ทำนมวันที่สองเขาว่ากันว่าวันที่สองจะเจ็บปวดที่สุด แต่เอาจริงๆ

ทำนมวันที่สอง : เขาว่ากันว่าวันที่สองจะเจ็บปวดที่สุด แต่เอาจริงๆ พอกินยามันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรจริงๆ นะ จะมีก็แต่อาการมึนๆ ยา ได้ยาแก้ปวดแบบน้ำมาขวัญก็ทานแค่วันแรกวันเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทานเลย กินข้าว กินผลไม้ได้ ขวัญจะไม่ค่อยอยากกินเท่าไร แต่เวลากินผลไม้จะรู้สึกสดชื่น กินได้  ทำนม.

ทำนม
ทำนมคือถ้าถามว่าทำไมดูชิวๆ ไม่เจ็บจริงๆ หรอ คือ ตอนนั้นรู้สึกแค่มันแน่น ตึง หนัก ไม่เจ็บไม่ปวดแผลอะไร เป็นอาการที่เชื่อว่าผู้หญิงหลายๆ คนทนได้ ง่วงก็นอนพัก เดินช้าลง พูดได้ปกติ แต่ไม่เจ็บแผลจริงๆ

วันที่สาม : วันนี้ไปคลายผ้าพันออก แล้วคุณหมอก็ตรวจเช็คคว่ามีเลือดคลั่งไหม ปกติหรือไม่ พอหลังจากคลายผ้าพูดได้คำเดียวว่าโล่ง หายใจหายคอสะดวกขึ้นเยอะแต่ต้องรอเวลาที่ร่างกายจะปรับตัวรับกับน้ำหนักของหน้าอกที่เพิ่มขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตแบบไม่ค่อยสนุกเท่าไร ทำทุกอย่างช้าลงมากๆ แต่หลังจากคลายผ้าออก ก็ใส่เป็นสปอตบาร์แทน เพื่อเป็นการผยุงหน้าอกให้เข้าที่ ไม่กระทบกระเทือนมากจนเกินไป

วันที่สี่ จนถึง วันที่หก : พอผ่าน 3 วันแรกมาแล้ว ต้องบอกว่าอาการเริ่มดีขึ้นๆ เรื่อยๆ ค่ะ กินยาตามที่หมอสั่ง ไม่แน่นเท่าวันแรกๆ แต่อาการตึงๆ ยังคงอยู่ แผลไม่ถูกน้ำ ปิดอย่างสะอาดและปลอดภัยต่อเชื้อโรค และไปเดินเล่นได้ แต่แค่การเดินจะช้าลงกว่าเดิม เพราะก็กล้าๆ กลัวๆ เน๊าะ แล้วโดยส่วนตัวเป็นคนเดินเร็วอยู่แล้วด้วย พอทำมาปุ๊บต้องเดินช้าลง เลยรู้สึกกับเรื่องชัดเจนหน่อย ทำนม

วันนัดตัดไหม : หลังจากครบกำหนด 7 วันก็ไปตัดไหมค่ะ พอตัดไหมเสร็จก็รีบถามพยาบาลเลยว่าแผลเป็นยังไง (ลุ้นรองลงมาจากการเปิดผ้าพันหน้าอกเลย) เสร็จแล้วคุณหมอก็จะสอนนวดหน้าอก แต่นวดในที่นี้คือการทำให้หน้าอกเป็นธรรมชาติ ซิลิโคนชิดกันมากขึ้นนั้นเอง

ส่วนเรื่องรอยแผลจากการผ่าตัด อย่างที่บอกไปว่าเป็นสิ่งที่ตัดสินใจตอนก่อนทำเลย ในช่วงที่เลือกคุณหมอ เพราะอยากได้คุณหมอที่ใจดี ใจเย็น ถามได้ ให้คำปรึกษาได้ ผลงานดี รวมถึงฝีมือในการเย็บแผลด้วย (อารมณ์แบบทะนุถนอมเราหน่อยนะ) และเป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้เลยค่ะ รอยแผลสวยมากๆ เหมือนเป็นรอยมีดบาด แถมมองไม่เห็นรอยเย็บเลย แผลไม่นู้น ไม่ช้ำ ตอนแรกคิดไว้ว่าจะทำเลเซอร์รอยแผล แต่ตอนนี้รู้สึกโอเคกับมันมาก เลยรักษารอยคล้ำดำต่างๆ ค่ะ

การตัดสินใจทำนมในครั้งนี้ มาจากความคิดที่ว่าอยากเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง แต่งตัวได้หลากหลายมากขึ้น ก่อนหน้านี้คิดมาตลอดว่าการเสริมหน้าอกต้องเป็นอะไรที่น่ากลัว ยิ่งใหญ่ เจ็บหนักแน่ๆ แต่หลังจากที่ทำเสร็จแล้ว ทำให้รู้เลยว่า ฝีมือคุณหมอกับความพร้อมของร่างกายเรานั้นสำคัญค่ะ ออกกำลังกายก่อนจะทำการเสริมหน้าอก ดูแลสุขภาพ เลยทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไว เพื่อนๆ ยังบอกเลยว่าขวัญฟื้นตัวไวมากๆ
ส่วนเรื่องฝีมือของคุณหมอนั้นยิ่งสำคัญที่สุด คุณหมอทรงยศมีความประณีต ไม่รุนแรง ผ่าตัดแบบให้เลือดออกน้อย บาดเจ็บให้น้อยที่สุด เลยทำให้ร่างกายไม่เจ็บช้ำมากนัก และการเลือกผ่าใต้ราวนมเป็นบริเวณที่จะบาดเจ็บน้อยที่สุดด้วย นี่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ขวัญฟื้นตัวได้ไวค่ะ ดังนั้นแล้วก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยการทำศัลยกรรมอะไรก็แล้วแต่ ต้องศึกษาข้อมูลคุณหมอให้ดี ดูผลงานของคุณหมอเยอะๆ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ

สิ่งที่ช่วยในการตัดสินใจให้เลือกเสริมหน้าอกกับคุณหมอทรงยศนั้น เพราะก่อนหน้านี้ได้ทำการหาข้อมูลเกี่ยวกับการเสริมหน้าอกเยอะมากๆ แต่ไปสะดุดตากับผลงานและแผลผ่าตัดที่สวย การผ่าตัดที่บาดเจ็บไม่มาก ฟื้นตัวเร็ว แถมที่คลินิคยังมีทีมคอยตามติดตามอาการ สามารถสอบถามข้อมูลที่สงสัยได้ เกิดอาการอะไรผิดปกติโทรปรึกษาได้ตลอดเวลาเลยจริงๆ ลองวัดขนาดซิลิโคนให้พอใจเราก่อนได้ จึงทำให้หลังจากนั้นก็หาข้อมูลเกี่ยวกับคุณหมอทรงยศเรื่อยๆ จนตัดสินโทรมาปรึกษากับทางคลินิคและตัดสินใจทำกับคุณหมอ และไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะที่ตัดสินใจและเชื่อใจในฝีมือของคุณหมอทรงยศ จันทจิตร์นี้แหละค่ะสาวๆ

หลังจากผ่าตัดเสร็จ จะอยู่ในห้องสังเกตอาการ2-3ชั่วโมง หลังจากนั้น เมื่อคนไข้ตื่นดี ถึงจะให้หลับบ้าน (จะมียาแก้ปวด ยาลดบวม ยาฆ่าเชื้อ หรือยาแก้อักเสบให้กลับบ้านไป)ทำนม.

ศัลยกรรมหน้าอกการดื่มน้ำ ในหน้าฝนอากาศเย็น

ศัลยกรรมหน้าอกโรคหวัดพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน จึงควรสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายอยู่เสมอ ถ้าเปียกฝนก็ควรรีบทำความสะอาดร่างกายตั้งแต่ศีรษะโดยการสระผม เมื่อสระผมเสร็จแล้วควรเช็ดผมให้แห้งเพื่อ ป้องกันการเกิดเชื้อราที่หนังศีรษะ พร้อมชำระร่างกายให้สะอาด เช็ดตัวให้แห้ง จากนั้นก็เปลี่ยนศัลยกรรมหน้าอก.

ศัลยกรรมหน้าอก

3. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่ให้วิตามินซี เพื่อป้องกันหวัดและภูมิแพ้ เช่น ผักใบเขียว ให้สารอาหารที่มีวิตามิน โปรตีน และผลไม้นานาชนิดที่ไม่มีรสหวานมาก และมีความเป็นแป้ง ในตัว เช่น มะม่วงสุก เพราะเราต้องการกากใยช่วยเรื่องการขับถ่าย ระบายได้ง่ายท้องไม่ผูก เพราะการขับถ่ายเป็นการขับเชื้อโรคช่องทางหนึ่งของร่างกาย 4. การออกกำลังกายก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ในหน้าฝนควรเปลี่ยนที่ออกกำลังกายมาเป็นในร่ม และควรเป็นสถานที่ ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ช่วงเวลาที่ดีในการออกกำลังกาย คือ ช่วงเช้า เพราะร่างกายเพิ่ง ผ่านการพักผ่อนมา และในยามเช้าอากาศก็ดีไม่ร้อน เมื่อออกกำลังกายจะทำให้สดชื่น ระบบการเผาผลาญไม่ทำงานหนัก ศัลยกรรมหน้าอก

5. การดื่มน้ำ ในหน้าฝนอากาศเย็น น้ำจำเป็นมากต่อร่างกาย สมองคนเราต้องการน้ำ 75% และร่างกายมีน้ำ 3 ใน 4 ของร่างกาย หากเรางดการดื่มน้ำ ร่างกายจะขาดน้ำ ดังนั้นเราควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ต่อร่างกาย สังเกตง่ายๆว่าร่างกายขาดน้ำจะส่งผลให้ลิ้นแห้ง ริมฝีปากแห้ง การดื่มน้ำที่ดีไม่ใช่การดื่มน้ำครั้งละมากๆ หรือหมดแก้ว แต่การดื่มน้ำที่ดีคือ การดื่มเรื่อยๆ ดื่มบ่อยๆ เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ
6. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อร่างกาย ควรนอนอย่างน้อยวันละ 6 – 7 ชั่วโมง เพราะร่างกายต้องการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จึงไม่ควรนอนดึกซึ่งจะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง
7. การดูแลรักษาเท้า โรคที่มากับหน้าฝน โรคเชื้อราที่เล็บเท้า โรคน้ำกัดเท้า เพราะน้ำที่กักขังไม่ระบายออกตามท่อระบายน้ำ ผสมกับฝุ่น และเศษขยะ ทำให้เกิดเชื้อโรค เราควรทำความสะอาดเท้าโดยการ ล้างเท้าก่อนทุกครั้ง แล้วเช็ดเท้าให้แห้ง และสมุนไพรที่อยู่ในครัวเรือนที่เราสามารถนำมาป้องกันเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราที่เท้าได้ เช่น ใบมะกรูด นำมาฉีกเป็นใบ ตะไคร้ บุแล้วหั่นเป็นท่อน ขิง นำมาบุพอแตก นำทั้ง 3 อย่างนี้ต้มกับน้ำ 1 ลิตร ให้เดือด 10 นาที จากนั้นนำมาผสมน้ำธรรมดาให้อุ่นๆ แช่เท้าสัก 10 นาที นอกจากช่วยป้องกันการเกิดเชื้อแบคทีเรีย ยังช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าได้อีกด้วย
8. สิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ เราต้องสร้างนิสัยที่ดีในเรื่องของการรับประทานอาหารประกอบร้อน และสุก รวมถึงการใช้ช้อนกลางตักอาหารด้วย

อย่าปล่อยให้ชีวิตต้องจมอยู่กับความเครียด จากการทำงาน อันเร่งรีบและเรียกร้อง ลองใช้วิธีการต่อไนปี้ที่ได้ชื่อว่าช่วยในการ คลายเครียด ให้คุณได้อย่าง ทันใจ เสมอ.