รูมาตอยด์ กินอะไร เลี่ยงอะไร ในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid)

รูมาตอยด์ กินอะไร เลี่ยงอะไร ในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)เป็นความผิดปกติเรื้อรัง ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันรุกรานเนื้อเยื่อในร่างกายหลายแห่งโดยเฉพาะส่วนข้อ ทำให้เกิดการอักเสบและทำให้ข้อเสื่อม อาการแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ไม่มีอาการ ผู้ป่วยจะรู้สึกสบายดี ส่วนระยะที่อาการกำเริบ ผู้ป่วยจะมีอาการเมื่อยล้า เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำๆ ปวดกล้ามเนื้อและข้อ กล้ามเนื้อและข้อเกร็ง(พบมากในช่วงเช้า) ข้อเปลี่ยนเป็นสีแดง บวม ปวด นิ่ม โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นทั้ง 2 ข้างของร่างกายสมดุลกัน มักเกิดกับข้อเล็ก หากทิ้งไว้เรื้อรัง จะลุกลามมีผลทำลายอวัยวะอื่นๆ เช่นปอด หัวใจ เม็ดเลือด ทำให้ต่อมน้ำตาฝ่อ ตาแห้งฝืด ฯลฯ รูมาตอยด์.

rheumathism
รูมาตอยด์ จะรับประทานอาหารอะไรได้บ้างที่ไม่มีผลทำให้อาการกำเริบ?
อาหารที่ไม่มีผลกระตุ้นให้เกิดอาการปวดข้อ ที่มีบทความต่างประเทศแนะนำไว้ ได้แก่
ข้าวกล้องรูมาตอยด์
ผลไม้ที่ผ่านความร้อน หรือทำแห้ง ได้แก่ เชอรี่ แครนเบอรี่ ลูกแพร์ ลูกพรุน (ยกเว้น ผลไม้ตระกูลส้ม กล้วยลูกพีช หรือมะเขือเทศ)
ผักสีเขียว เหลือง และส้ม ที่ผ่านความร้อน ได้แก่ หัวอาร์ติโช้ค หน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ ผักกาดแก้ว ผักโขม ถั่วฝักยาว มันเทศ มันสำปะหลัง และเผือก เป็นต้น
น้ำ ได้แก่ น้ำธรรมดา หรือ โซดารูมาตอยด์
เครื่องปรุงรส ได้แก่ เกลือปริมาณปานกลาง น้ำเชื่อมเมเปิ้ล และสารสกัดวานิลา

ควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง?
อาหารที่มีผลกระตุ้นให้อาการกำเริบ คือ ผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด ทั้งจากนมวัวและนมแพะข้าวโพด เนื้อสัตว์ทุกชนิด ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวราย ไข่ ผลไม้ตระกูลส้ม มันฝรั่ง มะเขือเทศ ถั่ว กาแฟ

อาหารอื่นที่อาจจะรับประทานได้ หรือควรจะหลีกเลี่ยงเพิ่มเติม มีอะไรบ้าง?
อาหารบางชนิดที่อาจจะกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ในบางคน แต่ไม่กระตุ้นอาการในคนกลุ่มใหญ่ เช่น เครื่องดื่มอัลกอฮอล์ กล้วย ช็อกโกแล็ต มอลต์ ไนเตรต หอมใหญ่ ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง น้ำตาลอ้อย และเครื่องเทศบางชนิด รูมาตอยด์.

ข้ออักเสบ เป็นภาวะที่ข้อเข่าผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน

ข้ออักเสบ เป็นภาวะที่ข้อเข่าผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน เกิดการเสื่อมของข้อ ทำให้มีการงอกของกระดูกเวลาเดินจะเจ็บข้อ มีการผิดรูปของข้อเข่า โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุทำให้เกิดความทรมานแก่ผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง คุณภาพชีวิตลดลง และทำให้โรคอื่นๆกำเริบ เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากออกกำลังไม่ได้ ข้ออักเสบ.

%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a

ข้ออักเสบโครงสร้างของข้อเข่า

ข้อเข่าของคนประกอบไปด้วยกระดูก 3 ส่วนคือ

กระดูกต้นขา Femur ซึ่งเป็นกระดูกส่วนบนของเข่า
กระดูกหน้าแข็ง Tibia ซึ่งเป็นกระดูกส่วนล่างของเข่า
กระดูกสะบ้า Patella ซึ่งอยู่ส่วนหน้าของเข่า
ผิวของข้อเข่าจะมีกระดูกอ่อน cartilage รูปครึ่งวงกลมหุ้ม ทำหน้าที่กระจายน้ำหนัก ในข้อเข่าจะมีน้ำเลี้ยง synovial fluid เปรียบเสมือนน้ำหล่อลื่น เป็นการป้องกันการสึกของข่อเข่า เมื่อเราเดินหรือวิ่ง ข้อของเราจะต้องรับน้ำหนักเพิ่ม ดังนั้นยิ่งน้ำหนักตัวมากเท่าใดข้อต้องรับน้ำหนักมากเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีเอ็นและกล้ามเนื้อที่ทำให้ข้อเข่าแข็งแรง

กลไกการเกิดข้อเข่าเสื่อมข้ออักเสบ

ข้อเข่าเสื่อมหมายถึงการที่กระดูกอ่อนของเข่ามีการเสื่อมสภาพ ทำให้กระดูกอ่อนไม่สามารถเป็นเบาะรองรับน้ำหนัก และมีการสูญเสียคุณสมบัติของน้ำหล่อเลี้ยงเข่า เมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อเข่า ก็จะเกิดการเสียดสี และเกิดการสึกหรอของกระดูกอ่อน ผิวของกระดูกอ่อนจะแข็ง ไม่เรียบ เมื่อข้อเข่าเคลื่อนไหวจะเกิดเสียงดังในข้อ เกิดอาการเจ็บปวด หากข้อเข่ามีการอักเสบก็จะมีการสร้างน้ำข้อเข่าเพิ่มทำให้เกิดการบวม ตึง และปวดข้อเข่าข้ออักเสบ

เมื่อมีการเสื่อมมากขึ้น ข้อเข่าก็จะมีการโก่งงอ ทำให้เกิดอาการปวดเข่าทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว และขนาดของจ้อเข่าก็มีขนาดใหญ่ขึ้น ในที่สุดผู้ป่วยต้องใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน บางท่านไม่เดินทำให้กล้ามเนื้อต้นขาลีบและไม่มีกำลัง ข้อจะติดเหมือนมีสนิมเกาะเท้าจะเหยียดไม่สุด

เมื่อข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น กระดูกอ่อนจะมีขนาดบางลง ผิวจะขรุขระ จะมีการงอกของกระดูกขึ้นมาเรียกว่า osteophyte เมื่อมีการอักเสบเยื่อหุ้มข้อจะสร้างน้ำเลี้ยงข้อเพิ่ม ทำให้ข้อมีขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อลีบลง การเปลี่ยนแปลงของข้อจะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยที่ผู้ป่วยไม่ทราบ ในรายที่เป็นรุนแรงกระดูกอ่อนจะบางมาก ปลายกระดูกจะมาชนกันเวลาขยับข้อจะเกิดการเสียดสีในข้อ ข้ออักเสบ.

ข้อเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้อง

ข้อเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้อง และเป็นตัวดูดซับแรงกระแทกในข้อเข่ามีการสึกหรอและเสื่อมสภาพลง หากกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นพื้นที่กว้าง กระดูกในข้อเข่าจะเสียดสีกันเอง ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการปวด ข้อเสื่อม.

%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1

ข้อเสื่อม สาเหตุของโรคข้อ
พันธุกรรมและความผิดปกติแต่กำเนิดบางชนิด เช่น ขาหรือเข่าผิดรูป
อายุและเพศ โดยเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของกระดูกอ่อนก็ลดลง นอกจากนี้ ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปจะมีแนวโน้มของการเกิดข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าผู้ชายที่อายุเท่ากันข้อเสื่อม
น้ำหนักตัวมาก (BMI มากกว่า 23 กก./ม.2)
ประวัติการบาดเจ็บที่ข้อเข่า ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมได้สูง โดยอาจเป็นผลจาก
การบาดเจ็บ โดยถึงแม้ร่างกายจะมีการซ่อมแซมตัวเองหลังการบาดเจ็บ โครงสร้างข้อเข่าก็อาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิมข้อเสื่อม
ได้รับการรักษาไม่ถูกต้อง
การใช้ข้อเข่าหักโหมซ้ำๆ หรือท่าทางบางอย่างที่ต้องงอเข่ามากเกินไป เช่น การคุกเข่า หรือนั่งยองๆ ซึ่งทำให้เข่าต้องรับแรงกดสูงกว่าปกติเป็นเวลานานหรือบ่อยครั้ง
โรคไขข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เกาต์ ส่งผลให้กระดูกอ่อนถูกทำลายจนกระทั่งหมดไป ทำให้เกิดอาการปวดและข้อติดแข็งตามมาข้อเสื่อม.

เข่าเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้อง

เข่าเสื่อม โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้อง และเป็นตัวดูดซับแรงกระแทกในข้อเข่ามีการสึกหรอและเสื่อมสภาพลง หากกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นพื้นที่กว้าง กระดูกในข้อเข่าจะเสียดสีกันเอง ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการปวด เข่าเสื่อม.

Woman having leg injury
เข่าเสื่อม สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม
พันธุกรรมและความผิดปกติแต่กำเนิดบางชนิด เช่น ขาหรือเข่าผิดรูป
อายุและเพศ โดยเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของกระดูกอ่อนก็ลดลง นอกจากนี้ ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปจะมีแนวโน้มของการเกิดข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าผู้ชายที่อายุเท่ากัน
น้ำหนักตัวมาก (BMI มากกว่า 23 กก./ม.2)
ประวัติการบาดเจ็บที่ข้อเข่า ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมได้สูง โดยอาจเป็นผลจาก
การบาดเจ็บ โดยถึงแม้ร่างกายจะมีการซ่อมแซมตัวเองหลังการบาดเจ็บ โครงสร้างข้อเข่าก็อาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิมเข่าเสื่อม
ได้รับการรักษาไม่ถูกต้อง
การใช้ข้อเข่าหักโหมซ้ำๆ หรือท่าทางบางอย่างที่ต้องงอเข่ามากเกินไป เช่น การคุกเข่า หรือนั่งยองๆ ซึ่งทำให้เข่าต้องรับแรงกดสูงกว่าปกติเป็นเวลานานหรือบ่อยครั้ง
โรคไขข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เกาต์ ส่งผลให้กระดูกอ่อนถูกทำลายจนกระทั่งหมดไป ทำให้เกิดอาการปวดและข้อติดแข็งตามมาเข่าเสื่อม.

ออฟฟิศซินโดรม โรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) คืออะไร

ออฟฟิศซินโดรมโรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) คืออะไร วันนี้เราจะพูดถึงโรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) ซึ่งมักเกิดขึ้นกับคนวัยทำงานโดยไม่รู้ตัว ด้วยอิริยาบถและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ไม่เหมาะสม ทำผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบและปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ ได้แก่ หลัง ไหล่ บ่า แขน ข้อมือ เป็นอาทิ ออฟฟิศซินโดรม.

Portrait of business woman with back pain in office

ออฟฟิศซินโดรมโดยเฉพาะการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆจากแป้นคีย์บอร์ดและการคลิกเมาส์ จึงเกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็นได้ง่าย รวมทั้งเกิดภาวะพังผืดหนา มีอาการชาบริเวณนิ้วและข้อมือ ที่สำคัญคือความเครียดเป็นตัวบ่มเพาะโรคนี้ให้รุนแรงมากขึ้น เช่น มีอาการปวดศีรษะ ปวดตา หน้ามืด เป็นต้น ออฟฟิศซินโดรม

โรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) คืออะไรออฟฟิศซินโดรม
โรคออฟฟิศซินโดรม คือภาวะที่มักเกิดกับคนทำงานตามออฟฟิศ หรือแม้แต่คนที่ทำงานอยู่กับบ้านก็ตาม โดยเกิดจากการทำงานหรือใช้ชีวิต นั่ง เดิน เคลื่อนไหวร่างกายในท่าทางอิริยาบถที่ไม่ถูกลักษณะ ผิดท่าที่เหมาะที่ควร บ่อยครั้ง เป็นเวลานานๆ โดยอยู่ในท่าเดิมหลายชั่วโมง ซึ่งท่าทางลักษณะเหล่านี้จะทำให้มีอาการปวดเมื่อยล้าตรงกล้ามเนื้อ จะรู้สึกเกร็งเหมือนกล้ามเนื้อถูกดึงรั้ง ที่น่ากลัวคือนานวันเข้าจากอาการแค่ปวดกล้ามเนื้อ อาจกลายเป็นกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ปวดเจ็บตามอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแขนขา ข้อมือ ไหล่ หลัง ซึ่งปวดมากหรือปวดน้อยก็แล้วแต่การสะสมของโรค
ขณะที่บางรายอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น สายตาพร่ามัว ตาแห้ง ระคายเคือง ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน หรือบางรายที่มีอาการรุนแรงมากๆ ก็อาจทำให้มีอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือเกิดกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งส่วนใหญ่พอนานวันเข้า ก็มักจบด้วยการไปโรงหมอเพราะทนอาการเจ็บป่วยจากโรคออฟฟิศซินโดรมไม่ไหวออฟฟิศซินโดรม.

office syndrome โรคออฟฟิศซินโดรมรักษาได้อย่างไร

office syndrome โรคออฟฟิศซินโดรมรักษาได้อย่างไร หลายคนเมื่อไปพบหมอแล้ว มักจะมีการสอบถามอาการและทำการวินิจฉัยสาเหตุ ซึ่งโดยหลักๆก็แบ่งเป็น 2 แนวทางคือ รักษาที่สาเหตุ สามารถทำได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด และอีกแนวทางคือการรักษาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น การรับประทานยา การฉีดยา หรืออาจมีการทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย office syndrome.

Mann mit Burnout über Akten gebeugt am Schreibtisch im Büro
office syndrome อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่อยากให้โรคออฟฟิศซินโดรมส่งผลรุนแรง จนต้องถึงมือหมอ คุณควรทำงานให้ถูกอิริยาบถ โดยเฉพาะเวลานั่งควรให้หลังชิดติดพนัก และอย่าให้หลังงอคอตกเป็นอันขาด นอกจากนี้ยังควรพักสายตาและปรับเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นๆบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและรู้สึกไม่เครียดจนเกินไป เช่น เดินไปดื่มน้ำทุกๆครึ่งชั่วโมง เป็นต้น
ท่าบริหาร บำบัดโรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome)
เพื่อเป็นการเอาใจคนทำงานออฟฟิศโดยเฉพาะ วันนี้เราได้นำ “6 ท่าสู้อาการปวด ออฟฟิศซินโดรม” มาให้ท่านผู้อ่านได้นำไปใช้กัน จะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับอาการปวดที่รุนแรง และจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้รู้สึกดีขึ้นมากทีเดียวoffice syndrome
โดยข้อมูลจาก ASTV ผู้จัดการ นายชิษณุพงศ์ ยะอ้อน นักวิทยาศาสตร์กายภาพ ระบุว่า ท่าบริหารจัดโครงสร้างและยืดหยุ่นร่างกายอย่างถูกวิธี สามารถช่วยให้หนุ่มสาวออฟฟิศบรรเทาอาการปวดเฉพาะส่วนซึ่งเกิดจากโรคออฟฟิศซินโดรมได้ ซึ่งท่าบริหารอย่างง่ายที่สามารถนำไปปฏิบัติตามที่ทำงานได้ง่ายและบ่อยครั้ง มีทั้งหมด 6 ท่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มสมรรถนะและความยืดหยุ่น รวมถึงผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เช่น คอ ไหล่ สะบัก หลัง และขา

ท่าที่ 1 บริหารต้นคอ เริ่มต้นด้วยการไขว้แขนขวาไปด้านหลัง เอียงคอไปด้านซ้าย แล้วเอื้อมมือซ้ายข้ามศีรษะไปวางแนบด้านข้างของศีรษะด้านขวา แล้วทำเช่นเดียวกันนี้กับอีกข้างหนึ่ง
ท่าที่ 2 บริหารบ่าและไหล่ ยืนตัวตรง ประสานมือเหยียดแขนไปข้างหน้า ก้มศีรษะพร้อมกับยืดตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ค้างไว้แล้วนับ 1-10
ท่าที่ 3 บริหารสะบักและหน้าอก ยืนตัวตรง กางแขนทั้งสองข้างออกในลักษณะตั้งฉาก แล้วค่อยๆ ดึงแขนไปด้านหลังoffice syndrome
ท่าที่ 4 บริหารขาด้านหลังและหลังส่วนล่าง ยืนตัวตรง ชูแขนทั้งสองข้างเหนือศีรษะ แล้วค่อยๆ ก้มตัวลงเอามือทั้งสองข้างวางแนบพื้นหรือแตะปลายเท้า โดยไม่งอเข่า
ท่าที่ 5 บริหารขาด้านหลัง น่อง และหลังส่วนล่าง ทำต่อเนื่องจากท่าที่ 4 โดยยังอยู่ในท่าก้มตัว สอดมือทั้งสองไว้ด้านหลัง หัวเข่า แล้วค่อยๆ งอเข่าทั้งสองข้าง ค้างไว้แล้วนับ 1-10
ท่าที่ 6 บริหารหลังส่วนล่าง ยืนตัวตรง ยกแขนทั้งสองข้างเหนือศีรษะ ประสานมือเอาไว้ แล้วค่อยๆ เอนตัวไปด้านหลัง office syndrome.

อาการปวดหลัง หนุ่มสาวหลายคนมีอาการปวดหลัง

อาการปวดหลัง หนุ่มสาวหลายคนมีอาการปวดหลัง บางคนคิดว่าอาจเกิดจากสาเหตุนั่งมากเกินไป หรือไปทำอะไรผิดท่ามา แต่หารู้ไม่ว่าอาการปวดหลังก็ไม่ได้หมายถึงแค่อาการผิดปกติของกระดูกเท่านั้นนะคะ

มีคนจำนวนมากที่มีอาการปวดหลังแล้วคิดว่าเป็นอาการที่เกิดกับกระดูก ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเกิดความผิดปกติของกระดูก ของกล้ามเนื้อ ก็เป็นไปได้ แต่ในบางรายก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ อาการปวดหลัง.

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87

อาการปวดหลัง แต่บางทีอาการปวดที่เราคิดว่าปวดหลัง หรือบางอาการที่ปวดหลังเรื้อรัง ก็ไม่ได้เป็นเพราะกล้ามเนื้อและกระดูกเสมอไป มีลักษณะอาการปวดหลังบางอาการที่เป็นสัญญาณเตือนภัยจากโรคที่เกิดกับอวัยวะภายใน และจำเป็นต้องรีบเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการปวดหลัง

5 อาการปวดหลัง ที่บ่งบอกโรค

1. อาการปวดหลังร่วมกับแขนขาชาไม่มีแรง

กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ ซึ่งลักษณะอาการดังกล่าวเป็นไปได้ว่าไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ ทางที่ดีควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการเอกซเรย์ตรวจดูกระดูกสันหลังและหาตำแหน่งที่บาดเจ็บ บางรายเพียงให้นอนพักรักษาตัวก็อาจหายจากอาการดังกล่าวได้ แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด

2. ปวดหลังบริเวณเอวและมีไข้หนาวสั่น

สาเหตุของอาการอาจเกิดจากการติดเชื้ออักเสบของไต หรืออาจเป็นโรคกรวยไตอักเสบ โดยสาเหตุเหล่านี้เกิดได้จากการทานน้ำในแต่ละวันน้อยเกินไป การอั้นปัสสาวะ

โดยการรักษาแพทย์จะใช้ให้ยาฆ่าเชื้อและยาอื่น ๆ ตามแต่การวินิจฉัยโรค รวมถึงแนะให้ทานน้ำมาก ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมการอั้นปัสสาวะ และเมื่อรักษาไตจนเป็นปกติดีแล้ว อาการปวดดังกล่าวก็จะหายไปอาการปวดหลัง

3. ปวดเหนือบั้นเอวทั้งสองข้าง

หากมีอาการปวดเหนือบั้นเอวทั้งสองข้าง และเมื่อพบแพทย์แล้ว แพทย์อาจคลำพบก้อนบริเวณไต รวมถึงมีเลือดปนในปัสสาวะ มีความดันโลหิตสูง และมีภาวะโลหิตจางร่วมด้วย ในกรณีนี้เป็นสัญญาณบอกโรคถุงน้ำในไต ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

เมื่อมีถุงน้ำในไต ก็จะทำให้ไตทำงานได้น้อยลง เมื่อไตทำงานได้ลดลงส่งผลเสียต่อร่างกายเกิดโรคความดันโลหิตสูง ไตอาจติดเชื้อได้ง่ายและไตวายเรื้อรังจน ถึงไตหยุดทำงานถาวร และนอกจากปัญหาที่ไตแล้วยังทำให้เกิดถุงน้ำที่อื่นได้ด้วยเช่น ตับ ตับอ่อน รังไข่ อัณฑะ และเกิดหลอดเลือดสมองโป่งพองได้ด้วย

4. อาการปวดหลังที่เกิดในสตรีมีครรภ์

อาจเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อยึดกระดูกหย่อนยาน การแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของทารก หรือมดลูกที่โตขึ้น กดทับเส้นประสาททำให้ปวดหลังจนร้าวไปถึงขาได้

5. ปวดหลังเรื้อรังนานเป็นแรมเดือนและปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ

หากเป็นในคนอ้วน หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี อาจเกิดขึ้นเนื่องจากโรคไขข้ออักเสบ หรือกระดูกสันหลังสึกกร่อน การรักษาในกรณีนี้แพทย์จะให้ยาแก้ปวดมาทาน ให้รับการทำกายภาพบำบัด สวมเสื้อดามหลัง แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นคนอ้วนมากก็จะต้องให้ลดน้ำหนัก

หากใครที่กำลังมีอาการปวดหลังอยู่ให้รีบเช็กตัวเองด่วนนะคะ หรือหากไม่มั่นใจให้พบแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย เพราะบางทีหากปล่อยให้ปวดเรื้อรังไปนานเข้า อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายให้ทรุดลงก็ได้ค่ะอาการปวดหลัง.

วิธีลดน่อง ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าปัญหาน่องใหญ่ของเราเกิดจากกล้ามเนื้อ

วิธีลดน่อง ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าปัญหาน่องใหญ่ของเราเกิดจากกล้ามเนื้อ หรือ ไขมัน เลือกการออกำลังกายที่บริหารขาที่ช่วยให้น่องเรียวเล็กลง หรือวิธีลดน่องด้วยการฉีดโบท็อกซ์ วิธีลดน่อง.

%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87

วิธีลดน่อง วิธีลดน่องใหญ่จากไขมัน

กระโดดเชือกติดต่อกันอย่างน้อย 15 นาที
วิ่งด้วยปลายเท้า หรือเขย่งแล้ววิ่ง
เขย่งปลายเท้า เดินขึ้น-ลงบันได ติดต่อกัน 50 ครั้ง
ยกเท้าเตะไปที่ก้นทีละข้าง เหมือนการวิ่งเหยาะๆ ทำติดต่อกัน 50 ครั้ง
วิธีลดน่องใหญ่จากกล้ามเนื้อวิธีลดน่อง

พยายามเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้น่องโต เช่น วิ่งระยะไกล ยืนบนรองเท้าส้นสูงทั้งวัน
บริหารน่องด้วยการยืดเส้น ด้วยการนั่งลงกับพื้นแล้วยืดขาให้ตึง พยายามเอื้อมมือไปแตะปลายเท้าให้ได้ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกวัน
ฉีดโบท็อกซ์ลดน่องวิธีลดน่อง

การที่เราใช้งานขามากๆ ทำให้กล้ามเนื้อขาใหญ่ขึ้น การฉีดโบท็อกซ์ จะเป็นการฉีดเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อให้เล็กลงชั่วคราว สามารถลดน่องใหญ่จากกล้ามเนื้อได้ 6 เดือน แต่จะเห็นผลหลังฉีดโบท็อกซ์ไปแล้ว 1 เดือน และสามารถฉีดซ้ำได้ทุกๆ 6 เดือน

กรณีน่องใหญ่จากไขมัน จะไม่ใช้การฉีดโบท็อกซ์ แต่จะใช้การนวดหรือฉีดยาสลายไขมันแทน แต่ถ้าใหญ่มากอาจใช้การดูดใขมัน แต่ต้องทำกับแพทย์ผู้เชียวชาญเท่านั้น

ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีการรักษาให้เราเลือกมากมาย แต่การออกกำลังกายนั้นจำเป็นสำหรับรูปร่างและสุขภาพที่ดีของเรา แถมยังประหยัดเงินและไม่เจ็บตัวด้วย

Tips

สตรีตั้งครรภ์และสรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ควรเลี่ยงการทำโบท๊อกซ์ วิธีลดน่อง.

ชาปลายนิ้วมือ ชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร อาการเหน็บชาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ

ชาปลายนิ้วมือ ชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร อาการเหน็บชาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ บริเวณปลายนิ้ว อาจไม่ใช่แค่สัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินบี แต่อาจเป็นสัญญาณของหลายโรค ชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้า อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้กับหลายคน จนบางครั้งเรามองเป็นอาการธรรมดาที่แค่สะบัดมือหรือเติมวิตามินให้ร่างกายก็หาย แต่ขอให้รู้ไว้เลยว่าอาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น โดยเฉพาะคนที่มีอาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าอย่างต่อเนื่อง และดูท่าว่าอาการชาจะทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ สัญญาณนี้อาจบอกโรคได้หลายอย่างนะคะ.

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad
ชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไร อาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาจเกิดจากการอยู่ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ชาปลายนิ้วมือ

การทำกิจกรรมที่ต้องใช้มือซ้ำ ๆ ซึ่งอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ทั่วถึง หรือการที่ร่างกายมีระดับธาตุและวิตามินผิดปกติ รวมทั้งอาจเป็นอาการข้างเคียงของบางโรค เช่น โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคเบาหวาน งูสวัด ลมชัก โรคหลอดเลือดสมอง อาการผิดปกติของปลายประสาท เป็นต้นซึ่งอาการชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้า สามารถแบ่งแยกสาเหตุได้จากอาการชาที่เกิดกับร่างกาย ดังนี้
ชาเฉพาะนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่งซีก (ซีกที่อยู่ติดกับนิ้วกลาง) นอกนั้นไม่มีอาการชา อาจเป็นสัญญาณของโรคเส้นประสาทมือถูกบีบรัด เนื่องจากเยื่อหุ้มเอ็นที่อยู่ในช่องใต้กระดูกมือบวม หรือกระดูกมือโตทำให้ช่องใต้กระดูกมือแคบ เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หรืออาจเกิดจากแผ่นพังผืดเสื่อม และหนาตัวขึ้น
ชาปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเกิดจากอะไรชานิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และอาจมีอาการปวดมือ ปวดร้าวไปถึงแขนด้วย นั่นอาจหมายถึงสัญญาณของโรคเส้นประสาทกดทับที่ฝ่ามือ โดยเกิดจากการใช้งานมือในลักษณะการเกร็งอยู่นาน ๆ ในท่าเดิม เช่น การจับมีด กรรไกร ไดร์เป่าผม คอมพิวเตอร์ ซึ่งมักจะมีอาการปวดในเวลากลางคืนหรือตื่นนอนตอนเช้า
ชาที่นิ้วก้อย อาจเกิดจากเส้นประสาทบริเวณรักแร้ที่ยาวไปถึงนิ้วก้อย สาเหตุจากงอและเกร็งข้อศอกเพื่อถือหูโทรศัพท์เป็นเวลานาน ชาปลายนิ้วมือ.

คอลลาเจนผง ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ เสริมอาหารชนิดผง

คอลลาเจนผง ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ เสริมอาหารชนิดผง สำหรับคุณสุภาพสตรี ช่วยให้คุณมีสุขภาพแข็งแรง ดูอ่อนวัยตลอด
ในทุกๆ วันนี้คุณสุภาพสตรีหลายๆท่าน มักมีกิจวัตรหรือภาระหน้าที่ประจำวันที่มากในแต่ละวัน ทำให้คุณสุภาพสตรีหลายๆ ท่านไม่มีเวลาสุขภาพตัวเอง ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา แต่ในเวลานี้คุณสุภาพสตรีทุกท่านจะสามารถหลุดออกจากปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยนวัตกรรมของเครื่องดื่มสุขภาพสำหรับผ้หญิงโดยเฉพาะ.

%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%87
ปฏิวัติอาหารเสริมสำหรับผู้หญิง ด้วยรสชาตที่อร่อย เข้าไปช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของร่างกายในทุกๆ ส่วนให้มีความสมดุล คอลลาเจนผง

เพิ่มพลังงานในการทำงานระหว่างวันให้ยาวนานมากยิ่งขึ้นช่วยควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับที่พอดี ทำให้ไม่เครียดมากเกินไป อีกทั้งยังช่วยดูแลสุขภาพของผิว ผม เล็บของสุภาพสตรีทุกๆคนให้ดูดีอยู่เสมอ ผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วยส่วนผสมที่มีคุณประโยชน์มากกว่า 40 ชนิด ถึงเวลาหรือยัง ที่จะหันมาดูแลสุขภาพ ด้วยนวัตกรรมอาหารเสริมสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ
สครับไวน์แดงที่เข้าบำรุงและต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี ช่วยกระตุ้นการไหลเวียน ช่วยกระตุ้นร่างกาย พร้อมยืดหยุ่นเส้นใยอีลาสติน พร้อมให้สารอาหารแด่ผิว ปรับสภาพให้แลดูมีสุขภาพดี แลดูมีชีวิตชีวา ซึ่งจุดหลักของการนำไวน์แดงมาประสานลงในสครับเน้นหลักของการ ปรับผิวให้ขาวสว่างและเรียบเนียนมากที่สุด เพราะในไวน์แดงยังมีสารประกอบของการหมักบ่มขององุ่น ที่หมักจนเกิดเป็นกรดอ่อน ๆ ที่ช่วยให้ผิวผ่องใส และสว่างเป็นอย่างมาก โดยไวน์แดงหลักที่ได้จากองุ่นและเชอรี่จะหมักบ่มจนได้ยีสต์สด Saccharomyces cerevisiae ซึ่งจะช่วยเร่งผิวให้สวย จะตรงเข้าปรับสภาพผิวให้สว่างกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำแลดูสมดุล พร้อมฟื้นคืนผิวให้เรียบเนียน สว่างกระจ่างใส พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นของไวน์แดงที่เย้ายวนในขณะกำลังพอกกายในเนื้อสครับครีมยังอุดมไปด้วยวิตามินอี ที่มีส่วนสำคัญในการต่อต้านสารอณุมูลอิสระให้ผิวยืดหยุ่น ตึง กระชับ สดใส และยังผสานกับเม็ดวอลนัทในเนื้อสครับที่เป็นธรรมชาติได้ปลดปล่อยพลังงานของวอลนัทออกมานวดบำรุงทันทีที่ได้นวดขัดสครับบำรุง พร้อมขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบนร่างกายได้อย่างอ่อนโยน ผิวใสนุ่ม ผุดผ่องมีน้ำมีนวลอย่างเป็นธรรมชาติให้ทุกครั้งที่นวดมีความสุขและความผ่อนคลาย ความสว่างกระจ่างสดใส และความละมุนละไมผิว สามารถใช้ได้ทุกวัน สมเป็นสครับธรรมชาติอย่างแท้จริง คอลลาเจนผง.