กำจัดขนรักแร้ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าแบบนี้แล้วยังมีวิธีไหนอีกบ้าง

กำจัดขนรักแร้ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าแบบนี้แล้วยังมีวิธีไหนอีกบ้าง ที่จะช่วยกำจัดขนรักแร้ที่มากวนใจได้อย่างถาวรและปลอดภัย กำจัดขนรักแร้.

กำจัดขนรักแร้

กำจัดขนรักแร้ วิธีกำจัดขนรักแร้
ถอนขนรักแร้ การถอนขนรักแร้เป็นวิธีกำจัดขนแบบดั้งเดิมที่จัดได้ว่าเจ็บมันส์ที่สุด อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงแหนบอันเดียวเท่านั้น วิธีถอนขนรักแร้นี้สามารถกำจัดขนได้อย่างสิ้นซากไปทั้งราก ทำให้ผิวเรียบเนียนได้นาน แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีคนรักแร้ปริมาณมาก ๆ ซึ่งแม้จะถอนเองได้ แต่ก็เมื่อยคอและปวดตาน่าดู อีกทั้งยังอาจทำให้ผิวเป็นตุ่ม ๆ เหมือนหนังไก่อีกด้วย T-T (วิธีนี้เจ็บมากที่สุด ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 1-2 อาทิตย์)
ถอนขนรักแร้กำจัดขนรักแร้
โกนขนรักแร้ เป็นวิธีกำจัดขนยอดนิยมที่ทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว วิธีโกนขนรักแร้ก็ไม่ยาก หลังจากทาครีมโกนขนลงไปเรียบร้อยแล้วก็ให้คุณยกแขนขึ้นสูง ๆ แล้วเริ่มต้นโกนจากบนลงล่าง และจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง แต่เพื่อจะรักษาผิวใต้วงแขนของคุณให้เรียบไร้เส้นขน คุณจะต้องโกนขนทุก ๆ 2-3 วัน เพราะขนยังสามารถงอกกลับมาได้อีก อย่างไรก็ตามการโกนขนก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบของผิวจากใบมีดโกน นอกจากนี้ขนที่งอกออกมาหลังการโกนยังมีลักษณะเหมือนเสี้ยน ทำให้แทงผิวและเกิดอาการคัน อีกทั้งบางคนยังประสบกับปัญหาขนขุด แถมขนที่ขึ้นมายังดูดำและหนากว่าการถอนแบบธรรมดาด้วย (วิธีนี้เจ็บน้อยมากหรือไม่เจ็บเลย ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 2-3 วัน)
โกนขนรักแร้
แว๊กซ์ขนรักแร้ มีทั้งแว็กซ์ร้อน (แบบใช้เนื้อแว๊กซ์ป้ายแล้วดึงออก) และแว๊กซ์เย็น (แบบแผ่นแปะแล้วดึง) การแว๊กว์เป็นการกำจัดขนที่ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะสามารถกำจัดขนได้ถึงราก ทำให้มีผิวเรียบเนียนได้นาน ซึ่งบางรายอาจอยู่ได้นาน 1-2 เดือนเลยทีเดียว แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียหรือผลข้างเคียงเล็ก ๆ น้อย ก็คือความเจ็บขณะถูกแว๊กซ์ (แต่ก็เจ็บเพียงครู่เดียว เพราะหลังจากนั้นมันจะชา 555) และควรปล่อยให้ขนยาวอย่างน้อยกว่า 1 เซนติเมตร จึงจะเหมาะสมต่อการกำจัดขนด้วยวิธีนี้ (วิธีนี้เจ็บมากพอทนได้ ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 3-4 อาทิตย์)
แว๊กขนรักแร้กำจัดขนรักแร้
เจลสมุนไพรกำจัดขน (BEAUTE HERB – โบเต้เฮิร์บ) อีกวิธีทําให้ไม่มีขนรักแร้ มีลักษณะเป็นเจลที่นำมาทาโดยใช้ไม้พายแบบพลาสติกหรือช้อนพลาสติกปาดเจลให้ทั่วบริเวณที่ต้องการจะกำจัดขน จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วเช็ดออก ขนก็จะหลุดออกมา (ภาพ : www.good1-foryou.com)
สมุนไพรกำจัดขนรักแร้
ครีมกําจัดขนรักแร้ ครีมกำจัดขนรักแร้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากการใช้ไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บ และได้ผิวที่เรียบเนียนเป็นที่น่าพอใจ วิธีการใช้ก็แค่ทาครีมลงบนผิวและทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำ (ไม่ควรทาทิ้งไว้นานกว่าที่กำหนด เพราะผิวอาจไหม้จากส่วนประกอบเคมีที่มีอยู่ในครีมได้) แล้วสารเคมีที่มีอยู่ในครีมจะเข้าไปกัดกร่อนเส้นขนให้อ่อนตัว เมื่อครบเวลาแล้วก็สามารถเช็ดหรือล้างออกได้โดยง่าย แต่มีข้อเสียเล็กน้อยคือครีมที่ใช้กำจัดขนส่วนใหญ่อาจมีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนอยู่บ้าง สำหรับวิธีการใช้ตามภาพก็ให้บีบครีม Veet ลงบนรักแร้พอประมาณ แล้วใช้ไม้พายที่มีอยู่ในกล่องปาดครีมให้ทั่ว จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 8 นาที (แต่ละสูตรจะมีเวลาต่างกัน) เมื่อครบเวลาแล้วก็ให้ลองใช้ไม้พายขูดเบา ๆ ตามแนวขน (อย่าย้อน) แล้วใช้ผ้าแห้งหรือทิชชู่เช็ดเนื้อครีมออกอีกที จะทำให้ขนหลุดง่ายยิ่งขึ้น กำจัดขนรักแร้.

ครีมกำจัดขน การกำจัดขนวิธีนี้จะทำให้ขนที่ขึ้นใหม่อ่อนนุ่มและบางลง

ครีมกำจัดขน การกำจัดขนวิธีนี้จะทำให้ขนที่ขึ้นใหม่อ่อนนุ่มและบางลง ทำแบบนี้ประมาณ 3-5 ครั้ง ขนก็จะไม่ขึ้นมากวนใจอีกเลยค่ะ นับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประหยัด สะดวก และทำง่ายมากๆ เลยใช่มั้ยคะ แต่ก็ต้องระวังนิดนึงสำหรับคนที่แพ้ง่าย ให้ทดลองทาน้ำปูนแดงที่ใต้ท้องแขนทิ้งไว้สักพัก เพื่อดูว่ามีอาการแสบคันหรือมีผื่นแดงหรือเปล่า แล้วค่อยเริ่มลงมือทำจริงนะจ๊ะ ครีมกำจัดขน.

ครีมกำจัดขน

ครีมกำจัดขน การกำจัดขนรักแร้
1. ทำความสะอาดใต้วงแขนด้วยน้ำอุ่น เพื่อเปิดรูขุมขน จากนั้นเช็ดให้แห้ง
2. นำปูนแดงผสมกันน้ำเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. นำน้ำปูนแดงที่ผสมไว้ มาทาบางๆ บริเวณรักแร้ ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
4. เมื่อปูนแห้งแล้ว ให้ปัดส่วนเกินของปูนแดงออก แล้วใช้แหนบถอนขนรักแร้ตามปกติ
5. ล้างปูนออกให้สะอาด จากนั้นทาโลชั่นหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพื่อลดอาการอักเสบ และทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น
ครีมกำจัดขน
การกำจัดขนแขนหรือขนขา
1. ทำความสะอาดบริเวณที่จะกำจัดขนให้สะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง
2. นำปูนแดงผสมกันน้ำเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. นำน้ำปูนแดงที่ผสมไว้ มาทาบางๆ บริเวณที่จะกำจัดขน ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นครีมกำจัดขน
4. ใช้แว๊กซ์กำจัดขนออกให้เกลี้ยง แล้วทาน้ำปูนแดงอีกครั้ง ทิ้งไว้จนแห้ง
5. ล้างปูนออกให้สะอาด จากนั้นทาโลชั่นหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพื่อลดอาการอักเสบ และทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นครีมกำจัดขน.

วิธีกำจัดขน มีวิธีไหนอีกบ้างที่จะช่วยกำจัดขนรักแร้ที่มากวนใจ

วิธีกำจัดขน มีวิธีไหนอีกบ้างที่จะช่วยกำจัดขนรักแร้ที่มากวนใจ ได้อย่างถาวรและปลอดภัย เอ้า !! ไปดูกัน วิธีกำจัดขน.

วิธีกำจัดขน

วิธีกำจัดขน วิธีกำจัดขนรักแร้
ถอนขนรักแร้ การถอนขนรักแร้เป็นวิธีกำจัดขนแบบดั้งเดิมที่จัดได้ว่าเจ็บมันส์ที่สุด อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงแหนบอันเดียวเท่านั้น วิธีถอนขนรักแร้นี้สามารถกำจัดขนได้อย่างสิ้นซากไปทั้งราก ทำให้ผิวเรียบเนียนได้นาน แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีคนรักแร้ปริมาณมาก ๆ ซึ่งแม้จะถอนเองได้ แต่ก็เมื่อยคอและปวดตาน่าดู อีกทั้งยังอาจทำให้ผิวเป็นตุ่ม ๆ เหมือนหนังไก่อีกด้วย T-T (วิธีนี้เจ็บมากที่สุด ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 1-2 อาทิตย์)
ถอนขนรักแร้
โกนขนรักแร้ เป็นวิธีกำจัดขนยอดนิยมที่ทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว วิธีโกนขนรักแร้ก็ไม่ยาก หลังจากทาครีมโกนขนลงไปเรียบร้อยแล้วก็ให้คุณยกแขนขึ้นสูง ๆ แล้วเริ่มต้นโกนจากบนลงล่าง และจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง แต่เพื่อจะรักษาผิวใต้วงแขนของคุณให้เรียบไร้เส้นขน คุณจะต้องโกนขนทุก ๆ 2-3 วัน เพราะขนยังสามารถงอกกลับมาได้อีก อย่างไรก็ตามการโกนขนก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบของผิวจากใบมีดโกน นอกจากนี้ขนที่งอกออกมาหลังการโกนยังมีลักษณะเหมือนเสี้ยน ทำให้แทงผิวและเกิดอาการคัน อีกทั้งบางคนยังประสบกับปัญหาขนขุด แถมขนที่ขึ้นมายังดูดำและหนากว่าการถอนแบบธรรมดาด้วย (วิธีนี้เจ็บน้อยมากหรือไม่เจ็บเลย ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 2-3 วัน)
โกนขนรักแร้วิธีกำจัดขน
แว๊กซ์ขนรักแร้ มีทั้งแว็กซ์ร้อน (แบบใช้เนื้อแว๊กซ์ป้ายแล้วดึงออก) และแว๊กซ์เย็น (แบบแผ่นแปะแล้วดึง) การแว๊กว์เป็นการกำจัดขนที่ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะสามารถกำจัดขนได้ถึงราก ทำให้มีผิวเรียบเนียนได้นาน ซึ่งบางรายอาจอยู่ได้นาน 1-2 เดือนเลยทีเดียว แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียหรือผลข้างเคียงเล็ก ๆ น้อย ก็คือความเจ็บขณะถูกแว๊กซ์ (แต่ก็เจ็บเพียงครู่เดียว เพราะหลังจากนั้นมันจะชา 555) และควรปล่อยให้ขนยาวอย่างน้อยกว่า 1 เซนติเมตร จึงจะเหมาะสมต่อการกำจัดขนด้วยวิธีนี้ (วิธีนี้เจ็บมากพอทนได้ ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 3-4 อาทิตย์)
แว๊กขนรักแร้วิธีกำจัดขน
เจลสมุนไพรกำจัดขน (BEAUTE HERB – โบเต้เฮิร์บ) อีกวิธีทําให้ไม่มีขนรักแร้ มีลักษณะเป็นเจลที่นำมาทาโดยใช้ไม้พายแบบพลาสติกหรือช้อนพลาสติกปาดเจลให้ทั่วบริเวณที่ต้องการจะกำจัดขน จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วเช็ดออก ขนก็จะหลุดออกมา (ภาพ : www.good1-foryou.com)
สมุนไพรกำจัดขนรักแร้
ครีมกําจัดขนรักแร้ ครีมกำจัดขนรักแร้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากการใช้ไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บ และได้ผิวที่เรียบเนียนเป็นที่น่าพอใจ วิธีการใช้ก็แค่ทาครีมลงบนผิวและทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำ (ไม่ควรทาทิ้งไว้นานกว่าที่กำหนด เพราะผิวอาจไหม้จากส่วนประกอบเคมีที่มีอยู่ในครีมได้) แล้วสารเคมีที่มีอยู่ในครีมจะเข้าไปกัดกร่อนเส้นขนให้อ่อนตัว เมื่อครบเวลาแล้วก็สามารถเช็ดหรือล้างออกได้โดยง่าย แต่มีข้อเสียเล็กน้อยคือครีมที่ใช้กำจัดขนส่วนใหญ่อาจมีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนอยู่บ้าง สำหรับวิธีการใช้ตามภาพก็ให้บีบครีม Veet ลงบนรักแร้พอประมาณ แล้วใช้ไม้พายที่มีอยู่ในกล่องปาดครีมให้ทั่ว จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 8 นาที (แต่ละสูตรจะมีเวลาต่างกัน) เมื่อครบเวลาแล้วก็ให้ลองใช้ไม้พายขูดเบา ๆ ตามแนวขน (อย่าย้อน) แล้วใช้ผ้าแห้งหรือทิชชู่เช็ดเนื้อครีมออกอีกที จะทำให้ขนหลุดง่ายยิ่งขึ้น วิธีกำจัดขน.

กำจัดขนขา สูตรสวยลึกล้ำจากธรรมชาติ “น้ำมะนาว กำจัดขนขาเรียบเนียนสวย”

กำจัดขนขา สูตรสวยลึกล้ำจากธรรมชาติ “น้ำมะนาว กำจัดขนขาเรียบเนียนสวย”กำจัดขนด้วยวิธีธรรมชาติ ช่วยชะลอการเกิดใหม่ เรียวขาของคุณจะปราศจากขน เรียบเนียนสวย ไร้ปัญหากวนใจ อวดเรียวขาสวยได้อย่างมั่นใจ กำจัดขนขา.

กำจัดขนขา
กำจัดขนขา การกำจัดขน วิธีที่ง่ายและไม่เป็นอันตรายต่อผิวพรรณ ไม่ต้องเจ็บทรมานจากแหนบถอนขนจนน้ำตาไหล นั่นก็คือ การกำจัดขนด้วยน้ำมะนาว ซึ่งเป็นวิธีธรรมชาติที่ได้ผลยอดเยี่ยมและปลอดภัย ช่วยชะลอการเกิดใหม่ของขนที่ถูกกำจัดไปแล้วได้เป็นอย่างดี และหากกำจัดขนด้วยวิธีนี้เป็นประจำจะทำให้รากขนอ่อนแอและหยุดการเจริญเติบโตไปในที่สุด
สูตรกำจัดขนขาเรียบเนียนสวย ด้วยน้ำมะนาวกำจัดขนขา
ส่วนผสม
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง 4 ช้อนโต๊ะ
ผ้าฝ้าย/ผ้าดิบ ตัดเป็นเส้นยาว ๆ 10 เส้น
วิธีทำกำจัดขนขา
นำน้ำตาลทรายแดงประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟอ่อน ๆ คนไปเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสีเหลืองทองแล้วยกลงจากเตาและคนไปเรื่อย ๆ จนข้นเหมือนน้ำผึ้ง ระวังอย่าให้แข็งจนเหนียวเกินไป หากแห้งเหนี่ยวมากเกินไป ให้เติมน้ำมะนาวลงไปทีละน้อย แล้วคนเพื่อให้มีความข้นพอดี ตัดผ้าฝ้ายหรือผ้าดิบเป็นเส้นยาว ๆ ประมาณ 10 เส้น ใช้ไม้พายเล็ก ๆ ปาดแวกซ์ที่เย็นลงแล้ว ทาให้ทั่วขาหรือบริเวณที่ต้องการจะกำจัดขน โดยปาดไปตามแนวเดียวกับขนที่ขึ้น จากนั้นใช้แผ่นผ้าที่ตัดไว้ปิดทับลงบริเวณที่ทาแวกซ์ให้แน่น ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงดึงผ้าออกในแนวย้อนขน ซึ่งจะทำให้เจ็บคันเล็กน้อยกำจัดขนขา.

กำจัดขน วันนี้เลยมีของดีราคาถูกมาแนะนำกันค่ะปูนที่คุณยายเอาไว้กินกับหมากนั้นหละค่ะ

กำจัดขน วันนี้เลยมีของดีราคาถูกมาแนะนำกันค่ะปูนที่คุณยายเอาไว้กินกับหมากนั้นหละค่ะ เปิดตะกร้าคุณยายแล้วเอามาเลยจ้า หรือถ้าไม่มี ก็สามารถหาซื้อได้ตามตลาดสด หรือ ร้านขายพวงมาลัย เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย กำจัดขนถาวร.

กำจัดขน

กำจัดขน การกำจัดขนรักแร้
1. ทำความสะอาดใต้วงแขนด้วยน้ำอุ่น เพื่อเปิดรูขุมขน จากนั้นเช็ดให้แห้ง
2. นำปูนแดงผสมกันน้ำเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. นำน้ำปูนแดงที่ผสมไว้ มาทาบางๆ บริเวณรักแร้ ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
4. เมื่อปูนแห้งแล้ว ให้ปัดส่วนเกินของปูนแดงออก แล้วใช้แหนบถอนขนรักแร้ตามปกติ
5. ล้างปูนออกให้สะอาด จากนั้นทาโลชั่นหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพื่อลดอาการอักเสบ และทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นกำจัดขน

การกำจัดขนแขนหรือขนขา
1. ทำความสะอาดบริเวณที่จะกำจัดขนให้สะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง
2. นำปูนแดงผสมกันน้ำเล็กน้อย คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. นำน้ำปูนแดงที่ผสมไว้ มาทาบางๆ บริเวณที่จะกำจัดขน ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
4. ใช้แว๊กซ์กำจัดขนออกให้เกลี้ยง แล้วทาน้ำปูนแดงอีกครั้ง ทิ้งไว้จนแห้ง
5. ล้างปูนออกให้สะอาด จากนั้นทาโลชั่นหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เพื่อลดอาการอักเสบ และทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นกำจัดขน

การกำจัดขนวิธีนี้จะทำให้ขนที่ขึ้นใหม่อ่อนนุ่มและบางลง ทำแบบนี้ประมาณ 3-5 ครั้ง ขนก็จะไม่ขึ้นมากวนใจอีกเลยค่ะ นับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประหยัด สะดวก และทำง่ายมากๆ เลยใช่มั้ยคะ แต่ก็ต้องระวังนิดนึงสำหรับคนที่แพ้ง่าย ให้ทดลองทาน้ำปูนแดงที่ใต้ท้องแขนทิ้งไว้สักพัก เพื่อดูว่ามีอาการแสบคันหรือมีผื่นแดงหรือเปล่า แล้วค่อยเริ่มลงมือทำจริงนะจ๊ะ กำจัดขน.

กำจัดขนถาวร วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่านอกจากวิธีพื้น ๆ

กำจัดขนถาวร วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่านอกจากวิธีพื้น ๆ แบบนี้แล้วยังมีวิธีไหนอีกบ้างที่จะช่วยกำจัดขนรักแร้ที่มากวนใจได้อย่างถาวรและปลอดภัย กำจัดขนถาวร.

กำจัดขนถาวร

กำจัดขนถาวร วิธีกำจัดขนรักแร้
ถอนขนรักแร้ การถอนขนรักแร้เป็นวิธีกำจัดขนแบบดั้งเดิมที่จัดได้ว่าเจ็บมันส์ที่สุด อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงแหนบอันเดียวเท่านั้น วิธีถอนขนรักแร้นี้สามารถกำจัดขนได้อย่างสิ้นซากไปทั้งราก ทำให้ผิวเรียบเนียนได้นาน แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่มีคนรักแร้ปริมาณมาก ๆ ซึ่งแม้จะถอนเองได้ แต่ก็เมื่อยคอและปวดตาน่าดู อีกทั้งยังอาจทำให้ผิวเป็นตุ่ม ๆ เหมือนหนังไก่อีกด้วย T-T (วิธีนี้เจ็บมากที่สุด ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 1-2 อาทิตย์)
ถอนขนรักแร้
โกนขนรักแร้ เป็นวิธีกำจัดขนยอดนิยมที่ทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว วิธีโกนขนรักแร้ก็ไม่ยาก หลังจากทาครีมโกนขนลงไปเรียบร้อยแล้วก็ให้คุณยกแขนขึ้นสูง ๆ แล้วเริ่มต้นโกนจากบนลงล่าง และจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง แต่เพื่อจะรักษาผิวใต้วงแขนของคุณให้เรียบไร้เส้นขน คุณจะต้องโกนขนทุก ๆ 2-3 วัน เพราะขนยังสามารถงอกกลับมาได้อีก อย่างไรก็ตามการโกนขนก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบของผิวจากใบมีดโกน นอกจากนี้ขนที่งอกออกมาหลังการโกนยังมีลักษณะเหมือนเสี้ยน ทำให้แทงผิวและเกิดอาการคัน อีกทั้งบางคนยังประสบกับปัญหาขนขุด แถมขนที่ขึ้นมายังดูดำและหนากว่าการถอนแบบธรรมดาด้วย (วิธีนี้เจ็บน้อยมากหรือไม่เจ็บเลย ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 2-3 วัน)
โกนขนรักแร้กำจัดขนถาวร
แว๊กซ์ขนรักแร้ มีทั้งแว็กซ์ร้อน (แบบใช้เนื้อแว๊กซ์ป้ายแล้วดึงออก) และแว๊กซ์เย็น (แบบแผ่นแปะแล้วดึง) การแว๊กว์เป็นการกำจัดขนที่ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะสามารถกำจัดขนได้ถึงราก ทำให้มีผิวเรียบเนียนได้นาน ซึ่งบางรายอาจอยู่ได้นาน 1-2 เดือนเลยทีเดียว แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียหรือผลข้างเคียงเล็ก ๆ น้อย ก็คือความเจ็บขณะถูกแว๊กซ์ (แต่ก็เจ็บเพียงครู่เดียว เพราะหลังจากนั้นมันจะชา 555) และควรปล่อยให้ขนยาวอย่างน้อยกว่า 1 เซนติเมตร จึงจะเหมาะสมต่อการกำจัดขนด้วยวิธีนี้ (วิธีนี้เจ็บมากพอทนได้ ระยะเวลาขึ้นใหม่ประมาณ 3-4 อาทิตย์)
แว๊กขนรักแร้กำจัดขนถาวร
เจลสมุนไพรกำจัดขน (BEAUTE HERB – โบเต้เฮิร์บ) อีกวิธีทําให้ไม่มีขนรักแร้ มีลักษณะเป็นเจลที่นำมาทาโดยใช้ไม้พายแบบพลาสติกหรือช้อนพลาสติกปาดเจลให้ทั่วบริเวณที่ต้องการจะกำจัดขน จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วเช็ดออก ขนก็จะหลุดออกมา (ภาพ : www.good1-foryou.com)
สมุนไพรกำจัดขนรักแร้
ครีมกําจัดขนรักแร้ ครีมกำจัดขนรักแร้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากการใช้ไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บ และได้ผิวที่เรียบเนียนเป็นที่น่าพอใจ วิธีการใช้ก็แค่ทาครีมลงบนผิวและทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำ (ไม่ควรทาทิ้งไว้นานกว่าที่กำหนด เพราะผิวอาจไหม้จากส่วนประกอบเคมีที่มีอยู่ในครีมได้) แล้วสารเคมีที่มีอยู่ในครีมจะเข้าไปกัดกร่อนเส้นขนให้อ่อนตัว เมื่อครบเวลาแล้วก็สามารถเช็ดหรือล้างออกได้โดยง่าย แต่มีข้อเสียเล็กน้อยคือครีมที่ใช้กำจัดขนส่วนใหญ่อาจมีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนอยู่บ้าง สำหรับวิธีการใช้ตามภาพก็ให้บีบครีม Veet ลงบนรักแร้พอประมาณ แล้วใช้ไม้พายที่มีอยู่ในกล่องปาดครีมให้ทั่ว จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 8 นาที (แต่ละสูตรจะมีเวลาต่างกัน) เมื่อครบเวลาแล้วก็ให้ลองใช้ไม้พายขูดเบา ๆ ตามแนวขน (อย่าย้อน) แล้วใช้ผ้าแห้งหรือทิชชู่เช็ดเนื้อครีมออกอีกที จะทำให้ขนหลุดง่ายยิ่งขึ้นกำจัดขนถาวร.

ลดรอยดําจากสิว สำหรับปัญหาจุดด่างดำหรือรอยสิว

ลดรอยดําจากสิว สำหรับปัญหาจุดด่างดำหรือรอยสิว คงไม่ต้องอธิบายกันมากว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง สาเหตุก็จะมีอะไรซะอีกล่ะ มันก็คือผลผลิตร่องรอยที่เกิดจากสิวนั่นเอง อย่างสิวอักเสบที่เมื่อยุบตัวลงแล้วมักทิ้งรอยดำ ๆ เอาไว้ หรือสิวอุดตันที่เราพยายามบีบออกแบบผิดวิธีพยายามบีบสิวแรง ๆ เพื่อให้สิวหลุดออก ที่เป็นตัวสร้างความเสียหายให้ผิวเพิ่มขึ้นจนอักเสบและเป็นแผลในที่สุด และยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สีผิวดูไม่สม่ำเสมอกัน นั่นก็คือการเอาผิวหน้าไปรับแสงแดดโดยไม่ป้องกัน จึงทำให้ผิวเป็นทั้งรอยแดง รอยดำจนถึงคล้ำ ขนาดที่ว่าดูเผิน ๆ ก็ยังเห็นว่ามันเป็นจุดด่าง ๆ ดำ ๆ ทำให้เจ้าของใบหน้าไม่กล้าเปิดเผยผิวหน้าเพียว ๆ ให้ใครได้เห็น ลดรอยดําจากสิว.

ลดรอยดําจากสิว

ลดรอยดําจากสิว แต่ปัญหาดังกล่าวนั้นเราสามารถทำให้มันหายไปได้ไม่ยากเลย ด้วยการใช้กรดผลไม้เพื่อช่วยทำให้รอยดำนั้นจางลง เพราะกรดผลไม้จะเข้าไปกำจัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ โดยสูตรที่เราสามารถใช้ในการผลัดเซลล์ผิวได้ก็มีอยู่มากมายหลายสูตร มีทั้งสูตรโฮมเมดที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน และวิธีการที่ต้องพึ่งเครื่องมือของสถาบันความหรือคลินิกความงาม ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าเราสามารถใช้อะไรลดรอยด่างดำได้บ้าง

วิธีรักษารอยดำจากสิว
อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวหายเอง เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่อายุยังน้อยจนถึงวัยที่อายุ 20 ปีต้น ๆ ขอบอกเลยว่าคุณยังโชคดีมาก ๆ ถ้าเกิดรอยแผลหรือจุดด่างดำจาวสิวก็เพียงแค่รอเวลาให้รอยดำจากสิวหายไปเอง แต่สำหรับสาวเลข 2 ปลาย ๆ และเลข 3 ขึ้นไป การที่จุดด่างดำจะหายไปได้เองก็คงจะเป็นเรื่องยาก รีบหาวิธีรักษาดีกว่าครับ ^^
ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบแอลกอฮอล์เบสและแบบวอเตอร์เบส ส่วนการเลือกใช้ก็ดูว่าเราเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่าง เรตินเอ (แอลกอฮอล์เบส) หรือ ดิฟเฟอริน (วอเตอร์เบส) เหล่านี้สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดจุดด่างดำจากรอยแผลสิวได้เป็นอย่างดี ถ้ายังไม่เคยใช้มาก่อนก็ขอแนะนำให้ใช้ “ดิฟเฟอริน” เพราะมีความระคายเคืองและผลข้างเคียงน้อยกว่าเรตินเอครับ (ภาพ : ladysquare.com by huyjen)ลดรอยดําจากสิว
ลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ (Chemical Peeling) ด้วยการใช้กรดผลไม้ (AHA), trichloracetic acid (TCA) ฯลฯ เป็นกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใย คอลลาเจน ในชั้นหนังแท้ เพื่อช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำและรอยแผลเป็นจากสิวได้ดี
การรักษาด้วยเครื่องไอพีแอล (Intense Pulse Light – IPL) เป็นการนำแสงความเข้มสูง ยิงเข้าสู่ผิวหนังเพื่อช่วยขจัดรอยหมองคล้ำต่าง ๆ สามารถช่วยลบรอยดำ รอยแดง จุดด่างดำจากสิวได้ดี อีกทั้งเทคโนโลยีชนิดนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส รักษาฝ้า กระ ริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า รวมไปถึงการใช้กำจัดขนส่วนเกิน ฯลฯ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 2 สัปดาห์ ขั้นต่ำ ประมาณ 3-4 ครั้ง
การรักษาด้วยเลเซอร์ Nd:YAG เป็นเลเซอร์ที่นิยมนำมาใช้ในการกำจัดจุดด่างดำ เพราะมันสามารถเข้าไปทำให้เม็ดสีกระจายตัวและกลายเป็นสะเก็ดแผลหลังทำ และจะหลุดออกไปเองตามธรรมชาติ แต่ควรหมั่นทำซ้ำอย่างต่อเนื่องทุก 2 อาทิตย์ นอกจากนี้ก็ยังมีเลเซอร์อีกหลายตัวที่สามารถกำจัดจุดด่างดำได้เช่น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ต่อจุดด่างดำของแต่ละคนด้วยครับ

สูตรมะเฟือง+น้ำผึ้ง สูตรนี้ให้คุณคั้นเอาน้ำมะเฟืองมาผสมกับน้ำผึ้ง จากนั้นก็นำมาแต้มลงบนจุดด่างดำทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก แต่ถ้าไม่รู้สึกแสบหรือระคายเคือง คุณอาจลงทั้งหน้าเลยก็ได้ สามารถทำได้อาทิตย์ละครั้ง โดยมะเฟืองนั้นเป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินซีสูง มันจึงช่วยทำให้เซลล์ผิวใหม่ขาวขึ้น ส่วนที่ต้องนำมาผสมกับน้ำผึ้งนั้นก็เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าแห้งจนเกินไป ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนหน้าแห้งมากก็ให้ใส่น้ำผึ้งมากหน่อย และเน้นแต้มเฉพาะบริเวณจุดด่างดำ
วิธีลดจุดด่างดําจากสิว
สูตรมะขามเปียก+น้ำผึ้ง+นมสด มะขามเปียกเป็นอะไรที่พูดถึงกันมายาวนานและเป็นที่ยอบรับว่ามันสามารถช่วยทำให้ผิวขาวและช่วยผลัดเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี แต่มะขามเปียกนั้นมีความเป็นกรดสูงมาก หากต้องนำมาใช้บนผิวหน้า (โดยเฉพาะคนผิวแห้ง) จะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง จะใช้น้ำมะขามพอกหน้าเพียว ๆ ไม่ได้ โดยสูตรนี้ให้คุณคั้นเอาน้ำมะขาม (กะเอาพอประมาณกับใบหน้า) จากนั้นให้นำมาผสมกับน้ำผึ้งและนมสดเล็กน้อย ถ้าต้องการพอกทั้งหน้าและต้องการให้หน้าเนียนนุ่ม เมื่อผสมจนเข้ากันดีแล้วก็ให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แต่ถ้ารู้สึกคันยิบ ๆ จนทนไม่ไหว ก็ไม่ต้องฝืนนะครับ ให้รีบล้างออกเลย โดยสูตรนี้คุณสามารถทำได้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง แล้วจุดด่างดำก็จะจางลงเองครับ
สูตรเนื้อองุ่นเขียว+โยเกิร์ตรสธรรมชาติ+น้ำผึ้ง+น้ำมะนาว สูตรนี้เป็นสูตรที่อ่อนโยน ปลอดภัยและทำให้หน้ามีความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง โดยจะใช้องุ่นเขียวเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนผสมก็มีเนื้อองุ่น 2 ช้อนโต๊ะ, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวอีกเล็กน้อย วิธีทำก็เริ่มจากการปั่นส่วนผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีม แล้วเอามาพอกบริเวณใบหน้า จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำเย็น สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วจุดด่างดำจะค่อย ๆ จางลงในที่สุด
สูตรข้าวโอ๊ต+น้ำผึ้ง อีกสูตรที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อผิวพรรณ สามารถช่วยลดจุดด่างดำบนใบหน้า และช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เพื่อให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งสดใสและเกลี้ยงเกลา วิธีการก็คือให้คุณนำข้าวโอ๊ตมาบดให้เป็นผงละเอียดและผสมเข้ากับน้ำผึ้ง ใช้ทาให้ทั่วใบหน้า (หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา) ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นก็ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับให้แห้ง
แก้รอยสิวลดรอยดําจากสิว
สูตรสับปะรด+น้ำผึ้ง เป็นสูตรของผู้ที่มีผิวหน้ามันแบบสุด ๆ เพราะสูตรนี้นอกจากจะช่วยขจัดปัญหารอยแผลและจุดด่างดำแล้ว มันยังช่วยกำจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อีกด้วย (ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย) วิธีการก็คือให้คั้นเอาน้ำสับปะรดมาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที (ระยะเวลาจะสั้นหรือนานก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว) แล้วล้างออก สามารถทำได้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ถ้าใช้สูตรนี้แล้วอย่าลืมทากันแดดก่อนออกจากบ้านด้วยละ เพราะผิวจะค่อนข้างไวต่อแสงแดด
สูตรมะเขือเทศ+ข้าวโอ๊ต+โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เป็นสูตรที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว วิธีการก็คือให้นำมะเขือเทศมาคั้นแยกกาก คัดเอาแต่น้ำมาผสมกับข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตรสธรรมชาติอีก 1 ช้อนชา จากนั้นก็คนให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที วิตามินจากมะเขือเทศจะเข้าไปช่วยผลัดเซลล์ผิวให้รอยด่างดำบนใบหน้าดูจางลง โดยสูตรนี้แนะนำว่าให้ทำอาทิตย์ละครั้งก็พอครับ
สูตรมะนาว+น้ำผึ้ง อย่างที่ทราบสรรพคุณของมะนาวและน้ำผึ้งไปแล้วว่าสามารถช่วยลดจุดด่างดำได้ วิธีการทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่คุณนำน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำมะนาว แล้วนำมาทาลงบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที โดยสามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวบอบบาง
ลดรอยดำจากสิว
สูตรแตงกวา+มะนาว+น้ำผึ้ง วิธีการทำก็คือให้คุณคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วนำมาทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง โดยมะนาวและแตงกวาจะมีสรรพคุณช่วยลดจุดด่างดำให้จางลง ส่วนน้ำผึ้งมีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม
สูตรหอมแดง สมุนไพรรักษาจุดด่างดำ ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ รวมไปถึงฝ้าและกระ วิธีการทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำหอมแดงมาฝานออกเป็นแว่น ๆ แล้วนำมาถูบริเวณที่เป็นรอยดำ หรือจะนำมาทุบแล้วบีบเอาน้ำมาทาผิวที่เป็นรอยดำก็ได้เช่นกัน โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง (ถ้าหัวหอมไม่มีจะใช้กระเทียมแทนก็ได้นะครับ ได้ผลดีเหมือนกัน)
วิธีลดจุดด่างดํา
สูตรว่านหางจระเข้ สมุนไพรลดรอยดําจากสิว อีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถช่วยลดรอยแผลเป็นและรอยดำต่าง ๆ ได้ดี วิธีใช้ก็ให้นำว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที รอยด่างดำก็จะค่อย ๆ จางลงในเวลา 1-2 เดือน แถมยังช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย
วิธีรักษาจุดด่างดํา
สูตรมะละกอสุก มะละกอเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารปาเปน ซึ่งเป็นเอนไซม์โปรตีนที่ช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ และยังช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ดูสดใสกว่าขึ้นมาแทน อีกทั้งมะละกอยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม วิธีการก็ไม่ยาก เพียงแค่คุณนำเนื้อมะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้า (เว้นรอบดวงตา) ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพียงเท่านี้คุณก็จะรู้สึกได้ถึงผิวหน้าที่เต่งตึงและดูสดชื่นขึ้นแบบทันตา ส่วนสูตรอื่น ๆ ก็ใช้ได้ผลเช่นกันครับ เช่น น้ำมันละหุ่ง มันฝรั่ง หัวหอมใหญ่ ถั่วลูกไก่ น้ำส้มสด+น้ำส้มสายชูจากแอปเปิ้ล ฯลฯ
รักษารอยดำจากสิว
ทั้งหมดนี้ก็คือสูตรลับเพื่อหน้าสวยใส ใครชอบแบบไหนก็เลือกใช้ได้ตามสบายเลยครับ และนอกจากสูตรที่กล่าวไปแล้ว การหันดูแลตัวเองให้ดีก็เป็นสิ่งสำคัญครับ คุณควรหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเช่นผักหรือผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน รวมไปถึงอาหารเสริมอย่างวิตามินซีและวิตามินอี และที่สำคัญอย่างมากก็คือคุณควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มาก ๆ ในระหว่างการรักษา หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านก็ต้องทาครีมกันแดดทุกครั้ง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่ต้องการจะทำให้รอยแผลและรอยด่างดำจางหายไปอย่างรวดเร็วลดรอยดําจากสิว.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ประโยชน์ของวิตามินซีเราทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าวิตามินซี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี ประโยชน์ของวิตามินซีเราทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าวิตามินซี มีประโยชน์มากมากหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สุขภาพและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเอ็น และคอลลาเจน ก็มีผลมาจากปริมาณ วิตามินซี ในร่างกาย และ วิตามินซี ยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่ดี จึงสามารถป้องกันการทำลายเซลจากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และมันช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรที่จะรับประทาน วิตามินซี ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน ฟลาโวนอย เป็นต้น วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี นอกจากนี้ วิตามินซี ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีก คือ

-วิตามินซี ช่วยบรรเทาความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นโรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000 ถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวันตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น 21% แต่ก็ยังไม่มีรายงานว่า วิตามินซี สามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้

-วิตามินซี ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจาก วิตามินซี ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยการไปเสริมสร้างผนังเซล ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านอาการอักเสบ จึงทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น ในทางกลับกันการขาด วิตามินซี ก็สงผลให้แผลให้ได้ช้าลงเช่นกัน

-หากรับประทาน วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน มันจะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาเซลที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว

-เพิ่มความต้านทานต่อ โรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับ คลอเรสเตอรอล ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับ วิตามินอี โดยมันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือดวิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

-เนื่องจาก วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี มันจึงอาจจะช่วยในการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง ได้ มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยว วิตามินซี กับการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง

-ช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจาก วิตามินซี สามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลต ที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก มีการศึกษาอันหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี พบว่ามีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต้อกระจก ลดลงถึง 77%วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี

-บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส ทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า วิตามินซี ช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น

-ช่วยป้องกันอาการไมเกรน เมื่อรับประทานร่วมกับ pantothenic acid โดย วิตามินซี จะไปช่วยร่างกายในการต่อสู้กับความเครียดได้ดีขึ้น

-ช่วยเรื่องความจำ โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาสภาพของเซลประสาทและจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากรับประทานร่วมกับอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน กิงโกะไบโลบ้า และโคเอนไซม์ Q10

ขนาดที่รับประทาน
ในสภาวะปกติปริมาณที่แนะนำให้รับประทานคือ 60 มิลลิกรัมต่อวัน (แต่ในคนที่สูบบุหรี่ 200 มิลลิกรัมต่อวัน) อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมสุขภาพได้แนะนำว่าเพื่อประสิทธิภาพที่ดีต่อสุขภาพควรจะต้องรับประทานอย่างน้อย 100-200 มิลลิกรัมต่อวัน คนที่มีความเครียดควรรับประทานวันละ 500 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากต้องการผลในด้านการป้งกันโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง ความชรา ควรจะรับประทาน 250 – 1,000 มิลลิกรัม วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี.

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน สวัสดีสาวๆ ที่รักการดูแลผิวพรรณให้ผิวขาวใส

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน สวัสดีสาวๆ ที่รักการดูแลผิวพรรณให้ผิวขาวใส การขัดผิวหรือการสครับผิว เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผิวขาวได้ง่ายๆ แล้วทำไมเราถึงต้องขัดผิว? ก็เพื่อทำความสะอาดผิว และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายหรือเสื่อมสภาพแล้วออกจากผิว และเผยผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน.

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน

 

สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน ดังนั้นเราจึงต้องบำรุงผิวที่แห้ง หยาบกร้านให้มีผิวที่ขาวใส ชุ่มชื่น แลดูมี “ออร่า” และน่าชวนมองอยู่ตลอดเวลา มาดูสูตรการขัดผิวขาวที่ทำได้ง่ายๆที่บ้าน ใช้เวลาไม่นาน โดยมีมาให้เลือกขัดผิวกันหลายสูตร เลือกเอาไปใช้ได้ตามใจชอบเลยค่ะ
1. สูตรขัดผิวขาว ด้วยมะขามเปียก

ส่วนผสมดังนี้
มะขามเปียก 2 กำมือ
น้ำมะนาว 1 ลูก
โยเกิร์ต (รสธรรมชาติ) 1 ถ้วย
น้ำผึ้ง (ซื้อทั่วไป หรือใน 7-11) 2 ช้อน
นมจืด 1/2 ขวด

สูตรขัดผิวขาวด้วยมะขามเปียก

ขั้นตอนการขัดผิวขาว

นำส่วนผสม มะขาวเปียก น้ำมะนาว โยเกิร์ต น้ำผึ้ง นมสด มาผสมกัน แล้วคนให้เข้ากันหรือขยำๆ ให้ส่วนผสมให้เข้ากัน
หลังจากอาบน้ำให้ขัดผิวด้วยสูตรมะขามเปียก 10 นาที
พอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก
ควรขัดผิวขาวอย่างนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

สำหรับคนที่ต้องการพอกหน้าด้วย สามารถใช้สูตรนี้ได้ อาจจะงดใช้มะขามเปียก เพราะมะขามเปียกมีสรรพคุณเป็นกรดอาจจะแรงไปสำหรับใบหน้าที่บอบบาง

มะขามเปียกและน้ำมะนาวช่วยเรื่องการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกได้อย่างดี น้ำผึ้งช่วยเรื่องผิวนุ่มและชุ่มชื่น โยเกิร์ตช่วยให้ผิวแลดูขาวอมชมพู และนมสดช่วยให้ผิวขาว และชุ่มชื่น สูตรขัดผิวนี้ควรทำติดต่อกันจะทำผิวของคุณสาวๆ ขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใน 1 เดือน
2 .สูตรขัดผิวด้วยเกลือแกง ช่วยให้ผิวขาวนวล

ส่วนผสมดังนี้สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน

เกลือแกง(เกลือปุ่น) 1 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

สูตรขัดผิวขาวด้วยเกลือแกง

ขั้นตอนการขัดผิวด้วยเกลือแกง

นำส่วนผสม น้ำมะนาว โยเกิร์ต น้ำผึ้ง เกลือป่น มาผสมกัน แล้วคนให้ส่วนผสมให้เข้ากัน
อาบน้ำให้สะอาด จากนั้นให้ขัดผิวด้วยสูตรเกลือแกง 10 นาที ขัดเบาๆไม่ต้องขัดแรง เดี๋ยวผิวจะถลอกและแสบได้
หลังจากขัดผิวเสร็จแล้ว ให้พอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

หลังจากขัดผิวขาวด้วยเกลือแกงจะรู้สึกว่าผิวสะอาดและนุ่มขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก ขัดผิวเป็นประจำทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้ผิวขาว เรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอได้แน่นอน

3. วิธีการขัดผิวให้ขาวขึ้น

ส่วนผสมดังนี้

เกลือเม็ดหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

สูตรขัดผิวขาวด้วยน้ำมันมะกอก

ขั้นตอนการขัดผิวขาว

นำส่วนผสม เกลือเม็ดหยาบ น้ำมันมะกอก น้ำมะนาว มาผสมกัน แล้วคนให้ส่วนผสมให้เข้ากัน
อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด จากนั้นให้ขัดผิวด้วยสูตรเกลือเม็ดหยาบ โดยทาส่วนผสมที่ได้ลงไปบริเวณผิวที่ต้องการ แขน ขา ลำตัว แผ่นหลัง จากนั้นให้ใช้มือขัดเบาไปที่ผิว โดยใช้เวลาขัดผิวประมาณ 10 นาที
หลังจากขัดผิวเรียบร้อยแล้ว ให้พอกเกลือทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก

โดยที่เกลือจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ส่วนน้ำมะกอกทำให้ผิวเกิดความชุ่มชื่น และน้ำมะนาวทำให้ผิวขาวขึ้นสูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน

เคล็ดลับการขัดผิวขาวให้เหมาะกับสภาพผิว

ผิวของแต่คนมีความแตกต่างกัน ส่วนผสมที่ใช้ในการขัดผิวขาวต่างๆ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนบ้างตามความเหมาะสมกับสภาพผิว มาดูกันว่าผิวแบบไหนเหมาะกับส่วนผสมในการขัดผิวอะไรกันบ้าง

มะขามเปียกขัดผิว

ขัดผิวขาวสำหรับคนผิวมัน

ควรใช้มะขามเปียก เพราะมะขาวมีสรรพคุณความเป็นกรด จึงช่วยเรื่องทำความสะอาดผิว และกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้ออกได้อย่างง่ายดาย

ส้มเช้งช่วยขัดผิว

ขัดผิวขาวสำหรับคนผิวแห้ง

ควรใช้ส้มเช้ง ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือผสมกับงาขาวเป็นตัวช่วยขัดผิว เพราะคนผิวแห้งต้องการการบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

ขัดผิวขาวด้วยงาดำ

ขัดผิวขาวสำหรับผิวแพ้ง่าย

ควรใช้งาขาว หรือ งาดำ ผสมกับน้ำผึ้ง และโยเกิร์ต เพราะงาจะช่วยเรื่องให้ความชุ่มชื่นและลดการระคายเคืองต่อผิว สามารถบำรุงผิวที่แห้ง หยาบกร้าน ได้เป็นอย่างดี

สูตรการขัดผิวหรือสครับผิวจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อสาวๆ ตั้งใจทำอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นผิวขาวๆ จึงจะสามารถอยู่กับคุณสาวๆ ได้ตลอดไป การขัดผิวที่ดีนั้นไม่ควรขัดผิวทุกวัน เพราะจะเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป ขัด 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ก็เพียงพอแล้ว และที่ขาดไม่ได้คือ ต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพื่อป้องกันรังศี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำได้ง่าย ไม่อย่างงั้นผิวขาวๆของเรา จะกลายเป็นผิวดำไปได้น่ะค่ะ สูตรขัดผิวอย่างไร ให้ขาวเนียน.

Yoga Fly การออกกำลังกายสุดฮิตในหมู่สาวๆ

รูปร่างดี สุขภาพแข็งแรงด้วยโยคะฟลาย

สำหรับใครที่ชอบเล่นโยคะมาก่อนแล้ว ก็คงรู้จักกับโยคะฟลายเป็นอย่างดี และในปัจจุบันนี้ การออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะฟลายก็กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อง โดยเฉพาะบรรดาสาวๆ ซึ่งข้อมูลจาก sanooklife.com ได้กล่าวถึงความหมายของโยคะฟลายว่า เป็นศาสตร์ใหม่ของโยคะที่พัฒนามาจากการผสมผสานกันระหว่างกีฬายอดฮิตอย่าง พิลาทิส Aerial Dance, Acobat และยิมนาสติก โดยใช้ผ้าเป็นอุปกรณ์ในการเล่น

เรื่องสนุกของการออกกำลังกาย นอกจากโยคะฟลายแล้ว สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบเกมการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดใดก็ตาม อย่าลืมแวะไปที่ W88thai เพื่อทายผลและลุ้นรางวัลประจำวันได้ ส่วนสิ่งที่ทำให้การเล่นโยคะฟลายได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนรักสุขภาพ ก็คือรูปแบบแปลกใหม่กับความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเล่นกับอุปกรณ์อย่างผ้าเปล Hommock ที่จะช่วยทำให้คนเล่นโยคะฟลายได้โบยบินกันอย่างปลอดภัยในทุกท่วงท่า

นอกเหนือจากความสนุกสนาน แล้ว การเล่นโยคะฟลายก็คือการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ที่จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้นทุกสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแขน ขา หรือกลางลำตัวตลอดจนกระดูกต่างๆ ก็มีความแข็งแรงมากขึ้นด้วยเช่นกัน การเล่นโยคะฟลายเป็นประจำจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบสมองรวมถึงเรื่องของสมาธิให้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญอีกอย่างคือ การปรับสรีระของผู้หญิงให้มีความสมดุลและมีความสมส่วนมากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ท่าโยคะฟลาย มีหลากหลายท่าและแต่ละท่าก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่แล้ว ถ้าสนใจอยากลองเล่นหรือฝากอย่างจริงจัง ก็สามารถสอบถามไปยังสถานที่ออกกำลังกายที่มีบริการได้ เพราะการเล่นโยคะฟลายจำเป็นต้องมีอุปกรณ์โดยเฉพาะ และต้องได้รับคำแนะนำจากเทรนนิ่งหรือผู้ฝึกสอนอย่างถูกวิธีด้วย.