สิวเสี้ยน สาเหตุการเกิดสิวเสี้ยนกลไกการเกิดสิวเสี้ยน

สิวเสี้ยน สาเหตุการเกิดสิวเสี้ยนกลไกการเกิดสิวเสี้ยน ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการสร้างเซลล์ที่มากผิดปกติ และมักจะเกิดบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก การเกิดสิวเสี้ยนมักจะเริ่มจากมีการอุดตันที่ท่อต่อมไขมัน หรือมีการผลิตไขมันออกมามาก จึงเกิดการอุดตันในรูขุมขน และไขมันจะไปรวมตัวกับเซลล์ชั้นขี้ไคลจากผนังท่อ จนกลายเป็นก้อนที่เรียกว่า “คอมีโดน” และนอกจากการอุดตันของไขมันจนเป็นก้อนขาว ๆ แล้ว ยังมีขนที่คุดคู้อยู่ข้างในด้วย ซึ่งแทนที่ 1 รูขุมขนจะมีขนเพียง 1 เส้น แต่กลับมีขนอ่อนเส้นเล็ก ๆ หลายเส้นอัดกันอยู่ รวมตัวกับเซลล์ชั้นขี้ไคล และถูกห่อหุ้มด้วยผนังท่อต่อมไขมัน จนเกิดการอุดตัน ถ้าลองบีบดูจะเห็นเส้นสีขาวเหมือนตัวหนอน หากนำมาส่องด้วยแว่นขยายก็จะเห็นขนอ่อนจำนวนมากประมาณ 6-50 เส้น นอกจากจะเห็นว่ามีลักษณะเป็นจุดดำ ๆ แล้ว ยังมีหนามแหลม ๆ ยื่นออกมา เวลาใช้มือคลำจะรู้สึกสะดุดเหมือนหนาม สิวเสี้ยน.

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%99
สิวเสี้ยน วิธีรักษาสิวเสี้ยน
เริ่มจากดูแลตัวเอง เราสามารถลดสิวเสี้ยนได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ โดยการรักษาความสะอาดบนใบหน้า พยายามอย่าให้หน้ามัน หากหน้ามันระหว่างวันก็ให้ใช้ทิชชู่ซับหน้าแทนการใช้กระดาษซับมัน หรือจะล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าแล้วซับหน้าให้แห้งก็ได้ และไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง พยายามเลือกใช้เครื่องสำอางที่ช่วยดูดซับความมัน เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีเนื้อบางเบา เช่น แบบเจลหรือโลชั่น และใช้ในปริมาณน้อย เพื่อลดการอุดตันบริเวณรูขุมขน และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม เน้นรับประทานผักและผลไม้ให้มาก ๆ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันมาก ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้วสิวเสี้ยน
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง การรักษาต้องควบคู่มากับการป้องกัน พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดสิวเสี้ยนคุณควรหลีกเลี่ยงไม่ว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้หน้ามันหรือปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้รูขุมขนกว้าง เช่น บำรุงผิวหน้าจนเกินความจำเป็น บีบสิวเสี้ยนหรือกดสิวเสี้ยนด้วยตัวเอง รวมไปถึงการนวดหน้า ขัดหน้าบ่อย ๆ เช็ดถูกหน้าแรง ๆ จนเป็นการรบกวนรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกว้างและก่อให้เกิดการอุดตันได้ง่าย จนกลายเป็นปัญหาไม่รู้จบ
เบนซอยเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide – BP) หรือยาบีพี ให้นำมาใช้ทาให้ทั่วหน้าก่อนการล้างวันละ 2 ครั้ง ทั้งเช้าและเย็นหรือก่อนนอน โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ยานี้จะออกฤทธิ์ไปลดปริมาณไขมันที่ผิวหนังและช่วยละลายสิ่งสกปรกที่อุดตันตามรูขุมขน จึงช่วยลดการอุดตันของต่อมไขมันได้ เริ่มต้นควรใช้ในขนาดความเข้มข้นต่ำก่อนหรือขนาด 2.5% เมื่อผิวเริ่มชินกับยาแล้ว จึงค่อยเพิ่มระยะเวลาการทาให้นานขึ้น และเพิ่มความเข้มข้นของยาเป็น 5% หรือ 10% ไขมันที่อุดตันก็จะถูกละลาย แต่ขนที่คุดเป็นเส้นดำ ๆ นั้น อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การกดออกสิวเสี้ยน
เบนซอยเพอร์ออกไซด์
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท AHA และ BHA (ยาละลายสิวเสี้ยน) เพราะมันจะช่วยทำให้ไขมันอ่อนตัวลง ทำให้เราสามารถเอาสิวเสี้ยนออกมาได้โดยง่าย เมื่อเรานำเอาสิวเสี้ยนออกจากรูขุมจนของเราได้แล้ว ก็ต้องกระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์ทันที เพียงเท่านี้ก็สามารถลดการเกิดสิวเสี้ยนได้แล้วล่ะ สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภท BHA อาจหาได้ไม่ง่ายนัก แม้ว่าจะใช้ชื่อ BHA (Beta hydroxyl acid) แต่บนฉลากมักเขียนว่า Salicylic acid แถมเรายังไม่รู้ด้วยว่ามี BHA ผสมอยู่มากพอที่ช่วยละลายไขมันได้หรือไม่ เลยทำให้คนใจร้อนรู้สึกว่ามันเห็นผลช้า ดังนั้นถ้าอยากจะใช้ตัวช่วยที่รวดเร็วกว่า BHA ก็ขอแนะนำเป็น “เรตินอยด์” สิวเสี้ยน.

Leave a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *