ขาลาย ผิวหนังที่แตกเป็นลาย

ขาลาย ผิวหนังที่แตกเป็นลาย นั้นเริ่มแรกจะเป็นสีแดงหรือ สีม่วง เมื่อเวลาผ่านไป หลายๆ เดือน แผลเป็นเหล่านี้จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ขาลาย.

ขาลาย

ขาลาย โดยทั่วไปแล้วทุกท่านรู้จักผิวแตกลายในภาวะอื่นๆ เช่น ในวัยรุ่นที่โตเร็ว มีน้ำหนักขึ้นมาก อาจพบผิวแตกลายได้ที่สะโพก และต้นขา หรือในนักกีฬา เช่น นักยกน้ำหนัก อาจพบผิวแตกลายที่รักแร้ ซึ่งมักเป็นมากขึ้นถ้าเล่นกล้ามไหล่มากๆ ในนักกีฬายิมนาสติก อาจพบผิวแตกลายที่หลังได้

ผิวแตกลายที่อาจมีความสัมพันธ์กับโรคในร่างกาย ขาลาย เช่น ผิวแตกลายที่มีสีม่วงแดงที่ไม่ จางกลายเป็นสีขาว อาจเป็นอาการแสดงของความผิดปกติของระบบฮอร์โมนในกลุ่มอาการ cushing หรือการได้รับยาสตีรอยด์มาเป็นเวลานาน จึงต้องไปพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยและได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

ที่อยากจะขอเตือนไว้หน่อยก็คือ ไม่มีครีม ไม่มีน้ำมัน หรือไม่มีโลชั่นใดที่แก้ไขขาลาย ก้นลายหรือท้องลายได้ ที่เห็นโฆษณากันนั้นจริงๆ แล้วใช้ไม่ได้ผลหรอกครับ เพียงแต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไป ผิวหนังที่แตกลายจะดูดีขึ้นได้บ้าง ทำให้ผู้ที่ใช้ครีมทาแล้วผิวลายจางลงคิดว่าเป็นผลของครีมนั้นขาลาย

มีงานวิจัยชี้ว่า มียาทาบางตัวที่พอจะใช้ลบริ้วรอยแตกลายนี้ได้บ้าง คือยากลุ่มกรดวิตามิน เอ ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษต้องใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ทางด้านผิวหนัง เพราะยาตัวนี้มีผลข้างเคียงสูง

ทางที่ดีคือ การกันไม่ให้มีผิวลาย โดยคอยระวังไม่ให้อ้วน และไม่กระโดดโลดเต้นมากนักจะดีกว่า ขาลาย.

วิธีลดน้ำหนักอย่างง่ายๆ สูตรลดน้ำหนักด้วยการไม่ทานคาร์โบไฮเดรต

วิธีลดน้ำหนักอย่างง่ายๆ สูตรลดน้ำหนักด้วยการไม่ทานคาร์โบไฮเดรต ดูเหมือนเป็นวิธีง่าย ๆ และเป็นวิธีแรก ๆ ที่คนเลือกใช้กันด้วย โดยหารู้ไม่ว่ายิ่งงดแป้ง ยิ่งทำให้อ้วน ! เมื่อผู้หญิงสักคนปรารถนาจะลดน้ำหนัก วิธีลดน้ำหนักแบบง่ายที่สุดที่พวกเธอจะคิดออก (นอกจากการออกกำลังกาย) ก็คือ การงดแป้ง งดข้าว เลี่ยงการรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตทั้งหลาย เพราะเชื่อว่านี่เป็นตัวการสำคัญของ “ความอ้วน” และก็มีหลายคนใช้สูตรนี้ลดน้ำหนักมานาน ซึ่งก็มีทั้งเห็นผลและไม่เห็นผล วิธีลดน้ำหนักอย่างง่ายๆ.

วิธีลดน้ำหนักอย่างง่ายๆ

วิธีลดน้ำหนักอย่างง่ายๆ แต่ไม่ว่าสาว ๆ จะคิดว่าการลดน้ำหนักด้วยการงดทานแป้งจะเห็นผลหรือไม่เห็นผลสำหรับคุณ กระปุกดอทคอมอยากให้สาว ๆ ลองทำความเข้าใจกับ “คาร์โบไฮเดรต” อย่างถ่องแท้เสียก่อนค่ะ เพราะเรารู้กันอยู่แล้วว่า “คาร์โบไฮเดรต” คืออาหารหลัก 5 หมู่ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน แล้วถ้างดทานไปดื้อ ๆ แม้คุณจะบอกว่าช่วยให้น้ำหนักลดได้จริง แต่หลังจากนั้นล่ะ จะมีผลเสียอะไรรออยู่ข้างหลัง แล้วถ้าอยากลดน้ำหนักด้วยการจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตจริง ๆ ควรทำอย่างไร 7 เรื่องข้างล่างนี้จะไขปริศนาให้คุณ !
งดแป้ง ลดน้ำหนัก เคลียร์ให้ชัดก่อนคิดลอง

คาร์โบไฮเดรตไม่ใช่แค่ข้าวกับแป้ง

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าคาร์โบไฮเดรตคือข้าว แป้ง ขนมปัง น้ำตาล แต่อันที่จริงยังมีอาหารอีกหลายประเภทที่มีแป้งแฝงอยู่ไม่น้อย อย่างเช่น ผัก-ผลไม้ นม กาแฟ น้ำผลไม้ น้ำหวาน ธัญพืช ซึ่งถ้าใครคิดว่าจะงดแป้งด้วยการไม่ทานข้าว ขนมปัง น้ำตาล ก็อาจไม่สามารถลดความอ้วนได้จากการเผลอทานผัก-ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง รวมทั้งน้ำหวาน ๆวิธีลดน้ำหนักอย่างง่ายๆ

งดแป้ง ลดน้ำหนัก เคลียร์ให้ชัดก่อนคิดลอง

จริง ๆ แล้วเราต้องการคาร์โบไฮเดรตแค่ไหน ?

คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารให้พลังงานที่สำคัญกับร่างกายของเรา ให้ความอบอุ่น และช่วยทำให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวเพื่อทำงานหรือประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้ โดยคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี ในแต่ละวันเราต้องการคาร์โบไฮเดรต 3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมเป็นอย่างน้อย

เช่น หากเราน้ำหนัก 50 กิโลกรัม เราควรทานคาร์โบไฮเดรตให้ได้ 150 กรัมเป็นอย่างน้อยในวันนั้น ซึ่งสัดส่วนที่เหมาะสมคือร้อยละ 60-65 ของพลังงานที่ร่างกายต้องการทั้งหมด หรือประมาณ 200-300 กรัมต่อวัน แต่ถ้าใครเป็นคนชอบออกกำลังกาย มีกิจกรรมในแต่ละวันมากมาย ก็ควรทานคาร์โบไฮเดรตให้ได้มากขึ้น

หากปริมาณคาร์โบไฮเดรตในร่างกายมีมากเกินความต้องการ ร่างกายจะเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินนี้ให้อยู่ในรูปของไกลโคเจนและเก็บสะสมไว้ในร่างกาย เอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินที่ร่างกายต้องการพลังงาน และมีมากจนเหลือใช้ก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันไปสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะ “พุง”

งดแป้ง ลดน้ำหนัก เคลียร์ให้ชัดก่อนคิดลอง

แล้วไม่ทานแป้งเลย ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ ?

อ่านข้อข้างบนแล้วเห็นว่าถ้าทานแป้งมาก ๆ เดี๋ยวกลายเป็นไขมันสะสมที่พุง เลยคิดว่าการลดน้ำหนักแบบไม่ทานแป้งน่าจะได้ผล แต่จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้ผลเสมอไป แล้วยังทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบแย่ ๆ กลับมาด้วย เพราะอย่าลืมว่าร่างกายเราต้องการคาร์โบไฮเดรต เพื่อให้พลังงานในแต่ละวัน

ถ้าเราไม่ทานแป้งหรือทานน้อยเกินไป แล้วร่างกายจะหาพลังงานจากที่ไหนมาใช้ล่ะคะ ในเมื่อหาไกลโคเจนจากคาร์โบไฮเดรตไม่ได้ก็ต้องไปย่อยสลายไกลโคเจนที่เก็บสะสมอยู่ในกล้ามเนื้อมาเติมพลังงานให้เราแทน ดังนั้นที่เห็นบางคนบอกว่าน้ำหนักลดเพราะงดแป้ง จริง ๆ น้ำหนักที่ลดลงไปนั้นคือน้ำหนักของกล้ามเนื้อและน้ำในร่างกายที่หายไปกับกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นนั่นเอง

ทีนี้ เมื่อคนอดอาหาร กลับมาทานอาหารอีกรอบ ร่างกายก็จะรีบเก็บสะสมเอาไว้ เพราะกลัวว่าต่อไปจะไม่มีอาหารเหมือนคราวที่แล้ว แต่คราวนี้เราจะอ้วนง่ายขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากช่วงที่เรางดแป้ง ได้ทำให้ระบบเผาผลาญอาหารทำงานช้าลงไปแล้ว เพราะเห็นว่าไม่มีอาหาร เมื่อเรากลับมาทานอาหารอีกครั้ง ระบบเผาผลาญอาหารก็ยังคงทำงานช้าอยู่เหมือนเดิม น้ำหนักจึงเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วค่ะ กลายเป็นโยโย่ เอฟเฟกต์แทน

งดแป้ง ลดน้ำหนัก เคลียร์ให้ชัดก่อนคิดลอง

หักดิบไม่ทานแป้ง อันตรายกว่าที่คิด !

นี่คือสารพัดปัญหาสุขภาพจะตามมา ถ้าเราไม่ทานคาร์โบไฮเดรต หรือทานน้อยจนเกินไป

– เหนื่อยล้า อ่อนเพลียง่าย เพราะสมองและกล้ามเนื้อต้องการกลูโคสจากคาร์โบไฮเดรตมาช่วยในการทำงาน หากขาดคาร์โบไฮเดรตไปก็จะทำให้ขาดพลังงานด้วย

– ร่างกายขาดเส้นใยอาหาร มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายตามมา

– หิวโหยตลอดเวลา

– ร่างกายไปดึงโปรตีนที่ใช้เสริมสร้างกล้ามเนื้อออกมาใช้เป็นพลังงานให้เราแทน ทำให้เกิดกล้ามเนื้อเหลว ๆ ขึ้นในร่างกาย

– รู้สึกหลง ๆ ลืม ๆ ความจำแย่ลง สมองไม่สดใส เพราะสมองขาดกลูโคสมากระตุ้นการทำงาน

– หงุดหงิด เครียด อารมณ์แปรปรวนง่าย เพราะคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารสำคัญต่อการผลิตเซโรโทนิน สารเคมีที่ช่วยรักษาความสมดุลของอารมณ์ในร่างกาย

– มีกลิ่นปาก เกี่ยวด้วยเหมือนกัน เพราะเมื่อร่างกายของเราเผาผลาญไขมันแทนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า ภาวะคีโตซีส (Ketosis) จะปล่อยสารเคมีที่ชื่อว่า คีโตน (Ketones) ออกมาพร้อมกับลมหายใจ โดยเจ้าสารเคมีชนิดนี้มีกลิ่นที่ไม่ค่อยน่าชื่นชมเท่าไรด้วย

งดแป้ง ลดน้ำหนัก เคลียร์ให้ชัดก่อนคิดลอง

บางคนหงุดหงิด เพราะติดหวานวิธีลดน้ำหนักอย่างง่ายๆ

บางคนอาจจะบอกว่าคิดไปเองหรือเปล่า ขณะที่บางคนก็บอกว่ารู้สึกหงุดหงิดขึ้นจริง ๆ นะเวลาไม่ได้ทานแป้งและน้ำตาล อย่างหลังอาหารถ้าไม่มีของหวานทานต่อจะหงุดหงิดมาก ๆ ซึ่งอาการแบบนี้เรียกว่า Carbohydrate Cravings คือคนที่ติดหวานนั่นเอง ทำให้เมื่อน้ำตาลในร่างกายปรับลงมานิดเดียว เราก็รู้สึกระสับกระส่าย หงุดหงิด อยากกินหวานแล้ว ต้องพกของหวานไว้ใกล้ตัวเสมอ บางทีไม่ได้หิวนะ แต่ห้ามใจตัวเองไม่ให้ทานไม่ได้

ถ้าไม่ควรงดคาร์โบไฮเดรต แล้วจะเลือกทานแบบไหนดี ?

แน่นอนว่าเราไม่ควรงดแป้งไปเลยค่ะ แต่ควร “จำกัด” ปริมาณ และ “เลือก” ประเภทของคาร์โบไฮเดรตที่เราจะทานเข้าไป โดยคาร์โบไฮเดรตที่เราควรทานคือ

– คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex Carbohydrate) เป็นประเภทที่ทานเข้าไปแล้ว ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว เช่น พืชผัก ข้าวซ้อมมือ ซีเรียล ธัญพืช ข้าวโอ๊ต พืชที่มีฝัก แต่ควรเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (Simple Carbohydrates) เพราะทานแล้วร่างกายดูดซึมไปได้ทันที ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเร็ว ทานแล้วอ้วนง่าย อย่างเช่น น้ำตาลทราย ขนมต่าง ๆ ขนมเค้ก ขนมปังขัดขาว ข้าวขาว น้ำอัดลม นม ฯลฯ

– เลือกทานแป้งและน้ำตาลที่มีดัชนีไกลซีมิกต่ำ โดยดัชนี GI (Glycemic Index) นี้เป็นตัววัดว่าอาหารพวกแป้งและน้ำตาลนี้จะมีผลต่อระดับของกลูโคสในเลือดอย่างไร นั่นคือถ้ามีค่าไกลซีมิกสูงเท่าไร ระดับกลูโคสในเลือดก็เพิ่มขึ้นเร็วเท่านั้น ซึ่งไม่ดี สำหรับอาหารที่มีค่าไกลซีมิกต่ำ ๆ ก็เช่น ถั่ว ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ สปาเกตตี ส่วนอาหารที่มีค่าไกลซีมิกสูง ก็อย่างเช่น ขนมปัง วาฟเฟิล แครกเกอร์ มันฝรั่ง พวกนี้ควรเลี่ยงถ้าต้องการลดน้ำหนัก

ดูตัวอย่างค่าดัชนีน้ำตาลได้ที่นี่ คาร์โบไฮเดรตชนิดดี VS ไม่ดี เลือกกินอย่างไรให้หุ่นเฟิร์ม

งดแป้ง ลดน้ำหนัก เคลียร์ให้ชัดก่อนคิดลอง

มีเคล็ดลับดี ๆ ช่วยให้ลดทานแป้ง (ไม่ดี) ได้ไหม ?

ถ้าตั้งใจจะลดน้ำหนักด้วยการลดปริมาณแป้ง โดยเลือกทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ แต่ก็ยังกลัวว่าตัวเองจะเผลอทานแป้งที่ไม่ดีเข้าไป ลองดูวิธีเหล่านี้ค่ะ

– เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ซึ่งไม่ขัดสี นอกจากจะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำแล้ว ก็ยังมีใยอาหารดี ๆ และวิตามินมากมาย ที่หาไม่ได้จากข้าวขาวด้วย

– เลือกขนมปังโฮลวีท สำหรับคนที่ชอบทานขนมปัง ขนมเค้ก แซนด์วิช ควรเปลี่ยนแป้งขนมปังขาว ๆ มาเป็นขนมปังโฮลวีทแทน พวกนี้มีไฟเบอร์สูงค่ะ

– ทานของว่างให้น้อยลง พอตกบ่ายแล้วชักหิว เลยหยิบขนม มันฝรั่งทอดมานั่งทาน ให้ห้ามใจตัวเองอย่าหยิบของพวกนั้นทาน แต่ถ้าขาดไม่ได้จริง ๆ ให้ทานนิดเดียว

– ถ้าเป็นคนชอบทานจุบจิบ ต่อไปให้เตรียมผลไม้หรือถั่วติดกระเป๋าไว้ เมื่อหิวก็หยิบของที่เราพกมาออกมาทาน ได้ประโยชน์กว่ากินขนมแน่นอน

– ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำผลไม้ นมปรุงแต่งรส น้ำอัดลม ซึ่งจะบอกว่าการดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ จะช่วยลดความอยากทานน้ำตาลได้ด้วย

– ทานธัญพืช ผัก-ผลไม้ ให้มาก ๆ เพื่อเพิ่มกากใยอาหาร

โดยสรุปก็คือ การทานแป้งไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อ้วนหรอกนะคะ แต่ความอ้วนเกิดจากการที่เราทานอาหารที่ให้พลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการต่างหาก ยิ่งถ้าไม่ออกกำลังกายด้วย พลังงานที่เกินมาก็จะสะสมเป็นไขมัน

ดังนั้นถ้าอยากลดความอ้วนให้ถูกทาง ถูกวิธี และเห็นผลยั่งยืนแบบไม่ทำร้ายสุขภาพ ก็ต้องเลือกทานอาหารให้เหมาะ พร้อมกับออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายดึงพลังงานสะสมที่อยู่ในรูปไขมันออกมาใช้บ้าง แล้วเราก็จะได้เลิกโทษว่า “แป้ง” เป็นสาเหตุของความอ้วนอีกต่อไป วิธีลดน้ำหนักอย่างง่ายๆ.

อาหารเสริมลดน้ำหนัก ความอ้วนหรือน้ำหนักเกิน

อาหารเสริมลดน้ำหนัก ความอ้วนหรือน้ำหนักเกิน เป็นภาวะที่ไม่พึงปรารถนาของบุคคลทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ เพราะภาพพจน์ที่ปรากฏออกมานั้นนอกจากจะสร้างความอึดอัด อุ้ยอ้าย เทอะทะไม่คล่องตัวแล้ว ยังทำให้อวัยวะภายในร่างกายต้องทำงานหนัก เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน แรงดันเลือดสูง เส้นเลือดขอด ไขมันอุดตันหลอดเลือด ส่วนภาพพจน์ในสายตาผู้อื่นจะสะท้อนให้เห็นว่า บุคคลนั้นขาดความเอาใจใส่ดูแลสุขภาพและบุคลิกภาพ ขาดความมั่นใจ จึงไม่สามารถควบคุมน้ำหนักและทรวดทรงให้น่าดูได้ อาหารเสริมลดน้ำหนัก.

อาหารเสริมลดน้ำหนัก

อาหารเสริมลดน้ำหนัก คนอ้วนเกือบจะเรียกได้ว่าทุกคนถ้าถามว่าอยากลดความอ้วนหรือไม่ มักจะตอบได้ทันทีว่าต้องการลด และหลายคนก็ได้พยายามลดน้ำหนักมาแล้ว แต่ลดได้ชั่วระยะหนึ่ง พอเผลอตามใจปากขาดการควบคุมอารมณ์ก็มักจะเรียกน้ำหนักกลับคืนมาในเวลาไม่นานนัก คนอ้วนจึงพยายามแสวงหาวิธีลดน้ำหนักด้วยวิธีการต่างต่าง นานา

การลดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องไม่ยาก ท่านสามารถลดน้ำหนักภายในเวลา 1-3 เดือนอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะควบคุมน้ำหนักให้พอเหมาะตลอดไป หรือที่เรียกว่าเป็นการลดน้ำหนักอย่างถาวรตลอดชีวิต คำตอบก็ไม่ยากเช่นกัน แต่จุดที่ยากที่สุดคือ เวลาปฏิบัติจะทำได้หรือไม่ จะทำได้จริง ทำต่อเนื่อง ทำจนเป็นนิสัย ทำอย่างมีเหตุผล และทำอย่างมีหลักการได้อย่างไร

หลักในการลดความอ้วนนั้นก็มีอยู่ง่าย ๆ ดังนี้อาหารเสริมลดน้ำหนัก

1. การลดน้ำหนักควรใช้วิธีควบคุมน้ำหนักอย่างมีเหตุผล รู้จักวิเคราะห์ วินิจฉัย ประเมินสาเหตุและผลลัพธ์ เข้าใจว่าความอ้วนเกิดขึ้นได้อย่างไร จะควบคุมด้วยวิธีไหน และจะเลือกวิธีใดที่เหมาะกับตัวเอง

2. ในการลดน้ำหนักควรเข้าใจว่าเรื่องของน้ำหนักเป็นผลมาจากปัจจัยหลายด้าน การลดจึงควรใช้รูปแบบผสมผสานตั้งแต่การควบคุมทางโภชนาการ การออกกำลังกาย การสร้างกำลังใจ และการระบายความเครียดที่ถูกต้องอาหารเสริมลดน้ำหนัก

3. การลดควรตั้งเป้าหมายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลดในอัตราสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือเดือนละสองกิโลกรัม การลดแบบค่อย ๆ ทำไปนี้จะช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวตามไป ไม่ทุรนทุรายจนหมดความอดทนจนต้องหวนกลับไปอ้วนอีก

4. ถ้าไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยตนเอง หรือลองมาหลายวิธีแล้วไม่ได้ผลดี ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะวิธีลดน้ำหนักอย่างถาวรนั้นคือ การเปลี่ยนรูปแบบของวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ในชีวิตประจำวันด้วยการกินที่พอเหมาะ การออกกำลังกายอย่างเพียงพอ และความตั้งใจกำลังใจที่กลายเป็นวินัยควบคุมตนเองจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

5. การบันทึกแสดงสัดส่วนของร่างกายเป็นระยะ เช่น บันทึกน้ำหนัก ส่วนรอบของอก-เอว ตะโพก ไว้เป็นรายเดือนหรือทุกสามเดือน ถ้าสามารถแสดงเป็นกราฟหรือถ่ายภาพเปรียบเทียบไว้ ก็จะช่วยให้ท่านมองเห็นผลสำเร็จหรือล้มเหลวของการควบคุมน้ำหนัก

6. การดูแลสุขภาพและสุขภาพจิตขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลดน้ำหนัก เพราะร่างกายและจิตใจสัมพันธ์กัน ถ้าสุขภาพโดยทั่วไปของท่านสุขกายสบายใจจะช่วยให้ภาวะการควบคุมน้ำหนักเป็นไปด้วยดี อารมณ์มั่นคง การควบคุมวินัยของตนเองจะทำได้ดีกว่าในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอหรืออารมณ์หงุดหงิด อาหารเสริมลดน้ำหนัก.

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน หลายคนเห็นรูปแล้วก็อยากจะขาวบ้าง

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน หลายคนเห็นรูปแล้วก็อยากจะขาวบ้าง ยิ่งถ้าต้องออกงานสำคัญอย่างเช่น งานแต่งงาน หรืองานรับริญญา ก็กลัวว่าจะอัพผิวขาวไม่ทัน ต้องไปลงคอร์สขัดผิวแพงๆที่ไม่รูว่าจะได้ผลรึเปล่า แต่ตอนนี้คุณหมดกังวลใจได้เลย เพราะเราได้รวบรวม 6 สูตร ขัดผิว ขาวที่มีผู้ใช้และเห็นผลจริงมากมายมาไว้ให้คุณที่นี้แล้ว สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน.

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียนสูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน
1. สูตรมะขามเปียก
เรียกได้ว่าเป็นสูตรดั้งเดิม ต้นตำรับการขัดผิวมาแต่โบราณ เพราะสูตรนี้ใช้มาตั้งแต่รุ่นคุณป้า คุณย่าคุณยายเลยทีเดียว สูตรนี้สามารถเลือกผสมกับส่วนผสมอื่นๆ เช่น นม น้ำผึ้ง โยเกิร์ต น้ำมันมะกอก ฯลฯ หาซื้อไม่ยาก แถมทำได้ง่ายๆ แค่นำมะขามเปียก 1 กำมาผสมกับน้ำอุ่นและคั้น จากนั้นนำมาผสมกับน้ำมะนาว 1 ผล น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 6 ช้อนชา น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน เมื่อผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวก็นำมาขัดผิวให้ทั่วตัว แล้วค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

2. สูตรกากกาแฟสูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน
สูตรนี้ก็ฮิตไม่แพ้กัน จากเดิมที่ใครหลายคนนำกากกาแฟสดมาขัดผิวกันแบบง่ายๆ สมัยนี้มีผลิตภัณฑ์สบู่กากกาแฟ สครัปกาแฟขายอยู่เต็มตลาดไปหมด มีทั้ง OTOP มีทั้งของเมืองนอกไฮโซ แต่จะไปเสียเงินทำไมในเมื่อเราก็ทำเองได้ แค่นำกากกาแฟที่ใช้แล้วปริมาณ 1 ถ้วยตวงผสมเข้าน้ำมะขามเปียกที่คั้นแล้ว 1/2 ถ้วยตวง และผงขมิ้นชัน 1 กรัม เมื่อผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ก็นำไปขัดผิวให้ทั่วตัวได้เลย จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

3. สูตรเกลือทะเลสูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน
คราวนี้ขอตัวช่วยเป็นเม็ดเกลือที่มีมุมทุกด้านมาขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก เผื่อให้ได้ผิวใหม่ที่ขาวนวล วิธีเตรียมสครัปสูตรเกลือไม่ยาก ต้องการส่วนผสมคือ เกลือทะเล ผงขมิ้น และนำผึ้ง หรือจะใส่นมเพิ่มลงไปเล็กน้อยก็ได้ ก่อนอื่นต้องตำเกลือให้แตกละเอียด จากนั้นจึงผสมกับผงขมิ้นชัน 1 กรัม กับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อคนจนทุกอย่างเข้ากัน ก็นำมาขัดวนเป็นวงกลมไปให้ทั่วตัว เสร็จแล้วทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ค่อยล้างออกด้วยสะอาด สูตรนี้ต้องระวังไม่ให้ขัดรุนแรงเกินไป เพราะเม็ดเกลือมีความคมอาจขัดลึกเกินกว่าผิวหนังกำพร้า ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพผิว

4. สูตรน้ำตาลทรายแดง
เช่นเดียวกับสูตรเกลือทะเล น้ำตาลทรายแดงก็มีมุมรอบด้านเหมาะแก่การขัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำ สูตรนี้สามารถเลือกผสมกับนมและน้ำมะนาว หรือมะเขือเทศก็ได้ สูตรนมและน้ำมะนาว ให้ผสมนม 2 ช้อนโต๊ะและน้ำมะนาว 1 ผล พอให้ขลุกขลิก อย่าคนจนน้ำตาลละลาย เพราะเราต้องอาศัยเม็ดน้ำตาลในการขัดผิว สามารถนำมาขัดได้ทั้งตัว และทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

5. สูตรมะละกอ
สูตรนี้ก็เด็ดไม่แพ้กัน แค่ใช้มะละกอสุกปั่นพอหยาบ ผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วยและน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ได้มาขัดผิววนเป็นวงกลมให้ทั่วตัว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้สามารถขัดได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวของคุณจะค่อย ๆ ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ รับรองว่าขาวขึ้นแน่นอน

6. สูตรขมิ้นชัน
อีกสูตรโบราณอยู่มานานคู่กับสาวไทย แค่นำขมิ้นชันสดมาตำหรือขูดจนละเอียด สามารถผสมเข้ากับส่วนผสมอื่น เช่น มะขามเปียกที่คั้นแล้ว มะนาว นมสด หรือน้ำผึ้งก็ได้ เมื่อผสมเสร็จแล้วก็ใช้ขัดผิวได้เลย อาจทิ้งไว้ได้ 15-20 นาที แล้วจึงล้างออก ซึ่งสูตรนี้สามารถทำได้1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ผิวของคุณจะดูผ่องใสและขาวเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน.

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่าย

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล ไหนๆ ก็มีวิธีลดความอ้วนที่ง่ายแสนง่าย โดยไม่ต้องออกกำลังกาย เหมาะสำหรับสาวขี้เกียจมาฝากกันไปแล้ว (คลิกอ่าน 15 วิธีลดความอ้วนสุดง่าย แบบฉบับสาวขี้เกียจ) ทีนี้ก็ถึงคิวสาวที่อยากมีหุ่นฟิตเฟิร์มแต่ขี้เกียจออกกำลังกายกันบ้างล่ะค่ะ เพราะเชื่อว่าแม้จะอยากหุ่นดีขนาดไหน แต่ถ้าพูดถึงการออกกำลังกายแล้ว คำว่าขี้เกียจก็มักจะผุดขึ้นมาขัดขวางการฟิตหุ่นสวยของสาวๆ อยู่เรื่อย และเพื่อไม่ให้คำว่าขี้เกียจมาทำลายความฝันที่จะมีหน้าท้องแบนๆ ซิกแพคสวยๆ ของสาวๆ เราเลยไม่พลาดจะนำท่าพิลาทีสลดหน้าท้อง ที่ทำได้ง่ายๆ แถมใช้เวลาแค่ 2 นาทีมาฝาก ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล.

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล

ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล สำหรับสาวๆ บางคนที่กล้ามเนื้อตึง เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายสักเท่าไหร่ ท่าออกกำลังกายบางท่านี้ สาวๆ อาจจะทำได้ไม่คล่องมากค่ะ แต่รับรองว่า ถ้าสาวๆ ทำทุกวันและฝึกฝนบ่อยๆ นอกจากจะได้หน้าท้องที่สวยเป๊ะ หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นแล้ว อาการปวดเนื้อปวดตัวทั้งหลายจากการนั่งทำงานนานๆ ก็จะหายไป เพราะได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อนั่นเองค่า

หน้าท้องแบนราบใน 2 นาที! ด้วย 5 ท่าลดพุงย้อย เหนื่อยน้อย แต่หุ่นเป๊ะมาก!

ท่าที่ 1 Single-Leg Stretch

– นอนหงาย กอดเข่าทั้งสองข้างแนบอก ยกศีรษะลอยขึ้นจากพื้น

– ยืดขาทั้งสองข้างออกไปให้เหยียดตรง โดยให้ขาทั้งสองข้างลอยขึ้น ไม่แตะพื้น

– จากนั้นสลับงอขาขึ้นลง โดยเริ่มจากงอเข่าซ้ายเข้าหาตัว มือขวาจับเข่าซ้ายไว้ ส่วนมือซ้ายจับไว้บริเวณน่องซ้ายเช่นกัน แล้วจึงสลับเป็นขาขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง โดยพยายามเหยียดขาให้ตรงอยู่ตลอดเวลา

ท่าที่ 2 Crisscross

– เริ่มด้วยท่านอนหงาย เข่าทั้งสองข้างยกขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้นจากพื้น มือทั้งสองข้างจับด้านหลังศีรษะไว้

– เกร็งหน้าท้อง เหยียดขาทั้งสองข้างออกไป จากนั้นงอเข่าซ้ายทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ขวาไปทางซ้าย

– สลับขา งอเข่าขวาทำมุม 90 องศา พร้อมกับบิดลำตัว ยกไหล่ซ้ายไปทางขวา นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้งลดหน้าท้อง ให้ได้ผล

ท่าที่ 3 Double-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก

– เกร็งหน้าท้อง ยกลำตัวด้านบนขึ้น และใช้มือทั้งสองข้างจับบริเวณหน้าแข้งหรือเข่าไว้

– หายใจเข้า จากนั้นค่อยๆ เหยียดขาออกไป ทำมุม 45 องศา พร้อมๆ กับยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ให้อยู่ระดับเดียวกับหู

– หายใจออก และวาดแขนทั้งสองข้างลง พร้อมกับงอเข่าทั้งสองข้างแนบอก นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 Double Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นแนบอก ยกศีรษะขึ้น มือทั้งสองข้างวางไว้ด้านหลังศีรษะ

– เกร็งหน้าท้อง ยกขาทั้งสองขึ้นด้านบนเหยียดตรง ทำมุม 90 องศา

– ค่อยๆ ปล่อยขาทั้งสองข้างลง ให้ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว โดยที่ขาทั้งสองข้างยังคงเหยียดตรง

– ยกขากลับขึ้นเหยียดตรงช้าๆ กลับสู่ท่าเดิม นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้งลดหน้าท้อง ให้ได้ผล

ท่าที่ 5 Single Straight-Leg Stretch

– นอนหงาย ขาทั้งสองข้างเหยียดตรง ยกลอยจากพื้นเล็กน้อย พร้อมกับยกหลังด้านบนและศีรษะขึ้นจากพื้น

– ยกขาขวาขึ้นด้านบน โดยใช้มือทั้งสองข้างจับขาบริเวณข้อพับไว้ จากนั้นดันขาเข้าหาตัวให้มากที่สุดเท่สาที่จะทำได้

– สลับขา ปล่อยขาขวาลงเหยียดตรง พร้อมกับยกขาซ้ายขึ้นด้านบน มือทั้งสองข้างจับขาซ้ายไว้ นับเป็น 1 ครั้ง

– ทำซ้ำ 10 ครั้ง ลดหน้าท้อง ให้ได้ผล.

วิธีลดต้นแขน สาว ๆ ที่มีต้นแขนใหญ่เกินกว่าสัดส่วนที่ควรจะเป็น

วิธีลดต้นแขน สาว ๆ ที่มีต้นแขนใหญ่เกินกว่าสัดส่วนที่ควรจะเป็น หรือแขนย้วย แขนหย่อนคล้อยไม่ตึงกระชับ มักจะประสบปัญหาตามหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งตัว ที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจกับการใส่เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว หรือเสื้อโชว์แขนทั้งหลาย ยิ่งใส่ยิ่งเสียเซลฟ์ความมั่นใจกับแขนล่ำ ๆ ของตัวเอง แม้แต่เวลาถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ ก็เป็นอันต้องวิ่งหลบไปอยู่ข้างหลังแทบทุกที หรือทำให้เสียเวลาหามุมกล้องกันอยู่พักใหญ่ตอนถ่ายเซลฟี่ วิธีลดต้นแขน.

วิธีลดต้นแขน

วิธีลดต้นแขน สำหรับวิธีลดต้นแขนนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี มีทั้งได้ผลบ้างและไม่ได้ผลบ้าง แต่วันนี้เราจะมาแนะนำมีวิธีลดต้นแขนแบบง๊ายง่าาย ที่คุณสามารถทำได้สบาย ๆ มาฝาก โดยจะทำให้แขนของคุณเรียวสวยขึ้นได้ภายใน 7 วัน !!!

วิธีลดต้นแขน
ออกกำลังกาย การออกกำลังกายโดยเน้นลดต้นแขนจะต้องโฟกัสไปที่กล้ามเนื้อแขนด้านหน้าและด้านหลังเพื่อให้เกิดความกระชับทุกส่วนเท่า ๆ กัน ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยแต่เห็นผลแน่นอน
เปลี่ยนพฤติกรรม หากต้องการมีรูปร่างที่ดูดีอยู่กับเราไปนาน ๆ คุณควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างน้ำสะอาด นม ผักและผลไม้ และให้ลดหรือหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารจำพวกทอด ๆ ที่มีไขมันสูง แป้ง น้ำตาล ฯลฯ แล้วหันมาออกกำลังแขนเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ
เลือกสวมใส่เสื้อผ้าสักนิด เสื้อแขนสั้นมักจะรัดต้นแขนทำให้เห็นความใหญ่ของแขนชัดเจน ส่วนเสื้อแขนยาวก็อาจทำให้แขนดูตัน ๆ แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนมาใส่เสื้อแขนสามส่วน ความยาวของแขนเสื้อจะมาสิ้นสุดเอาตรงส่วนที่เล็กที่สุดของท่อนแขนพอดี จะทำให้แขนดูไม่ใหญ่ได้ หรือเลือกใส่เสื้อแขนยาวซีทรู เพื่อให้มองเห็นได้ลาง ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้แขนไม่ดูตันหรือจงใจปกปิดมากจนเกินไป หรืออีกวิธีให้เลือกใส่เสื้อที่เปิดให้เห็นเนื้อแค่เพียงช่วงไหล่ จะเป็นแขนสั้นหรือยาวขนาดใดก็ได้ วิธีนี้จะช่วยพรางต้นแขนได้ดีเลยทีเดียว เพราะจุดสนใจจะเปลี่ยนไปอยู่ตรงที่เปิดโชว์แทน (แทนที่จะเป็นต้นแขน) และสิ่งที่ต้องระวังก็คืออย่าเลือกใส่เสื้อที่แขนเสื้อดูรัดแน่นหรือใหญ่เกินไปจนดูรุงรัง เพราะจะยิ่งกลายเป็นการเน้นให้เห็นถึงความใหญ่ของต้นแขนให้ชัดขึ้น !!
ปลอกกระชับต้นแขน มีให้เลือกอยู่หลายเกรดหลายราคา มีทั้งแบบเนื้อผ้าทอด้วยเส้นใยพิเศษหรือเป็นแบบพลาสติกตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน วิธีใช้ก็ง่ายและสะดวกมาก แค่สวมใส่ติดแขนไว้ ก็จะช่วยทำให้ต้นแขนดูฟิตขึ้นได้ทุกเวลา จะสวมใส่ตอนอยู่บ้าน ตอนนอน หรือใส่ไปทำงานก็ได้
ปลอกกระชับต้นแขน
ครีมลดต้นแขน หรือครีมร้อน-เย็นกระชับสัดส่วน ส่วนใหญ่ที่มีขายจะเป็นในรูปแบบของโลชั่น ครีม หรือเจล ที่มีสารสกัดจากสมุนไพร เมื่อทาแล้วจะเกิดความร้อนในอุณหภูมิที่ทนได้ ความร้อนและเย็นเหล่านี้จะไปช่วยสลายไขมันได้หากถูนวดเป็นประจำ ทำให้ผิวบริเวณนั้นดูกระชับและเล็กลงวิธีลดต้นแขน
ฉีดลดต้นแขน หรือ เมโสแฟต (Mesotherapy) เป็นการฉีดยาที่มีสรรพคุณช่วยสลายไขมันต้นแขนส่วนเกินเข้าไปที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังโดยตรง โดยยาที่ใช้จะเป็นกลุ่มยาหลาย ๆ ตัวผสมกันแล้วฉีด เช่น Phosphatidylcholine, L-carnitine, Deoxycholate, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals ฯลฯ ซึ่งตัวยาจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันเกิดการแตกตัว ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนจะสลายออกเป็นไขมันเหลว แล้วรอร่างกายดูดซึมกลับไปเอง โดยวิธีนี้อาจจะต้องฉีดต่อเนื่องอยู่เรื่อย ๆ เพราะการฉีดครั้งหนึ่งจะละลายไขมันได้แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น จึงทำให้หลายคนทำแล้วไม่ได้ผล (ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นอย่างในภาพ)
ฉีดลดต้นแขน
RF (Radio Frequency) นวดลดต้นแขน ช่วยขจัดไขมันส่วนเกิน เป็นวิธีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าแบบอ่อน ๆ ในรูปของคลื่นวิทยุผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึกและประสานไปกับการนวด ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลเวียนกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน ช่วยขจัดเซลลูไลท์และไขมันที่สะสมอยู่ตามต้นแขนได้ และยังช่วยในการกระชับสัดส่วนได้อีกด้วย โดย RF จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและการหดตัวของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อชั้นบาง ๆ ที่อยู่ในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังกระชับขึ้น มีความปลอดภัยสูง แต่อาจจะต้องทำหลายครั้งกว่าจะเห็นผลที่ชัดเจน
RF ลดต้นแขน
ฉีดคาร์บ็อกซี่ลดต้นแขน (Carboxy Therapy) อีกหนึ่งวิธีกําจัดเซลลูไลท์ต้นแขน เป็นเทคนิคการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะไปกระตุ้นให้หลอดเลือดขยาย นำออกซิเจนเข้าสู่ชั้นไขมันและเกิดปฏิกิริยาเร่งสลายไขมันให้กลายเป็นอุณหภูมิความร้อน พยาบาลจะใช้สายรัดโกยไขมันให้มากองเป็นกลุ่มก้อน โดยรัดบริเวณขาหนีบและเหนือข้อเข่า เพื่อป้องกันไม่ให้ก๊าซวิ่งเข้าขาหนีบและเหนือหัวเข่า หลังจากนั้นหมอจะใช้เข็มขนาดเล็กต่อกับเครื่องคาร์บ็อกซี่และถังก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วจิ้มเข็มผ่านผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมันด้านล่าง แล้วจึงเริ่มปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตอนเดินก๊าซจะรู้สึกเจ็บแสบยุบยิบ โดยสามารถเดินก๊าซเข้าไปจนขาบวมเต่งเต็มที่ ทำให้เห็นเซลลูไลท์ขึ้นเป็นลอน ๆ หลังฉีดเสร็จก็นอนพักสักครู่ ขาที่ป่องบวมก็ค่อย ๆ กลับสู่สภาวะปกติใน 10 นาที ส่วนจะเห็นผลมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับคนไข้ด้วย และอาจต้องมีการทำซ้ำหลายครั้ง โดยส่วนมากจะเริ่มเห็นประมาณครั้งที่ 3 เท่าไป วิธีนี้แม้มันจะช่วยสลายเซลลูไลท์ทำให้แขนดูเฟิร์มขึ้นได้ก็จริง แต่ถ้าทำไปแล้วไม่ควบคุมอาหารขากลับมาใหญ่เหมือนเดิมแน่ครับ จึงไม่ขอแนะนำดีกว่า
ดูดไขมันต้นแขน (Liposuction) เป็นการผ่าตัดแบบเก่า ซึ่งในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว (แต่จะเปลี่ยนมาใช้ Vaser แทน) โดยเป็นการดูดเอาเซลล์ไขมันออกตามท่อ ถ้าแพทย์ไม่ชำนาญอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ และต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะจะทำให้มีรอยฟกช้ำบวมหลังการผ่าตัด สำหรับบางรายอาจพบอาการผิวหนังเป็นคลื่นไม่เรียบ เพราะผิวที่เคยมีไขมันพยุงไว้กลายเป็นโพรงจากการถูกดูดไขมันออกไป ทำให้ผิวหย่อนยานและเป็นคลื่น
Vaser ต้นแขน (Vaser liposelection) ไม่ใช่การผ่าตัดเหมือน Liposuction แต่จะเป็นการใช้เข็มที่มีขนาดเล็กเป็นตัวนำพลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) ลงไปช่วยสลายไขมันใต้ผิวหนัง เซลล์ไขมันที่เป็นก้อนจะถูกสลายกลายเป็นของเหลว ทำให้ดูดออกมาได้โดยง่าย ส่วนไขมันที่เหลือจะถูกขับออกโดยการขับออกเองตามธรรมชาติ เห็นผลได้ทันทีหลังทำเสร็จ ผลข้างเคียงน้อย ราคาทำต่อครั้งค่อนข้างสูง ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ถ้าทำไปแล้วแต่ไม่ควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายก็กลับมาเป็นอีก (ภาพจาก : dodeden.com by PatterSmitty ภาพก่อนและหลังทำ 1 อาทิตย์)วิธีลดต้นแขน
Vaser-ต้นแขน
ออกกำลังกายลดต้นแขน
กระโดดเชือก เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเฟิร์มแขนได้ดีนัก เพราะตลอดเวลาที่เล่น แขนเราจะเกร็ง แถมมีการหมุนแขนเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา หากทำวันละร้อยครั้งเพียงไม่กี่วันก็จะช่วยทำให้แขนเฟิร์มขึ้นได้
การวิ่งเป็นประจำ ให้วิ่งวันละประมาณ 30-60 นาที อย่างน้อย 4 ครั้ง ต่อสัปดาห์ วิธีนี้จะช่วยลดไขมันได้ทั่วร่างกายรวมทั้งต้นแขนของคุณ
ว่ายน้ำสัปดาห์ดาละ 2-3 ครั้ง การว่ายน้ำจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนแขนและส่วนขาได้เป็นอย่างดี ทำให้สัดส่วนต่าง ๆ กระชับขึ้น รูปร่างได้สัดส่วน โดยหากเราว่ายน้ำแบบฟรีสไตล์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานไปได้ถึง 800 แคลอรี่ ซึ่งนักวิ่งจ๊อกกิ้งอาจจะต้องวิ่งเป็นระยะทางถึง 4 เท่า ของการว่ายน้ำ จึงจะเผาผลาญแคลอรี่ได้ในจำนวนเท่ากัน
เครื่องออกกำลังกายลดต้นแขน (Rowing Machine) หาเล่นได้ในฟิตเนสทั่วไปครับ โดยให้เล่นอย่างน้อยเป็นเวลา 20 นาที ในครั้งเดียว ร่างกายจะเผาผลาญไขมันและเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขนได้เป็นอย่างดีวิธีลดต้นแขน
เครื่องออกกำลังกายลดต้นแขน
เครื่องวิ่งกึ่งสเต็ปหรือเครื่องเดินวงรี (Elliptical) ก็ได้ครับ ช่วยลดได้ทั้งต้นแขนและขา หาเล่นได้ในฟิตเนสทั่วไปครับ
วิธีออกกําลังกายลดต้นแขน
ชกลม เป็นการออกกำลังกายส่วนท่อนแขนและหัวไหล่ ทำให้ได้รูปทรงและกระชับมากขึ้น โดยให้ก้าวท้าวด้านใดด้านหนึ่งออกไปข้างหน้า ยืนให้มั่นคง แล้วกำหมัดเปล่า ๆ แล้วชกตรงออกไปข้างหน้า เวลาชกให้ขาข้างที่ชกเหยียดตึง สะโพกบิดตามการชกเล็กน้อย สลับกันทำซ้ายและขวา
ฮูลาฮูปแขน เป็นการออกกำลังลดต้นแขนโดยใช้ฮูลาฮูปที่มีขายทั่วไปที่เราเอาไว้ใช้หมุนรอบเอวนี้แหละ แต่ให้เอามาหมุนไปรอบ ๆ แขนแทน โดยเริ่มจากต้นแขนแล้วไล่ลงมาจนถึงข้อมือสลับกันซ้ายและขวา หรือจะทำให้พร้อมกันสองข้างเลยก็ได้ถ้ามีฮูลาฮูป 2 วง
ฮูลาฮูปลดต้นแขน
เหยียดบ่อย ๆ นอกจากจะออกกำลังกายบริหารลดต้นแขนแล้วที่ควรทำเป็นประจำแล้ว ถ้าคุณอยากให้ต้นแขนลดลงไว ๆ ยิ่งขึ้นไปอีก ก็อย่าปล่อยเวลาเหล่านี้ให้เปล่าประโยชน์ เพราะทุกที่ทุกเวลาคุณก็สามารถบริหารเพื่อความเพิ่มความเพรียวของต้นแขนได้ เช่น ตอนตื่นนอน ให้วอร์มอัพร่างกายก่อนลุกจากที่นอน ด้วยการเหยียดมือขึ้นประสานไว้เหนือศีรษะให้สุดแขน แล้วเอี้ยวตัวไปทางซ้ายให้สุดและเอี้ยวมาทางขวาให้สุด ส่วนตอนรถติดทำอะไรไม่ได้ก็จับพวงมาลัยให้มั่นแล้วเกร็งแขนดันหน้าอกเข้าหาพวงมาลัย (คล้ายกับการวิดพื้น) เมื่อมาถึงที่ทำงาน ตอนนั่งทำงานคิดอะไรไม่ออก ตอนพักเบรก หรือมีเวลาว่าง ๆ ก็ให้เกร็งแขน แล้วดันเก้าอี้ที่นั่งอยู่ออกจากโต๊ะ แล้วก็ดึงกลับเข้ามาที่เดิม หรืออาจจะยกหนังสือหนัก ๆ ชูขึ้นไปทางซ้ายทีทางขวาทีก็ได้ และตอนเวลาคุณไปช้อปปิ้ง ก็ให้ใช้ถุงข้าวของสารพันที่ได้จากการช้อปนี้แหละมาใช้แทนดัมเบลเลย เดิน ๆ ไปก็เกร็งแขนไป ยกถุงขึ้นลง จะช่วยให้กล้ามเนื้อได้เคลื่อนไหว หรือแกว่งแขนไปมาเพื่อบริหารช่วงไหล่ก็ได้ เป็นต้น
วิธีลดต้นแขนใหญ่
บริหารต้นแขนง่าย ๆ ด้วยท่าลดต้นแขน ดูในหัวข้อถัดไปได้เลยครับ
โยคะลดต้น การเล่นโยคะก็ช่วยลดต้นแขนได้เช่นกันครับ ดูได้ในหัวข้อสุดท้ายเลยครับ วิธีลดต้นแขน.

วิธีลดรอยดําจากสิว สิวอาจเป็นสภาพของผิวที่ทำให้คุณเจ็บปวดและอับอายได้

วิธีลดรอยดําจากสิว สิวอาจเป็นสภาพของผิวที่ทำให้คุณเจ็บปวดและอับอายได้ นอกจากนี้แผลเป็นที่มันได้ทิ้งไว้ให้ ก็เป็นสิ่งย้ำเตือนความทรงจำสิวๆ ที่คุณไม่ได้ยินดีต้อนรับเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่รอยแผลเป็นจากสิวจะเลือนหายไปเองหลังเวลาผ่านไปได้หลายเดือนก็ตาม แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่คุณสามารถทำได้ เพื่อช่วยเร่งกระบวนการนั้น และเพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดการสร้างเม็ดสีของแผลเป็นมากเกินไปกว่าที่เป็นอยู่ จริงอยู่ที่คุณไม่สามารถทำให้รอยสิวหายวับไปได้ภายในคืนเดียว แต่เคล็ดลับข้อแนะนำเกี่ยวกับการรักษา ผลิตภัณฑ์ ทรีทเมนต์ และสกินแคร์ต่างๆ ที่มีบอกไว้ด้านล่างนี้ จะทำให้เกิดความแตกต่างที่สังเกตเห็นได้เมื่อเวลาผ่านไปได้สักระยะหนึ่งแน่นอน สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ แค่มองหาวิธีการที่ใช่สำหรับประเภทผิวของคุณเองเท่านั้น วิธีลดรอยดําจากสิว.

วิธีลดรอยดําจากสิว
วิธีลดรอยดําจากสิว ใช้วิธีรักษาแบบธรรมชาติ
ทาน้ำมะนาวสด. น้ำมะนาวมีคุณสมบัติขัดฟอกผิวตามธรรมชาติ และสามารถช่วยให้สีของแผลเป็นจากสิวอ่อนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณผสมน้ำมะนาวกับน้ำในอัตราส่วนที่เท่ากัน แล้วนำมาทาบนรอยแผลเป็นทั้งหลาย และหลีกเลี่ยงบริเวณผิวหนังโดยรอบ จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 15-20 นาที ให้ล้างออก หรือคุณอาจจะปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนแบบมาส์กก็ได้ แต่การทิ้งไว้ข้ามคืนไม่ใช่วิธีที่แนะนำเพื่อทำให้รอยสิวสีจางลง เนื่องจากน้ำมะนาวมีค่าความเป็นกรดด่าง (pH) คือ 2 แต่ของผิวหนังคือ 4.0-7.0 ดังนั้นหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปหรือไม่ได้ทำให้เจือจางก่อน จะสามารถก่อให้เกิดภาวะผิวไหม้จากเคมีได้ น้ำผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ ประกอบไปด้วยสารเคมีที่เรียกว่า เบอร์แกพเทน (Bergapten) ซึ่งจะไปผูกติดกับ DNA และทำให้ผิวหนังถูกทำลายโดยรังสี UV ได้ง่ายกว่าเดิมวิธีลดรอยดําจากสิว
จำไว้ว่าให้เติมความชุ่มชื้นแก่ผิวทันทีหลังจากล้างน้ำมะนาวออกแล้ว เนื่องจากกรดซิตริกในมะนาวสามารถทำให้ผิวแห้งได้อย่างมาก
น้ำมะนาวพันธุ์ลูกสีเขียวที่มีขนาดเล็กกว่า (lime ซึ่งมีกรดซิตริกเช่นกัน) ในปริมาณเพียงเล็กน้อย สามารถนำมาใช้แทนน้ำมะนาวพันธุ์ลูกสีเหลืองที่มีขนาดใหญ่กว่า (lemon) ได้เลย

ขัดผิวหน้าด้วยผงฟู. ผงฟูสามารถนำมาใช้ขัดผิวและลดขนาดรอยแผลเป็นจากสิวได้ ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือ ผสมผงฟู 1 ช้อนชาเข้ากับน้ำ 2 ช้อนชา นำมาทาทั่วทั้งใบหน้าแล้วนวดวนๆ ให้ผงฟูเข้ากับผิวหน้า โดยเน้นบริเวณที่มีรอยแผลเป็นสัก 2 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นแล้วซับผิวให้แห้ง ไม่แนะนำวิธีนี้สำหรับรักษาหรือทำให้รอยสิวหรือสิวที่ยังอักเสบอยู่หายไป เนื่องจากค่า pH ของผงฟูคือ 7.0 ซึ่งนับว่าเป็นกลางกับค่า pH ของผิวหนังเกินไป ทั้งนี้ค่า pH ของผิวหนังที่ดีที่สุดอยู่ที่ระหว่าง 4.7-5.5 ซึ่งไม่เอื้อต่อการเกิดสิวประเภท p. acne (สิวส่วนใหญ่ที่มีแบคทีเรียเป็นต้นเหตุ) ฉะนั้นการเพิ่มค่า pH ให้เป็นกลางมากขึ้น สิวประเภทดังกล่าวก็จะสามารถอยู่รอดบนหน้าของคุณได้นานขึ้น รวมถึงเกิดการติดเชื้อและอักเสบได้มากขึ้นอีกด้วย[1]
คุณอาจใช้ส่วนผสมของผงฟูกับน้ำ เพื่อรักษาแบบเฉพาะจุดได้เช่นกัน โดยทาบนบริเวณรอยแผลเป็นโดยตรง แล้วปล่อยทิ้งไว้ 10-15 นาทีก่อนจะล้างออก

ใช้น้ำผึ้ง. น้ำผึ้งคือยารักษาจากธรรมชาติสำหรับขจัดสิวและลดรอยแดงที่สิวทิ้งไว้ ที่น้ำผึ้งทำเช่นนี้ได้ก็เพราะในน้ำผึ้งมีสารต้านแบคทีเรีย ซึ่งจะช่วยปลอบประโลมผิวและลดการอักเสบ น้ำผึ้งสดไม่ผ่านกระบวนการหรือน้ำผึ้งมานูกาเป็นน้ำผึ้งที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด สามารถนำมาแต้มได้โดยตรงที่บริเวณแผลเป็นโดยใช้คอตตอนบัด
น้ำผึ้งเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากน้ำผึ้งไม่มีสารก่อความระคายเคือง และยังต่างไปจากยารักษาอื่นๆ ที่จะทำให้ผิวแห้ง เพราะน้ำผึ้งจะมอบความชุ่มชื้นแก่ผิว
หากคุณหาซื้อผงไข่มุกได้ (ซึ่งสามารถพบได้ตามร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพหรือตามอินเทอร์เน็ต) ก็สามารถนำผงไข่มุกปริมาณเพียงเล็กน้อยมาผสมกับน้ำผึ้ง เพื่อให้ได้ทรีทเมนต์ที่มีฤทธิ์ในการรักษามากขึ้น เพราะผงไข่มุกน่าจะช่วยลดการอักเสบและทำให้รอยสิวจางลงได้

ทดลองใช้ว่านหางจระเข้. วุ้นของว่านหางจระเข้คือสิ่งที่มีฤทธิ์ปลอบประโลมผิวตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำมาใช้บรรเทารักษาได้หลายอย่าง ตั้งแต่แผลไฟไหม้ แผลสด ไปจนถึงแผลเป็นจากสิว ว่านหางจระเข้จะช่วยฟื้นฟู ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และเร่งให้รอยสิวจางหายไป ผลิตภัณฑ์จากว่านหางจระเข้หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป แต่ถ้าให้ดีที่สุด ควรซื้อต้นว่านหางจระเข้แล้วใช้วุ้นจากใบที่หักแล้ว เจ้าวุ้นที่มีลักษณะเหมือนเจลนี้สามารถนำมาทาที่แผลเป็นได้โดยตรงและไม่จำเป็นต้องล้างออกวิธีลดรอยดําจากสิว
เพื่อให้ได้ฤทธิ์การรักษาที่เข้มข้นขึ้น คุณสามารถผสมน้ำมันทีทรี (ซึ่งช่วยให้ผิวกระจ่างใส) ลงไปในวุ้นว่านหางจระเข้ก่อนนำไปทาผิว

ใช้น้ำแข็งก้อน. การใช้น้ำแข็งเป็นวิธีรักษาที่ทำได้ที่บ้าน แถมยังง่ายสุดๆ ซึ่งสามารถช่วยให้รอยสิวจางลงด้วยการปลอบโยนผิวที่อักเสบและลดรอยแดง เวลาจะใช้ ให้คุณห่อน้ำแข้งก้อนด้วยผ้าสะอาดหรือทิชชูอย่างหนาแผ่นหนึ่ง แล้วประคบบริเวณที่มีแผลเป็นสัก 1 หรือ 2 นาที จนกว่าผิวบริเวณดังกล่าวจะรู้สึกชา
แทนที่จะทำน้ำแข็งจากน้ำธรรมดา คุณสามารถนำน้ำชาเขียวเข้มข้นมาใส่ถาดทำน้ำแข็งแล้วนำน้ำแข็งชาที่ได้มาประคบบริเวณรอยสิว ในชาเขียวมีสารต้านการอักเสบ ซึ่งไปเสริมฤทธิ์กับความเย็นของน้ำแข็ง

ทำยาพอกจากไม้แก่นจันทน์. เป็นที่รู้กันดีว่าไม้แก่นจันทน์มีสรรพคุณในการรักษาผิว อีกทั้งยังสามารถจัดเตรียมไว้ใช้ได้ง่ายๆ ที่บ้าน เพียงคุณผสมผงไม้แก่นจันทน์ 1 ช้อนโต๊ะเข้ากับน้ำดอกกุหลาบหรือนมสัก 2-3 หยดเพื่อทำเป็นยาพอก จากนั้นนำมาทาบริเวณแผลเป็นแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนล้างออก ทำเช่นนี้ซ้ำกันทุกวันจนกว่าแผลเป็นจะหายไป
อีกทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถผสมผงไม้แก่นจันทน์กับน้ำผึ้งปริมาณเล็กน้อย แล้วใช้ยาพอกที่ได้ในการลดรอยแผลเป็นเฉพาะจุดก็ได้

ลองใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล. เมื่อใช้ไปได้สักระยะหนึ่ง น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลจะช่วยจัดสมดุลค่า pH ของผิวคุณ ปรับปรุงสภาพผิว แล้วยังช่วยลดรอยแดงและรอยแผลเป็นต่างๆ อีกด้วย เวลาจะใช้ให้คุณเจือจางน้ำส้มสายชูนี้ด้วยน้ำ โดยให้น้ำมีปริมาณมากกว่าน้ำส้มสายชูสองเท่า แล้วนำมาทาบริเวณแผลเป็นโดยใช้สำลีก้อนทุกวัน จนกว่าแผลเป็นจะเริ่มหายไป วิธีลดรอยดําจากสิว.

ลดหน้าท้อง แบบได้ผล หากพูดถึงการมีหน้าท้องแบนราบ

ลดหน้าท้อง แบบได้ผล หากพูดถึงการมีหน้าท้องแบนราบ สาว ๆ หลายคนอาจจะส่ายหัวด้วยความท้อแท้ เพราะกว่าจะก้าวเข้าไปสู่การมีหน้าท้องแบนราบได้นั้น ต้องอาศัยความอดทน การใช้เวลาในการออกกำลังกาย และควบคุมอาหารอย่างมากเลยทีเดียว แต่หากใครใจสู้อยากจะมีหน้าท้องแบนราบ เผื่อวันไหนจะใส่บิกินี่หรือเสื้อเอวลอยจะได้มั่นใจเต็มร้อยแล้วละก็ อาจจะลองหยิบเทคนิคการมีหน้าท้องแบนราบที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากไปใช้ก็ได้นะคะ ลดหน้าท้อง แบบได้ผล.

ลดหน้าท้อง แบบได้ผล

ลดหน้าท้อง แบบได้ผล

เพิ่มโปรตีน

หากเพิ่มการกินโปรตีนเข้าไปให้มากกว่าเดิม จะช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญอาหารของคุณดีขึ้น ลองกินไข่ต้มสุก 4 ฟองในมื้อเช้าดูสิ มันจะช่วยเร่งการเผาผลาญอาหารและช่วยทำให้คุณได้เป็นเจ้าของหน้าท้องที่แบนราบได้อย่างที่หวังเอาไว้ เพราะอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนจะช่วยย่อย ดูดซึม และเผาผลาญได้ดี นั่นก็หมายความว่าการเผาผลาญแคลอรี่จะดีกว่าเดิมและคุณจะรู้สึกอิ่มท้องนานด้วย

กินแอปเปิลทุกวัน

อีกหนึ่งวิธีในการลดไขมันตรงส่วนหน้าท้องให้แบนราบ นั่นคือการกินผักและผลไม้สดทุกวันนั่นเอง ซึ่งขอแนะนำว่า การกินแอปเปิลทุกวันจะช่วยทำให้หน้าท้องแบนราบ ก็เพราะว่าแอปเปิลอุดมไปด้วยสารเพคติน (Pectin) ที่จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ยังไงล่ะ ที่สำคัญยังทำให้ไม่รู้สึกหิวด้วย

เล่นเวทลดหน้าท้อง แบบได้ผล

หากคุณต้องการสร้างกล้ามเนื้อให้มากและกำจัดไขมันออกไป ก็ควรจะหันมาเล่นเวทเพิ่มด้วย หากคุณออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็ให้เพิ่มการเล่นเวทเสริมเข้าไป เพราะการเล่นเวทจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ดีขึ้น ซึ่งหากคุณออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอแต่ไม่ได้เล่นเวท ก็อาจจะทำให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะตรงส่วนหน้าท้องได้ รู้แบบนี้แล้วก็เล่นเวทเสริมเข้าไปกันเถอะสาว ๆ

ดื่มน้ำเยอะ ๆ

รู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำช่วยทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ แถมยังทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้ด้วย แค่หันมาดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร 1 แก้ว แล้วคุณก็จะไม่ค่อยหิวและกินอาหารได้น้อยลง ส่วนในระหว่างวันก็จิบน้ำเรื่อย ๆ อย่ามัวแต่หยิบน้ำขึ้นมาดื่มแค่ตอนกระหายเท่านั้นนะคะ

ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

หากต้องการให้หน้าท้องแบนราบ คุณควรจะออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงราว 30-60 นาที โดยลองวิ่งสัก 10 นาที, วิ่งสปรินท์ (Sprint) 1 นาที, ทำท่าเบอร์พี (Burpee) 5-10 ครั้ง และวิดพื้น 15-20 ครั้ง ถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็วทันใจ คุณควรจะออกกำลังกายแบบนี้ซ้ำ ๆ สัก 5 รอบ รับรองหน้าท้องแจ่มแน่

อย่ากินดึก

สาว ๆ ที่ชอบกินจุกจิกตอนกลางคืนระวังให้ดี เพราะนี่แหละคือตัวการที่ทำให้พุงใหญ่ได้ง่าย ๆ เลย ทางที่ดีคุณควรจะหยุดการกินทุกอย่าง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะในขณะที่คุณนอนหลับ ระบบเผาผลาญอาหารจะทำงานได้ช้าลง ซึ่งก็หมายความว่าทุกสิ่งอย่างที่กินเข้าไปก่อนนอนไม่ได้รับการเผาผลาญออกไปเลยยังไงล่ะ จึงไม่น่าแปลกใจเลยใช่ไหมว่าทำไมคุณถึงอ้วนและพุงปลิ้นตลอดเวลา รู้แบบนี้แล้วก็อย่ากินดึกกันนะจ๊ะ

กระโดดเชือก

การออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือก สามารถทำให้หน้าท้องของคุณแบนราบได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วงเวลาที่คุณกำลังกระโดดเชือกอยู่นั้น เท่ากับการที่คุณออกกำลังกายอย่างหนักถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ฉะนั้นการกระโดดเชือกจึงช่วยกระตุ้นเผาผลาญแคลอรี่ได้มากเลยทีเดียวลดหน้าท้อง แบบได้ผล

ลดการกินเค็ม

รู้อยู่แล้วแหละ ว่าการกินเค็มเป็นสิ่งโปรดปรานของสาว ๆ หลายคน แต่รู้ไหมว่าหากกินเค็มมากเกินไปก็อาจจะทำให้ตัวบวมได้นะ ถ้าหากเลี่ยงการกินเค็มไม่ได้จริง ๆ ให้ใช้เกลือโครเชอร์หรือเกลือทะเลมาปรุงอาหารแทน เพราะเกลือ 2 ชนิดนี้มีโซเดียมต่ำ ซึ่งก็จะทำให้ไม่เกิดอาการตัวบวมยังไงล่ะ

งดแอลกอฮอล์

สาวนักดื่มตัวยงที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ ก็คงถึงเวลาที่ต้องงดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดแล้วล่ะ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้ร่างกายของคุณกักเก็บไขมันที่กินเข้าไปได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังต้องการการเผาผลาญมากกว่าเดิมถึง 36 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว รู้แบบนี้แล้วก็งดดื่มแอลกอฮอล์กันดีกว่าเนอะ

บริหารร่างกายให้แข็งแรง

การบริหารร่างกายให้แข็งแรง ไม่ได้หมายความว่าการออกกำลังกายอย่างรุนแรง เพราะแค่คุณลุกนั่งขึ้นลงและกำหนดลมหายใจ ก็จะช่วยให้หน้าท้องของคุณกระชับมากขึ้นแล้ว ซึ่งคุณอาจจะเลือกการเล่นโยคะไปเลยก็ได้นะคะ

สาว ๆ คนไหนที่อยากมีหน้าท้องแบนราบ ก็อย่าเอาแต่เพ้อฝันอยากจะมีเพียงอย่างเดียวนะคะ หากลงมือปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้ รับรองว่าใคร ๆ ก็ต้องอิจฉาความสวยงามของหน้าท้องคุณแน่ ๆ ลดหน้าท้อง แบบได้ผล.

วิธีทำให้ผิวขาว โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ให้สำคัญกับการดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ

วิธีทำให้ผิวขาว  โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ให้สำคัญกับการดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ ทั้งรับประทานอาหารเสริมเพิ่มความขาว ชโลมครีมบำรุงผิวแสนแพง หรือบางคนถึงกับไปฉีดสีผิวก็มี นั่นแสดงให้เห็นว่าสาวๆในบ้านเราส่วนมากอยากผิวขาวใสอ่อนกว่าวัยกันมากแค่ไหน วิธีทำให้ผิวขาว.

วิธีทำให้ผิวขาว
วิธีทำให้ผิวขาว อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากผิวขาวใสออกมาจากข้างใน สิ่งที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ก็คือสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวอย่าง “วิตามินซี” ซึ่งต่างก็ทราบกันดีว่าวิตามินชนิดนี้มีอยู่ในผักผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้ม มะละกอ สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น ทว่าส่วนใหญ่มักไม่ชอบรับประทานผักผลไม้กัน ฉะนั้น อาหารเสริมวิตามินซี 1000 mg จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากผิวขาวใส ขาวไวนั่นเองวิธีทำให้ผิวขาว
การทำงานของ วิตามินซี 1000 mg
เมื่อได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้มีสารอาหารที่เข้าไปกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว เมื่อเซลล์ผิวได้รับอาหารและมีระบบการไหลเวียนที่ดีขึ้นก็จะทำงานได้ดีขึ้น ผิวจึงแลดูมีสุขภาพดี เรียบเนียน สดใส ออร่าจับมากขึ้น รวมทั้งวิตามินซีเป็นสารอาหารที่ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่น มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น จึงทำให้ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรวิธีทำให้ผิวขาว
การรับประทานวิตามินซี นอกจากจะช่วยให้ผิวขาวสว่างกระจ่างใสขึ้นแล้ว ยังช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เพราะวิตามินซีช่วยให้ผิวมีกระบวนการซ่อมแซมและรักษาตัวเองได้ดี โดยไปเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ นั่นหมายความว่าวิตามินชนิดนี้ช่วยทำให้จุดดำจุดแดง หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหายได้เร็ว ใบหน้าที่หมองคล้ำ จึงกลับมาสดใสมากขึ้น
สำหรับคำถามที่ว่า ถ้าอยากผิวขาวใส ขาวไว ทำไมถึงต้องรับประทานวิตามินซี 1000 mg คำตอบคือ การใช้วิตามินซีเพื่อช่วยให้ผิวขาวสดใสขึ้นนั้นควรรับประทานในปริมาณวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป เพราะเป็นปริมาณที่เหมาะสม และไม่ส่งผลอันตราย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง เนื่องจากวิตามินชนิดนี้มีคุณสมบัติละลายในน้ำ ร่างกายจึงขับมันออกจากร่างกายทางปัสสาวะ และยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษภัยร้ายแรงที่เกิดจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป วิธีทำให้ผิวขาว.

วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว เคล็ดลับดี ๆ ที่ต้องบอกต่อ

วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว เคล็ดลับดี ๆ ที่ต้องบอกต่อ งานนี้ใครได้ลองแล้วจะรักเลย คอนเฟิร์ม !

ทุกวันนี้สาว ๆ หันมาให้ความสนใจและดูแลตัวเองกันมากขึ้น เพราะใคร ๆ ก็อยากจะดูดีดูสวยในสายตาคนอื่น ๆ ทั้งนี้ถ้าอยากจะดูดีแบบไร้ที่ติแล้วละก็ นอกจากเสื้อผ้า ทรงผม รูปร่าง และผิวพรรณที่ต้องให้ความสำคัญแล้ว เรื่องหน้าตาก็ถือเป็นปราการด่านแรกที่จะทำให้คนอื่นหันมาสนใจและประทับใจเราตั้งแต่แรกเห็นได้เช่นกันนะคะสาว ๆ ดังนั้นอย่ารอช้ากันอยู่เลยค่ะ รีบหันมาบำรุงความสวยด้วยการทำให้หน้าเนียนใสไร้สิวกันเลยดีกว่า ซึ่งเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้หลาย ๆ คนอาจจะยังแก้ไม่ตก เพราะไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนดีเพื่อทำให้หน้าสวยใส  วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา.

วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา

วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว

1. สวยใสไร้สิวด้วย “น้ำมะนาว”

มะนาว ถือเป็นตัวช่วยที่จะทำให้สาว ๆ มีใบหน้าที่เนียนใสไร้สิวได้อย่างเห็นผลและรวดเร็ว เพราะน้ำมะนาวจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว ทำให้ใบหน้าขาวใส โดยวิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่บีบน้ำมะนาวสด ๆ ลงในถ้วย จากนั้นใช้สำลีชุบแล้วนำมาทาบริเวณใบหน้า หรือหัวสิว ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างหน้าให้สะอาด ทำแบบนี้บ่อย ๆ จะช่วยให้สิวอักเสบยุบลง ไม่มีสิวใหม่มากวนใจ และยังจะช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้าทำให้หน้าขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว

2. สวยใสไร้สิวด้วย “น้ำผึ้ง”

สรรพคุณของน้ำผึ้งนั้นมีประโยชน์มากมาย กับผิวหน้าก็เช่นกัน เพราะน้ำผึ้งจะช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียทำให้ไม่เป็นสิวง่าย อีกทั้งยังทำให้หน้าเนียนนุ่มมากขึ้น เพียงแค่นำน้ำผึ้งมานวดหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ล้างออกให้สะอาด หลังล้างหน้าจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้นขึ้น หากยิ่งทำบ่อย ๆ นอกจากหน้าจะเนียนใสแล้วยังจะไม่มีสิวมากวนใจอีกด้วย

วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว

3. สวยใสไร้สิวด้วย “แอปเปิล”

แอปเปิล เป็นผลไม้ที่จะช่วยขจัดความหมองคล้ำของใบหน้าให้ขาวกระจ่างใส อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอย และรอยแดงจากสิวให้หายได้เร็วขึ้น โดยให้นำแอปเปิล 1 ลูกไปปั่นให้ละเอียดโดยไม่ต้องปอกเปลือก จากนั้นบีบน้ำมะนาวครึ่งลูกลงไป คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วให้นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า พักทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ค่อยล้างออกให้สะอาด สูตรนี้เดือนหนึ่งสามารถทำได้ประมาณ 2-3 ครั้งค่ะ

วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิววิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา

4. สวยใสไร้สิวด้วย “ขมิ้น”

ขมิ้น เป็นสมุนไพรที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวได้ดีเยี่ยม อีกทั้งยังทำให้สิวอักเสบยุบลงได้ง่าย และช่วยให้รอยสิวเก่าจางลง โดยให้นำผงขมิ้นชันมาผสมกับน้ำผึ้งและนมสด เมื่อคนให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำบ่อย ๆ ผิวหน้าของคุณจะเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ สิวน้อยลง เพราะขมิ้นจะช่วยยับยั้งการเกิดสิวใหม่ได้เป็นอย่างดี

วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิววิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา

5. กำจัดสิวเสี้ยนด้วย “ไข่ขาว”

ไข่ขาว ถือเป็นผู้ช่วยชั้นดีในการกำจัดสิวเสี้ยนและสิวหัวดำ อีกทั้งยังจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด โดยเริ่มจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น จากนั้นนำไข่ขาวมาทาให้ทั่วใบหน้า เสร็จแล้วให้ใช้สำลีแผ่นบาง ๆ แปะทับลงไปให้ทั่ว ทิ้งไว้จนรู้สึกหน้าตึง ๆ และไข่ขาวเริ่มแห้งให้ลอกแผ่นสำลีออกเบา ๆ สิวเสี้ยนจะหลุดออกมา จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน สูตรนี้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หน้าจะใสปิ๊ง ไม่มีสิว อีกทั้งรูขุมขนก็จะเล็กลงอีกด้วย

วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว

6. สครับหน้าใสด้วย “โยเกิร์ต”

การสครับผิวหน้าจะช่วยขจัดความหมองคล้ำ และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้หน้าขาวกระจ่างใสไร้สิว โดยให้นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วย มาผสมกับเกลือป่นอีกครึ่งช้อนโต๊ะ คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นให้นำมาขัดผิวหน้าอย่างเบามือ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกให้สะอาด โดย 1 สัปดาห์ควรสครับผิวหน้าอย่างน้อย 1 ครั้ง

วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว

7. ดื่มน้ำมาก ๆ

ถ้าอยากมีผิวหน้าผิวพรรณที่สดใส ร่างกายจำเป็นต้องดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้หญิงควรจะต้องดื่มน้ำอย่างต่ำประมาณวันละ 2 ลิตร (8-9 แก้ว) แต่ถ้าอยากจะมีหน้าใส ไม่เป็นสิวบ่อย ๆ ควรจะดื่มน้ำให้ได้มากกว่าวันละ 2 ลิตรนะคะสาว ๆ

วิธีทําให้หน้าเนียนใสไร้สิว

8. ทาครีมบำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ AHA และวิตามินซี

การเลือกครีมบำรุงผิวหน้าก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกันนะคะสาว ๆ เพราะผิวหน้าของเราต้องการการบำรุง ซึ่งครีมที่เหมาะสมควรจะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว, มีส่วนผสมของ AHA จากธรรมชาติที่จะช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส รวมถึงวิตามินซีที่จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว และเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสและไม่มีริ้วรอยก่อนวัย วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา.