไปได้ 100% เพียงแต่จะดีขึ้นในระดับหนึ่ง จนไม่เป็นที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นในส่วนนี้ต้องทำใจไว้ด้วย และควรระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น อย่าให้มีแผลเกิดขึ้นอีกจะเป็นดีที่สุด
การใช้ความเย็นหรือไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy) เป็นการใช้เครื่องทำความเย็นจี้บริเวณแผลให้เกิดภาวะถุงน้ำและเกิดการแตกสลายไป เทคนิคนี้พบว่าสามารถช่วยลดขนาดขอแผลเป็นลงได้บ้าง เหมาะใช้กับแผลเป็นนูน
การใช้แรงกด (Pressure therapy) ที่เป็นวิธีการรักษาเก่าแก่ เป็นการใช้แรงกดให้แผลมีขนาดแบนลง แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายเดือน และรักษาร่วมกับวิธีอื่น
ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาใดที่จะรักษารอยแผลเป็นให้หายได้แบบ 100% แต่ถ้าคุณได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอย่างเหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รอยแผลเป็นก็สามารถราบเรียบหรือจางลงได้อย่างแน่นอน ซึ่งการจะรักษาแผลเป็นด้วยวิธีการใดเป็นหลักนั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดของแผล ตำแหน่งของแผล การรักษาวิธีที่ผ่านมา ความต้องการของผู้ป่วย และดุลยพินิจของแพทย์ แต่โดยมากแล้วแพทย์มักจะใช้วิธีการรักษาหลักร่วมกับวิธีอื่น ๆ อยู่เสมอยาแผลเป็น.

แก้แขนลาย หากใครที่กำลังเกิดปัญหาแขนลายขึ้นแล้วก็อย่าพึ่งเป็นกังวลมากจนเกินไป

แก้แขนลาย หากใครที่กำลังเกิดปัญหาแขนลายขึ้นแล้วก็อย่าพึ่งเป็นกังวลมากจนเกินไป นัก เนื่องจากปัญหาผิวลายนั้น คุณก็สามารถที่จะลด ความรุนแรงของปัญหาให้น้อยลงได้ ด้วยการทาครีมบำรุง รักษาผิว ที่มีประสิทธิภาพดีๆสักชิ้นคงไม่มีใครปฎิเสธว่า แขนลาย ศัตรูอันดับหนึ่งของผิวพรรณในประเทศไทย เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากแสงแดดแรงกล้าในตอนกลางวัน ที่แผ่รังสีความร้อนเสียดผิวอย่างที่ยากจะหลบเลี่ยงได้ โดยเฉพาะกับคนที่ชอบอาบแดด หรือจำเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอก แล้วอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะยิ่งทำให้ผิวเกิดความหยาบกร้าน สูญเสียความชุ่มชื้น จนนำไปสู่การเกิดปัญหา แขนลาย เป็นจุด ขึ้นในที่สุดแก้แขนลาย.

%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2

แก้แขนลาย ซึ่ง แขนลาย เป็นจุด นั้น นอกจากจะทำให้เรียวแขนของคุณดูไม่เรียบเนียนสวยงามอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว ยความแห้งกร้านที่เกิดขึ้นกับ แขนลาย เป็นจุด จากแสงแดด มักทำให้เกิดอาการคัน เมื่อเกาบ่อยๆอาจจะทำให้เกิดแผลติดเชื้อ ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาของผิวพรรณในระยะยาวมากยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นเพื่อให้สุขภาพผิวของคุณยังคงแข็งแรง ดูดี และห่างไกลจากปัญหา แขนลาย เป็นจุด ขอแนะนำให้คุณทำการดูแล ป้องกันผิวของตัวเองเสียตั้งแต่เนิ่นๆ แก้แขนลายแขนลาย ทุกคนต่างอยากมีผิวเรียวแขนที่งดงาม เรียบเนียน ขาว แลดูอ่อนเยาว์ แต่ถึงอย่างนั้น โลกแห่งความเป็นจริงก็มักที่จะโหดร้ายเสมอ ทำให้ผิวพรรณบนแขนมักเกิดปัญหารอยแตกลายขึ้นจากมากมายหลายสาเหตุไม่ว่าจะจากแสงแดด มลภาวะรอบตัว ผิวหนังที่เสื่อมสภาพ หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจนกระทั่งทำให้เกิดแผลสดขึ้น แล้วกลายเป็นรอยแตกลายเมื่อเวลาผ่านไปในที่สุด จนมักทำให้เกิดคำถามว่า แขนลาย ทําไงดี ขึ้นกันอย่างมากมายเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังกังวลใจว่า แขนลาย ทําไงดี อยู่ล่ะก็ บทความชิ้นนี้ก็มีวิธีป้องกัน ให้คุณสามารถรู้เท่าทัน และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะนำไปสู่การเกิดปัญหารอยแตกลายขึ้นกับตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการรับมือกับปัญหาแขนลายรอยแตกลายในระยะยาวแก้แขนลาย

ขนลาย ทําไงดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้แผลเป็นหรือจุดด่างดำที่เกิดขึ้นบนเรียวแขน แขนลาย ของคุณสาว ๆ นั้น จะสามารถลบเลือนจางหายไปได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะใช้เวลานานสักหน่อย แต่ก็มีสาว ๆ หลายคนไม่สามารถทนเห็น หรือยอมให้ขาของตัวเองกลายเป็น “ลายจุด” แบบนี้ไปได้นาน ๆ (จริงมั้ย) วันนี้ขอแนะนำเคล็ดลับรักษาอาการขาลาย ด้วยวิธีแบบธรรมชาติ แถมยังทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเสียเวลาออกไปกว้านหาซื้อครีมราคาแพง ๆ ให้วุ่นวาย
เพียงแค่เพื่อน ๆ นำน้ำมะนาวมาผสมกับดินสอพอง คนให้มันเข้ากันพอหมาด ๆ แล้วนำมาทาพอกขาบริเวณที่เป็นจุดด่างดำ หรือรอยยุงกัด ทาทุกคืนก่อนนอน ไม่นานรอยด่างดำนั้นจะค่อย ๆ จางหายไปเองค่ะ โอ้วว้าว… ง่ายมาก ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อน ๆ ต้องจำไว้อย่างนึงว่า อาการขาลายเนี่ยมันเกิดขึ้นง่าย แต่จะให้มันหายไปแบบทันใจนั้นยาก ฉะนั้น อย่าไปรีบร้อน เพราะอาจต้องใช้เวลากับมันสักหน่อย ค่อย ๆ รักษาไปเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเองค่ะ
สารพัดสูตรพอกหน้า นอกจากการขัดผิวแล้ว สาว ๆ ที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีควรพอกหน้า รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย แขนลาย รอยแผลเป็น รอยด่างดำ และรอยแขนลายนั้น โดยปกติจะค่อยๆจางลงตามธรรมชาติ แต่จะใช้เวลามากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาเหล่านั้นมีความมากน้อยเพียงใด ถ้าหากเกิดขึ้นในวัยเด็กที่มีการเสริมสร้างซ่อมเซลล์ผิวหนังอย่างสมบูรณ์ก็ยังไม่เป็นปัญหาเท่าใด แก้แขนลาย.