ลดรอยแดง เราทุกคนล้วนมีสิวที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและรอยแดง

ลดรอยแดง เราทุกคนล้วนมีสิวที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและรอยแดง รอยแดงจากสิวคือผลของการอักเสบ ไม่ใช่รอยแผลเป็น ในความเป็นจริงแล้ว อาการอักเสบช่วยให้เนื้อเยื่อของเราสร้างตัวขึ้นใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งของผลของการที่ร่างกายของเราพยายามรักษาตัวเองและไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด แต่การที่ใบหน้าของเรามีอาการอักเสบเกิดขึ้นเต็มไปหมดให้ชาวโลกได้รับรู้นั้นก็เป็นเรื่องชวนหงุดหงิดไม่ใช่น้อย โชคดีที่ว่า เรายังพอมีวิธีบ้านๆ ที่สามารถช่วยลดหรือซ่อนรอยแดงที่เกิดจากการอักเสบได้จนกว่าผิวของคุณจะหายดี ลดรอยแดง.

ลดรอยแดง
ลดรอยแดง ส่วนการรักษารอยแดงจากสิวด้วยวิธีที่ทำได้ภายในบ้าน

ประคบน้ำแข็งบนสิวเพื่อลดการอักเสบ. ใช้ผ้าสะอาดผืนบางๆ ห่อน้ำแข็งสักสองสามก้อนแล้วแนบลงไปบนสิวตรงๆ ควรระวังไม่ให้ใช้แรงกดลงบนใบหน้ามากเกินไป เนื่องจากการกดแรงๆ อาจทำให้สิวแตกได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดรอยแดงมากขึ้นและทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายเข้าไปอีก
อุณหภูมิเย็นจะควบคุมการไหลเวียนเลือดในร่างกายให้ช้าลง ช่วยลดอาการบวมและรอยแดงในเนื้อเยื่อได้รับการบาดเจ็บ นักกีฬาหลายๆ คนใช้วิธีการรักษาอาการอักเสบของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการบาดเจ็บด้วยวิธีการบำบัดด้วยน้ำแข็ง (เช่น การแช่อ่างน้ำแข็ง หรือการประคบด้วยน้ำแข็ง เป็นต้น)

ใช้ยาหยอดตา. ยาหยอดตามีจุดประสงค์เพื่อลดรอยแดง ตัวยาประกอบด้วยเตตราไฮโดรโซลีน ไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งช่วยในการรักษาอาการแดง (ปกติแล้วจะใช้สำหรับรอยแดงที่เกิดขึ้นในตา)
หยดยาหยอดตาลงบนคอตตอนบัด แล้วใช้ทาบนสิวอย่างเบามือ
อีกวิธีหนึ่งคือ จุ่มคอตตอนบัดในยาหยอดตา แล้วแช่ไว้ในช่องฟรีซหนึ่งคืน จากนั้นนำมาทาบนสิวอย่างเบามือ ความเย็นจะช่วยลดอาการอักเสบ ส่วนตัวยาไฮโดรโซลีน ไฮโดรคลอไรด์ ในยาหยอดตาจะช่วยรักษาอาการแดงลดรอยแดง
การทายาหยอดตาทั่วใบหน้าอาจทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้นได้ ควรทาเฉพาะบริเวณที่มีรอยแดง และไม่ควรใช้เทคนิคนี้บ่อยเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดผลร้ายแรงได้

มาส์กหน้าด้วยแอสไพริน. ยาแอสไพรินประกอบด้วยกรดซาลิซิลิก ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนผสมหลักของครีมขัดผิวและยาทาที่ใช้ในการรักษาสิว กรดชนิดนี้จะมีฤทธิ์ต้านการอักเสบด้วยการไประงับเอนไซม์ที่ทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้นมา
บดยาแอสไพรินแล้วผสมกับน้ำในปริมาณเล็กน้อยให้กลายเป็นยาพอก จากนั้นใช้คอตตอนบัดค่อยๆ ทายาในบริเวณที่อักเสบ ปล่อยให้แห้งแล้วล้างออก แม้วิธีนี้อาจแก้ปัญหาไม่ได้ในทันที แต่ก็พอมีส่วนช่วยลดอาการแดงลงได้บ้าง
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 44
แต้มยาสีฟันในปริมาณเล็กน้อยลงบนสิว. ยาสีฟันส่วนใหญ่จะมีสารซิลิกาที่ช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้น ซิลิกาเป็นสารเดียวกันกับที่พบในซองสีขาวเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ลดความชื้นในอาหารว่างอย่างเนื้ออบแห้ง ซึ่งช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้
ทายาสีฟันบางๆ ลงบนสิวก่อนนอน และปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งในตอนกลางคืน จากนั้นล้างออกในตอนเช้า
ห้าม ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของเมนทอลหรือฟลูออไรด์ ส่วนผสมพวกนี้อาจทำให้รอยแดงแย่ลงและเกิดสิวมากขึ้นกว่าเดิม

ทาน้ำมะนาว. น้ำมะนาวจะมีกรดซิตริกซึ่งมีส่วนช่วยในการกำจัดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ระบุว่า กรดซิตริกมีส่วนประกอบที่เป็นธรรมชาติในการทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น[1]ซึ่งช่วยให้รอยแดงจากสิวลดลงได้อีกด้วย ให้บีบน้ำมะนาวออกมาเล็กน้อย จุ่มด้วยสำลี แล้วทาลงบนสิวในตอนกลางคืน
น้ำมะนาวจะทำให้ ผิวกระจ่างใสขึ้น วิธีนี้จะต้องใช้เวลานานสักหน่อยและปฏิบัติเป็นประจำจึงจะเห็นผล แต่เม็ดสีผิวของคุณจะสว่างขึ้นได้จริง อย่างไรก็ตาม หากคุณทาน้ำมะนาวเท่าที่จำเป็นและทาลงบนผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอกัน รอยแดงจากสิวก็อาจลดลงจนมองไม่เห็น
หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดหลังจากทาน้ำมะนาว เนื่องจากน้ำมะนาวมักจะทำให้ผิวแห้ง ผิวของเราจึงเสียหายได้ง่ายเมื่อเจอแสงแดด ให้ทาน้ำมะนาวในตอนกลางคืนเท่านั้น แล้วล้างหน้าในตอนเช้า และทาครีมกันแดดที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนเป็นประจำ
น้ำมะนาวอาจขัดขวางการทำงานของยารักษาสิวชนิดอื่นได้ เช่นเดียวกับการรักษาด้วยของที่หาได้ภายในบ้านทุกชนิด ประสิทธิภาพในการใช้น้ำมะนาวรักษาสิวนั้นไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และควรปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง ควรปรึกษาหมอหรือแพทย์ผิวหนังของคุณเกี่ยวกับการใช้น้ำมะนาวร่วมกับผลิตภัณฑ์ทาผิวอื่นๆ

ประคบสิวด้วยผ้าขนหนูร้อนๆ หรือถุงชาอุ่นๆ. กล่าวง่ายๆ ก็คือ การประคบสิวด้วยอุณหภูมิอุ่นจะเปิดรูขุมขนออก ซึ่งจะเป็นการดึงแบคทีเรียหรือหนองให้ออกมาข้างนอกชั้นผิว และทำให้คุณสามารถทำความสะอาดน้ำมัน สิ่งสกปรก และเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปได้
เตรียมน้ำไว้ที่อุณหภูมิร้อนจัด เวลาที่คุณประคบอุณหภูมิร้อนๆ ลงบนใบหน้านั้น ช่วงแรกๆ คุณอาจรู้สึกไม่ค่อยดีนัก แต่หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกดีขึ้น ให้จุ่มผ้าขนหนูลงในน้ำร้อน หรือใช้ถุงชาร้อนๆ แล้วค่อยๆ แนบลงบนสิวประมาณ 30-60 วินาที
หลังจากประคบร้อนแล้ว ให้ตามด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่ใช้กันทั่วไป ผลิตภัณฑ์ขัดผิวหน้าหรือทำความสะอาดใบหน้าจะช่วยกำจัดน้ำมันและแบคทีเรียที่ถูกดึงออกมาจากการประคบร้อนได้

หาซื้อผลิตภัณฑ์ลดรอยแดงตามร้านขายยาตามห้างเพื่อเอามาทาสิว. ให้หาซื้อผลิตภัณฑ์ที่ ‘เห็นผลทันที’ เภสัชกรอาจช่วยคุณได้

ใช้คอนซีลเลอร์เพื่อซ่อนรอยแดงทันที. คอนซีลเลอร์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิกที่ช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้นเมื่อทาลงไปแล้วนั้นก็มีขายเช่นกัน
คอนซีลเลอร์สีเขียวจะช่วยปิดบังรอยแดงบนผิวของคุณ รองพื้นชนิดน้ำที่ตรงกับผิวของคุณ หรือแป้งฝุ่นที่ใช้ทาในขั้นสุดท้าย
ส่วน
การปฏิบัติตนเพื่อรักษาผิวไม่ให้มีสิวมากล้ำกราย

ล้างหน้าเป็นประจำทุกวันด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่มีคุณภาพ. ล้างหน้าหนึ่งครั้งในช่วงเช้าและอีกครั้งในตอนกลางคืน บำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นทุกครั้งหลังจากล้างหน้า เสร็จแล้วก็ทายาทุกครั้ง
อย่าขัดหน้าแรงเกินไปหรือใช้อุปกรณ์ที่มีผิวหยาบ เช่น ใยบวบ หรือผ้าขนหนู ในการทำความสะอาดใบหน้า แค่ใช้มือของคุณก็เพียงพอแล้ว เวลาที่เช็ดหน้าให้แห้ง ให้ค่อยๆ ใช้ผ้าขนหนูซับจนแห้ง (หรือปล่อยให้แห้งเอง) อย่าใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าแรงเกินไป
หากคุณใช้ยารักษาสิวที่หาซื้อเองทั่วไปและใช้วิธีรักษาด้วยสิ่งของใกล้ตัวภายในบ้านมานานถึง 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่เห็นถึงความความก้าวหน้าใดๆ กับสิวบนใบหน้าของคุณ ให้ไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 102
ดื่มน้ำเยอะๆ. แพทย์หลายคนแนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 3 ลิตร (13 ถ้วย) ต่อวันสำหรับผู้ชาย และ 2.2 ลิตร (9 ถ้วย) ต่อวันสำหรับผู้หญิง เนื่องจากวิธีนี้ค่อนข้างจะจำง่าย เราแนะนำให้ใช้กฎ “8 คูณ 8” ซึ่งก็คือ ดื่มน้ำ 8 ออนซ์ 8 แก้วต่อวัน
เมื่อร่างกายขาดน้ำ คุณจะสูญเสียความชุ่มชื้นในผิวของคุณไปด้วย หมายความว่า บริเวณผิวหนังของคุณจะมีการไหลเวียนน้อยเกินกว่าที่จะผลิตสารอาหารที่จำเป็นได้ เมื่อใดที่ร่างกายของคุณไม่ได้รับน้ำอย่างเหมาะสม ผิวหนังของคุณเป็นที่แรกบนร่างกายที่จะรู้สึกถึงการขาดน้ำ
การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ตับและไตของคุณสามารถล้างสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การดื่มน้ำยังช่วยให้ลำไส้ใหญ่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 113
ทำให้มั่นใจว่าร่างกายของคุณได้รับวิตามินอย่างเหมาะสม. งานวิจัยชี้ว่าวิตามินบางชนิดสามารถช่วยยับยั้งการอักเสบและเสริมสร้างให้ผิวมีสุขภาพดี ต่อไปนี้คือวิตามินทั้ง 3 ชนิดที่คุณสามารถใช้ในการต่อสู้กับสิวโดยทั่วไปและรอยแดงโดยเฉพาะ
วิตามินเอ การขาดวิตามินเอในร่างกายนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอักเสบในลำไส้ ปอด และผิวหนัง[4] วิตามินเอเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นั่นคือเป็นสารที่ช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์ที่เรียกว่า สารอนุมูลอิสระ ซึ่งทำลายเซลล์ผิวและเร่งการเกิดริ้วรอย อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ได้แก่ ตับบด (ปาเต), แครอท, มันเทศ, ผักโขม, ฟักทอง, แอปริคอท และแคนตาลูป
วิตามินบี 6 วิตามินบี 6 เป็นสารที่ละลายในน้ำ หมายความว่าคุณจะสูญเสียสารอาหารตัวนี้ไปเมื่อน้ำในร่างกายของคุณระเหยหรือถูกใช้งาน ซึ่งหมายความว่า คุณควรบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 6 เข้าไปในร่างกายเป็นประจำทุกวันแทนการทานอาหารเสริม โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 6 มีดังนี้ เนื้อวัว, ไก่งวง, ถั่ว, เมล็ดธัญพืช, พืชตระกูลถั่ว และปลา
วิตามินซี วิตามินซีเป็นต้นตอในการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของผิว วิตามินซียังช่วยป้องกันสารพิษที่ทำให้เกิดโรคและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย งานวิจัยชี้ว่าวิตามินชนิดนี้มีประโยชน์ในการต้านการอักเสบ[4] อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ พริกขี้หนู, ฝรั่ง, ผลไม้ตระกูลส้ม (มะนาว, ส้ม, เกรปฟรุต), คะน้า, บรอกโคลี่, กีวี่ และสตรอว์เบอร์รี่
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 124
ขัดผิวทุกอาทิตย์. การขัดผิว (Exfoliating) หมายถึง การใช้สครับหรือมาส์กในการกำจัดชั้นผิวที่ตายแล้วที่สะสมระหว่างวันหรือสะสมมาหลายวันออกไป ให้ขัดผิวสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเพื่อให้ผิวใสขึ้น สุขภาพดีขึ้น และสะอาดขึ้น
คุณสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวได้ง่ายๆ ตามร้านขายยาใกล้บ้าน หรือจะทำขึ้นเองที่บ้านก็ได้เช่นกันลดรอยแดง
ตั้งชื่อภาพ Remove the Redness of a Pimple Step 135
หาช่องทางการระบายความเครียดที่ดีต่อสุขภาพ. นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วความเครียดทำให้เกิดสิวได้อย่างไร แต่พวกเขาทราบว่าทั้งสองสิ่งมีความเชื่อมโยงกัน นั่นคือ เซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตไขมันจะมีตัวรับฮอร์โมนความเครียด ซึ่งหมายความว่า เมื่อใดที่คุณเกิดเครียดขึ้นมา เซลล์ไขมันพวกนั้นก็จะทำงานผิดปกติไปด้วยไขมันเป็นสารมันๆ ที่จะอุดตันรูขุมขนและก่อให้เกิดสิว
ออกกำลังกาย แม้แต่การเดินวันละ 20 นาทีก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพ เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ อาสาเป็นคนพาสุนัขไปเดิน การออกกำลังกายจะช่วยลดระดับความเครียดของคุณได้ ซึ่งจะมอบโอกาสให้คุณมีผิวที่ดีขึ้นลดรอยแดง
หันมาเล่นกีฬา กีฬาไม่ได้มีไว้สำหรับพวกบ้าพลังเท่านั้น ความจริงแล้วผู้คนแต่ละประเภทล้วนมีกีฬาที่เหมาะกับลักษณะของเขา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือคุณได้มีความสุข ได้เผาผลาญพลังงาน และได้หาทางออกสนุกๆ ให้กับความเครียดของคุณ
เคล็ดลับ
ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขน จากนั้นล้างสบู่ออกด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขนบนใบหน้า
หลีกเลี่ยงการบีบสิว หากทำได้
สบู่แบบธรรมดาก็ใช้ได้ แต่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าโดยเฉพาะ หากมี
ทาครีมกันแดดแบบปราศจากน้ำมันที่ SPF 15 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน รอยแดงบางชนิดก็เกิดจากผิวที่แห้งเกินไป
เปลี่ยนสบู่ทุกๆ สองถึงสามเดือน เนื่องจากผิวของคุณอาจเคยชินกับสบู่ที่ใช้อยู่
ปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่สามารถแนะนำยาให้คุณได้ หากรอยแดงบนใบหน้าเป็นปัญหาที่แก้ไม่หายสักที
สบู่ “โดฟ” ช่วยลดรอยแดงที่เกิดจากสิวได้ดี แต่จริงๆ แล้วสบู่ยี่ห้ออื่นๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน
หากจำเป็นต้องบีบสิวจริงๆ ควรล้างมือให้สะอาด แล้วใช้กระดาษทิชชู่ในการบีบสิว หลังจากนั้น ให้แต้มครีมฆ่าเชื้อบนรอยสิวเพื่อกำจัดแบคทีเรีย
ก่อนที่จะใช้วิธีการอบไอน้ำ ควรแน่ใจว่าใบหน้าของคุณนั้นปราศจากสิ่งสกปรก ผิวที่ตายแล้ว ฯลฯ เนื่องจากสิ่งตกค้างบนใบหน้าอาจทำให้รูขุมขนอุดตันและทำให้เกิดสิวมากขึ้นได้
การที่คุณเป็นคนผิวมันไม่ได้หมายความว่าผิวหน้าของคุณไม่ต้องการการบำรุงผิว! ควรใช้ครีมบำรุงผิวแบบปราศจากน้ำมัน
หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าระหว่างวัน การสัมผัสใบหน้าจะทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายไปบนใบหน้าของคุณ
อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป ไม่อย่างนั้นน้ำมันที่สร้างขึ้นตามธรรมชาติบนผิวหน้าของคุณอาจถูกล้างออกไปด้วย
คำเตือน
การบีบสิวอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้
หากคุณจะบีบสิว ให้พยายามทำอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ลดรอยแดง.

Leave a comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *